ในราชสำนัก เกิดการแย่งชิงอำนาจ ้าแย่งชิงพระราชสมบัติตั้งตนเป็จักรพรรดิ แลขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนต่างฝ่ายต่าง้าแย่งพระราชสมบัติสิ้น ต่างคนต่างก็เกลี้ยกล่อมซ่องสุมสมัครพรรคพวกแลราษฎรเป็กำลังไว้สิ้น ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้องฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนทั้งปวงนั้นมีผลประโยชน์ต้องกันก็ให้ผูกมิตรเป็สมัครพรรคพวกกัน ที่ผลประโยชน์มิต้องกันก็เป็ศัตรูแลต่างฝ่ายต่างด่าเป็ข้อหยาบช้าแต่มิได้มีผู้ใดฆ่ากัน แลองค์จักรพรรดิทรงพระนามพระเ้าสวนสือซว๋านเตี๋ยน พระเ้าสวนสือซว๋านเตี๋ยนฆ่าฝ่ายศัตรูพระองค์เป็อันมากแต่มิสิ้น พระเ้าสวนสือซว๋านเตี๋ยนแลขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนก็แย่งชิงพระราชสมบัติกันยิ่งกว่าแต่ก่อน เหตุซึ่งเป็ทั้งนี้เพราะฟ้าบันดาลประสงค์ให้แผ่นดินแตกออกเป็แปดพันร้อยหมื่นแผ่นดิน
แซ่ซานเซนเป๋าฉือ ชื่อกวนจู๋กวนชิน ชื่อรองเหยว๋หานหนี สูงสามศอก มีปานสองปาน ที่คอนั้นหนึ่ง ที่ข้อมือซ้ายหนึ่งผิวขาว ศรีษะหันไปถึงหลังคอได้จนสุดโดยมิต้องขยับตัวดังหมาป่า นิสัยกริยามารยาทดังแมว มีสติปัญญาแต่เมื่อยังน้อย ผู้คนเยินยอเหยว๋หานหนีเป็อันมาก เหยว๋หานหนีรักอ่านพิชัยาแลหนังสือซึ่งแต่งแต่เมื่อครั้งอดีตนั้นเป็อันมากแต่ยังน้อย แลเหยว๋หานหนีอ่านหนังสือเล่มใดก็รู้แจ้งแตกฉานในหนังสือนั้นทั้งปวง แลแต่งหนังสือไว้อ่านเองเป็อันมาก หากเห็นทัพผู้ใดแตกกลับมาจากการา เหยว๋หานหนีก็แจ้งเหตุที่ทัพนั้นแตกกลับมาสิ้น หากเห็นผู้ใดทำผิด ทำมิชอบ ทำการฟั่นเฟือน ทำการผันแปรไป หากเห็นผู้ใดมิสมปรารถนา หากเห็นผู้ใดได้รับความเดือดร้อน เหยว๋หานหนีก็แจ้งเหตุซึ่งให้เป็ทั้งนั้นทั้งปวงทั้งสิ้นถ่องแท้ แลรู้วิธีแก้สิ้นจนอาจเขียนหนังสือชี้แจงเหตุซึ่งให้เป็ทั้งนั้นแลวิธีแก้สิ้น แลหนังสือดังว่าเหยว๋หานหนีเขียนไว้มิได้หยุดหย่อน จนมีหนังสือเป็จำนวนมากไม่มีที่จะเก็บ
