ตอนที่ 4 คนใจร้าย
วิรังรอง เลขาสาวเดินเข้ามาหลังจากทุกคนออกไปหมด
“คุณผิงคะ...”เสียงเรียกนายสาวอย่างห่วงใยมีสีหน้ากังวล
“อืมม์...พี่วิกี่โมงแล้ว”ภริตานั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม มือบางลูบที่ใบหน้าราวกับจะดึงความเหนื่อยล้าที่เกาะกินอยู่ในหัวใจออกมาให้หมด
“บ่ายสามแล้วค่ะ”วิรังรองเอ่ยตอบ
“ผิงขอนั่งพักเงียบ ๆคนเดียวในห้องนี้ ถ้ามีงานด่วนมา ให้วางไว้ที่โต๊ะนะคะ แล้วก็...ห้ามให้ใครเข้ามาในห้องนี้จนกว่าผิงจะออกไป”เธอเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
“เอ่อ...ให้พี่วิอยู่เป็เพื่อน...ดี..ดีกว่าไหม? ”วิรังรองเอ่ยขึ้นอย่างลังเล
หญิงสาวยิ้มเซียว ๆ ให้เลขา พี่วิเป็ทั้งเลขาทั้งพี่ ทั้งเพื่อนใน่เวลาที่ภริตาเข้ามาทำงานที่นี่ใหม่ ๆ
“ฝากพี่วิเตรียมเอกสารเื่เครื่องมือแพทย์ที่เราเคยสั่งเข้ามาทั้งหมดย้อนหลัง 3ปี มีบริษัทไหนบ้างที่เสนอมา กับบัญชีการจ่ายเงินตอบแทนของหมอทั้งFull Time , Part Time ข้อมูลบางส่วนก็ส่งเข้าเมล์ผิงไว้ด้วยนะ”หญิงสาวสั่งงานเสียงแหบพร่า
“คุณผิง ! พักก่อนดีไหมคะ พี่เป็ห่วง ”วิรังรองเอ่ยเสียงเบา ยิ่งเห็นใบหน้าซีดเซียวของภริตายิ่งไม่อยากทิ้งเธอไว้คนเดียว
“ถ้าเป็ห่วงผิง...พี่วิก็รีบไปเตรียมข้อมูลทุกอย่างให้เรียบร้อย ผิงอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว"หญิงสาวเอ่ยด้วยเสียงที่ราบเรียบ จนเลขาสาวไม่กล้าถามอะไรต่อ
“ค่ะ” วิรังรองพยักหน้ารับเนิบๆ เดินออกจากห้องเงียบ ๆ
เสียงประตูปิดลง
คลิ๊ก !
สิ้นเสียงปิดประตู ไหล่บางสองข้างคู้เข้าหากัน แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงมาตลอดค้อมลง หญิงสาวฟุบหน้าลงที่โต๊ะ เรียวแขนสวยรองรับหน้าผากเอาไว้ น้ำตาไหลรินอาบแก้มสองข้าง เสียงสะอื้นดังออกมาไม่หยุด ไหล่บางสะท้านไหว มันหนักเกินที่เธอจะทนไหว วันนี้ปัญหาหลาย ๆด้านรุมมาที่เธอคนเดียว ทุกครั้งเธอจะโทรคุยกับพี่ภีม ขอคำแนะนำจากพี่ภีม วันนี้พี่ภีม...พี่ภีมคงไม่มีเวลาให้เธออีกแล้ว...
นานเท่าไรไม่รู้ที่หญิงสาวนั่งอยู่ในท่านั้นรู้แต่ว่าความอ่อนแอในหัวใจกลับมาหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
คลิ๊ก !
เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่ฟุบอยู่ที่โต๊ะเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์เสีย
“พี่วิ ! ผิงบอกว่าอย่าเข้ามารบกวนผิง !!! ถ้ามีงานด่วนให้เขารอก่อน ผิงขอพักบ้างไม่ได้เลยหรือไง!!!”เสียงใสดังขึ้นจมูก ดังออกมาจากร่างบางทั้ง ๆ ที่ยังสะอื้นออกมา เธอไม่อายที่จะร้องไห้ออกมาให้เห็นพี่วิเห็นบ่อยครั้งที่เธอร้องไห้กับพี่วิ จึงไม่หยุดสะอื้น
“พี่วิ ! ออกไปก่อน ! งานด่วนแค่ไหนก็ทิ้งไว้ที่โต๊ะ ผิงบอกว่าให้รอไงล่ะ!!!ใครจะรีบ ใครจะด่วนก็ปล่อยให้รอ”หญิงสาวไม่ได้ยินเสียงพี่วิเปิดประตูออกไปจึงตวาดเสียงดังออกมาอีกครั้ง
ภีมพลเดินไปยืนอยู่ข้าง ๆภริตาเงียบ ๆ ไม่พูดอะไร เขายืนมองหญิงสาวด้วยแววตาที่ห่วงใย
เสียงพูดของหญิงสาวแ่เบา“พี่วิ…ผิงเหนื่อยจนจะไม่ไหวแล้ว ฮือๆๆๆ ผิงอยากหนีไปให้ไกลๆ ฮึกกก แต่ผิงทำอย่างนั้นไม่ได้…ผิงไม่มีใครอีกแล้ว ฮือๆๆ พี่…พี่ภีมไม่สนใจผิงเลย ฮึกกก”หญิงสาวสะอื้นตัวโยนขึ้นมาอย่างแรงเมื่อพูดถึงชายหนุ่ม
“ผิง…ผิงไปนั่งรอพี่ภีมตั้งนาน ฮึกก ผิงอยากปรึกษาพี่ภีมเื่งาน พี่ภีมว่าผิงเป็เด็ก...ฮือๆๆๆ หาว่าผิงเป็เด็กไม่รู้จักโต พี่ภีมคงจะเบื่อผิง รำคาญผิง ฮือออ ๆๆ มีปัญหาเื่งานทีไรก็วิ่งไปหาพี่ภีม พี่เขา...พี่เขาคงทิ้งผิงแล้วฮืออๆๆๆ” เสียงบ่นเพ้อจากหญิงสาวดังออกมาไม่หยุด ราวกับท่อน้ำแตก
"พี่วิ...ผิงต้องเข้มแข็งแค่ไหนจึงจะก้าวผ่านปัญหาครั้งนี้ไปได้ด้วยตัวเองฮึกกกก ผิงจะพึ่งพี่ภีมไปตลอดคงไม่ได้"
ภริตาเงยหน้าขึ้นมา มือเรียวปาดน้ำตาที่แก้มออกเหมือนเด็กๆ
“ผิง…ผิงจะไม่ไปหาพี่ภีมอีกแล้ว…คนใจร้าย ฮึกกกก พี่ภีมใจร้าย...”ภริตาพึมพำออกมาอย่างน้อยใจ
มือใหญ่แตะลงที่ไหล่บางเบาๆ
“ผิงผิงไม่ไปหาพี่ภีม พี่ภีมมาหาเองก็ได้คร้าบ คนใจร้าย...มาหาผิงผิงแล้ว”
ชายหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้ จับเก้าอี้หญิงสาวหันมาตรงหน้าของเขา รอยยิ้มกระจายอยู่เต็มใบหน้า
“พี่…พี่ภีม!!!”ภริตาเอ่ยชื่อออกมาอย่างดังเมื่อเห็นร่างสูงนั่งอยู่ตรงหน้า เธอยิ้มทั้งน้ำตา
ปลายนิ้วแกร่งเกลี่ยเช็ดน้ำตาให้หญิงสาวอย่างแ่เบา“เด็กน้อย...เป็อะไรหือ...รู้บ้างไหมว่าพี่ภีมเป็ห่วงมาก...พี่ภีมขอโทษ...ขอโทษนะคะ”เสียงทุ้มเอ่ยปลอบอย่างอ่อนโยน
“พี่ภีม ฮือๆๆๆ”
ภริตาไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ หัวใจที่พยายามเข้มแข็งมาทั้งวันก็พังทลายออกมาอีก เพียงแค่ได้ยินคำพูดที่ห่วงใย กับััที่อ่อนโยนก็ทำให้เธอโผเข้าหาเขา
