“พลังธาตุไฟแยกออกจากกัน...”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อดวงตาเบิกกว้าง รู้สึกจุกภายในลำคอตลอดเวลา สมองอันเป็นที่ลำพองใจเคลื่อนไหวช้าลง --- มีเพียงจอมเวทที่สามารถควบคุมพลังธาตุสายตรงข้ามเท่านั้นจึงจะสามารถลดความรุนแรงของเวทมนตร์ระดับสูง ตนเห็นกับตาว่ายามโม่เจ๋อเอ่อร์ทำภารกิจใช้พลังเวทธาตุน้ำแข็ง ทว่ายามนี้อีกฝ่ายฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วหลังถูกโจมตีด้วยคัมภีร์เวทสายฟ้าเป็นอันดับแรก ภายหลังยังสามารถหนีออกจาก ‘กระแสเปลวเพลิง’ อันเป็นเวทมนตร์ขั้นสูงได้โดยไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย แท้จริงแล้วทำได้อย่างไรกัน?!
แม้กระทั่งเผ่าสัตว์กลายร่างบางตนที่มีบรรพบุรุษเป็นสัตว์ปีศาจก็ยังมิอาจมีความสามารถในการควบคุมพลังธาตุได้ถึงสามชนิด...โม่เจ๋อเอ่อร์คือตัวประหลาดอันใดกัน? หรือจะเป็นจอมเวทสามธาตุเช่นนั้นหรือ??
สายตาของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อเผยให้เห็นถึงความหวาดกลัวอยู่ลึกๆ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมา
ความสามารถของโม่เจ๋อเอ่อร์เหนือกว่าที่ตนคาดการณ์เอาไว้ อีกทั้งยังสูญเสียความได้เปรียบก่อนหน้านี้ไปแล้วเช่นกัน หากอาศัยเพียงกำลังของตน หลู่เต๋อและคนที่ยังเหลืออยู่เหล่านั้นก็ยังมิใช่เรื่องง่ายที่จะได้กลับมาเหนือกว่าอีกครั้ง แผนการแต่เดิมคือจับเป็นคนทั้งสองที่ไล่ตามมา หรืออย่างเลวร้ายที่สุดก็เพียงสังหารทิ้ง เมื่อตรอกขี้เถ้าสูญเสียหนึ่งในผู้นำ จะต้องเกิดความวุ่นวายอย่างแน่นอน
เพียงแต่เมื่อดูจากสถานการณ์ในยามนี้ ตนไม่อาจไม่ใช้วิธีการที่เตรียมเอาไว้ล่วงหน้าเสียแล้ว...
“...หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างราชาปีศาจมิใช่คนธรรมดาอย่างที่คิดจริงๆ เป็นข้าที่คาดการณ์ผิดไป กลยุทธ์ผิดพลาดเสียแล้ว”
เมื่อเห็นคนทั้งสองตั้งท่าเตรียมต่อสู้อีกครา จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อปรบมือ พลันเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ออกมา
“เพราะมีภารกิจติดตัว ข้าเองก็ลำบากใจมากเช่นกัน หีบใบนั้นในมือของเจ้า ข้ามีความจำเป็นต้องเอามาให้ได้”
“สำหรับผู้อื่น เอ่ยถึงสิ่งที่ขโมยมาด้วยวาจาอันทรงเกียรติเช่นนี้นับว่าน่ากระดากใจมิน้อยจริงๆ”
โม่จ้านแค่นหัวเราะเย้ยหยัน สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของพลังธาตุรอบกายจึงกระชับกริชในมือให้แน่นยิ่งขึ้น
“เพียงแต่สำหรับหัวหน้ากิลด์จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อที่หนังหน้าหนาระดับหนึ่ง คงจะคุ้นชินจนกลายเป็นเรื่องทั่วไปนานแล้วกระมัง?”