แซ่จินฉู ชื่อสือจือเสิงเสิงหลีเจี๋ย ชื่อรองเหมยสู อายุเท่าเหยว๋หานหนี แลเหมยสูมีน้ำใจหยาบช้า กระทำการกำเริบ ทำให้เหยว๋หานหนีได้รับความเดือดร้อนอยู่เนืองๆ ทำอันตรายแก่เหยว๋หานหนีต่างๆ ครั้งหนึ่งเหมยสูเคยใช้มือจับหัวเหยว๋หานหนีลากไปตามบันไดออกไปถึงชาลาแล้วเอาเชือกผูกคอเหยว๋หานหนี เชือกนั้นเก่ารับเหยว๋หานหนีไว้มิได้ก็ขาดร่วงลงมา ครั้งหนึ่งเหยว๋หานหนีโกรธจัดจนเอาหัวโขกขั้นบันได เหมยสูโกรธก็ให้จับเหยว๋หานหนีไปขังห้องหนึ่งแล้วให้ทำห้องนั้นให้เป็คุก ครั้งหนึ่งเหมยสูเคยใช้สองมือจับตัวเหยว๋หานหนีกระแทกกำแพง เหมยสูเผาบ้านเหยว๋หานหนีแลทรัพย์สินสิ่งของต่างๆทั้งปวงของเหยว๋หานหนี ครั้นเหยว๋หานหนีซ่อมบ้านซ่อมซื้อทรัพย์สินสิ่งของต่างๆทั้งปวงสำเร็จแล้ว เหมยสูก็กลับมาเผาซ้ำอีก เหยว๋หานหนีได้รับความเดือดร้อนเป็อันมาก เหมยสูนั้นรักเสพย์สุรากับเพื่อน เหยว๋หานหนีได้ทรัพย์สินสิ่งของเขียนตำราพิชัยาหนังสือเล่มใดประดิษฐ์สิ่งใดๆได้ เหมยสูก็เก็บของเหยว๋หานหนีทั้งนั้นไว้ทั้งปวง เมื่อเหยว๋หานหนีจะพูดคุยว่ากล่าวหรือชี้แจงแจ้งแถลงไขขอร้องห้ามประการใดเหมยสูก็ให้เหยว๋หานหนีให้เอาทรัพย์สินสิ่งของตำราพิชัยาหนังสือสิ่งประดิษฐ์ทั้งนั้นทั้งสิ้นทั้งปวงให้แก่ตน ครั้งหนึ่งเหมยสูก็ขอให้เหยว๋หานหนียกบ้านแลที่ดินให้แก่ตน เหมยสูใช้เหยว๋หานหนีให้ทำการต่างๆให้แก่ตนเนืองๆ แลเหมยสูต่อว่าด่าทอด่าเหยว๋หานหนีเป็ข้อหยาบช้าต่างๆนาๆทั้งนั้นทั้งสิ้นทั้งปวง เหยว๋หานหนีคิดประการต่างๆทั้งนั้นทั้งสิ้นทั้งปวงก็มิสมคิดคิดไปมิตลอดคิดไปมิเห็นช่องทางแห่งใดประการใดทั้งนั้นทั้งสิ้นทั้งปวงแต่ประการใด เหยว๋หานหนีทนมิไหวให้กระทืบเท้าใช้กำลังแต่ตัวเปล่ากระทบต้นไม้กระทบต้นไผ่เพราะทนมิไหว บิดามารดาพี่ชายเหยวหานหนีต่อว่าด่าทอด่าเหยว๋หานหนีเป็ข้อหยาบช้าต่างๆนาๆทั้งนั้นทั้งสิ้นทั้งปวงบังคับเหยว๋หานหนีว่าเ้าอย่าโมโหอีกมิเช่นนั้นจะตีเสียทำทั้งนี้ส่งผลต่อผู้อื่นด้วย แลบอกวว่าจะตีเหยว๋หานหนีเสียหลายครั้งแลถามด่าซ้ำว่าเป็อะไร เหยว๋หานหนีทนมิไหวมีใจเจ็บโกรธแค้นเป็อันมาก แต่เหยว๋หานหนีทำประการใดมิได้คิดการไปมิตลอด ก็แค้นเป็อันมาก เหยว๋หานหนีจึงปณิธานไว้ว่าจะล้างแค้นให้จงได้
