ซาอิด เดินหน้าเข้าใส่ แล้วเย็บซ้ายออกไป เพื่อทักทาย ขจรเบี่ยงไปทางขวา
ซาอิด หันหลังให้กรรมการ แล้วพุ่งหมัดตรง พร้อมพุ่งเอาหัวโขกใส่หน้าขจร แต่ขจรเห็นอยู่แล้ว จึงใช้เข่าแทงสวนออกไป ส่วนหมัดของซาอิดเฉี่ยวผ่านหน้าขจรไปอย่างฉิวเฉียด แต่หัวของซาอิดกลับไม่รอด ถูกเข่าขวาอัดเข้าปากครึ่งจมูกครึ่ง ทำให้ซาอิดถึงกับทรุด ลงไปกองกับพื้น เืกำเดาไหลนองพื้น นอนสลบไม่ได้สติ กรรมการยุติการชก ขจรเอาชนะไปได้
โดยที่ก่อนแข่งราคาต่อรองอยู่ที่ 2 ต่อ 1 ขจรลงไป 4 หมื่น ได้มา 8 หมื่น
ส่วนครูยอดนั้น ลงไป 1 แสน ได้กลับมา 2 แสน สร้างความดีใจยิ่ง บอกว่า จะเลี้ยงไก่ย่างอบน้ำผึ้ง ร้านเดิม
ขจรอาบน้ำเสร็จก็กำลังจะออกจากห้องน้ำไปแต่งตัวที่ห้องพักนักมวย ก็เห็นซาอิด ที่มีผ้าก๊อตปิดที่จมูก มากับเพื่อนๆ ร่างั์ของเขาอีกห้าคน ปิดห้องเอาไว้ ไม่ให้ใครเข้ามาได้ ขจรมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นใคร ในนี้ก็ไม่มีกล้องวงจรปิดซะด้วย
“ มึงคิดว่าเอาชนะกูบนเวทีได้ แล้วลอยนวลออกไปได้แบบนี้อย่างนั้นเร๊อะ”
ซาอิดพูดไปด้วยเสียงขึ้นจมูก เพราะจะถูกอัดจนจมูกหัก แต่ยังไม่ยอมไปหาหมอ คิดจะแก้แค้นขจรก่อน
“ ขี้แพ้ชวนตีหรือไง?” ขจรนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว มองเพื่อนของซาอิดที่แต่ละคนมีรูปร่างยังกับั์ปักหลั่น
“ หักแขนแม่งเลย”
บนเวทีซาอิดสู้ไม่ได้ เลยคิดแค้นใจ ไม่คิดว่าจะถูกมวยโนเนมอัดจนน็อค จึงมาจัดหนักขจร แต่หารู้ไม่ ว่าใครกันแน่ที่จะโดน
ขจรดึงผ้าขนหนูออกแล้วสะบัดใส่หน้า ชายร่างั์ จนหน้าหงาย แล้วซาอิดที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็ถูกขจรต่อยหมัดเหวี่ยงเข้าใส่กรามซ้าย ถึงกับ บิดเบี้ยวลงไปนอน นักมวยั์คนแรก ะโเข้ารัดตัวของขจรแต่ทว่าเขาะโเข่าลอยเข้าปลายคางของมัน แล้วใช้ผ้าขนหนูสะบัดไปบิดสวิตซ์ไฟ ทำให้ห้องมืดดับลง
แล้วจากนั้นก็มีเสียงดังตุ๊บ ตับ ๆ พร้อมกับเสียงร้องคราง ของชายร่างั์ทั้งหมด
ไม่นานเสียงก็เงียบลง สวิตซ์ไฟถูกเปิด ทั้งห้าคนลงไปนอนนิ่งกับพื้น ส่วนขจรก็แต่งตัวเรียบร้อย แล้วเดินออกไปไม่สนใจคนเหล่านี้ แล้วไปกับเพื่อนร่วมค่ายไปกินอาหารหน้าสนามมวยเหมือนเดิม
คราวนี้มีที่ร้านมีเด็กเสริฟ์คนใหม่ ท่าทางขยันขันแข็ง และกระตือรือร้น เป็หนุ่มวัย 28 ปี ร่างกายแข็งแรง จมูกโด่งแล้วงุ่มเหมือนพวกฝรั่ง คิ้วหนาชนกัน ปากเป็กระจับเหมือนนก เขาคอยเสิรฟ์น้ำ เสิร์ฟอาหาร แต่พอเขาเห็นขจร ก็ทำจมูกฟุตฟิต เป็ที่น่าสงสัยยิ่ง
“ ไอ้น้อง เอ็งทำท่าเหมือนได้กลิ่นอะไร?”
