“ริมฝีปากของพระองค์ที่ประทับลงมานั้นอบอุ่นและอ่อนโยนทลายกำแพงความอดทนทั้งหมดที่หม่อมฉันเคยสร้างไว้จนหมดสิ้นความทรมานอันแสนหวานที่ต้องเก็บงำความรู้สึกมาเนิ่นนานได้แปรเปลี่ยนเป็ความปรารถนาที่ซื่อตรงััจากฝ่าพระหัตถ์ของพระองค์ที่ลูบไล้ผ่านอาภรณ์ผ้าเนื้อหยาบของหม่อมฉันนั้นร้อนรุ่มส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่พระองค์ก็ทรงเก็บไว้เช่นกัน”
“ใต้แสงจันทร์นวลที่สาดส่องลงมายังโอเอซิสที่พักพิงกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง เราต่างเปลือยเปล่าต่อกัน ไม่ใช่เพียงร่างกายแต่คือดวงิญญาที่อ้างว้างสองดวงที่ค้นพบกันและกันหม่อมฉันมองลึกลงไปในพระเนตรของพระองค์และเห็นเพียงความรักความอาทรที่ไม่ได้แบ่งแยกชนชั้นหรือรูปลักษณ์ภายนอก”
“เมื่อพระองค์เคลื่อนแก่นกายเข้ามาเป็หนึ่งเดียวกับร่างกายหม่อมฉัน...ความเ็ปเพียงเล็กน้อยในคราแรกก็มลายหายไปอย่างรวดเร็วถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้นและเติมเต็มทุกอณูของหัวใจมันคือท่วงทำนองแห่งรักที่สองหัวใจบรรเลงร่วมกันอย่างโหยหา ทุกัั ทุกจุมพิตคือการปลอบประโลม คือคำมั่นสัญญาที่ไร้เสียง คือการเยียวยาาแจากการพลัดพรากและความเดียวดายจนกระทั่งเราเดินทางไปถึงจุดสูงสุดพร้อมกันสติสัมปชัญญะของหม่อมฉันเลือนหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความสุขสมที่บริสุทธิ์ที่สุด”
ในอ้อมกอดของพระองค์ที่ชุ่มเหงื่อภายใต้แสงจันทร์หม่อมฉันได้ค้นพบความสงบสุขที่แท้จริงเสียงลมที่พัดผ่านใบอินทผลัมและเสียงหัวใจของเราที่เต้นเป็จังหวะเดียวกันคือบทเพลงที่ไพเราะที่สุดในโลก
“วินาทีนั้น... หม่อมฉันไม่ใช่ซิงจวนธิดาอ๋อง... หม่อมฉันเป็เพียงสตรีคนหนึ่งที่รักบุรุษตรงหน้าจนหมดหัวใจ”
“ความบริสุทธิ์ที่องค์รัชทายาททรงกังวลนักหนา...หม่อมฉันได้มอบมันให้แก่พระองค์ในค่ำคืนนั้นด้วยความเต็มใจเพคะมันไม่ใช่การสูญเสียแต่เป็การรวมกันเป็หนึ่งเดียวของเราหลังจากที่ต้องพลัดพรากกันมานานแสนนาน”
“ในอ้อมกอดของพระองค์หม่อมฉันรู้สึกปลอดภัยและเป็ที่รักอย่างที่สุดเป็การยืนยันว่าความเสียสละทั้งหมดที่ผ่านมานั้นมันคุ้มค่า”
“หลังจากคืนนั้นความสัมพันธ์ของเราก็ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การได้สอนและเรียนรู้สิ่งต่างๆร่วมกันเป็ความสุขที่หาใดเปรียบ และวันที่พระองค์มอบอิสรภาพให้...การได้รับหวีไม้จันทน์จากพระองค์ เป็ทั้งของขวัญและเครื่องยืนยัน...ว่าพระองค์ทรงรักหม่อมฉัน ไม่ว่าจะอยู่ในรูปลักษณ์ใดก็ตาม”
“หลังจากที่พระองค์จากไปพร้อมกับคณะทูตหม่อมฉันได้แยกตัวออกจากกลุ่มทาสที่เป็ไทแล้ว หาที่สงบเพื่อใช้แหวนที่ท่านเซียนหญิงมอบให้เดินทางกลับ”
