(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 69 เรียกคุยยามค่ำคืน

    ตอนที่ 69 เรียกคุยยามค่ำคืน



    หลังจากที่ได้แมทและคาห์น เข้ามาช่วยจัดเรียงลำดับและดูแลความสงบให้กับร้านเป็นการชั่วคราว


    ภายในและภายนอกของร้านอาหารก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เหล่านักผจญภัยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคนอื่นๆ กดดันให้กินเร็วๆ อีกต่อไป

    ทำให้พวกเขาดื่มด่ำไปกับรสชาติของสุกี้ ที่แสนอร่อย ฝีมือของไลท์กันได้อย่างเต็มที่และน่าประหลาดที่ความเหนื่อยจากการออกไปผจญภัยในป่าดาราฉายมาตลอดทั้งวัน ดูเหมือนว่ามันจะหายดเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง



    ส่วนทางด้านลูกค้าที่ต้องทนรออยู่ภายนอกของร้าน ก็ไม่ต้องรอนานอย่างไร้จุดหมายเหมือนกับตอนแรกอีกต่อไปแล้ว พวกเขาได้รู้ลำดับของตัวเองที่แน่ชัด ว่าต้องรออีกนานแค่ไหนถึงจะได้เข้าไปกินอาหารที่ชื่อว่า สุกี้ ที่ว่ากันว่าอร่อยนักอร่อยหนาเสียที



    ซึ่งแน่นอนว่า สุกี้ ของไลท์ ก็ไม่เคยทำให้ใครที่ได้กินต้องผิดหวังเลยสักคนเดียว ไม่ว่านักผจญภัยคนนั้นๆ จะกินเผ็ดได้หรือไม่ได้ หรือจะเคยกินเผ็ดหรือไม่เคยกินเผ็ดมาก่อน



    ทั้งหมดทั้งมวล ทุกคนสามารถทดลองกินมันได้ โดยขึ้นอยู่กับปริมาณที่ราดน้ำจิ้มลงไปนั่นเอง



    “ปิดเตาได้!” หลังจากนำสุกี้หม้อสุดท้ายออกไปเสิร์ฟกับลูกค้ากลุ่มสุดท้าย เสียงอันนุ่มลึกและเต็มไปด้วยความหนักแน่นของไลท์ ก็ได้ร้องบอกถึงสัญญาณการปิดครัวสำหรับค่ำคืนนี้ให้กับทุกคนได้รับทราบ


    “ปิดเตาได้”


    ทางด้านคุณตาเกล คุณยายเฮลีย์ เอลล่าและแอล ที่เคยขานรับประโยคคล้ายกัน ในช่วงเช้า ก็ไม่ได้ตกใจหรืองุนงงกับคำพูดของไลท์มากนัก



    พวกเขาต่างขานรับและร้องตะโกนประสานเสียงกันไปเป็นทอดๆ กันอย่างมีความสุข



    กระนั้นมีเพียงคาห์น แมทและลูกค้าที่กำลังนั่งกิน ที่ดูจะงุนงงกับคำพูดตะโกนดังกล่าวนี้...ว่าจะทำไปเพื่ออะไร


    แต่เมื่อรับรู้ถึงเหตุผลของคำพูดนี้ ที่คุณยายเฮลีย์ รวมถึงคุณตาเกล ต่างก็เดินออกมาจากห้องครัว และบอกเล่ากับทุกคนที่เอ่ยถาม เหล่าลูกค้าที่สงสัยก็ถือบางอ้อ กันในทันที ว่าการปิดเตาของร้านนี้ทำไปเพื่อบ่งบอกกับคนที่อยู่ภายในร้านว่า เตาได้ปิดแล้ว ไม่รับการสั่งอาหารเพิ่มอีกนั่นเอง


    อย่างไรก็ตาม แม้เตาจะถูกดับไฟจนมอดสนิทไปแล้ว หากแต่งานของไลท์ยังคงไม่จบสิ้นเพียงแค่นั้น ชายหนุ่มยังคงมีงานที่ต้องทำอย่างการเตรียมวัตถุดิบที่จะขายในช่วงเช้าและการทำความสะอาดครัว รอเขาอยู่



    ไลท์จัดการเริ่มต้นหมักเนื้อสัตว์เหมือนกับเมื่อวาน โดยเจ้าโปริ่ง เกาะกุมคอยช่วยเหลืออยู่ข้างกาย


