King of world ราชันแห่งพิภพ

    ราชันแห่งความตายนิรันดร์

            ​

            สกิลความพิโรธของพสุธา!

            ตึง!

            วาสกระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างรุนแรง เกิดรอยแตกปริอยู่ที่ปลายเท้า ก่อนจะแตกแขนงออกไปในลักษณะใยแมงมุมรอบตัววาสแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน จากแผ่วเบากลายเป็นรุนแรงจนเหมือนกับแผ่นดินไหว

            ตูมมมมมมมมม!

            แรงอัดมหาศาลปะทุออกมาจากใต้ดินเสมือนมีระเบิดฝังอยู่ โทร์ลที่อยู่ในรัศมีระเบิดเละเป็นชิ้นๆ ตายไปโดยไม่ทันได้รู้สึกเจ็บปวด ก้อนหินขนาดตั้งแต่เล็กไล่ไปจนขนาดมหึมานับพันนับหมื่นพุ่งสูงขึ้นฟ้า

            สกิลมิติเชื่อมต่อ!

            วังวนสีฟ้าแผ่ขยายกลายเป็นทะเลสาบสีฟ้า ดูดกลืนหินน้อยใหญ่เข้าไปทั้งหมด จากนั้นวังวนสีฟ้าขนาดยักษ์อีกวังวนก็ไปโผล่ที่เหนือกองทัพโทร์ล ก้อนหินน้อยใหญ่จำนวนมากทะลักออกมาจากวังวนสีฟ้าไม่ต่างจากดาวตกและที่สำคัญแรงปะทุที่แฝงอยู่ในก้อนหินเหล่านั้นก็ไม่ได้จางหายไป แต่มันกลับเพิ่มมากขึ้นตามแรงโน้มถ่วงของโลกเสียด้วยซ้ำ!

            ตูมๆๆๆๆๆ!

            “อ๊ากกกกกก!”ห่ากระสุนหินถาโถมเข้าใส่กองทัพโทร์ล แต่โชคร้ายของกองทัพโทร์ลยังไม่จบสิ้น หินบางก้อนฝังแน่นลงในดิน แต่หินขนาดใหญ่ส่วนมากกำลังกลิ้งลงไปตามทางลาดชันกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่บดขยี้โทร์ลทุกตนที่ขวางทางให้กลายเป็นชิ้นนี้

            และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่วาสเริ่มใช้สกิลพึ่งผ่านไปแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น!

            “ฆ่าพวกมัน”

            โฮกกกกกกกกกกก! ฮูมมมมมม! แกว๊กกกกก! กี้ๆๆๆๆๆ!

            เหล่ากองทัพผสมเมื่อได้ยินคำสั่งก็แผดเสียงร้องข่มขวัญพากันกรูลงจากสองเนินดินข้างทางที่ขนาบกองทัพโทร์ลอยู่ ดำเนินการสังหารหมู่อย่างโหดเหี้ยม!

            วาสกวาดตามองหายนะตรงหน้าอย่างไร้ความรู้สึก สิ่งเดียวที่เขาเฝ้ารอคือเสียงประกาศว่าเขาบรรลุถึงเลเวล 40 แล้ว

            อันที่จริงวาสไม่อยากใช้สกิลความพิโรธของพสุธานัก เพราะทุกครั้งที่เขาใช้สกิลนี้มันทำให้พลังจิตวิญญาณเขาหายไปแทบเกลี้ยงทุกครั้ง!

            “มันเกิดอะไรขึ้นกับกองทัพของข้า!!!!!!!!!!!!!!!”หมู่เมฆบนท้องฟ้าแตกกระจายออกเป็นวงกว้างจากน้ำเสียงทรงพลัง เสียงกระแทกดังจนพื้นสะเทือน โทร์ลตนหนึ่งพุ่งสูงขึ้นกลางฟ้าราวกับกระสุนปืนใหญ่ เรือนผมสีดำแซมขาวปลิวไสวไปตามแรงลม แววตาดุร้ายมองกราดหาตัวการที่กำลังทำลายกองทัพโทร์ล แรงระเบิดที่มหาศาลนี้ดังมากพอที่จะปลุกผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลที่หลับไหลให้ตื่นมารับรู้สถาการณ์

            เพล้ง!