อยู่มาที่บ้านเหมยสูนั้น ต้นไผ่ทั้งปวงก็ออกดอกแลตายสิ้น นกกระเรียนซึ่งอยู่ในป่าใกล้บ้านเหมยสูก็บินหนีหายไปสิ้น มีฝูงนกกระเรียนเป็อันมากบินผ่านบ้านเหยว๋หานหนีไป ต้นไม้ทั้งปวงในบ้านเหมยสูนั้นตายสิ้น มีคนผู้หนึ่งมิใช่หมอดูแต่รู้วิชาดูดวงผ่านบ้านเหมยสูไปจะไปหัวเมืองอื่นแลเห็นดังนั้นจึงทำนายว่าผู้อยู่อาศัยในบ้านนี้ นานไปจะตายเพราะคนที่ซึ่งถูกผู้อาศัยในบ้านนี้ทำให้ได้รับความเดือดร้อนนั้น แลดวงชะตาตกต่ำถึงคราวถึงฆาต แลสกุลในบ้านนี้จะถึงคราวตกต่ำดับสูญถึงคราวถึงฆาตถึงคราววิบัติฉิบหายหายนะตายแลสิ้นสกุลเสียสิ้น
อยู่มา ฝ่ายเหยว๋หานหนีคิดไปมิตลอดจึงออกไปเดินเล่น แลเหยว๋หานหนีหันซ้ายหันขวา หันศรีษะไปจนสุดหลังคออยู่ตลอด หมอดูผู้หนึ่งเห็นเหยว๋หานหนีหันศรีษะไปจนสุดหลังคอมิต้องขยับตัวดังหมาป่าดังนั้น จึงทำนายว่าคนผู้นี้มีใจทะเยอทะยานแลมิได้เกิดมาเพื่ออยู่ใต้อำนาจบารมีสังกัดผู้ใดเห็นเกิดมาเพื่อเป็เ้านายคนทั้งปวงทุกแผ่นดินเห็นฟ้าจะส่งมาให้คิดเป็ใหญ่อยู่เหนือคนทั้งปวงเป็มั่นคง แลเวลากลางคืนวันนั้นหมอดูนั้นฝันว่า จิ้งจอกเก้าหางแลหมาป่าสองตัวรุมกัดโจรผู้หนึ่งตาย ซากนกกระเรียนซึ่งตายก็กลับฟื้นมาเป็ปรกติดังเก่า แลมีับินอยู่บนฟ้า เมื่อตื่นจากฝันหมอดูจึงทำนายว่าซึ่งฝันทั้งนี้อันจิ้งจอกเก้าหางหมาป่านกกระเรียนันั้นหมายถึงเหยว๋หานหนีซึ่งหมอดูนั้นได้เห็นแต่เมื่อวาน จิ้งจอกเก้าหางหมาป่ารุมกัดโจรผู้หนึ่งจนตายนั้นหมายความว่าเหยว๋หานหนีจะกำจัดศัตรูได้ทั้งหมด ซากนกกระเรียนซึ่งฟื้นจากความตายนั้นหมายความว่าเหยว๋หานหนีในตอนนี้ซึ่งชะตาตกต่ำสุดนั้นจะกลับมีชะตารุ่งเรืองก้าวหน้าสูงสุดจะมิเป็อันตรายจากศัตรูจะรักษาตัวรอดพ้นตลอดรอดฝั่งผู้ใดจะทำอันใดแก่เหยว๋หานหนีเหยว๋หานหนีก็มิเป็อันตราย แลัซึ่งบินอยู่บนฟ้านั้นหมายความว่าเหยว๋หานหนีจะได้เป็ใหญ่ยึดได้แผ่นดินทั้งปวงแลอยู่เหนือกว่าผู้คนทั้งปวง
