ตัดภาพไปที่คุก ผู้คุมได้ยินเสียงแปลกๆภายในคุกจึงวิ่งไปดูก็พบว่า พวกโจรที่เคยบุกมาทำร้ายริวถูกฆ่าปิดปากกันหมดแล้ว
คิมกำลังตื่นขึ้นมาจากเตียงในตอนเช้าแล้วเดินออกไปที่ระเบียงห้องเขาเห็นริวใส่ชุดเ้าบ่าวยืนอยู่ด้านล่างระเบียงพร้อมช่อดอกไม้กำลังมองมาที่เขาและส่งยิ้มหวานให้ คิมแปลกใจ แต่เมื่อมองที่ตัวเองเขากลับอยู่ในชุดเ้าสาว คิมใสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก และพบว่าตนเองฝันไป
คิม: ฝันอะไรว้ะเนี่ยเรา
จากนั้นคิมก็ไปที่หน้าต่างห้องแล้วมองออกไปนอกระเบียงด้านล่างข้างสระน้ำ เห็นริวกำลังคุยโทรศัทพ์อยู่กับใครบางคนคิมแอบส่องดูริว
ส่วนทางริวกำลังคุยโทรศัพท์กับตำรวจซึ่งโทรมาแจ้งเื่คู่กรณีของเขาว่าถูกฆ่าปิดปากตายหมดแล้วในคุก ริววางสายแล้วหันไปมอง้าห้องของคิม
คิมหลบเข้าผ้าม่านทัน ทำให้ริวไม่เห็นจากนั้นริวก็เดินเข้าบ้านไป คิมถอนหายใจโล่งอก แล้วรีบกลับไปนอนที่เตียงอย่างเดิม
เช้าวันรุ่งขึ้นคิมกำลังหลับอยู่บนที่นอน ริวแอบย่องเข้ามาให้ห้องของคิมเผื่อที่จะมาปลุกคิมเนื่องจากเมื่อคืนเลิกงานดึกจึงทำให้คิมยังไม่ตื่น (ปกติคิมจะตื่นเช้า)ริวค่อยๆขึ้นไปบนเตียงของคิมแบบเงียบๆแล้วนอนลงข้างๆคิมเขาจ้องมองดูใบน่าของคิมตอนกำลังหลับ ทำให้ริวเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวจากนั้นก็หยิบโทรศัทพ์ของคิมที่วางอยู่บนหัวเตียงมาถ่ายรูปตัวเองคู่กับคิมที่กำลังนอนหลับเล่น พร้อมกับทำหน้าทะเล้นใส่กล้องขณะที่ริวกำลังถ่ายรูปเล่นคิมก็ตื่นพอดีแล้วหันมาดูคนด้านข้างที่กำลังถ่ายรูปอย่างสบายใจ คิมถึงกับหัวเราะ
คิม: ทำไรว้ะ
ริว:กำลังเก็บหลักฐานว่ามึงนอนน้ำลายยืดอยู่
คิม: ไอ่ริวว หยุดเลยมึง
คิมพูดพร้อมแย่งมือถือจากริวมาแล้ววางไว้ที่เดิมแต่ด้วยความง่วงคิมจึงหลับต่อริวเห็นเช่นนั้นก็แกล้งซิตอัพบนเตียงตั้งใจที่จะทำให้คิมรำคาญและตื่นขึ้นมาคิมทนไม่ไหวจึงลุกขึ้นมานั่งแบบสลึมสลือ ริวจึงหยุดซิตอัพ
ริว: ตื่นได้แล้วมึง
คิม: วันนี้วันเสาร์มึงรีบปลุกกูทำไมเนี่ย
ริว:วันนี้มึงกับกูต้องไปเรียนไม่ใช่หรอ ตื่นสายเดี๋ยวไปไม่ทันนะเว้ย
ได้ยินเช่นนั้นคิมก็หูผึ่งเขาลืมไปว่าพี่รินและป้าอั๋นจะส่งเขาเข้าเรียนคลอสพิเศษเสาร์อาทิตย์ คิมไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบะโจากเตียงไปที่ห้องน้ำอย่างไว เตรียมตัวจะไปเรียน ริวได้แต่มองแล้วหัวเราะ