            เสียงแตกเบาๆแต่ดังสะท้านใจวาส เขารีบก้มลงไปมองบนข้อมือข้างซ้ายสวมไว้ด้วยกำไลสีน้ำตาลแวววาว บนกำไลฝังมุกไว้จำนวนมาก แต่มีรูโหว่บางส่วนที่ขาดหายไป และเมื่อครู่นี้มุกหนึ่งก็พึ่งแตกกระจายเป็นชิ้นๆ!

            กำไลนี้คือของขวัญที่ไออ้อนมอบให้เขา ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สนใจมันนัก จนกระทั่งโดนแม่ทัพใหญ่ก็อบลินซ้อมจนปางตายถึงได้รู้ว่ากำไลนี้มันสำคัญแค่ไหน

            กำไลนี้สามารถส่งสัญญาณได้เมื่อบริเวณใกล้ๆนั้นมีสิ่งมีชีวิตที่มีเลเวลเกิน40ขึ้นไป!

            “ตัวอันตราย!”วาสหน้าเครียด กำไลนี้บอกเพียงว่าสิ่งมีชีวิตตนนั้นเลเวลเกิน 40 แต่ไม่ได้บอกว่าเกินไปมากเท่าไหร่!

            สายตาดุร้ายในที่สุดก็กวาดตามาหยุดที่วาส เพียงแค่จ้องมองผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลก็รู้ว่าวาสคือผู้นำกองทัพผสม!

            "เจ้า!"ผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลตวาดก้องจ้องเขม็งไปที่นักรบในชุดเกราะหนา

            วาสแค่นเสียง ประสบการณ์ของคนอ่อนแอที่ถูกย่ำอยู่แทบเท้า มีใครละที่ชอบ?

            ดวงตาเขาแดงก่ำ ตัวอันตรายแล้วยังไง เขาจะฆ่ามันให้ดู ถึงฆ่าไม่ได้อย่างมากเขาก็แค่หนีกลับโลกมิติ แต่ถ้าฆ่ามันได้ด้วยความต่างชั้นของเลเวล บางทีเขาอาจจะบรรลุถึงเลเวล 40 เลยก็ได้

            วาสหยิบบางอย่างออกมาจากนาฬิกามิติ ถุงผ้าหรูหราที่เต็มไปด้วยเม็ดยาบางอย่าง เขากำเม็ดยาทั้งหมดและยัดเข้าปากอย่างบ้าคลั่ง

            วาสกลืนเม็ดยาเพิ่มระดับสกิลทั้ง7เม็ดที่เหลืออยู่ทั้งหมดในครั้งเดียว เดิมทีเขาต้องการเก็บมันไว้ใช้กับสกิลที่คุ้มค่ากว่านี้ แต่ตอนนี้เขาไม่สนอะไรแล้ว!

            ความรู้สึกของสวะที่พร้อมจะตายในมือคนอื่น แค่ครั้งเดียวก็เกินพอ!

            -สกิลอัญเชิญราชันแห่งความตายเลื่อนขั้นเป็นเลเวล4-

            -สกิลอัญเชิญราชันแห่งความตายเลื่อนขั้นเป็นเลเวล5-

            -สกิลอัญเชิญราชันแห่งความตายเลื่อนขั้นเป็นเลเวล6-

            -สกิลอัญเชิญราชันแห่งความตายเลื่อนขั้นเป็นเลเวล7-

            -สกิลอัญเชิญราชันแห่งความตายเลื่อนขั้นเป็นเลเวล8-

            -สกิลอัญเชิญราชันแห่งความตายเลื่อนขั้นเป็นเลเวล9-

            -สกิลอัญเชิญราชันแห่งความตายเลื่อนขั้นเป็นเลเวล10-

            -สกิล อัญเชิญราชันแห่งความตาย [ Lv.10 ( max ) ] เปลี่ยนเป็นสกิลจุติราชันแห่งความตายนิรันดร์[Lv.- (ไม่สามารถเพิ่มได้)]-

            ในครั้งแรกที่ใช้ วาสผิดหวังกับสกิลอัญเชิญราชันแห่งความตายมาก

            อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาสกิลนี้ แม้จะใช้ได้แค่วันละครั้งก็ตาม

            และวันนี้ก็ถึงคราวพิสูจน์แล้วว่า สกิลนี้จะเป็นแค่ขยะหรือราชันสมชื่อของมัน!