“แต่ด้วยพลังของหม่อมฉันที่ยังไม่แก่กล้าพอประกอบกับสภาพร่างกายที่อ่อนล้าจากการเดินทางยาวนานทำให้การย่นระยะทางไม่สมบูรณ์แบบแขนเสื้อของหม่อมฉันเกี่ยวเข้ากับโขดหินแหลมคมจนฉีกขาดทิ้งไว้เื้ั...นั่นคงเป็เหตุผลที่ทำให้ชาวบ้านคิดว่าหม่อมฉันถูกโจรทำร้ายจนเสียชีวิต”
องค์รัชทายาทนิ่งฟังเื่ราวทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเกินกว่าจะบรรยายได้พระองค์ทั้งตกตะลึง ทึ่งในความกล้าหาญ รู้สึกผิดที่ทำให้นางต้องลำบากและซาบซึ้งในความรักที่นางมีให้อย่างท่วมท้น แต่กระนั้น...เื่ราวทั้งหมดมันก็ยังยากเกินกว่าจะเชื่อได้ในทันที
“ซิงจวน... เื่ที่เ้าเล่ามา...มัน... มันราวกับนิทานปรัมปรา ถึงข้าได้ข่าวมาว่าพระบิดาของเ้าเป็ลูกศิษย์เซียนแห่งหลิงอวิ๋นแต่ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเ้าไม่ได้แต่งเื่มาลวงข้า”
ซิงจวนยิ้มรับอย่างเข้าใจ
“เช่นนั้นก็ให้หม่อมฉันพิสูจน์นิทานเื่นี้ให้ประจักษ์เถิดเพคะ”
นางลุกขึ้นยืนกลางห้องหลับตาลงและรวบรวมสมาธิ พลันปรากฏแสงสีทองอ่อนๆ ห่อหุ้มร่างของนางไว้รูปร่างหน้าตาและผิวพรรณของนางค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปในชั่วพริบตาจากซิงจวนผู้สูงศักดิ์ในอาภรณ์ผ้าฝ้าย กลายเป็ไลลาทาสสาวผู้มีผิวกร้านแดดและดวงตาแข็งกร้าว... คนเดียวกับที่อยู่ในความทรงจำของพระองค์ไม่ผิดเพี้ยน
องค์รัชทายาทถึงกับผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความตกตะลึงจนพระวรกายสั่นเทา พระองค์อ้าปากค้างตรัสอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยสุรเสียงที่สั่นเครือ
“ไม่จริง... เ้า...เ้าทำทั้งหมดนี่เพื่อข้า... ความลำบากทั้งหมดนั่น... เ้าทนมันได้อย่างไรกัน!”
ความตกตะลึงแปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกรักและหวงแหนอย่างสุดซึ้งพระองค์โผเข้ากอดร่างธิดาอ๋องในคราบของไลลาไว้แน่นสูดกลิ่นอายที่คุ้นเคยซึ่งไม่ได้มาจากเครื่องหอมชั้นสูงแต่เป็กลิ่นแดดและกลิ่นทรายจางๆ ที่พระองค์จำได้ดี
“ไลลา...” พระองค์กระซิบเรียกชื่อนั้นด้วยความรักใคร่ “ไลลาของข้า... ซิงจวนของข้า...เ้าคือทุกสิ่งทุกอย่างของข้าจริงๆ”
ซิงจวนในร่างของไลลากอดตอบพระองค์แน่นนางลูบแผ่นหลังของพระองค์เบาๆ เพื่อปลอบประโลม
“ตอนนี้หม่อมฉันอยู่ที่นี่แล้วเพคะ...อยู่กับพระองค์แล้ว”
ทั้งสองกอดกันปล่อยให้ความรู้สึกทั้งหมดหลอมรวมกันเป็หนึ่งเดียว หลังจากคลายอ้อมกอดองค์รัชทายาทก็จูงมือนางให้นั่งลงอีกครั้งพระองค์ยังมีคำถามอีกมากมายเกี่ยวกับชีวิตบนเส้นทางสายไหมที่อยากจะถามไถ่แต่ซิงจวนกลับเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน
นางชี้ไปยังกองสิ่งของที่เหลืออยู่บนโต๊ะ
“ตอนนี้พระองค์ได้ทรงทราบความจริงของเื่เล่าสองเื่แล้ว...แต่การเดินทางของพระองค์ยังไม่จบสิ้น หม่อมฉันอยากจะฟังเื่ราวต่อไป...เื่ราวของสตรีผู้เป็เ้าของกำไลข้อเท้าเงินร้อยกระพรวนนี้เพคะ”