อยู่มา ด้วยฟ้าประสงค์จะให้เหยว๋หานหนีครองแผ่นดินทั้งปวง แลจะให้ราชวงศ์ผีสือหนุ้ของพระเ้าสวนสือซว๋านเตี๋ยนสาบสูญ ก็ให้มีโจรผู้หนึ่งฆ่าพระเ้าสวนสือซว๋านเตี๋ยนขณะประพาสอยู่ แลเมื่อพระเ้าสวนสือซว๋านเตี๋ยนสิ้นพระชนม์ องค์จว๋านเหลียง รัชทายาทขึ้นครองราชย์แทน เมื่อองค์จว๋านเหลียงขึ้นครองราชย์แล้ว ชนเผ่าต่างๆก็บุกเข้าเมืองหลวง ราชสำนักสู้ชนเผ่ามิได้ อำนาจราชวงศ์ผีสือหนุ้ก็อ่อนแอลง ชนเผ่าป่าเถื่อนบุกเข้าราชสำนัก ฆ่าบรรดาขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนเป็อันมาก องค์จว๋านเหลียงถูกชนเผ่าฆ่าสิ้นพระชนม์ ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนนั้นสู้ชนเผ่าป่าเถื่อนมิได้ ครั้นแล้วมีทหารฝีมือเข้มแข็งผู้หนึ่งฆ่าชนเผ่าป่าเถื่อนทั้งปวงสิ้นแต่ตายไปพร้อมกันในสนามรบ แล้วขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนแลสมัครพรรคพวกทหารราษฎรฝ่ายตนก็พากันฆ่าฟันผู้ที่เป็ศัตรูกับตนทั้งสิ้น ต่างฝ่ายต่างมิยอมมอบอำนาจให้แก่กัน แล้วขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนทั้งปวงนั้นก็ตั้งตัวเป็จ้าวสิ้น แล้วรบพุ่งจะแย่งยึดแผ่นดินทั้งปวง ผู้คนทั้งปวงก็ตั้งตนเป็จ้าวสิ้นทั้งแปดพันร้อยหมื่นคน แผ่นดินก็แตกออกเป็แปดพันร้อยหมื่นแผ่นดิน
เหยว๋หานหนีแจ้งดังนั้นก็มีความยินดีเป็อันมาก คิดว่าตัวกูนี้ได้ช่องจะล้างแค้นคนทั้งปวงแล้ว
เมืองหลวงตั้งอยู่ทางทิศใต้ เหยว๋หานหนีแลเหมยสูนั้นอยู่ในตำบลกว๋างโขว เมืองโซวตูจงซิน มณฑลหวูซูเตี๋ยว อยู่ทางทิศอุดรของเมืองหลวงห่างออกไปสองร้อยห้าสิบห้าเส้น
แลเมื่อแผ่นดินทั้งปวงแตกออกเป็แปดพันร้อยหมื่นแผ่นดินนั้น เหยว๋หานหนีได้ช่องซึ่งจะล้างแค้น ก็เที่ยวหาที่ซึ่งจะตั้งตัวเป็ใหญ่ได้นั้น แลไปพบบ้านหลังหนึ่ง มีหุบห้วยหนองคลองบึงป่าเขาแลขุนเขาโอบอยู่หน้าบ้านหลังบ้าน ซึ่งตำราพิชัยานั้นมิให้รบให้ออกไป เหยว๋หานหนีเห็นต้องตามตำราพิชัยาดังนั้น ก็เข้าไปในบ้าน บ้านเป็บ้านร้างมิมีเ้าของ เหยว๋หานหนีขุดร่องน้ำจากหุบห้วยหนองคลองบึงนั้นมาจนถึงในบ้านแล้วปลูกมะระ ชา แตงกวา ไผ่ ส้ม จากหุบห้วยหนองคลองบึงตามร่องน้ำไปจนถึงในบ้าน แลเอาไก่มาเลี้ยงไว้ในบ้าน แล้วเอาปลา กุ้ง หอย ปู มาเลี้ยงไว้ในหุบห้วยหนองคลองบึงแลร่องน้ำไปจนถึงในบ้าน แลเหยว๋หานหนีไปได้กระบี่เล่มหนึ่งในบ้าน เหยว๋หานหนีก็เอากระบี่นั้นไปลองฟันต้นไม้ใหญ่ในป่า ฟันเพียงครั้งเดียวต้นไม้นั้นก็ขาดออกล้มลงเหยว๋หานหนีจึงเก็บกระบี่นั้นไว้กับตัว เวลากลางคืน เหยว๋หานหนีพิเคราะห์ดูดาวก็รู้ว่าจะมีลมจัด
