ตอนที่สี่สิบหก สามัญสำนึกของบาบาเรี่ยน
สามัญสำนึกใช่ของสามัญหากแต่ละคนเจอมาอย่างผมที่เจอว่าอยู่ดีดีสาวที่หลงรักเราก็เป็นแวมไพร์และใช้พลังสะกดจิตเราและเราดันติดดีบัฟเพราะทานเหล้าและโดนยามอมนอนหลับไปด้วย
ต่อให้ร่างกายของเราแข็งแกร่งไปเจอในช่วงสถานะดีบัฟเสียเปรียบมันก็สี่ยงอยู่มากสำหรับผม
ในโลกที่แวมไพร์สามารถใช้ภาพมายาต่างๆได้และปีศาจสามารถปลอมตัวเป็นม้าได้
คนที่ผ่านสมรภูมิมาเยอะเท่านั้นถึงจะได้รู้ว่า
DM ต้องการล่อให้เราตกไปอยู่ในอันตรายด้วยแผนการต่างๆ
ผมเคยถาม DM ไว้อย่างหนึ่งเขาบอกว่านั่นคือส่งที่เรียกว่า
Complication ความซับซ้อนหรือปัญหาที่จะตามมา
หากเราจะไปจีบสาวที่เป็นลูกสาวบารอน
เราก็จะต้องเจอปัญหาในสเกลบารอน
หรือแบบเดียวกับดาบเวทย์หากมันเป็นดาบของดีล่ะก็คนที่คิดจะแย่งมันก็จะมาที่เราทั้งทวีปนั่นล่ะ
ดังนั้นเราจึงควรใช้วิธีแบบเดียวกับดัมเบิ้ลดอร์เวลาได้ดาบ
คือต้องไม่ให้ใครรู้ว่าเรามีของดีอะไรนักเราถึงจะได้หลับตานอนได้อย่างสงบ
ซันแฟงก์นี้เหมาะมากในการเป็นเป้าล่อหากจะมีใครขโมยของของผมไป
เพราะของที่ผมเก็บไว้ในกระเป๋าของผมนั้นมันอันตรายกว่าซันแฟงก์นี้
ผลมาจากการที่ผมที่มีกำลังมากที่สุดคือคนที่ต้องเป็นคนแบกข้าวของให้พวกเพื่อนๆในการผจญภัยนั่นเอง
และอย่างที่รู้พวกเราติดนิสัยซูเปอร์สตาแมนที่ชอบจะยึดครองฐานทัพของบอสเอาไว้เป็นบ้านตนเอง
แม้เราจะโดน DM พยายามไล่เราหลายครั้งพวกเราก็ยังไม่เข็ดเพราะพวกเราเสียดายข้าวของระหว่างทาง
แต่จากความพยายามหลายครั้ง
เราก็เจอจุดสมดุลที่แลกระหว่างการปล่อยให้ฐานทัพพังทลายไปอย่างที่DM ต้องการและการเก็บหนังสือเวทย์สุดชั่วร้ายต่างๆที่บางครั้งพวกเราฉีกหน้าแรกและหน้าสุดท้ายออกก่อนที่จะปล่อยขายในตลาดมืด(และแก้ไขข้อความบางส่วนในหนังสือของส่วนประกอบเวทย์จากเครื่องในของมังกรทองฝ่ายดีให้เป็นเครื่องในของจ้าวแห่งนรก)
จนพวกเราโดนกลุ่มโจรและลัทธิประหลาดต่างๆไล่ล่าและตำราเวทย์มืดก็กลับคืนมาสู่เจ้าของที่แท้จริงอันชอบธรรมคือพวกเราและอยู่ในกระเป๋าของผมในที่สุด
ผมตบบ่าคลอฟอร์ด องค์ชายที่ขุนนางเย่อหยิ่งและจ้องตาเขาโดยตรง
ดวงตาสีเหล็กของผมจ้องไปที่ตาสีฟ้าของเขาเพื่อป้องกันเขาโกหกเผื่อจะเป็นภูตปลอมตัวมา
“ข้าไว้ใจเจ้าในเรื่องนี้ได้ใช่ไหม?สาบานด้วยเกียรติของเจ้า”
ผมกล่าวต่อคลอฟอร์ดอย่างจริงจัง
ที่สร้างความงุนงงให้กับทุกคนรอบข้างอีกครั้ง
ว่าเจ้าบาบาเรี่ยนคนนี้จริงจังกับที่ตนเองพูดไปหรือนี่
“พวกเจ้าที่คิดจะเข้าหาข้าตอนกลางคืนก็ต้องผ่านคลอฟอร์ดไปก่อนรู้ตัวไว้เสียด้วย”
ผมกล่าวต่อคนรอบข้างที่มุงดูพวกเราอยู่
แต่ละคนอาจจะรังเกียจลูกขุนนางองค์ชายเย่อหยิ่งในแนวอิเซไค แต่ผมชอบมาก
เพราะอย่างน้อยก็ได้รู้ว่าจุดยืนของพวกนี้อยู่ที่ตรงไหน
มากกว่าเจ้าหญิงอัศวินที่หนีมาในห้องเราตอนกลางคืนให้เราช่วยพาเธอหลบหนีออกจากครอบครัวที่กดดันเธอและเราได้รู้ที่หลังว่าเธอต้องการเอาตัวเราไปเป็นเหยื่อบูชายัญของคูธฮลู Eldtricth Being
เพราะผมเจอเรื่องอย่างนี้หลายครั้งเข้า
พอมาเป็นชีวิตจริงๆของผมผมเลยรอบคอบกว่าเดิมเพราะขาดปาร์ตี้คอยไปช่วยผมแบบที่เคยมีมา