“ กลิ่นงู ผมได้กลิ่นงูครับ เป็งูใหญ่เสียด้วย”
“ กลิ่นงู?” ครูทิมเอ่ยอย่างใ เพราะคราวก่อนพวกเขาเพิ่งพบกับ งูทับสมิงคลาไปแล้วรอบหนึ่ง ไม่คิดว่าแถวนี้จะมีงูใหญ่อีก แต่เด็กเสิรฟ์คนนี้เข้ามาใกล้ แล้วดมที่ตัวขจร อย่างใกล้ชิดๆ แล้วทำหน้าฉุน แล้วเดินจากไปในทันที
จนขจรต้องสูดดมเสื้อผ้าของตนเองด้วยความสงสัย แล้วเถ้าแก่ร้านก็รีบออกมาขอโทษที่ เด็กเสริฟ์คนใหม่ของเขา พูดแบบนี้
“ ทำไมคนอื่นไม่เห็นได้กลิ่นเลยครับ”
“ ไอ้นี่มันสติไม่ค่อยดี ต้องของอภัยทุกๆ ท่านด้วย มันชอบบอกว่า มันชื่อเวนไตย เป็าาครุฑ พอดีถูกคำสาป เลยกลายมาเป็มนุษย์ร้อยปี แต่ว่าตอนนี้มันไม่มีอะไรจะกิน เลยมาเกาะกระจกขอกินไก่ พอดีที่ร้านขาดคน ผมเลยรับมันมาเป็เด็กเสิรฟ์นะครับ”
“ แล้วเขาชื่ออะไร”
“ ผมเรียกมัน ไอ้เวรตะไลครับ”
ทุกคนได้ฟังก็หัวเราะออกมา มีแต่ขจรนั้นไม่ได้หัวเราะตามไปด้วย แล้วเดินตามเวนไตยไปที่หลังร้าน
“ พี่ชายกลิ่นตัวของผมเหมือนงูประเภทไหนครับ”
เวนไตยยิ้มพรางกล่าวว่า
“ เถ้าแก่หาว่า ฉันเป็คนบ้า แล้วน้องชายเชื่อหรือว่าฉันจะพูดความจริง”
“ พูดออกมาเถอะ ผมอยากรู้เช่นกัน นี่คือเงิน 1 พันบาท หากตอบมาแล้วผมพอใจก็เอาเงินนี่ไป"
“ ได้ ฉันจะพูด กลิ่นในตัวของน้องชายเป็กลิ่นสาปของพญานาค บางทีน้องชายอาจได้พบกับพญานาคมาก่อน หรือไม่ก็มีอดีตชาติเป็พญานาค หากว่าฉันมีพลังราชันครุฑเหมือนก่อน บางทีฉันอาจจะช่วยนายฟื้นความจำนี้ได้”
ขจรยื่นเงินให้ไปสองพัน แล้วเดินออกไปทันที
เขารู้สึกตัวเช่นกัน ว่าบางที ราชันเหมันต์นาคราช อาจมีเชื้อสายนาคราชมาก่อน แม้ว่าเขาสามารถแยกจิตออกไปกำเนิดใหม่ได้ แต่กลิ่นไอ พญานาคจึงยังคงอยู่ในร่างของเขาไม่เลือนหายไป หรือว่า เวนไตย จะเป็ราชันพญาครุฑ จริงๆ !!