รุ่งเช้า เหยว๋หานหนีบรรทุกคบไปหลายคบจึงเที่ยวหาผู้ซึ่งตั้งตัวเป็จ้าวนั้น เจอผู้ซึ่งตั้งตัวเป็จ้าวนั้นห้าคน ล้วนแต่หาสติปัญญามิได้พูดจาอวดตนดีแต่ตัวชั่วแต่คนอื่น เหยว๋หานหนีก็เอาคบจุดไฟเผาทั้งนั้น เพลิงนั้นก็ไหม้บ้านแลผู้ตั้งตัวเป็จ้าวทั้งนั้นไปสิ้น เมื่อเพลิงสงบเหยว๋หานหนีก็ทำป้ายเขียนชื่อตัวปักลงดินไว้เป็สำคัญ เหยว๋หานหนีเก็บได้มีดยาเป็อันมากก็เก็บเอาไว้ที่บ้านนั้นครึ่งอีกครึ่งเก็บไว้ที่อย่างเก่า แล้วเอากำแพงของบ้านห้าหลังเชื่อมติดกันเป็กำแพงกั้นทิศบูรพาไว้ แล้วขุดหลุมพรางนอกกำแพงไปตามแนวกำแพงเอาหญ้ากลบไว้
เหมยสูเมื่อแผ่นดินเป็จราจล ผู้คนทั้งปวงตั้งตัวเป็จ้าว เหมยสูก็ตั้งตัวขึ้นเป็จักรพรรดิแล้วไปยึดบ้านสิบหลังที่อยู่ติดบ้านตนทั้งแปดทิศแล้วยึดไว้เป็ของตัว ได้ทรัพย์สินสิ่งของแลอาวุธต่างๆเป็อันมาก
มารดาของเหยว๋หานหนีเป็คนตระกูลเซวี๋ยถงฝากวน ตระกูลเซวี๋ยถงฝากวน เป็พี่สาวน้องสาวห้าคน มารดาเหยว๋หานหนีเป็พี่น้องลำดับที่สี่ มารดาเหยว๋หานหนีไม่ถูกกับพี่สาวคนโต ขัดแย้งกันอยู่ ฝ่ายบิดาเหยว๋หานหนี เป็คนตระกูลซานเซนเป๋าฉือ ตระกูลซานเซนเป๋าฉือเป็ตระกูลใหญ่ เคยมีคนในตระกูลเป็นายอำเภอ มารดาเหยว๋หานหนีกล่าวหาบิดาเหยว๋หานหนีว่าไปมีชู้ บิดาเหยว๋หานหนีมีชูจริง ครั้งหนึ่งมารดาเหยว๋หานหนีเคยพาเหยว๋หานหนีไปหาชู้บิดาเหยว๋หานหนีที่บ้านครั้งหนึ่ง มารดาบิดาเหยว๋หานหนีขัดแย้งกันต่อว่าด่าทอด่าเป็ข้อหยาบช้าต่างๆนาๆทั้งนั้นทั้งสิ้นทั้งปวง ต่างฝ่ายต่างทำลายข้าวของทรัพย์สินสิ่งของอีกฝ่ายต่างๆนาๆทั้งนั้นทั้งสิ้นทั้งปวงเป็อันมาก แลมารดาบิดาเหยว๋หานหนีขัดแย้งกันเป็อันมาก ทั้งตระกูลเซวี๋ยถงฝากวนตระกูลซานเซนเป๋าฉือแต่ล้วนวุ่นวายสิ้น
ฝ่ายเหมยสูถือทวนมาถึงกำแพงซึ่งเหยว๋หานหนีตั้งไว้นั้น เห็นป้ายเขียนชื่อเหยว๋หานหนีเป็สำคัญ ก็บุกเข้าไปจะยึดเอา เหมยสูก็ตกหลุมพรางซึ่งเหยว๋หานหนีทำไว้นอกกำแพงนั้น