            สกิลจุติราชันแห่งความตายนิรันดร์[Lv.- (ไม่สามารถเพิ่มได้)]

            (ข้อจำกัด:ต้องมีสกิล ซากทัพ )

            [ความสามารถ:บูชายัญซากทัพเพื่อเรียกราชันแห่งความตายนิรันดร์ออกมา ราชันแห่งความตายนิรันดร์จะมีความสามารถ10เท่าจากความสมารถรวมของซากทัพที่บูชายัญไป ความสามารถของราชันแห่งความตายนิรันดร์มีดังนี้

            1.สามารถเก็บราชันแห่งความตายนิรันดร์ให้อยู่ในรูปแบบไพ่ได้

            2.ราชันแห่งความตายนิรันดร์มีสกิลอยู่ทั้งหมด3สกิลคือ

            -สกิลเสียงเพรียกแห่งความตาย=>ดูดกลืนพลังชีวิตของศัตรูเพิ่มพลังให้ราชันแห่งความตายนิรันดร์ชั่วคราว

            -สกิลระเบิดแห่งความตาย=>ทำลายราชันแห่งความตายนิรันดร์สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างตามความสามารถ ในระยะระเบิดจะเกิดหมอกแห่งความตายที่มีฤทธิ์กัดกร่อนพลังชีวิต

            -สกิลกลับสู่มาตุภูมิ =>ทุกครั้งที่ราชันแห่งความตายนิรันดร์ถูกทำลายฟื้นฟูพลังชีวิตผู้ใช้สกิล 10%

            ]

            "ฮ่าๆๆๆๆๆๆ สมกับที่ฉันรอคอย ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ!"สกิลจุติราชันแห่งความตายนิรันดร์ทรงพลังเหนือสกิลอัญเชิญราชันแห่งความตายราวฟ้ากับเหว นอกจากจะไม่มีCooldownแล้ว ยังไม่กำหนดระยะเวลาคงอยู่อีกด้วย เท่ากับว่ามันสามารถคงอยู่ได้ตลอดเวลาไม่ต่างจากซากทัพ

            แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือสกิลที่ติดมากับราชันแห่งความตายนิรันดร์!

            “ออกมา!! ราชันแห่งความตายนิรันดร์”

            สกิลจุติราชันแห่งความตายนิรันดร์!

            วาสสังเวยซากทัพกว่าครึ่งทัพหรือราวๆ50,000 ตัว!

            ซากทัพจำนวนมหาศาลสลายไปเป็นละอองสีดำ ละอองสีดำนั้นหมุนวนก่อกำเนิดพายุไต้ฝุ่น พายุสีดำหมุนวนขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนจะหายวับไป

            เปรี๊ยะ!

            เสียงดังสะท้อนก้องกังวานจนทุกคนต้องปิดหู มันเหมือนกับมีบางสิ่งกำลังฉีกท้องนภาออกมา

            รอยแยกสีดำปริออกที่เหนือฟ้า มือโครงกระดูกขนาดมหึมายื่นออกมา ฉีกรอยแยกสีดำให้กว้างออก

            เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ! ก๊าซซซซซซซซ!

            สัตว์ประหลาดขนาดมหึมาโผล่พ้นออกมาจากรอยแยก โครงกระดูกสีดำความสูงกว่า10เมตรโผลงมาจากรอยแยกสีดำ กระแทกลงบนกองทัพโทร์ลเสียงดังสนั่นบดขยี้โทร์ลหลายสิบตนใต้เท้าจนบี้แบน ปีกโครงกระดูกสีดำสยายออก เปลวไฟสีน้ำเงินส่องสว่างในเบ้าตาลึกโบ๋สร้างความสะพรึงกลัวให้ทุกชีวิตที่มองมา

            ราชันแห่งความตายนิรันดร์!

            “นะ..นั่นมันตัวบ้าอะไรกัน!”โทร์ลตนหนึ่งอุทานเสียงสั่น แข้งขาอ่อนแรงคล้ายจะเป็นลมวูบได้ทุกเมื่อ

            “ฆ่าพวกมัน!”วาสออกคำสั่งเฉียบ เขากำลังเฝ้ารอดูราชันแห่งความตายนิรันดร์อย่างใจจดใจจ่อ

            สกิลเสียงเพรียกแห่งความตาย!