ขจรหลังจากกินเลี้ยงจบ ก็นำอาหารกลับไปให้แม่กับน้องที่ตึกแถว พบว่า บ้านกลับเงียบสนิท ไม่มีใครอยู่บ้านเลยสักคน
ขจรเพิ่งจะเปิดมือถือ พบสายไม่ได้รับหลายสาย หนึ่งในนั้นมีเบอร์แม่ด้วย จึงรีบโทรกลับทันที แม่ไม่ได้รับสาย มีเสียงชายคนหนึ่งรับแทน”
“ มึงชื่อขจรใช่ไหม?”
“ ใช่ และคุณเป็ใคร นี่มันมือถือแม่ของผมนี่?”
“ แม่มึงเป็หนี้บ่อนเฮียเก้า ห้าแสนมึงรีบมาเคลียร์หนี้ให้แม่มึงเลย ไม่อย่างนั้นก็จะเอาน้องสาวกับแม่มึงไปขายซ่องกลางทะเล ชดใช้หนี้จนกว่าจะหมด”
“ บอกมา พวกแกอยู่ที่ไหน?”
“ ตึกหลงอู่”
ขจรนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างไปทันที
ตึกหลงอู่มีทั้งหมด 19 ชั้น เพิ่งจะสร้างเสร็จ ด้านในมีสถานบริการมากมาย
มีบาร์เหล้า บาร์โฮส บาร์น้ำ ด้วยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาย และหญิงเข้ามาเที่ยวกันมากมาย แต่ละชั้นล้วนมีสถานที่ลับเป็การส่วนตัว มีชายและหญิงให้บริการ
และที่ขาดไม่ได้ ด้านในมีบ่อนขนาดใหญ่ หลังจากบ่อนเก้า เยาวราชะเิ จึงเหลือแต่ ตึกหลงอู่ที่ยังคงต้อนรับลูกค้าแทน
ขจรเดินเข้ามา บอกว่ามาใช้หนี้ ก็ถูกส่งตัวไปที่ ชั้น 13 ซึ่งรอบๆ สองทางเดินล้วนมีกรงขัง แต่ละคน ล้วนตาลอยคล้ายคนติดยา ดวงตาเหม่อลอย พอเห็นขจร ก็ใช้มือยื่นออกมาจากกรงขัง ร้องบอกว่า
“ ขอ ของกินหน่อย ขอ ของกินหน่อย”
ขจรมีลูกอมในกระเป๋า อยู่สิบกว่าเม็ดเลยโยนให้พวกเขาไป แล้วพวกเขาก็กินกันไปอย่างหิวกระหาย
“ แม่”
“ พี่จร”
จ้อยตัวเล็กแค่แปดขวด พวกมันจับล็อดด้วยกุญแจมือตามแม่ไปด้วย
“ มึงเป็ลูกชาย ของเจ้บรรจงนี่ใช่ไหม?”