“พลังแห่งเปลวเพลิงแผดเผา ตัวข้าขอเรียกพวกเจ้ามายังสถานที่แห่งนี้ เปลี่ยนแปลงจำแลงกายเป็นสัตว์ร้ายทำลายโลกหล้า กวาดล้างทุกสรรพสิ่งอันน่าเกลียดชัง!!!”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ท่อนแขนขวายกขึ้นสูงขณะบริกรรมคาถา ลวดลายเวทมนตร์บนเกราะคุ้มกันต้นแขนพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงและเริ่มปลดปล่อยสะเก็ดไฟ ไม่นานนัก มังกรเพลิงขนาดใหญ่กำลังแยกเขี้ยวยิงฟันได้ก่อรูปร่างขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะกระโจนมาทางพวกโม่จ้านสองคน
ตนก็นึกแล้วว่าเหตุใดจึงไม่เคยเห็นคทาของอีกฝ่าย ที่แท้นั่นเป็นชุดเกราะลายวงเวทย์ที่ใช้แทนไม้คทา หนึ่งชุดราคานับหมื่นเหรียญทอง...เป็นบุคคลผู้ร่ำรวยเสียจริง
โม่จ้านขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางส่งเสียง ‘จิ๊’ ออกมาก่อนจะขยับย้ายตำแหน่งเบี่ยงหลบด้วยความว่องไว ซีนั่วกระโดดออกจากวงล้อมการต่อสู้และซ่อนตัวไปทางด้านข้าง ยกคทาขึ้นโบกพัดใบมีดสายลมไม่กี่เล่มไปทางมังกรเพลิงเพื่อล่อมันออกไป ทว่ากลับพบว่ามังกรเพลิงตัวนั้นเอาแต่รบเร้าก่อกวนโม่จ้านมิยอมหยุด ไม่ได้สนใจตนแม้แต่น้อย
มังกรเพลิงที่โกรธเกรี้ยวพ่นลูกไฟขนาดใหญ่ออกมา โม่จ้านตวัดมือสร้างกำแพงน้ำแข็งกั้นเอาไว้พร้อมทั้งฉวยโอกาสวิ่งออกจากวงล้อมก่อนกำแพงน้ำแข็งจะละลาย ทว่ามังกรเพลิงมิได้หยุดพ่นไฟ กลับบินข้ามกำแพงน้ำแข็งไล่ตามโม่จ้านที่กำลังวิ่งอย่างรวดเร็ว ซีนั่วตื่นตระหนกเมื่อเห็นปฏิกิริยาของมังกรเพลิง คำเตือนที่โพล่งออกไปถูกกลับคำกลางคัน
“นายท่านโม่เจ๋อเอ่อร์ระวัง เป้าหมายของมังกรเพลิงตัวนั้นคือท่าน...ไม่ใช่ คือหีบใบนั้น!!!”
มังกรเพลิงออกอาละวาดอย่างดุดัน คล้ายว่าการโจมตีทุกครั้งจะมุ่งเป้าไปที่เด็กหนุ่มเผ่าปีศาจ ทว่าความจริงแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น—ด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่บรรจุอยู่ในร่างอันใหญ่โตของมังกรเพลิง ขอเพียงสัมผัสได้ถึงนายท่านโม่เจ๋อเอ่อร์ก็จะพุ่งตรงเข้าไปจัดการทันที ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้นจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อยังรู้ว่าเวทธาตุไฟใช้ไม่ได้ผลกับโม่เจ๋อเอ่อร์ กระนั้นเขาก็ยังยอมเสียพลังวิญญาณเพื่อขับเคลื่อนมังกรธาตุไฟให้พ่นไฟ เช่นนั้นอธิบายได้เพียงแค่ว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายมิใช่นายท่านโม่เจ๋อเอ่อร์ หากแต่ต้องการที่จะทำลายหีบที่บรรจุสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์แทนตนขององค์ราชาปีศาจ!!!
ตนยินดีจะเป็นปลาตายตาข่ายขาดกระนั้นยังคงต้องขัดขวางการเรียกรวมพลเผ่าปีศาจของอีกฝ่ายและลดพลังต่อสู้ของเผ่าปีศาจให้ได้มากที่สุด นั่นคือจุดมุ่งหมายของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ
ซีนั่วร้อนใจดังไฟลนกระนั้นกลับจนใจเพราะมิอาจช่วยอันใดได้แม้แต่น้อย --- หากตนดันทุรังเข้าไปผสมโรงนั่นยิ่งเท่ากับเป็นการสร้างปัญหา ธาตุไฟมีแต่จะยิ่งอาศัยแรงธาตุลมทำให้นายท่านโม่เจ๋อเอ่อร์เสียจังหวะเท่านั้น
“ซีนั่ว เจ้าไปจัดการกับคนที่เหลือ อย่าปล่อยให้พวกเขาหนีไปได้!”