            ฮูมมมมมมม!

            กะโหลกสีดำอ้าปากที่เหลือเพียงกระดูกขากรรไกรออกกว้าง ดูดกลืนบางสิ่งเข้ามา

            อ๊ากกกกกกกกก!

            โทร์ลทุกตัวที่อยู่ใกล้ราชันแห่งความตายนิรันดร์แผดสียงร้องโหยหวน กลุ่มควันสีเทาลอยออกจากร่างไม่หยุดยั้ง พร้อมกับร่างโทร์ลเหล่านั้นที่แห้งเหี่ยวลง

            ยิ่งกลุ่มควันสีเทาลอยเข้าไปในปากขนาดยักษ์ของราชันแห่งความตายนิรันดร์มากเท่าไหร่ เปลวไฟสีน้ำเงินในเบ้าตายิ่งลุกโชน กระดูกสีดำปล่อยกลิ่นอายความตายออกมา

            “หยุด! พวกเจ้าถอยไปให้หมด พวกเจ้าไม่ใช่คู่มือของมัน!”ผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลตะเบ็งเสียงร้อง เหล่าโทร์ลที่ได้ยินคล้ายนักโทษที่รอดจากการประหาร วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น

            “ไอ้สัตว์ประหลาดมาเจอกันหน่อย!”ผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลควงไม้เท้าใหญ่สีน้ำตาลแก่ในมือหวดเข้าใส่ราชันแห่งความตายนิรันดร์ในระยะประชิด

            ก๊าซซซซซซซซ!

            ราชันแห่งความตายนิรันดร์ละความสนใจจากโทร์ลรอบตัว เข้าประจันหน้ากับผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลเต็มตัว

            ตูมมมม!

            ไม้เท้าสีน้ำตาลแก่กระแทกเข้ากับกระดูกสีดำเกิดเสียงดังสนั่น ทั้งสองถอยร่นออกจากกัน สีหน้าผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลเปลี่ยนเป็นจริงจัง การปะทะเมื่อครู่เป็นแค่การหยั่งเชิงแต่มันทำเอามือเขาสั่นสะท้านไปหมด!

            “ฮึ่ม! อย่าคิดว่าข้ามีดีแค่นี้”ร่างผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลงองุ้มลง กล้ามเนื้อปูดบวมขยายใหญ่ ผิวหนังแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มือทั้งสองข้างเริ่มขยายใหญ่งอกเล็บแหลมคมกลายเป็นอุ้งเท้า ใบหน้ายื่นยาวฟันยาวโค้งออกมาเหมือนสัตว์ร้าย กระดูกสันหลังโค้งงองอกปุ่มหนามแหลมออกมา

            โฮกกกกกกกกกกกก!

            ในที่สุดจากโทร์ลตนหนึ่งก็ได้กลายเป็นสัตว์ร้าย4เท้า ไอสีขาวทะลักออกมาจากร่างสัตว์ร้าย

            ฟุ่บ!

            สัตว์ร้ายหายไปจากตำแหน่งเดิมในชั่วพริบตา

            เปรี้ยง!

            กะโหลกสีดำสะบัดไปตามแรง ที่โหนกแก้มเกิดรอยกรงเล็บวาดผ่าน พละกำลังและความเร็วของผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3 เท่าตัว!

            ก๊าซซซซซซ!

            ราชันแห่งความตายนิรันดร์คำรามอย่างคลุ้มคลั่ง กระดูกตั้งแต่ไหล่ขวาไล่ไปจนสุดปลายนิ้วลอยขึ้น ก่อนจะประกอบกันใหม่เป็นดาบกระดูกแหลมคม!

            นี่ไม่ใช่สกิลแต่ดูเหมือนจะเป็นความสามารถเฉพาะตัวของราชันแห่งความตายนิรันดร์

            ดาบกระดูกสะบัดตัดอากาศด้วยความเร็วสูง เข้าห้ำหั่นกับกรงเล็บของสัตว์ร้าย

            วาสเฝ้ามองทุกสิ่งจากระยะไกล แต่น่าเสียดายที่เขามองความเร็วของสัตว์ประหลาดไม่ทันเลยสักนิดเดียว สิ่งเดียวที่เขาเห็นคือเงาวูบวาบสีดำและสีน้ำตาลที่กำลังต่อสู้กันอยู่