ฝ่ายเหยว๋หานหนีไปยึดบ้านหลังหนึ่ง ใช้กระบี่ฟันเ้าบ้านตาย ได้หน้าไม้เกาทัณฑ์หอกทวนของ้าวแลรถมาเป็อันมาก ครั้นเหยว๋หานหนีกลับมาเลยไปถึงบ้านห้าหลังซึ่งยึดไว้แต่ก่อนนั้น เห็นเหมยสูตกหลุมพราง ก็เอาลูกหน้าไม้จุดเพลิงยิงใส่หญ้าซึ่งคลุมหลุมพรางที่เหลือนั้นลุกไหม้สิ้น แลลมพัดหนัก เพลิงก็โหมขึ้นเป็กำลัง เหมยสูใช้ทวนแทงดินปากหลุม ดึงตัวเองขึ้นไปถึงปากหลุม ครั้นออกจากหลุมพรางได้ เหมยสูอยู่ในหว่างเพลิง เหมยสูก็ฝ่าเพลิงหนีออกไป ครั้นเพลิงสงบแล้ว เหยว๋หานหนีก็ตัดหญ้าคลุมหลุมพรางไว้อย่างเก่า
ข้างทิศอุดรของเขตแดนที่เหยว๋หานหนียึดไว้ตั้งตัวเป็ใหญ่นั้น บรรดาผู้ตั้งตัวเป็จ้าวถึงยี่สิบคนรบพุ่งมิได้แพ้ชนะกัน ครั้นรุ่งขึ้นก็ยกมารบกันอีก ก็ยังมิแพ้ชนะกัน ฝ่ายหนึ่งไปเป็บ่าวฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายเ้านายคนหนึ่งทำหยาบช้าต่อว่าด่าทอด่าบ่าวเป็อันมาก ฝ่ายบ่าวคนหนึ่งก็วิวาทกับเ้านายคนนั้น เ้านายแลบ่าวฝ่ายอื่นที่ขัดแย้งเหมือนกันนั้น บ่าวคิดร้ายจะวางยาพิษฆ่าเสียบ้าง ซ่อนอาวุธจะไปลอบฆ่าเสียบ้าง เ้านายรู้ทันบ่าวฆ่าบ่าวตายเสียบ้างที่รู้ทันบ่าวบ่าวชิงฆ่าเ้านายก่อนบ้าง บ่าวมิได้ทำอันตราย เ้านายฆ่าบ่าวเสียบ้าง ทั้งบ่าวก็ขัดแย้งกับเ้านาย เ้านายก็ขัดแย้งกับเ้านายคนอื่น ชุลมุนกันอยู่
ฝ่ายเหยว๋หานหนีอยู่ในเขตแดนซึ่งตนยึดไว้ มีหญิงนางหนึ่ง ตาฟ้าผมขาวสวมเสื้อสีฟ้าเข้มมัดผมไว้ด้านหลัง เสื้อนั้นมิได้คลุมถึงเท้า เสื้อนั้นสุดอยู่ต้นขาหญิงนั้น เดินเข้ามาถึงในบ้าน เหยว๋หานหนีเห็นประหลาด ก็เดินออกมาจากเรือนไปพบหญิงนั้นเข้า หญิงนั้นก็เข้าไปหาเหยว๋หานหนี หญิงนั้นจึงพูดว่า ที่ทิศอุดรห่างไปจากนี่ มีจ้าวยี่สิบคนรบชุลมุนกันอยู่ หากท่านคิดจะปราบปรามแผ่นดิน ท่านจงไปตีทิศอุดรก่อนเถิด เหยว๋หานหนีมิได้ปักใจเชื่อ จึงถามว่า ท่านนี้มาแต่ที่ไหน เหตุใดจึงรู้เนื้อความทั้งนี้ได้ หญิงนั้นตอบว่า ซึ่งข้าพเ้าจะบอกท่านนั้นมิได้ หากข้าพเ้าบอกแก่ท่าน ท่านก็จะมิเชื่อ ท่านต้องรู้เอง แล้วหญิงนั้นก็หันหลังเดินออกไปแล้วมีหูกระต่ายสีขาวงอกออกมาจากศรีษะหญิงนั้น เหยว๋หานหนีเห็นดังนั้นก็แจ้งว่าเป็ปีศาจ เหยว๋หานหนีวิ่งตามนางปีศาจกระต่าย นางปีศาจกระต่ายก็หายไป เหยว๋หานหนีก็กลับเข้าเรือน