“ ใช่ครับ”
“ ดีแม่มึงเป็หนี้บ่อนของเฮียเก้า อยู่ห้าแสนรวมดอกแล้ว”
“ ฉันยืมแค่ แสนเดียว เหตุใดจึงกลายเป็ห้าแสนนี่มันไม่ถึงสามเดือนเลยนะ” แม่เอ่ยแย้งเบาๆ
“ ก็ดอกเบี้ยผิดนัด ค่าใช้จ่ายในการทวงถาม ค่าบอกเลิกสัญญา ค่าจ่ายล่าช้า ทางบัญชีเขาคิดไม่ผิดหรอก”
ชายคนหนึ่งดูเป็หัวหน้าเร่งรัดหนี้สินประจำบ่อน เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่าจะได้คืนหรือไม่
“ ผมมีอยู่แสนสอง เอาไว้ผมจะหาเงินมาชดใช้ให้ใหม่”ขจรนำเงินที่มีอยู่แสนสองออกมาทั้งหมด ยื่นให้กับคนคุม
“ กูจะรับไว้ เป็เงินตั้งฝาก แต่ว่ายังไม่ปิดบัญชีนะ ให้เวลา 3 วันเงินนี้คิดเป็ดอกเบี้ยก่อนก็แล้วกัน หากไม่มีเงินห้าแสน แม่กับน้องมึงจะถูกส่งลงเรือไปน่านน้ำสากล คอยรับแขกชาวประมง สามเดือน ก็ปลดหนี้แล้ว”
“ อะไรนะ เงินแสนสอง พวกแกให้เวลาสามวันเท่านั้นเหรอ มันไม่เอาเปรียบไปหน่อยเร๊อะ” แม่บรรจง รีบแย้งออกมาทันที
“ ป้าคิดว่า เงินของบ่อนมันออกมาจากไม่ไผ่หรือไง ก่อนยืมก็คุยกันแล้วนี่ ว่าดอกเบี้ยเท่าไร คิดกี่วัน หากไม่จ่ายต้องเจอกับอะไรบ้าง ป้าไม่ได้อ่านเลยหรือไง?”
“ ใครจะไปอ่านได้ ตัวเล็กเท่าขี้มด”
“ พอแล้ว สามวันก็สามวัน ผมจะพาแม่กับน้องๆ กลับบ้านไปก่อน”
“ ป้ากับเด็กกับไปก่อนได้ แต่น้องสาวคนนี้ต้องอยู่ก่อน จนกว่าจะได้เงินครบ”
จรมองไปรอบๆ เขามั่นใจว่าโค่นพวกมันได้ แล้วชิงตัวแม่กับน้องๆ ไป แต่ว่าต่อไปในอนาคต แม่กับน้องจะใช้ชีวิตยังไง เวลาเขาไม่อยู่ด้วย ขจรถอนหายใจออกมา
“ ตกลง ฉันจะหาเงินมาใช้หนี้พวกแกภายในสามวัน ห้ามแตะต้องน้องสาวฉันเป็อันขาด”
“ฉันรับประกันได้ สินค้าชั้นดีอย่างนี้ ฉันไม่ทำให้เสียหายแน่”
ขจรพาแม่กับน้องกับบ้าน ในใจก็คิดว่าจะหาเงิน ห้าแสนมาใถ่ตัวเจนจากที่ไหนดี
“ แม่ให้สัญญา สาบานต่อฟ้าเลยก็ได้ ต่อไปแม่จะไม่เล่นอีกแล้ว หากขืนเล่นขอให้ฟ้าผ่าตายเลยเอ้า”
“ ไม่ต้องสาบานหรอกแม่ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับแม่ ตอนนี้ผมต้องหาเงินมาไถ่ตัวน้องก่อน แม่กับจ้อยกลับบ้านไปกันเองนะ”
ขจรรีบโทรหาพี่ธงทันที
“ อะไรนะ ห้าแสนเลยเหรอ? กูมีติดกระเป๋าตอนนี้สองแสนห้า มึงเอาไปก่อน กูไปดาว์นบ้านกับดาว์นรถหมด เงินสดเลยมีเหลือเท่านี้ มึงไปขอยืมครูยอดหรือยัง”