            แต่ดูเหมือนว่าราชันแห่งความตายนิรันดร์กำลังได้เปรียบ ความเร็วของสัตว์ร้ายชะลอลงเรื่อยๆเนื่องจากร่างกายเริ่มปรากฏบาดแผล ในทางกลับกันถึงราชันแห่งความตายนิรันดร์จะมีบาดแผลมากขนาดไหนก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต

            “โฮกกกก ข้าทนต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว!”ผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลในร่างสัตว์ร้ายแผดเสียงออกมา ถอยฉากออกห่างไปเกือบร้อยเมตรในชั่วพริบ ปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมอ้าออก ไอสีขาวรอบตัวหมุนวนเกิดเป็นก้อนสีขาวขนาดใหญ่ที่ปากของสัตว์ร้าย พื้นดินใต้เท้าสัตว์ร้ายยุบตัวลงคล้ายทนพลังของก้อนสีขาวนั้นไม่ไหว

            “เหมือนจะแย่นะ”วาสพึมพำ เขารู้ว่าก้อนสีขาวนั้นอันตรายแน่ๆ จึงสั่งการทางความคิดให้ราชันแห่งความตายนิรันดร์บินฉิวไปทางกองทัพโทร์ล

            ด้วยความเร็วที่น่าทึ่งเพียงชั่วอึดใจราชันแห่งความตายนิรันดร์ก็มาอยู่ที่หลังสุดของกองทัพโทร์ลที่กำลังวิ่งหนีตายกันอยู่และขวางทางไว้

            “เจ้ากำลังทำอะไรอยู่ เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าหรือยังไง!”ผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลคลุ้มคลั่งไปแล้ว เขาไม่ลังเลที่จะทำร้ายเผ่าพันธุ์เดียวกัน ในที่สุดลูกบอลสีขาวก็รวมพลังจนเสร็จสิ้นและระเบิดพลังออกมากลายเป็นคลื่นแสงทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางทาง!

            บูมมมมมมมม!

            “ไม่!”เหล่าโทร์ลจำนวนมากกรีดร้อง แต่สายไปแล้ว ทุกแห่งที่ลำแสงสีขาวเคลื่อนผ่านถูกทำลายเป็นผุยผง พื้นดินเรียบเนียนเกลี้ยงไม่มีอะไรเหลืออยู่

            ก๊าซซซซซ!

            ราชันแห่งความตายนิรันดร์ไม่ยอมแพ้กระดูกสีดำลอยขึ้นประกอบกันกลายเป็นโล่กระดูกขวางกั้นลำแสงสีขาวไว้!

            เปรี้ยง!

            ลำแสงสีขาวกระแทกเข้าที่โล่สีดำอย่างจัง รอยปริแตกขยายไปทั่วโล่ก่อนที่โล่กระดูกจะกระจัดกระจายไปทำให้ลำแสงนั้นพุ่งทะลวงเข้าร่างราชันแห่งความตายนิรันดร์โดยตรง!

            กระดูกสีดำเริ่มปรากฏรอยแตกร้าวแต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำลายมัน!

            ผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลในคราบสัตว์ร้ายกำลังหอบหายใจ สกิลเมื่อครู่สร้างภาระให้ร่างกายสัตว์ร้ายนี้อย่างหนัก แต่เมื่อเห็นว่าราชันแห่งความตายนิรันดร์ยังไม่ถูกทำลายจึงกัดฟันพุ่งทะยานเข้าใส่ทั้งๆที่ร่างกายบอบช้ำ

            “ตายซะ!”กรงเล็บคู่หน้าสะบัดลงที่ด้านหลังมีเงาสัตว์ร้ายขนาดยักษ์พาดผ่านและสะบัดกรงเล็บลงพร้อมกัน!

            แต่ราชันแห่งความตายนิรันดร์คล้ายไม่หวาดหวั่น ใบหน้าที่เหลือแต่กระดูกกลับเหมือนฉีกยิ้ม

            สกิลระเบิดแห่งความตาย!

            ตูม!

