ตอนที่ 4 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (9)
“เราออกไปตอนนี้พอดีได้นั่งกินมื้อกลางวันที่เหลาเทาเที่ยค่อยกลับมา” อี้อวิ๋นเฟยกล่าวด้วยความใส่ใจ “ข้าเตรียมรถม้าไว้ข้างนอกแล้ว อู๋โยวเก็บของเสร็จก็ไปกันได้เลย”
2333 รีบเอ่ยเตือน “โฮสต์ ท่านต้องจำไว้นะครับว่านี่เป็โลกยุคโบราณ อีกทั้งท่านกับเขายังเป็คนละเพศกัน ท่านลองสมมติว่าตัวเองเป็ผู้หญิงในยุคโบราณสิครับ ว่าจะต้องรับมือเื่แบบนี้อย่างไร”
เหอหรงเดิมทีไม่คิดอะไร พอได้ยินข้อฉุกคิดจาก 2333 พลันอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที สมัยโบราณผู้ชายนัดผู้หญิงออกไปข้างนอกนี่ไม่ใช่เื่ดีอะไร
แม้เขาไม่ได้คิดว่าผู้ชายสองคนอย่างเขากับองค์ชายรองออกไปด้วยกันจะมีอะไร แต่เขาไม่ชอบความรู้สึกที่ถูกจัดฉากเล่นงาน
ทว่าในต้นฉบับอี้อวิ๋นเฟยผู้นี้เป็คนดีอ่อนโยนเมตตาคนหนึ่ง บางทีเขากับ 2333 อาจคิดมากไปเองก็ได้
เหอหรงลองเชิงถาม “บนตัวรถมีป้ายของวังองค์ชายรองหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
อี้อวิ๋นเฟยเอ่ยเอาใจ “ข้าพาอู๋โยวออกจากบ้านย่อมต้องแขวนป้ายแน่แล้ว จะได้ไม่มีพวกต่ำช้าไม่มีตามาชนอู๋โยวจนทำลายความสุขของพวกเรา”
เหอหรงถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ดูท่าเื่นี้ซ่อนปมไว้ลึกเสียจริง แตกต่างจากเนื้อเื่เบื้องหน้าโดยสิ้นเชิง
หากวันนี้เขากล้าออกจากประตูขึ้นรถขององค์ชายรองผู้นี้ คาดว่าพรุ่งนี้ทั้งเมืองหลวงล้วนรู้ว่าจี้อู๋โยวกับอี้อวิ๋นเฟยมีไมตรีต่อกัน
เขากำลังเล่นงานจี้อู๋โยวดังคาด ยามนี้ก็คือเล่นงานมาถึงหัวของตัวเหอหรง
อี้อวิ๋นเฟยลอบกัดฟัน เขากับจี้อู๋โยวแม้จะมีการหมั้นหมาย แต่หนึ่งทีแรกฝ่าาไม่ได้มีพระราชโองการชัดเจน สองยามนี้ทั้งสองยังไม่ได้มีใจสัมพันธ์
หากรอจี้อู๋โยวโตแล้วชมชอบคนอื่น ท่านชายอันหนิงอาจไปทูลฝ่าาให้คืนคำตรัสก็เป็ไปได้
ยามนี้การแต่งงานของเขาค่อยๆ ขยับใกล้เข้ามาแล้ว อีกสักพักเขายังต้องตามเหวินจงโหวไปตรวจราชการเื่เกลือ เขากลัวว่าหากเื่ราวมีการเปลี่ยนแปลงจะต้องลุกลนอยู่บ้าง
ออกจากวังวันนี้พระสนมหวังกุ้ยเฟยพระมารดาของเขาออกความคิดให้ว่าต้องให้คนภายนอกรู้ว่าพวกเขามีการหมั้นหมาย จากนั้นจึงค่อยๆ วางแผน ทว่าให้พวกเขากระจายข่าวนี้ออกไปเองโดยไม่มีมูลหลักฐานอย่างไรก็ไม่น่าเชื่อถือ จะให้ดีต้องมีคนเห็นกับตาด้วย
จี้อู๋โยวอายุน้อยไม่เป็ไร สามารถจัดงานแต่งในสองสามปีให้หลังได้ จุดสำคัญคือต้องกำหนดคนเอาไว้ก่อน
พระสนมหวังกุ้ยเฟยเป็ธิดาของขุนนางฝ่ายบู๊ ยศบิดาเพียงขั้นสี่ สิ่งที่พวกเขาขาดแคลนที่สุดในตอนนี้คือการสนับสนุนในราชสำนัก เหวินจงโหวบิดาของจี้อู๋โยวทั้งๆ ที่สืบทอดฐานันดรได้แต่กลับไปสอบราชการเอง สุดท้ายสอบได้ซานหยวนจี๋ตี้[1]ประสบความสำเร็จเป็เื่เล่าขานสืบมา
ด้วยเหตุนี้เหวินจงโหวจึงมีชื่อเสียงมากในหมู่ชาวบุ๋น ยามนี้ยังมีฐานะสูงศักดิ์ พวกเขาย่อมไม่อยากปล่อยจี้อู๋โยวเนื้อติดมันชั้นดีชิ้นนี้ไป
เหอหรงตัดสินใจว่องไว คิดคำนวณผลประโยชน์และความสัมพันธ์รอบหนึ่ง ทว่าเขายังอยากตกปลาล่อเหยื่อ คิดว่าอี้อวิ๋นเฟยเอ่ยขึ้นมาตามใจเช่นนี้ ไม่มีทางไม่มีแผนการอื่น
เหอหรงเอ่ยตอบอย่างลังเล “นี่...หากมีป้ายของวัง...องค์ชายรองอย่างไรก็เป็บุรุษคนนอก ข้า ข้ากลัวเตียเตียกลับมาจะตำหนิข้าได้”
อวิ๋นซิ่วรีบเอ่ยว่า “คุณชายไม่ต้องกลัวเ้าค่ะ ท่านชายรักท่านที่สุดเสมอมา หากคุณชายอยากไปก็เที่ยวเล่นให้สำราญใจได้เลยเ้าค่ะ”
ดูสิ ปลาตัวนี้ติดเหยื่อแล้วใช่หรือไม่ คนในใจเอ่ยขึ้น คนข้างกายที่ไว้ใจคะยั้นคะยอ หากเป็เด็กผู้หนึ่งจริงๆ จะหลบหลีกกลนี้อย่างไร
เชิงอรรถ
^ สอบราชการและได้อันดับหนึ่งทั้งสามระดับ ได้แก่ ระดับภูมิภาค ระดับเมืองหลวง และการสอบหน้าพระที่นั่ง เป็นเกียรติและความสำเร็จสูงสุดของผู้สอบราชการ