“ ไม่หรอกพี่ ผมตั้งใจอยากจะหาด้วยตัวเอง ผมอยากรู้ว่าพี่ไปทำอะไรมา ถึงได้มีเงินรวดเร็วเช่นนี้”
“ ตอนนี้มึงอยู่ที่ไหน”
ขจรบอกที่อยู่ให้พี่ธง ไม่นานพี่ธงก็มารับขจร แล้วพาไปที่แห่งหนึ่ง
ซึ่งที่นี่คือตึกเวิร์ดเทรด 2 เป็ตึกใจกลางกรุงเทพ ชั้นใต้ดิน มีลาดจอดรถขนาดใหญ่ แต่ว่าเข้าได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น การ์ดที่คอยเฝ้าด้านหน้าสี่คน พอเห็นพี่ธงชูบัตรสมาชิก ก็โบกให้เข้าไปด้านในทันที
พอเข้าไปก็พบกับ กรงต่อสู้ขนาดใหญ่ มีคนใส่สูทแทบทั้งนั้นมารอชม ส่วนสตรี ก็มีแต่สาวสวยในชุดราตรี หรูหรา มีเครื่องดื่มและอาหารชั้นดีค่อยบริการ
“ ที่นี่คือ มวยใต้ดิน มีแต่คนชั้นสูงเงินหนาๆ เข้ามาชมการต่อสู้ในกรงแห่งนี้
ที่นี่จัดระดับนักมวยแค่สามรุ่น มีนักมวยรุ่นเล็ก จะมีรายได้คือ หากสู้แพ้ ก็จะได้เงินครั้งละ 5 หมื่น ถ้าชนะ จะได้ 1 แสน และหากสู้รอบต่อไปก็จะได้ค่าเหนื่อยอีกรอบละ 1 แสน แต่หากสู้ชนะถึงสามรอบ จะได้โบนัสพิเศษอีก 1 แสน หากว้าท้าคู่ต่อสู้ที่รุ่นกลางก็จะได้ค่าเหนื่อยเพิ่มอีก สองเท่า รุ่นใหญ่ ก็จะได้สามเท่า
ส่วนด้านโน้น ก็เป็โต๊ะรับพนันทั้งในนี้และออนไลน์ ผู้ที่จะได้สิทธิเข้าชม ต้องเป็สมาชิก มวยใต้ดินคลับ เท่านั้น”
“ แต่ทำไมพวกเขาต้องใส่หน้ากากด้วย?”
“ การต่อสู้แบบนี้ เป็สิ่งผิดกฏหมาย ไม่มีการรับรองจากสถาบันไหน ดังนั้น คุณเป็ใครก็ได้ ที่อยากขึ้นชก เพื่อไม่ให้มีใครจำหน้าได้ จึงมีการใส่หน้ากากก่อนขึ้นชก พวกฝรั่งมันเรียก การต่อสู้แบบนี้ว่า เดอะแมสไฟเตอร์”
“ ผมอยากสู้ ผม้าเงินไปช่วยน้องจริงๆ”
“ อืมกูรู้ แต่ว่า เดอะแมสไฟเตอร์มันจะต้อง ไปลงทะเบียนต่อเ้าหน้าที่ก่อน เพื่อเซ็นสัญญาเป็ตาย ไม่มีใครรับผิดชอบ และรุ่นที่จัดชก จะมีแค่สามรุ่น คือรุ่นเล็กที่จัดแค่เพียง รุ่นซุปเปอร์เฟเธอร์เวท 130 ปอนด์ รุ่นกลางคือ รุ่นซุปเปอร์มิลเดิลเวท 160 ปอนด์ และรุ่นใหญ่สุด คือรุ่นซุปเปอร์เฮฟวี่เวท ไม่จำกัดน้ำหนัก มึงอยู่รุ่นซุปเปอร์ฟลายเวท ประมาณ 115 ปอนด์ หากต่อสู้ในเดอะแมสไฟเตอร์ มึงต้องชกรุ่นซุปเปอร์เฟเธอร์เวทรุ่นเล็ก ต้องแบกน้ำหนัก ถึงสี่รุ่น มึงจะไหวหรือวะ”
“ ไม่มีปัญหา ผมอยากลอง”
“ ก็ลองดู วันนี้มีชกรุ่นเล็กพอดี มึงไปลงทะเบียนก่อน”
พี่ธงพาขจรมาที่พนักงานรับลงทะเบียน ซึ่งก่อนเข้าไปก็จะได้รับหน้ากากสวมใส่เอาไว้ ของขจรนั้นเลือก หน้ากากหนุมาน คอมพิวเตอร์สแกนหน้าของขจร แล้วได้ทำหน้ากากหนังเป็รูปหนุมานที่ใส่พอดีกับใบหน้าของ ขจรทันที
ส่วนของพี่ธงนั้นมีอยู่แล้ว หน้ากากของเขาคือหน้ากากตั๊กแตน
พอลงทะเบียนลงชื่อเป็ตายไม่ต้องรับผิดชอบ เสร็จก็จะได้ป้ายชื่อ เป็บัตรผ่านเข้าออก
“ ตอนนี้พวกที่ต่อยบนเวทีนั้น อยู่ในรุ่นเล็ก แต่ว่าพวกมันล้วนมีน้ำหนักประมาณ 130 ปอนด์กันแทบทั้งนั้น มึงหากขึ้นไปก็ต้องอย่าเข้าปะทะพวกมัน ใช้ความเร็วหลอกล่อเอาไว้ แล้วหาจังหวะตอบโต้ใส่มัน อ้อ.นี่คือการต่อยมวยแบบฟรีสไตล์
พวกมันสามารถใช้อาวุธในร่างกายได้ทุกชนิด ยกเว้นการกัด แล้วเอานิ้วจิ้มตา หรือว่าฉีกปาก ดึงหู แต่ใช้หัวโขก ล้มแล้วซ้ำได้ สามารถจับทุ่มหรือนอนไปกับพื้นเพื่อกอดรัดฟัดได้จนกว่าอีกฝ่ายจะยอมแพ้ ไม่มีผลเสมอ ต้องมีคนชนะในการชกแต่ละครั้งเท่านั้น นอกนั้นก็ใช้กติกาของมวยไทย”
ขจรได้ฟังก็พยักหน้า พร้อมสู้ตลอดเวลา
แล้วผลของคู่บนเวที ก็มีผู้ชนะคือหน้ากากหมูป่า แล้วก็มีการกดสุ่มเรียก นักชกคนต่อไปเพื่อสู้ต่อเป็คนที่สาม ขจรถูกเรียกให้ขึ้นไปสู้
“ หือ ทำไมมันถึงได้เรียกมึงขึ้นไปชก ในวันแรกเลยวะเนี่ย”
“ คู่ต่อสู้คนต่อไปของหน้ากากหมูป่าก็คือ หน้ากากหนุมาน ซึ่งน้ำหนักตัวน้อยกว่ากันถึงห้ารุ่น ราคาต่อรอง เลยพุ่งขึ้นมา 5 ต่อ 1 พ่อแม่พี่น้องเซียนมวยตัวจริงต้องไม่พลาด มีเวลาให้ทุกท่านทั้งที่สนามและที่ออนไลน์อยู่ในขณะนี้ เร่ิ่มเดิมพันกันภายในห้านาที ระหว่างนี้ เชิญพบกับประวัติของทั้งคู่กันก่อนครับ
หน้ากากหมูป่า ชกมาแล้ว 1 ร้อยไฟต์ ชนะไปถึง 80 ไฟต์ พ่ายไปเพียง 20 ไฟต์ น้ำหนัก 130 ปอนด์ปัจจุบันอายุได้ 30 ปีแล้ว ส่วนคู่ต่อสู้คือหน้ากากหนุมาน ไม่เคยขึ้นชกในรายการเดอะแมสไฟเตอร์เลย ปัจจุบันมีอายุ 19 ปี น้ำหนักเพียง 115 ปอนด์เท่านั้น ในเมื่อทุกท่านพร้อมแล้ว ก็ขอเชิญพบกับ นักสู้เดอะแมสไฟเตอร์กันได้เลยคร๊าบบบบบบ ...