ตำบลกว๋างโขว เมืองโซวตูจงซิน มณฑลหวูซูเตี๋ยวนั้น เป็ที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง ติดแม่น้ำเสินหลินโหยวหมู หามีูเาใดไม่
ฝ่ายเหยว๋หานหนีหลังนางปีศาจกระต่ายไปแล้วนั้น คิดถึงคำซึ่งนางปีศาจกระต่ายบอกไว้ จึงคิดว่าจะไปยึดทิศอุดรนั้น บ้านห้าหลังที่ยึดมาไว้ก็เคยถูกเหมยสูบุกมาอยู่ จะออกไปเล่า เหมยสูก็จะมาตีเอาอีก เหยว๋หานหนีจึงไปทำหอสูงหลังบ้านห้าหลังซึ่งยึดได้นั้น วางขวากไว้ในบ้านห้าหลังนั้นเป็อันมาก หลังกำแพงซึ่งตั้งไว้นั้นก็ให้ตั้งหอสูงไว้อีก นอกกำแพงเลยหลุมพรางไปก็ให้วางขวากไว้อีกแล้วขุดหลุมพรางเอาหญ้ากลบนอกขวากนั้นอีกชั้นหนึ่ง
ครั้นตั้งหอสูงวางขวากขุดหลุมพรางสำเร็จแล้ว เหยว๋หานหนีจึงตระเตรียมอาวุธแลคบพร้อมสรรพแล้วขึ้นรถไปทิศอุดร
ครั้นเหยว๋หานหนีมาถึงข้างอุดรทิศ เหยว๋หานหนีก็ลงจากรถตัดหญ้า ณ ที่นั้นเสียเป็อันมาก แล้วตั้งกองหญ้านั้นเป็แนวตรงไปด้านหลังบ้านหลังหนึ่ง จากหญ้ากองนั้นก็ตั้งกองหญ้าเรียงต่อไปทางข้างซ้ายแลขวาล้อมบ้านยี่สิบหลังนั้นไว้ แลเวลานั้นลมพัดหนัก เหยว๋หานหนีเห็นได้ทีดังนั้น ก็กลับไปที่รถ เอาหน้าไม้ติดเพลิง ยิงหน้าไม้ใส่กองหญ้า กองหญ้านั้นก็ติดเพลิง เพลิงนั้นก็ลามไปกองหญ้าเป็แนวตรงไปยังหลังบ้านหลังหนึ่ง แล้วเพลิงก็ติดกองหญ้าซ้ายแลขวาล้อมบ้านทั้งยี่สิบหลังไว้ เพลิงนั้นโหมไหม้บ้านทั้งยี่สิบหลังเป็กำลัง ฝ่ายจ้าวแลบ่าวข้างทิศอุดรรบพุ่งตะลุมบอนกันอยู่ แลเห็นเพลิงไหม้ดังนั้นก็ใ เหยว๋หานหนีเห็นได้ทีดังนั้น ก็ขับรถเข้ายิงหน้าไม้ใส่จ้าวแลบ่าวทั้งนั้นตายเสียสิ้น ครั้นเพลิงสงบลงแล้ว เหยว๋หานหนีก็เขียนป้ายชื่อตนติดเขตของบ้านยี่สิบหลังนั้นไว้เป็สำคัญ แล้ววางขวากในบ้านยี่สิบหลังนั้นไว้เป็อันมาก
ฝ่ายเหมยสูนั้น ก็บุกมายังเขตบ้านห้าหลังซึ่งเหยว๋หานหนียึดไว้นั้นอีก ก็ให้ตกหลุมพรางนอกขวากซึ่งเหยว๋หานหนีขุดไว้นั้น ครั้นใช้ทวนดึงตัวขึ้นจากหลุมพรางได้ เหมยสูผ่านขวากน้อยใหญ่ไปมิได้ก็กลับบ้านไป