    ไม่ว่าจะหมักเนื้อสัตว์หรือทำความสะอาดครัว ขอเพียงไลท์ต้องการสิ่งใด เจ้าโปริ่งก็จะจัดการให้ทั้งหมด



    “ขอน้ำหน่อย”

    ปู๊ด...สายน้ำจำนวนหนึ่งได้ฉีดออกมาจากปากของเจ้าโปริ่ง โดยมีมือสองข้างของไลท์คอยเช็ดถู เตาและบริเวณรอบๆ ให้สะอาดเหมือนใหม่


    “ขอน้ำยา ตรงนี้หน่อย”

    ปู๊ด…คราวนี้เป็นสายน้ำที่ผสมกับน้ำยาทำความสะอาดที่ทางคุณตาเกลและคุณยายเฮลีย์ ช่วยกันผสมมันขึ้นมาใช้ในงานกันเอง โดยน้ำยาทำความสะอาดที่สองตายายได้ทำเอาไว้ แม้จะไม่มีกลิ่นหอมเหมือนกับน้ำยาทำความสะอาดในโลกก่อนของไลท์


    แต่ผลลัพธ์ของมันก็ช่วยขจัดคราบมันและทำความสะอาดได้ดีทีเดียว ดังนั้นไลท์จึงตั้งใจเอาไว้ว่าในครั้งต่อๆ ไป ที่สองตายายจะผสมน้ำยาทำความสะอาด เขาจะเสนอแนะให้ทั้งสองเพิ่มกลิ่นหอมของมะนาวหรือไม่ก็ดอกไม้สักอย่างเข้าไปในภายหลัง



    ไลท์หมักเนื้อสัตว์และทำความสะอาดห้องครัวอยู่สักพักใหญ่ ส่วนทางด้านเอลล่าและแอล หลังจากล้างจานอะไรเสร็จแล้ว ทั้งสองก็นั่งรอไลท์อยู่ที่บริเวณด้านนอก พลางเฝ้ารอให้ชายหนุ่มไปกินอาหาร พร้อมหน้าพร้อมตากัน



    “ท่านไลท์ สุดยอดจริงๆ ทำสุกี้ตั้งหลายหม้อ แต่รสชาติของสุกี้กลับไม่มีหม้อไหนที่แตกต่างกันเลย ทำได้ยังไงครับเนี่ย?” คาห์นและแมท ยังคงไม่ได้กลับไป ทั้งสองยังคงอยู่ช่วยสองตายายจัดโต๊ะของร้านให้เข้าที่เข้าทางและอยู่พูดคุยกับไลท์อีกสักนิด

    “คงเป็นเพราะทำจนชินล่ะมั้งครั้บ” การทำครัว ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ขอเพียงมีสูตรและใส่เครื่องปรุงวัตถุดิบไปตามสูตรแบบครบถ้วน เพียงแค่นี้ก็สามารถที่จะคงรสชาติของอาหารให้ออกมาเหมือนกันได้แล้ว


    ส่วนที่เหลือก็อาศัยประสบการณ์และความชำนาญสักเล็กน้อย ที่ต้องคอยควบคุมฟืนไฟให้ทั่วถึง เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น



    “ทั้งสองคน วันนี้ขอบคุณมากนะครับ ผมคงไม่มีอะไรจะตอบแทนทั้งสองคน...ถ้าอย่างนั้นเอาเป็น พรุ่งนี้ผมขอเลี้ยงข้าวทั้งสองคนสักมื้อหนึ่งก็แล้วกัน” ไลท์รู้ดีว่าถึงตนเองจะให้เงินกับทั้งสองคนนี้ไป


    คาห์นและแมท ก็คงไม่ตอบรับแน่ๆ ทั้งสองนั้นไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทอง ทว่าสิ่งที่ทั้งสองต้องการคือการได้ผูกมิตรกับไลท์ก็เท่านั้น

    ฉะนั้นแล้ว ไลท์ จึงเสนอตัวที่จะเลี้ยงข้าวแก่ทั้งสองคน ซึ่งแน่นอนว่า คาห์นและแมทก็ตอบรับด้วยความยินดีเป็นอันสิ้นสุดมื้อค่ำอันแสนวุ่นวายของร้านอาหารสามเวลาภายใต้การนำของไลท์แบบเต็มตัวเป็นวันแรก ลงแต่เพียงเท่านี้!