ณ ห้องเรียน ขณะที่อาจารย์กำลังสอนคิมและริวต่างก็ตั้งใจเรียน มีบาง่ที่ริวตามอาจารย์ไม่ทันคิมก็ช่วยอธิบายให้ฟัง (คิมเรียนค่อนข้างเก่ง)
หลังเรียนเสร็จทั้งสองก็เดินทางกลับบ้านแต่เมื่อถึงบ้านก็ต้องแปลกใจเพราะมีเพื่อนของพี่รินจากต่างประเทศมาเยี่ยมพี่รินที่บ้านริวจึงเดินเข้าไปทักทาย เวลาทักทายของชาวต่างชาติจะหอมแก้มกันคิมเห็นริวหอมแก้มสาวต่างชาติก็ใเพราะคิมไม่เคยเห็นการทักทายแบบฝรั่งมาก่อน
ริวมองมาที่คิม จากนั้นก็แนะนำให้เพื่อนฝรั่งรู้จักกับคิมคิมตื่นเต้นเล็กน้อย เนื่องจากไม่สนิทจึงทักทายด้วยการจับมือเมื่อแนะนำตัวเองเสร็จ คิมก็เดินขึ้นชั้นบนเพื่อเอากระเป๋าเรียนของริวกับตนไปเก็บจากนั้นก็กลับเข้าห้องตัวเองไปอ่านหนังสือส่วนริวก็อยู่ต้อนรับแขกเป็เพื่อนพี่ริน
เมื่อเพื่อนต่างชาติกลับกันหมดแล้วริวก็ขึ้นไปหาคิมที่ห้อง
ริว: ขยันอ่านจังนะมึง
คิม: เออเพื่อนฝรั่งกลับกันหมดแล้วหรอ
ริว: กลับหมดแล้ว
คิม: เออ มึง กูถามหน่อยดิ่ทำไมเวลาฝรั่งเจอกันเขาต้องหอมแก้มกันด้วยว้ะ
ริว: อ้าว มันเป็วัฒนธรรมเขาเวลาทักทายกัน ถ้าไม่สนิทก็แค่จับมือ แต่ถ้าสนิทกันจะหอมแก้มแล้วก็กอด
คิม: แล้ว...มึง..เคยจูบกับผู้หญิงป่าว
คิมถามด้วยความอยากรู้ ริวทำหน้า งงว่าถามเื่นี้ทำไม
ริว: กูก็ไม่เคยหรอกนะสมัยเรียนกูก็ตั้งใจเรียนอย่างเดียวเลยอ่ะ ไม่เคยจีบหญิงจะมีก็แค่แอบๆปลื้มเขาแค่นั้นแหล่ะ
ริวกับคิมเงียบไปสักพัก
ริว: เอ๊ะ! หรือว่ามึงอยากลอง
คิม: ป่าว กูแค่ถามเฉยๆก็แค่อยากรู้น่ะ กูก็ไม่เคยเหมือนกันนั้นแหล่ะ
ริว: กูก็อยากรู้เหมือนกันนะมึงลองจูบกับกูป่าว
คิม: เห้ย!!เชี้ย มึงบ้ารึป่าวเนี่ยกูกับมึงเป็ผู้ชายทั้งคู่เลยนะเว้ย
ริว: ก็ เออ ผู้ชายนั้นแหล่ะ ไม่เห็นจะเป็ไรเลยก็แค่ลองจูบอ่ะ อีกอย่างมึงกับกูก็เพื่อนกัน จูบกันแค่นี้ ไม่เห็นจะเป็ไรเลยมึงก็หลับตาแล้วจินตนาการว่ากูเป็ผู้หญิงที่มึงชอบก็แล้วกัน
อีกใจหนึ่งของคิมก็อยากลองแต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากลอง แต่เมื่อโดนริวโน้มน้าวเขาก็ขัดไม่ได้
ริว: มาๆ แค่แปปเดียวเอง
คิมนั่งนิ่งไม่กล้าขยับ
ริว: เร็ว....