            แรงระเบิดพัดกวาดทุกสิ่ง กองทัพโทร์ลที่บอบช้ำจากการต่อสู้ของสองสัตว์ประหลาด เมื่อเจอกับแรงระเบิดนี้ก็หมดทางรอด ไม่ต้องพูดถึงผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลที่อยู่ใกล้แรงระเบิดที่สุด ใบหน้าของผู้นำแห่งเผ่าโทร์ลแสดงสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด

            แรงระเบิดกินพื้นที่กว่าครึ่งกิโลเมตร หมอกสีดำแพร่กระจายมาจากจุดสูญกลางระเบิด หลายชีวิตที่โชคดีรอดจากแรงระเบิดสุดท้ายก็ต้องมาถูกหมอกสีดำนี้สูบพลังชีวิตไปทีละช้าๆ

            “อั๊ก!”ใกล้ศูนย์กลางจุดระเบิด มีร่างโทร์ลยักษ์นอนฟุ่บอยู่ ไม่น่าเชื่อ! แม้จะเจอแรงระเบิดเช่นนั้นแต่ผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลกลับยังไม่ตาย!

            “ขะ..ข้าจะต้องไม่ตายที่นี่..”บนร่างของผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลมีชิ้นเนื้อหลายแห่งหลุดหายไป ถ้าไม่ใช่เพราะร่างสัตว์ร้ายของเขา น่ากลัวคงรอดมาไม่ได้

            ผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลรับรู้ถึงพลังชีวิตที่เริ่มถูกกัดกร่อน โทร์ลยักษ์กัดฟันฝืนใจตะเกียกตะกายคลานไปกับพื้น เวลานี้แม้แรงจะยืนก็ไม่เหลืออีกแล้ว

            “ถ้าข้ารอดออกไปได้ สิ่งแรกที่ข้าจะทำก็คือไปฆ่าเจ้านั่น!”แรงมุ่งมั่นในการเอาชีวิตรอดของผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลพุ่งขึ้นสูง เขาไม่ได้โง่ เขารู้ว่าโครงกระดุกสีดำนี้เป็นสกิลที่บุคคลลึกลับในเกราะหนานั้นสร้างขึ้น

            แม้จะอยากหาโอกาสระหว่างต่อสู้ไปฆ่าตัวการแค่ไหน แต่ราชันแห่งความตายนิรันดร์ไม่เคยปล่อยให้เขาทำเช่นนั้น

            “ข้าต้องรอด”ผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลคลานไปกับพื้นคล้ายสัตว์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บ

            100เมตร...200เมตร...300เมตร..400เมตร...

            ในระหว่างทางสิ่งเดียวที่ผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลเห็นก็คือซากศพที่แห้งเหี่ยวของโทร์ลจำนวนมหาศาล ความเคียดแค้นของผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลพุ่งขึ้นสูง สำนึกตัวว่าถึงแม้จะรอดไปได้แต่เผ่าพันธุ์โทร์ลก็นับว่าล่มสลายไปแล้ว

            “อย่างน้อย...ก่อนตายข้าก็จะต้องล้างแค้นให้ได้”ทุกวินาทีที่อยู่ในหมอกสีดำ ร่างกายของผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลก็แห้งเหี่ยวไปเรื่อยๆ จากโทร์ลยักษ์ร่างหนาบึกบึนก็กลายเป็นแค่โทร์ลร่างผอมหนังหุ้มกระดูก

            “สะ...แสงสว่าง”ระยะทางแค่500เมตร แต่สำหรับผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลมันไม่ต่างจากหนทางที่ไหลสุดลูกหูลูกตา สาเหตุเดียวที่ผลักดันผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลให้คลานมาถึงตรงนี้ได้มีเพียงเจตนาแห่งการแก้แค้นเท่านั้น

            ทันทีที่มือหนังหุ่มกระดูกยื่นออกไปจากหมอกสีดำ สัมผัสจากความร้อนของแสงแดดที่สัมผัสได้ทำให้ผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ลยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

            “ข้ารอด...”

            ฉับ!

            ดาบเล่มใหญ่ตกลงแทงผ่านคอผู้เฒ่าสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์โทร์ล โทร์ลผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ดับลมหายใจสุดท้ายไป

            “เสียใจด้วย แกไม่รอด..”

            -ขอแสดงความยินดี ตอนนี้ท่านบรรลุถึงเลเวล 40 แล้ว-

            -เริ่มต้นกระบวนการกลายพันธุ์ใน 5..4...3..2..1-