    “ไลท์นอนไปแล้วหรือยัง?” หลังจากทุกคนต่างพากันแยกย้ายเข้านอน ทางด้านของคุณตาเกลที่วันนี้ก็ยังมาอาศัยนอนห้องเดียวกับไลท์

    จู่ๆ ก็พลันเรียกหาไลท์ ในกลางดึก

    “ยังครับ คุณตามีอะไรหรือเปล่าครับ?” ไลท์ นั้นยังไม่ได้นอนหลับ เพราะด้วยวันนี้ มันมีงานให้เขาทำมากมาย จนแทบจะไม่มีว่างเลย ทำให้เขาแทบจะหลงลืมระบบไปเลย



    ซึ่งในก่อนหน้านี้ ไลท์กำลังเปิดหน้าต่างของระบบผ่านจิตใต้สำนึกขึ้นมา เพื่อติดตามภารกิจที่ได้รับมอบมาในก่อนหน้านี้ โดยวันนี้ไลท์ได้รับมอบภารกิจจากระบบมาด้วยกันถึง 2 เควส คือภารกิจหลักและภารกิจรอง ที่มีความยากอยู่ในระดับปานกลาง



    ทั้งนี้ไลท์ได้ทำภารกิจรองลุล่วงสำเร็จไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่ยังคงค้างและยังคงทำไม่สำเร็จนั้นก็คือภารกิจหลัก


    แต่ทว่า ภารกิจหลักแม้ไลท์จะยังทำได้ไม่สำเร็จ แต่สถานะของมันก็ใกล้จะสำเร็จเข้าไปทุกที


    ในตอนกลางวันที่ไลท์ได้ตรวจสอบถึงภารกิจหลัก เขาจดจำได้ว่า ค่าชื่อเสียงของร้านนั้นอยู่ที่ประมาณ ‘541/2000’ ส่วนตอนนี้หลังจากผ่านพ้นมื้ออาหารในช่วงเย็น ค่าดังกล่าวก็เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ ‘1001/2000!’ เพิ่มขึ้นมาเกือบสองเท่าอย่างน่าตกใจ



    ไลท์มั่นใจว่า มื้ออาหารเย็นที่ผ่านมา แม้จะมีลูกค้าต่อคิวรอกินอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วปริมาณนักผจญภัย เต็มที่ก็แค่ 100 กว่าคนเท่านั้น

    มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้ ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าแบบนี้ ฉะนั้นแล้วเหตุผลเดียวที่ทำให้ค่าชื่อเสียงของร้านอาหารเพิ่มขึ้นเช่นนี้ มันต้องมาจากข่าวลือของโทมัสและจิม อย่างแน่นอน


    ‘เด็กสองคนนี้ ทำได้ไม่เลวเลย...ไว้กลับมาจะทำของอร่อยให้กินก็แล้วกัน’

    คิดได้ดังนั้น ไลท์ก็ได้ หลับตาลงพร้อมกับปล่อยจิตให้วาง เพื่อเข้าสู่ร้านค้าของระบบ ซึ่งในตอนนี้ไลท์มีแต้มให้ใช้จ่ายมากกว่า 1000 แต้ม บวกกับสิทธิ์หมุนวงล้อนำโชค อีกจำนวน 1 ครั้ง



    “เอาไว้หมุนวันอื่นดีกว่า วันนี้ฉันน่าจะดวงไม่ดี” ไลท์เดินผ่านเครื่องหมุนวงล้อที่เปิดไฟสว่างจ้า รอให้เขามาวัดดวง ไปอย่างไม่ไยดี

    พลางหมางเมินวงล้อนำโชค ด้วยเหตุผลเพียงเพราะวันนี้ดวงไม่ดี ไปเสียอย่างนั้น...อารมณ์ของไลท์ก็เหมือนกับคนที่เล่นเกมกาชาในโลกก่อน บางครั้งผู้เล่นก็มักจำเป็นต้องดอง เพชรหรือทองเอาไว้ก่อน



    สะสมมันเอาไว้เยอะๆ แล้วใส่ตูมเดียว ให้เจ๋งหรือเจ๊งกันไปข้าง



    ไลท์เดินเข้ามาในร้านค้าของระบบ ก่อนจะพาตัวเองไปหยุดอยู่ที่สินค้าประเภทข้าว ซึ่งแน่นอนว่าไลท์กำลังมองหา ข้าวเหนียว รวมไปถึงข้าวหอมมะลิ ที่มีทั้งแบบต้องปลูกเองและสำเร็จรูป