ริวดึงคิมให้ขยับเข้ามาใกล้ๆ
คิม: เออๆ
คิมพยายามทำใจให้กล้า
ริว: พร้อมนะ1…2…..
ชั่วอึดใจเดียวริวก้มลงไปจูบที่มุมปากของคิมคิมรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าช๊อดทันที คิมที่หลับตาอยู่ลืมตาเห็นคนตรงหน้าที่กำลังหลับตา จูบกับตนอยู่เสียงหายใจของอีกฝ่ายทำให้ใจของคิมนั้นเต้นเร็วแบบไม่เป็จังหวะ
เมื่อจูบเสร็จริวก็ถอยหน้าออกมาแล้วลืมตาขึ้นแต่คิมนั้นไม่กล้าสบตากับริว ด้วยความใคิมจึงลุกขึ้นแล้วถอยออกมา
คิม: เออ มึง...กู....ไปหาอะไรกินข้างล่างก่อนนะ หิวว่ะ
คิมพูดด้วยอาการรุกรี้รุกรนปนเขิลอาย เขารีบวิ่งออกจากห้องแต่ก็ดันลื้นล้มตรงหน้าประตูเพราะความลนลาน คิมรีบลุกขึ้นแล้วหัวเราะเบาๆแก้เขิลจากนั้นก็เปิดประตูห้องออกไปแบบคนเสียอาการ
ริวเห็นอาการของคิมก็อดขำไม่ได้ เขาหัวเราะไปสักพักก็เริ่มนิ่งไปจากนั้นก็เอามือแตะที่ปากของตนแล้วทำหน้า งุนงง และสับสน
เมื่อพี่รินที่เพิ่งออกไปส่งเพื่อนชาวต่างชาติกลับมาถึงบ้านและกำลังจะเดินขึ้นบันไดบ้านก็ต้องแปลกใจเพราะเห็นคิมกำลังนั่งร้องไห้อยู่
ริน: คิม..! เป็อะไรเนี่ยทำไมมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้
รินถามด้วยความเป็ห่วงคิมเงยหน้าขึ้นมาแล้วตอบพี่รินว่า
คิม: ผม...ผผมเสียจูบแรกไปแล้วครับพี่ริน
จากนั้นก็ก้มหน้าร้องไห้ต่อรินถึงกับทำหน้า งง และใ
ริน: เสียจูบ เสียจูบให้ใคร
คิมไม่พูดอะไรได้แต่นั่งร้องไห้ต่อไปพี่รินถึงกับ งง
่บ่ายวันนั้นวิสุและลูกน้องกำลังขนย้ายยาเสพติดไว้ในที่ซ่อนส่วนตัวซึ่งดูภายนอกจะเห็นเป็แค่อู่ซ้อมรถเก่าๆธรรมดาๆสายสืบของริวที่มาสอดแนมเห็นดังนั้นจึงรีบแจ้งตำรวจทันทีโดยที่ตำรวจไม่ทราบว่าใครเป็คนแจ้ง เมื่อพวกตำรวจมาถึง วิสุก็ใแต่ก็เก็บอาการเอาไว้
ตำรวจ: ขอโทษด้วยครับมีคนแจ้งมาว่าที่นี้ลักลอบขนยาเสพติด ขออนุญาตตรวจข้นด้วยครับ
วิสุ: เชิญเลยครับแล้วคุณจะรู้ว่าผมบริสุทธิจริง
วิสุพูดบอกตำรวจหลังจากนั้นเ้าหน้าที่ก็ทำการค้นหายาเสพติด แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอทุกคนจึงหยุดการค้นหา
วิสุ: เห็นไหมครับบอกแล้วว่าผมไม่ได้ค้ายา ผมก็เอารถมาซ้อมตามปกติของผมมีคนอิจฉาผมแล้วโทรไปแจ้งความเท็จหรือป่าวครับคุณตำรวจ
ผู้หมวดดิว: งั้นพวกผมต้องขอโทษด้วยนะครับ อาจจะเป็การแจ้งความเท็จตามที่คุณบอกจริงๆ
วิสุ: ไม่เป็ไรครับผมเข้าใจดีว่าคุณทำตามหน้าที่
ผู้หมวดดิว:ขอบคุณมากครับที่ให้ความร่วมมือ
เนื่องจากค้นหายาเสพติดไม่เจอพวกตำรวจจึงเดินทางกลับโดยที่ไม่สงสัยเลยว่า มีหนึ่งในพวกเขาเป็พวกของวิสุ
เช้าก่อนไปทำงานริวออกมาวิ่งออกกำลังกายตามปกติ คิมวิ่งตามหลังมาติดๆ ทั้งสองไม่พูดอะไรแต่จากวิ่งเยาะๆก็กลายเป็แข่งกันเหมือนจะไปเก่งวิ่งโอลิมปิกเมื่อทั้งสองวิ่งจนเหนื่อยก็หยุดวิ่ง
ริว: วิ่งเร็วเหมือนกันนะมึงเนี่ย
ต่างคนต่างหอบด้วยความเหนื่อยแต่จู่ๆคิมก็กระชากตัวริวให้ไปหลบข้างทางอย่างกะทันหันเพราะคิมสังเกตเห็นว่ามีคนแอบซุ่มยิงริวอยู่้าสวนสาธารณะคิมหยิบปืนที่มีติดตัวมาด้วยขึ้นมาเพื่อป้องกันริวเมื่อมือปืนรู้ว่าคิมและริวรู้ตัว มือปืนจึงรีบหนีไปก่อนที่ทั้งสองจะเห็น(คิมเคยฝึกยิงปืน่เกณฑ์ทหาร)
ริวและคิมรีบกลับบ้านด้วยความระมัดระวังพี่รินและป้าอั๋นเห็นสภาพของทั้งสองก็ใ
พี่ริน: ริว คิมออกไปวิ่งกันยังไงเนี่ย ทำไมสภาพถึงเป็แบบนี้
ริว: พอดีเมื่อกี้มีคนซุ่มยิงน่ะครับดีที่เราสองคนไหวตัวทันก็เลยรอดมาได้
ป้า:ตายแล้ว!!แล้วนี้เจ็บตรงไหนไหมลูก มีแผลไหม
ริว: ไม่เป็ไรครับแค่ถลอกนิดหน่อยตอนหลบพวกมัน
ป้าอั๋นเอามือจับอกตัวเองด้วยความโล่งใจ
คิม:ผมว่า่นี้พี่รินกับคุณป้าระวังตัวกันหน่อยนะครับไม่รู้ว่าพวกมันจะบุกมาอีกเมื่อไหร่
ป้าอั๋น: จ้ะ โอ้ย ป้าอยากจะเป็ลม
พี่ริน: มาๆ ทั้งสองคนมากินข้าวก่อนตอนไปทำงานก็ระวังตัวกันด้วยล่ะ
คิม/ริว: ครับผม,ครับ
ตัดภาพไปที่บริษัท ตอนบ่ายริวกำลังเดินเข้าบริษัท คิมเห็นพอดีจึงเรียกริว
คิม: ไอ่ริว
ริว: ว่าไง
คิมยื่นถุงหนึ่งใบให้ริว
คิม: กูเอาเสื้อกับนาฬิกามาคืนน่ะเสื้อกูซักให้เรียบร้อยแล้วนะ ขอบใจมากมึง กูไปทำงานต่อล้ะ บาย
คิมถอยหลังใส่หมวกยามแล้วเดินจากไป
ริวเปิดดูในถุงแล้วทำหน้า งงเขาตั้งใจซื้อของพวกนี้ให้คิม แต่คิมกลับเอามาคืน
หลังเลิกงานริวได้แวะไปทานข้าวกับคุณหนูนิดา จึงไม่ได้กลับบ้านพร้อมคิม