ชายหนุ่มอ้าแขนออกกว้าง อ้อมแขนกว้างโอบกอดร่างบางของเธอแน่น ใบหน้าสวยซุกเข้ากับอกกว้าง น้ำตาไหลลงมาเปียกเสื้อชายหนุ่ม เสียงสะอื้นดังกว่าเดิม เวลานี้เธอไม่มีแรงที่จะรักษาภาพพจน์ของนักธุรกิจสาวอีกต่อไปหัวใจของเธอทนไม่ไหวแล้ว นานแค่ไหนที่เธอต้องเก็บซ่อนความอ่อนแอเอาไว้ภายใต้หน้ากากที่สวยหรู ปั้นหน้ายิ้ม
“พี่...พี่ภีม...ผิง...ผิงผิง...”เสียงของหญิงสาวเอ่ยได้เพียงเท่านั้นก็ปล่อยโฮออกมาอีก
ภีมพลลูบหลังปลอบประโลมอย่างเงียบๆ ปล่อยให้ผิงผิง ร้องไห้ออกมา จนกระทั่งหยุดร้องเอง ใบหน้าสวยเกลือกกลิ้งกับเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาจนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา เขาเชยคางมนขึ้นแล้วใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาที่เหลือบนแก้มใสอย่างอ่อนโยน เห็นดวงตาที่แดงช้ำ แสดงว่านั่งร้องไห้มานานแล้ว
“เช็ดขี้มูกขี้ตาออกก่อนไหม หืออ...”เขายิ้มขำใบหน้าของหญิงสาว
“เอ่อ...ผิงผิงไม่มีผ้าเช็ดอ่ะ...”หญิงสาวเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มออกมา เมื่อเห็นสายตาวิบวับของพี่ภีมที่มองเธอ
เขาจุดยิ้มที่มุมปากพินิจใบหน้างามอย่างที่ไม่เคยเห็นบ่อยนัก ปกติผิงผิงจะเป็หญิงสาวที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ไม่มีความขี้อายอยู่เลย แต่เวลานี้ใบหน้างามกลับมีสีแดงเรื่อขึ้นมา
“เช็ดกับเสื้อพี่ภีมก็ได้ เพราะเสื้อเชิ้ตสีขาวของพี่ตอนนี้..กลายเป็สีรุ้งแล้ว”เขายิ้มขบขันกับท่าทางเขิน ๆของหญิงสาว “ดูเสื้อพี่สิ..."เขาดึงชายเสื้อออกมาจากกางเกงปลดกระดุมเสื้อ้าลงมาหมด จนเห็นแผงอกกว้างที่มีขนสีน้ำตาลอ่อนรำไร
ภริตาตาโต"เอ่อ...ปลด...ปลดกระดุมทำไม ! " เธอจ้องหน้าอกเขาไม่วางตาใบหน้าสวยแดงระเรื่อขึ้นมา
เขาอมยิ้มเล็กน้อย"มีคนทาสีเสื้อให้พี่ภีม...สีสวยมาก สีแดงสดจากรอยลิปสติก รอยบลัชออนสีชมพู รอยอายแชโดว์สีฟ้า ใครเห็นคงคิดว่าพี่แอบปล้ำผู้หญิงมาแน่ ๆ”เสียงเอ่ยล้ออย่างไม่จริงจังนักเจือไปด้วยความเอ็นดู
เขาดึงชายเสื้อขึ้นมา ส่งให้หญิงสาวจนมองเห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็ลอน แน่นเปรี๊ยะ
ภริตากระพริบตา"มะ...ไม่ต้องก็ได้...ผิง...ผิงผิงออกไปเช็ดข้างนอกดีกว่า"เสียงเอ่ยตะกุกตะกักออกมาอย่างเบาหวิว
ภีมพล รั้งตัวหญิงสาวเข้ามาใกล้ ๆจับเสื้อวางที่จมูกหญิงสาว กลายเป็ใบหน้าของเธอซุกอยู่ที่หน้าท้องของเขา จะดิ้นออกมาก็ไม่ได้พี่ภีมกดจมูกเธอไว้กับเสื้อของเขา
"อืม...สั่งขี้มูกออกมาสิคะ เร็ว ๆเดี๋ยวก็หายใจไม่ออกหรอก พี่ี้เีปั้มหัวใจ ไม่อยากเป่าปากผิงผิง"เขายิ้มกริ่ม
พรืดดดดดด
เสียงสั่งน้ำมูกกับเสื้อของพี่ภีมยาว
...เช็ดขี้มูกฉบับพี่ภีม...
...เฮ้อ...ทำบ่อย ๆ คงไม่ไหว หัวใจของเธอมันเต้นรัวเร็วแทบจะทะลุออกมาข้างนอก คนอะไร หล่อเป็บ้า !!! กล้ามเป็มัด ๆซิกแพ็กก็เป็ลอน ๆ โอยยย...ยัยภริตา...หัวใจจะวายคาอกพี่ภีมแล้วนะ...ไม่อยากเอาหน้าออกจากตรงนี้เลย...ภริตาได้แต่ซุกหน้ากับตัวเขา ยิ้มแก้มแดงอยู่คนเดียว...
“โอ๊ะ โย๋ ! ทำไมขี้มูกออกมาเยอะจัง เสื้อพี่แฉะน้ำมูกหมดเลย ยี้ !”เขาแกล้งดึงเสื้อออกห่างจากตัว เหมือนรังเกียจ ก่อนจะดึงร่างบางขึ้นมาแนบอกมือใหญ่ลูบที่ผมนุ่มอย่างปลอบโยน
พรืดดดดดด
เสียงสั่งน้ำมูกดังขึ้นอีก คราวนี้เยอะกว่าเดิม หญิงสาวเงยหน้ายิ้มแหย ๆ ให้เขา
...ฮื้อ...อกของพี่ภีมอบอุ่นที่ซู๊ดดด...
“ดีขึ้นหรือยัง...หือออ”เขาจับมือเล็กนุ่มนิ่มบางเบามากุมไว้ มือเล็กนิดเดียว แต่ทำงานไม่ได้หยุดเลย
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความห่วงใย กระแสความรู้สึกอันแสนอบอุ่น ไหลวนอยู่ในหัวใจของเธอ จนลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ สายใยอันลึกล้ำที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตา แต่ััได้ด้วยหัวใจ ภริตารู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างมากมาย เพียงแค่เห็นพี่ภีม หัวใจของเธอก็เต้นโครมคราม ๆ เธอจ้องหน้าพี่ภีมนิ่ง ๆ
“มองหน้าพี่ด้วยสายตาแบบนี้...อืม...ไม่ดีเลยนะ แล้วก็...อย่าไปมองผู้ชายคนอื่นด้วยสายตาอย่างนี้ มันอันตรายรู้ไหม...เด็กน้อย...”ภีมพลเอ่ยเสียงต่ำออกมาเขาเบือนหน้าออกจากใบหน้าหญิงสาว เขายิ้มเก้อเขินออกมา
“ทำไมมองไม่ได้ล่ะ ไม่เห็นเป็ไรเลย”เสียงหญิงสาวยังดังอู้อี้เพราะมีอาการคัดจมูกหลงเหลืออยู่
“บอกแล้ว..ยังจะมาเถียงอีก”มือใหญ่บีบที่ปลายจมูกหญิงสาวอย่างหมั่นเขี้ยว
“ก็อยากมอง...”ใบหน้าหวานเริ่มมีสีเืขึ้นมาั์ตาเริ่มมีประกายสดใส
“เถียงพี่ภีมได้แบบนี้ ก็แสดงว่าดีขึ้นแล้ว”ภีมพลจับปอยผมที่ระแก้มใสขึ้นทัดที่ใบหูอย่างเบามือ
“หิวข้าว...”หญิงสาวทำตาปรอยๆ
“เด็กน้อยเอ๊ย !พอหยุดร้องไห้ก็ร้องงอแงหิวข้าว”มือใหญ่จับศีรษะเล็กโยกอย่างเอ็นดู
“ผิงผิงยังไม่ได้ทานข้าวั้แ่เช้า...”หญิงสาวก้มหน้างุด
“ทำอะไรอยู่ ! หื้อ...”เสียงของเขาดังลั่นออกมาเพราะความเป็ห่วง
ภริตาหลุบตาลงต่ำรู้ว่าพี่ภีมต้องโมโหเธอ“ก็..วันนี้ยุ่งทั้งวัน...ตอนกลางวันจะไปทานข้าวกับพี่ภีม...ก็โดนดุกลับมา..”เสียงที่เอ่ยสั่นไหวด้วยความน้อยใจ
“พี่ขอโทษนะ...พี่น่าจะถามผิงผิงก่อน พี่จะพาไปทานข้าวร้านอร่อยลุกขึ้นไปล้างหน้าตาก่อน ดูสิ...หน้ามอมแมมยังกับลูกหมาตกน้ำอยู่นิ่ง ๆพี่เช็ดหน้าให้นะ”มือใหญ่จับชายเสื้อของตัวเองขึ้นเช็ดที่แก้มอย่างเบามือ
ผิงผิงหน้าเห่อร้อน อดเหลือบตามองหน้าอกกว้างของเขาไม่ได้มันดึงดูดสายตาเธอเหลือเกิน...พ่อเ้าประคู้นน...ขนอ่อนสีน้ำตาลนุ่มที่แผงอกกว้างไล่ลงมาเรื่อย ๆ ๆ จนถึงขอบ...ขอบกางเกงของเขา... อา...มันทำให้เธอร้อน ๆ หนาว ๆ
ผิงผิงจับเสื้อของเขาแน่นด้วยความเขินอาย“อย่า...อย่ามาว่าผิงผิงนะ...คนบ้า! โชว์แผงอกตัวเองอยู่ได้...ใส่...ใส่เสื้อได้แล้ว...เอ่อ...ผิงผิงไม่อยากมอง...”ตากลมโตค้อนขวับ
"จริงอ่ะ...เห็นมองหน้าอกพี่ภีมตาค้างเลยปล่อยเสื้อพี่ภีมได้หรือยัง...หืออ.."มือติดกระดุมไปด้วย สายตาก็แกล้งมองผิงผิงนาน ๆจะเห็นท่าทางเขินอายแบบนี้ อืม...ค่อยดูเป็ผู้หญิงกับเขาขึ้นมาหน่อย
"เสร็จแล้ว..."เขาช้อนตามองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้างุด
ภีมพลจูงมือหญิงสาวเดินกลับมาที่ห้องทำงาน พี่วิกลับบ้านไปแล้ว เขาบอกให้กลับไปได้เลยถ้าถึงเวลาเลิกงาน พี่วิเป็ห่วงนายสาวจะไม่ยอมกลับบ้านท่าเดียว เขาจึงรับปากว่าจะดูแลเ้านายเธออย่างดีจึงยอมกลับ
“ไปรถพี่ภีมนะ...รถของหนูจอดเอาไว้ที่ทำงานก่อน”
“ค่ะ...ผิงผิงจะเอาเอกสารไปด้วย เอ...พี่วิเอาไว้ที่ไหนก็บอกให้วางไว้ที่โต๊ะ ทำไมทำงานไม่เรียบร้อยเลย”หญิงสาวบ่นไปด้วยรื้อเอกสารไปด้วย
มือใหญ่จับมือหญิงสาวให้หยุดหาเอกสารแล้วยิ้มขำหน้าตาที่ยุ่งๆ ผมเผ้าก็หยุ่งเหยิงหมดสภาพของนักธุรกิจสาว
"ผิงผิงคร้าบ...พี่ภีมให้พี่วิขนเอกสารทั้งหมดไปไว้ที่รถของพี่เรียบร้อยแล้วไปกันเถอะ"
เขามองหน้าสวยที่อ้าปากค้างมองหน้าเขาด้วยสีหน้าที่ยังงุนงง