ท่ามกลางกระแสเปลวเพลิงแผดเผาในอากาศ หางตาของโม่จ้านสังเกตเห็นมังกรกึ่งมนุษย์ร้อนรนเสียจนไม่รู้จะทำอย่างไร เข้าใจดีเป็นอย่างยิ่งว่าคำสั่งของตนในยามนี้จึงจะเป็นยาลูกกลอนสงบใจให้อีกฝ่าย ซีนั่วพยักหน้าโดยพลัน กวัดแกว่งคทาเวทก่อนจะพุ่งเข้าจัดการทหารรับจ้างกลุ่มเล็กที่กำลังลอบหนีไปไกลทันที
“หลู่เต๋อ ปกป้องคนอื่นๆ ให้ดี ยิ่งหนีไปได้ไกลเท่าใดยิ่งดี!..แค่กๆๆๆ..”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อเหงื่อผุดเต็มใบหน้า กัดฟันพลางขับเคลื่อนมังกรเพลิงที่กำลังบินขึ้นลงไปมา อีกฝ่ายเคลื่อนไหวฉับไวท่ามกลางกระแสเปลวเพลิงมิต่างกับปลาไหล แม้ว่าตนจะเปี่ยมพละกำลัง กระนั้นยามนี้กลับยังฝืนต่อไปมิไหวอยู่บ้าง
ครั้นสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยบนใบหน้าของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ โม่จ้านเผยหนึ่งรอยยิ้มคล้ายกำลังคิดบางสิ่ง ทันใดนั้นการเคลื่อนไหวภายใต้ฝ่าเท้าของเด็กหนุ่มพลันถูกเร่งความเร็วขึ้น แทรกกายออกจากรอยแยกของเปลวเพลิง พุ่งตรงไปยังจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ ลุงใหญ่ไว้หนวดเคราไม่ทันตั้งตัว ท่ามกลางความตื่นตระหนก มังกรเพลิงที่สูญเสียการควบคุมและกำลังไล่ตามโม่จ้านพุ่งเข้าโจมตีจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อจากทางด้านข้าง เปลวเพลิงลุกโชนปกคลุมร่างของมังกรเพลิงเฉียดผ่านหน้าอกของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ เกือบจะทำร้ายผู้อัญเชิญที่ร้อนรนจนไม่รู้จะทำอย่างไรเสียแล้ว
“มารดามันเถอะ...!!”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อบริภาษเสียงต่ำ พยายามฝืนยกแขนขวาขึ้นมา กึ่งนั่งคุกเข่าลงกับพื้นพลางหอบหนัก ทว่าเรื่องราวยุ่งยากยังคงหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดยั้ง จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อเพิ่งสงบสติอารมณ์ลงได้ หางตากลับพบว่าเจ้าตัวใหญ่หลู่เต๋อ เคอเอิน และทหารรับจ้างอีกไม่กี่คนพากันวิ่งกลับมาอย่างจนตรอก
“..แฮ่ก...แฮ่กๆ...ท่านหัวหน้าจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ...เจ้ามังกรกึ่งมนุษย์ผู้นั้นมิยอมลงมาจากฟ้าทั้งยังโยนพลังเวทซี้ซั้ว พวกเราสู้เขาไม่ไหวจริงๆ...”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อโกรธจัด เขากัดฟันอย่างแรงพลางร้องบริภาษอีกหนึ่งประโยค วงเวทย์บนแขนขวาพลันแปรเปลี่ยนไปทันใด มังกรเพลิงตัวใหญ่สลายตัวกลายเป็นเปลวเพลิงเต็มท้องฟ้าพร้อมทั้งพุ่งตรงเข้าหาโม่จ้านราวกับฝนอุกกาบาต
“พลังวิญญาณของข้าใกล้จะฝืนต่อไปมิไหวแล้ว ไม่ต้องมัวสนใจหีบใบนั้น การรักษาชีวิตเป็นสิ่งสำคัญที่สุด!”
หลู่เต๋อชะงักงัน หลังจากนั้นพลันเข้าใจในทันใด รีบดึงลุงใหญ่ไว้หนวดเคราที่ค่อนข้างโรยแรงวิ่งออกไปทันที
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อแพ้พ่าย ซีนั่วดีใจอย่างเห็นได้ชัด รีบโปรยกายลงข้างกายโม่จ้านทันที เตรียมจะใช้พลังเวทธาตุลมพัด ‘หินอุกกาบาตเพลิง’ ทว่ายังไม่ทันได้ลงมือ ก้อนน้ำแข็งขนาดเท่ากำปั้นกลับปะทะลงบนใบหน้าของมังกรกึ่งมนุษย์
ซีนั่วถูกกระแทกเสียจนงุนงง หันไปมองผู้กระทำด้านข้างโดยสัญชาตญาณ ทว่ากลับพบว่าอีกฝ่ายขมวดคิ้วแน่น นึกมิถึงว่าจะโยนหีบล้ำค่าขึ้นกลางอากาศ
“นายท่านโม่เจ๋อเอ่อร์ ท่านจะทำอันใด?! อย่า---”
ขณะเอ่ย หัตถ์สลัวพลันง้างขึ้นกลางอากาศ จัดการคว้าหีบแล้วโยนไปทางทิศใต้ พวกจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อที่กำลังหลบหนีสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ทันทีที่หันหน้ากลับมาพลันพบกับหีบที่ลอยลงมาจากฟากฟ้า ไม่เพียงแต่ไม่เผยสีหน้ายินดี กลับยังมีสีหน้าเปี่ยมด้วยความหวาดกลัวเสียแล้ว
“ปัง!!!”
เสียงระเบิดกะทันหันดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี กลบเสียงกรีดร้องโหยหวนเอาไว้ ฝุ่นควันลอยคลุ้งเต็มอากาศ ก้อนหินปลิวว่อน เนินทรายเล็กถูกแรงระเบิดเสียจนแตกกระจาย กระทั่งต้นไม้ละแวกใกล้เคียงยังถูกระเบิดเสียจนขาดท่อน มังกรกึ่งมนุษย์เบิกตาอ้าปากค้างมองไปยังพื้นที่ที่ถูกระเบิดจนระเกะระกะอยู่ไม่ไกล
โม่จ้านแบมือทั้งสองข้าง เผยสีหน้าท่าทางเช่นผู้บริสุทธิ์
“นี่คือสัมภาระของพวกเขา เอาคืนให้พวกเขาเสียก็สิ้นเรื่อง”