ตัดภาพมาที่บ้านของริว เนื่องจากมีหลอดไฟข้างสระน้ำเสียพี่รินจึงขอให้คิมไปเปลี่ยนหลอดไฟให้
ริน: คิมหลอดไฟตรงแถวสระน้ำมันเสียน่ะ คิมช่วยไปเปลี่ยนให้พี่หน่อยสิ
คิม: ได้ครับพี่ริน
จากนั้นคิมที่ยังอยู่ในชุดยามก็เอาบันไดเหล็กมากางแล้วปีนขึ้นบันไดไปเปลี่ยนหลอดไฟ ริวที่เพิ่งกลับมาถึงบ้าน ก็เดินมาเห็นพอดีจึงเดินเข้าไปทัก
ริว: หลอดไฟเสียหรอว้ะ
คิม: เออ เปลี่ยนแปปเดียวก็กลับมาใช้ได้แล้ว
ริว: ระวังด้วยนะมึงเดี๋ยวไฟช็อต
คิม: เซียนอย่างกูไม่โดนอยู่แล้ว
ริวเข้าไปช่วยจับขาบันได
ริว: เออ กูลืมบอกมึง
คิม: อะไรว้ะ
ริว: เสื้อกับนาฬิกาน่ะ กูตั้งใจซื้อให้มึงมึงไม่ต้องเอามาคืนกูก็ได้นะ กูเอาไปเก็บไว้ในห้องให้มึงแล้ว
คิม: โห่วมึงของแพงขนาดนั้นกูรับไว้ไม่ได้หรอก เกรงใจมึงจะตาย
ริว: เห้ย ไม่ต้องเกรงใจเสื้อถึงมึงจะเอามาคืน กูก็ใส่ไม่ได้อยู่ดี มันคนละไซต์กับเสื้อกู
คิม: เออว่ะ จริงด้วยงั้นกูคืนแค่นาฬิกาก็ได้ ขอบคุณมากนะมึง
คิมไม่กล้าขัดใจริวกลัวเสียน้ำใจเพื่อน จึงรับเสื้อไว้
ริว: เออ ไม่เป็ไรมึงนาฬิกาก็ไม่ต้องคืน เอาไว้ใส่กับเสื้อสูทมึงอ่ะดีแล้วเวลามึงไปงานเลี้ยงมึงจะได้มีเสื้อดีๆใส่ไง
คิม: มึง แต่นาฬิกามันแพงนะเว้ยมึงซื้อมากี่บาท
ริว: ก็ประมาณสองสามล้านน่ะแหล่ะ
คิม: สองสามล้าน!
ริว: หน่ามึง แค่นี้ไม่เป็ไรหรอกนาฬิกากูมีเยอะแยะ
คิม:งั้นกูจะเก็บเอาไว้ใส่เวลาไปงานกับมึงก็แล้วกันนะถ้ามึงอยากได้คืนเมื่อไหร่ก็บอกกู เดี๋ยวกูจะเก็บไว้ให้
ริว: เออ โอเค
คิม: เปลี่ยนเสร็จแล้ว
คิมก้าวลงจากบันได ริวปล่อยมือจากบันไดแล้วถอยเพื่อหลีกทางให้คิมลงแต่บันไดกลับเอียงทำให้คิมเสียหลักและกำลังจะตกลงมาจากบันไดเหล็ก ริวรีบวิ่งเข้าไปกางแขนรับตัวของคิมเอาไว้ คิมตกลงมาทับร่างของริวทำให้ริวล้มหงายหลังลงไปด้วยแต่ด้านข้างของทั้งสองเป็สระน้ำ ทำให้ริวและคิมตกลงไปในสระน้ำด้วยกัน
ริวดึงร่างคิมขึ้นมาทั้งสองต่างพากันหัวเราะ เสื้อที่ริวใส่เป็เสื้อเชิร์ตสีขาวเมื่อเปียกน้ำทำให้เห็นซิตแพค
คิม: โห่ว ไอ่ริวนี้มึงมีซิคแพคด้วยหรอว้ะ
คิมยื่นมือไปจับซิคแพคของริวด้วยความอยากรู้