    ตามจริงแล้ว ข้าวที่ร้านอาหารสามเวลาในตอนนี้ไม่ได้ขาดแคลน เพียงแต่หลังจากที่ไลท์ได้กิน ก็พบว่ามันเป็นข้าวขาวและข้าวหอมมะลิที่ดูจะไม่สมบูรณ์ เมื่อเทียบกับข้าวหอมมะลิในโลกก่อนของเขา

    ข้าวหอมมะลิ คือข้าวอันดับหนึ่งที่คนในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่างนิยมชอบรับประทาน เพราะมันมีกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายใบเตย ยามเมื่อหุงสุก


    โดยประเทศไทยก็จัดเป็นประเทศที่ส่งออกข้าว เป็นอันดับต้นๆ เพียงแต่ว่าด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นสภาพดินฟ้าอากาศ หรือกระทั่งการบริหารจัดการที่ไลท์เองก็ไม่รู้ว่า มันมีปัญหาที่ตรงไหน

    ส่งผลให้ ข้าวไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ มียอดขายการส่งออกข้าว ที่ดูจะเป็นรองประเทศเพื่อนบ้านอยู่หลายส่วน...ดังนั้นไลท์ จึงค่อนข้างเสียดายอยู่ไม่น้อยที่มันต้องเป็นแบบนี้



    ส่วนข้าวเหนียว หลังจากที่ไลท์ได้ลองสอบถามกับ ไรอันและจีน่าที่เปิดร้านค้าขายเนื้อและของใช้ต่างๆ ถึงเรื่องของข้าวเหนียวที่ไลท์อยากนำมาขายคู่กับ หมูปิ้ง ไก่ปิ้งและเนื้อปิ้งของเขาในช่วงเช้า


    พร้อมด้วยนำมากินคู่กับอาหารอีสาน ที่ตอนนี้กำลังริเริ่มสอนให้คนในโลกนี้ รู้จักรสชาติเผ็ด



    ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า โลก The Gloria แห่งนี้ นั้นมี ข้าวเหนียวตามที่ไลท์ต้องการอยู่จริงๆ เพียงแต่ว่า มันค่อนข้างไม่ได้รับความนิยมเนื่องจาก ความเหนียวที่เกาะกันเป็นแป้งของตัวมันเอง ทำให้คนในโลกนี้ไม่นิยมชมชอบเนื้อสัมผัสของมัน จึงไม่ค่อยมีใครนำมาปลูกกันสักเท่าไหร่


    โดยร้านค้าของไรอันและจีน่า ก็มีข้าวเหนียวขายอยู่เช่นเดียวกัน เพียงแต่คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย ถึงจะสามารถเก็บเกี่ยวและนำมาขายให้กับไลท์


    แต่สำหรับข้อมูลเพียงเท่านี้ ก็มากเพียงพอที่จะทำให้ไลท์ ตัดสินใจที่จะซื้อข้าวเหนียวและข้าวหอมมะลิมาจากระบบ ทั้งแบบที่เป็นเมล็ดและสำเร็จรูปเพื่อนำมาขายในวันพรุ่งนี้แล้ว



    ไลท์ที่มีแต้มใช้จ่ายอยู่ 1000 กว่าๆ ได้ใช้แต้มจำนวนหนึ่งซื้อข้าวหอมมะลิไปหลายสิบถุง เฉลี่ยถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม

    ส่วนข้าวเหนียวไลท์เลือกที่จะซื้อมาจำนวน 3 ถุง เพื่อทดลองขายดูก่อน หากได้ผลตอบรับดี ค่อยซื้อมาเติมทีหลังก็ยังไม่สาย

    เพราะด้วยจำนวนข้าวเหนียว 3 ถุง ก็น่าจะเพียงพอต่อการขาย ใน 1-2 วันนี้แล้ว



    ก่อนที่ในตอนนั้นเอง ไลท์จะถูกคุณตาเกล เอ่ยทักในช่วงกลางดึกที่เงียบสงัด



    “ไลท์เธอไม่คิดที่จะย้ายไปอยู่ที่อื่นบ้างเหรอ?!”



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ




    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน