ฮาคุโตะ บุตรแห่งอาร์ค

    นิทานของพี่ คาโอริ 2

       หลังจากผมกลับจากงานเลี้ยงต้อนรับราชทูตด้วยความอิ่มเอม ที่ทำการตกลงการค้าสำเร็จ ผมก็กลับเข้าบ้านมาในยามค่ำ พี่คาโอริ ก็เอานิทาน อีกเล่มหนึ่งมาให้ผมอ่าน 


         เรื่องมีอยู่ว่า อูซาร์ส เกิดมาเป็นชาวอาดาร์ส ตั้งแต่เด็กเขาหมั่นฝึกยุทธทุกวัน จนกระทั่งเมื่อเขาโตจนอายุได้ ยี่สิบปี เขาก็ขอแฟนแต่งงาน แต่แฟนของเขากล่าวว่า " ข้าต้องการสามี เป็นวีรบุรุษ " ทำให้อูซาร์ส อดแต่งงาน เขาเลยต้องไปรับราชการทหาร โดยขอคำมั่นจากแฟนของเขาว่า จะรอเขาตลอดไป จนกว่าเขาจะได้เป็นวีรบุรุษ
    ซึ่งเธอก็รับปากจะรอเขาตลอดไป จนกว่าเขาจะได้เป็น วีรบุรุษ แล้วกลับมาแต่งงานกับเธอ
    ในระหว่างที่เขาจะออกเดินทาง ได้มีนักทำนาย คนหนึ่ง นามว่า พีเกล มาทำนายดวงชะตาให้กับเขาว่า
    " ถ้าท่านรับราชการทหาร ท่านจะได้เป็นใหญ่ในวันข้างหน้าและได้เป็น วีรบุรุษสมใจหมาย โดยต้องแลกกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า" ซึ่งอูซาร์สก็ได้มอบเงินให้กับนักทำนายผู้นี้เป็นเงิน 30 เหรียญทอง
    ทว่าผ่านมาสองปีเศษแล้วเขาก็ยังเป็นทหารต๋อกต๋อยเหมือนเดิม เป็นทหารม้า มือธนูถึงแม้ว่าเขาหมั่นฝึกยุทธทุกวันด้วยความมุ่งมั่นว่าสักวันจะกลับไปแต่งเมีย ที่รอเขาอยู่ซึ่งแฟนของเขาได้ให้คำมั่นว่าจะรอตลอดไป
    เขาเฝ้ารอการเลื่อนยศของเขาอย่างใจจดใจจ่อ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาก็ไม่ได้รับข่าวคราวการเลื่อนยศของเขามาเลย ซึ่งทำให้เขาน้อยใจอย่างมาก อีกทั้งยังไม่ได้รับจดหมายจาก แฟนของเขาอีก
    แต่แล้วเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง เมื่อกองทัพอาดาร์สถูก กองทัพราโดล้อม ทหารเมืองอาร์ดาร์สถูกฆ่าตายจนเหลือแค่สามสิบกว่าคน แม่ทัพกลับสั่งให้ทุกคนฆ่าตัวตาย เพื่อไม่ให้ถูกจับเป็นเชลย ซึ่งเป็นความอัปยศ อดสู ว่าแล้วแม่ทัพก็ชิงเชือดคอตัวเองตาย เป็นคนแรก
    ทว่า......
    อูซาร์สกลับไม่ยอมฆ่าตัวตายตามแม่ทัพ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าเพื่อนๆของเขาทำให้เหล่าเพื่อนพ้องเลยพยายามจะฆ่าเขา
    " ข้ามาที่นี่เพื่อเป็นวีรบุรุษ ไม่ได้มาตาย " อูซาร์สกล่าว อย่างองอาจ
    เพื่อนพ้องของเขาสามสิบกว่าคน เข้ามาหมายจะฆ่าเขา ทั้ง ดาบ หอก กระบี่ ธนู เขาร่ายรำกระบี่ฆ่า เพื่อนพ้องสามสิบกว่าคนของเขา จนในที่สุดก็เหลือเขาเป็นคนสุดท้าย
    ทำให้ข่านแห่งราโด ชื่นชมเขามาก ที่เห็นเขาแสดงฝีมือกระบี่อันเฉียบขาด เขาเอากระบี่ที่เปื้อนเลือดชี้หน้าท้าข่านแห่งราโดให้ลงม้ามาสู้กันให้รู้ดำรู้แดง ตัวต่อตัว
    ข่านแห่งราโดตบมือให้เขา และลงจากหลังม้าแล้วพูดว่า
    " น้องชายเจ้าไม่อยากกลับบ้านแล้วเหรอ " 
    " ข้ายังกลับบ้านได้อีกเหรอ "
    " ได้สิ แค่มารับใช้ข้าเป็นเวลาสิบปีข้าจะปล่อยเจ้ากลับไป "
    อูซาร์ส ดีใจมาก เขาจึงก้มลงคำนับ ข่านแห่งราโด และหลังจากนั้นเขาก็รับใช้ข่านแห่งราโดมาเป็นเวลาสิบปี ตามคำสัญญาที่ข่านแห่งราโด ได้ให้ไว้กับเขา
    บัดนี้ เขากลายเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งราโด ที่มีผลงานมาก มีทหารในมือถึงสองแสนคน วันหนึ่งข่านแห่งราโดก็ได้เอ่ย ปากยกองค์หญิงราเธียให้ ( เป็นน้องสาวของข่าน )
    " จงแต่งงานกับองค์หญิงราเธีย และเป็นว่าที่ข่านแห่งราโดคนต่อไป "
    องค์หญิง ราเธีย นางมีพระสิริโฉมที่งดงามกว่า แฟน ของอูซาร์สเสียอีก แถมยังอายุแค่ยี่สิบต้นๆเท่านั้นเอง
    ซึ่งอูซาร์ส รักองค์หญิง ราเธีย แบบน้องสาว และเรียกราเธียว่า เหมยเม่ย จึงไม่คิดจะแต่งงานด้วย
    ทว่า อูซาร์สอยากกลับบ้าน เพื่อไปแต่งงานกับแฟน ของเขาเขารับใช้ ข่านแห่งราโดมาเป็นเวลาสิบปีแล้ว ดังนั้นเขาจึงขอให้ข่านรักษาสัญญา
    ข่านแห่งราโด จึงอนุญาติให้เขากลับบ้าน แต่แอบปล่อยข่าวให้ทหารอาดาร์สได้รู้ว่า ที่แล้วๆมา ทหารราโดเอาชนะทหารอาดาร์สได้เพราะผลงานของ อูซาร์ส เพื่อให้ทหารอาดาร์ส สังหารพ่อแม่ของอูซาร์สซะ เขาจะได้กลับไปไม่ได้  เนื่องจากนึกแค้นใจที่ชาวอาดาร์สสังหารพ่อแม่ของเขา จะได้เป็นศัตรูกัน
    และแล้วความปรารถนาของข่านแห่งราโดก็เป็นจริง เมื่อ ประชาชนชาวอาดาร์สรุมประชาทัณฑ์ พ่อแม่ของ อูซาร์สจนถึงแก่ความตาย
    เมื่อ อูซาร์สได้ข่าวเขารีบกลับบ้านไป โดยการปลอมตัวเป็นพ่อค้าและพบว่าบ้านได้กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว โดยโดนประชาชนชาวอาดาร์สมาทุบเผา ทำลาย จนไม่เหลือซาก
    พ่อแม่ก็ตายจากไปแล้ว เขาเสียใจอย่างมาก แต่ก็ยังกัดฟันทน ไปหาแฟนสุดที่รักของเขา ที่จะรอเขาตลอดไป
    ปรากฏว่า แฟนของเขาแต่งงานไปแล้ว และตอนนี้เป็นแม่ลูกสอง ซึ่งเธอกำลังอุ้มท้องลูกคนที่สองอยู่
    อูซาร์ส เสียใจอย่างมาก ไหนบอกว่าจะรอตลอดไปไง 
    เขาร้องไห้ คร่ำครวญที่หน้าหลุมศพพ่อแม่ เขาน่าจะตายตั้งแต่สิบปีที่แล้ว ด้วยความเสียใจ เขาจึงชักกระบี่ ฆ่าตัวตาย ตัดอนาคตที่จะเป็นว่าที่ข่านแห่งราโด เขาไม่อาจทำใจแต่งงานกับ องค์หญิงราเธีย เพราะไม่มีหน้าจะกลับไป
    สุดท้ายทางราโด จึงขอศพของเขากลับมาที่ราโด แลกกับสนธิสัญญาสันติภาพกับอาดาร์ส ข่านแห่งราโดได้พูดกับ อูซาร์สเป็นครั้งสุดท้าย
    " เจ้าไม่ใช่ชาวอาดาร์ส แต่เจ้าเป็นชาวราโดต่างหาก "
    ถ้าหากชะตาฟ้าไม่กลั่นแกล้งอูซาร์ส แล้วใครเล่าจะขืนลิขิตสวรรค์ได้ จบ....
    นี่มันตำนานวีรบุรุษของชาวราโดนี่นา
    ผมอ่านแล้วรู้สึกสงสารอูซาร์ส เป็นอย่างมาก แต่ว่าชาวราโด เหรอ พวกนั้นเป็นชาวทะเลทราย จะเอาอะไรไปค้าขายกับเขา ละเนี่ย ในระหว่างที่คิดอยู่ คุณพ่ออาร์คก็กลับมาจากงานเลี้ยงส่ง ราชทูต เชร่า ซึ่งราชทูตจากออโดนอส ได้ทำสัญญาการค้ากับเราแล้ว หลายรายการด้วยกัน ไม่ใช่แค่เรื่องยา แม้แต่เรื่องการส่งกำลังรบมาช่วย หากเราถูกกลุ่มอำนาจอื่นมาบุกรุกด้วย
    คุณพ่ออาร์ค กำลังอารมณ์ดี ผมเลยขออนุญาติคุณพ่ออาร์คไปท่องเที่ยวที่อาณาจักร ราโดด้วย
    " อาณาจักร ราโด เป็นอาณาจักรทะเลทรายนี่นา ลูกจะไปเที่ยว อะไรที่นั่นละลูก "คุณพ่ออาร์คหันมาถาม
    " ผมต้องการไปศึกษาอารยธรรมของเขานะพ่อ ถ้าโชคดีเราจะได้ติดต่อการค้ากับเขา แล้วเราอาจขุดถนนไปเชื่อมต่อกับเมืองของเขาได้อีกด้วยนะ ครับ เหมือนที่เราทำสัญญาการค้ากับ อาณาจักร ออโดนอสยังไงล่ะ "
    " อืมก็ดีเหมือนกันลูก แล้วจะให้ใครไปด้วยดีล่ะ " คุณพ่ออาร์คถามต่อ
    " ขอคิมิสุเกะ คนเดียวก็แล้วกันนะครับ "
    " เอาคิมิสุเกะ ไปคนเดียวจะดีหรือลูก ฮาคุโตะ "
    " มากคนก็มากความครับพ่อ ถ้าเอาคนไปเยอะจะเกี่ยงกัน งานก็จะไม่สำเร็จ "
    " อืมงั้นก็ไปดีมาดีนะลูก พ่อจะตั้งให้ลูกเป็น ราชทูตพิเศษ ไปเยือน อาณาจักรราโดก็แล้วกัน แล้วลูกมีเงินค่าเดินทางหรือยัง " คุณพ่ออาร์ค ถามถึงเรื่องเงิน ซึ่งความจริง ผมได้สมบัติของโนริมาเยอะแยะแล้ว แต่จำใจต้องยอมรับค่าเดินทางจากคุณพ่ออาร์ค เพราะกลัวความจะแดง เรื่องผมพบสมบัติของอาณาจักร คลาวด์แลนด์