ริว: อืม แล้วมึงไม่มีบ้างหรอ
คิม: โอ้ย ไม่มีหรอก กูไม่ได้หุ่นเฟริมเหมือนมึงนิ่
ริว: โถ่ ไอ่คิมไก่อ่อนเอ้ย
คิม: กวนทรีนนะมึง ไก่อ่อนแล้วไงว้ะ
คิมพูดพร้อมแกล้งใช้มือกวักน้ำสาดใส่ริวริวก็สาดกลับ ทั้งสองเล่นกันด้วยความสนุกสนาน
ในเย็นวันนั้นมีงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนผู้หญิงที่ริวแอบปลื้มก่อนจะไปงานเลี้ยง ริวและคิมได้ไปที่ร้านขายดอกไม้เพื่อเลือกซื้อช่อดอกไม้ที่งานเลี้ยง
เมื่อถึงงานเลี้ยงริวก็ถือดอกไม้เตรียมที่จะมอบให้เพื่อนผู้หญิงคนนั้นที่ริวแอบปลื้มสมัยเรียนมหาลัยแต่ริวก็ต้องหยุดชะงักเพราะมีชายหนุ่มน่าตาดีอีกคน นำดอกไม้ที่ช่อใหญ่กว่าริวเข้าไปมอบให้กับหญิงสาวคนนั้น แถมบางดอกยังประดับไปด้วยทองคำริวเห็นดังนั้นก็ทำหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย พร้อมกับโยนดอกไม้ใส่อกคิมอย่างอารมณ์เสียคิมตั้งรับแทบไม่ทัน
คิม: อ้าว มึงไม่เอาดอกไม้ไปให้สาวง่ะ
ริว: ชั่งเถอะ กูไม่อยากให้ล้ะฝากมึงเอาไปทิ้งให้ด้วยนะ
พูดจบริวก็เดินไปจิบไวน์ที่อยู่ในงาน
คิมที่กำลังนั่งอยู่หยิบดอกไม้ขึ้นมาดูในใจเขาครุ่นคิดเสียดายเ้าดอกไม่ที่แสนสวยช่อนี้(ดอกกุหลาบขาว) ริวอุตส่าซื้อมาตั้งแพง เขาไม่อยากจะทิ้งมัน
ขณะที่ทั้งสองกำลังขับรถกลับบ้านหลังจบงานเลี้ยง
คิม: มึงแอบชอบผู้หญิงคนนั้นหรอว้ะ
ริว: ไม่ถึงกับชอบนะ กูแค่ปลื้มเขาเฉยๆอ่ะเธอชื่อเกิลด้า เรียนที่เดียวกันกับกู เป็สาวฮอตในมหาลัย
คิม: อ๋อ มึงก็เลยปลื้มเขาใช่ไหมแล้วทำไมมึงไม่จีบเขาว้ะ
ริว: ตอนแรกกูก็คิดอยู่น่ะแหล่ะแต่คิดอีกที ไม่ดีกว่าว่ะ กูคงไม่ได้ชอบเขาขนาดนั้นอีกอย่างตอนนี้เ้าตัวก็มีแฟนแล้วด้วย
คิม: ล้ะมึงรู้ได้ไงว่าเขามีแฟนแล้ว
ริว:ก็ผู้ชายคนที่ถือดอกไม้ช่อใหญ่ๆนั้นไง ยืนจูบกันขนาดนั้น ไม่เรียกว่าแฟนก็บ้าแล้วมึงไม่เห็นหรอ
คิม: หรอว้ะ กูไม่เห็นง่ะ กูลืมสังเกต
เมื่อกลับถึงห้องคิมจึงนำดอกไม้ที่ริวให้(ฝากไปทิ้ง) ไปประดับใส่ในแจกันที่ห้องของตนอย่างสวยงาม
เช้าวันรุ่งขึ้นริวเข้ามาที่ห้องคิมเพื่อจะบอกให้คิมแวะซื้อกาแฟให้เขาตอนเที่ยงก่อนกินข้าวด้วยเมื่อริวเข้ามาในห้องก็พบดอกไม้ที่ตนฝากให้คิมเอาไปทิ้งเมื่อวานประดับอยู่ในแจกันย่างสวยงามคิมที่เพิ่งแปรงฟันเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี ริวจึงเอ่ยถาม
ริว: มึงชอบดอกไม้ด้วยหรอว้ะ
คิม: อืม ก็มันสวยดีอ่ะดอกไม้สวยขนาดนี้ แถบแพงอีก กูทำใจทิ้งไม่ลงว่ะ
ริว: อ่อ เออมึงเดี๋ยวตอนก่อนเที่ยงฝากซื้อกาแฟให้กูด้วยนะ
คิม: โอเค
ตอนพักเที่ยงทั้งสองนั่งกินข้าวด้วยกัน
คิม: เออมึงวันอาทิตย์นี้กูขอลา่บ่ายนะ พอดีมีธุระต้องไปทำอ่ะ
ริว: ธุระไรว้ะ
คิม:กูว่าจะกลับไปเยี่ยมคนที่หอพักเก่าสักหน่อย
ริว: ก็ได้
ด้วยความสงสัยบ่ายวันอาทิตย์หลังเรียนคลอสพิเศษเสร็จ ริวกับคิมก็แยกย้ายกัน แต่ด้วยความสงสัยริวจึงแอบสะกดรอยตามคิมไป เขาพบว่าคิมแวะเข้าร้านสะดวกซื้อและซื้อของกินเยอะแยะมากมาย แล้วตรงไปที่หอพัก เมื่อไปถึงคิมก็เดินไปที่หลังหอแล้วพบกับเหล่าลุงๆและป้าๆวัยชราไร้บ้าน เดินออกมาต้อนรับคิม
คิม: สวัสดีครับลุง สวัสดีครับป้า
ลุงชราคนหนึ่งเดินเข้ามากอดคิม
คิม: เป็ยังไงบ้างครับลุงสบายดีไหมครับ
ลุง: ก็เหมือนเดินนั้นแหล่ะลูก่นี้ก็ลำบากหน่อย ปวดแข้งปวดขาเป็ธรรมดา
คิม: ผมมีของกินมาฝากด้วยน้าลุง
จากนั้นคิมก็ทยอยแจกของกินให้คนยากจนที่อยู่แถวนั้นมีทั้งเด็ก และคนแก่ ริวเห็นดังนั้นก็นึกสงสารเหล่าคนไร้บ้านที่อยู่ที่นั้น
หลังกลับบ้าน ริวเข้ามาปรึกษากับคิม
ริว:วันนี้มึงไปแจกอาหารให้คนไร้บ้านหรอ
คิม: ใช่ มึงรู้ได้ไงเนี่ย
ริว: อ้อ พอดีกู..ขับรถผ่านไปเห็นเฉยๆน่ะ นิ่ วันหลังพากูไปด้วยก็ได้นะ
คิม: มึงอยากไปจริงง่ะที่นั้นลำบากมากเลยนะเว้ย ลูกคุณหนูอย่างมึงจะทนได้หรอว้ะ
ริว: ได้ดิ่เดี๋ยววันหลังกูช่วยมึงซื้อของเพิ่มแล้วไปแจกด้วยกัน ดีไหม
คิมมองหน้าริวแล้วยิ้มด้วยความดีใจ
คิม: มึงพูดจริงง่ะ
ริว: จริงสิว้ะมึงคิดว่ากูแล้งน้ำใจขนาดนั้นเลยรึไงปกติทุกปีกูก็ต้องบริจาคเงินให้องค์การกุศลอยู่แล้ว
คิม: เออ ขอบใจว่ะมึง
ริว: เออ กูมีอีกเื่หนึ่งอ่ะกูสงสัยว่าลุงวิสุเป็คนอยู่เื้ัการตายของพ่อแม่กูอ่ะ กูเลยว่าจะแอบย่องเข้าไปในบ้านลุงเผื่อจะมีหลักฐานอะไรบ้าง
คิม: แต่มันเสี่ยงมากเลยนะมึง