ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างและเห็นกรุงเทพมหานครอยู่ข้างใต้ขณะที่เครื่องบินกำลังจะลงสู่สนามบินสุวรรณภูมิแสงไฟของเมืองหลวงส่องประกายระยิบระยับ เสริมด้วยเม็ดฝนที่ตกลงโปรยปรายลงมาฉันหันความสนใจกลับไปยังโทรศัพท์มือถือที่ถืออยู่ในมือและถอนหายใจหนักๆเพราะปริมาณแบตเตอรี่เหลือเพียง 1%
ฉันพยายามใช้เวลาที่เหลืออยู่เปิดใช้งานอีกครั้งเพื่อดูว่าฉันได้รับข้อความจากลูกชายของฉันหรือไม่ฉันหวังว่าเขาจะได้รับข้อความของฉันที่ส่งไปก่อนหน้าไม่เช่นนั้นเขาจะต้องแปลกใจเมื่อฉันไปปรากฏตัวที่หน้าประตูอพาร์ตเมนท์ของเขา
เมื่อเครื่องลงจอดฉันก็เปิดโทรศัพท์ด้วยความกระวนกระวายใจใจฉันเต้นรัวเมื่อเห็นการแจ้งเตือน ฉันมีข้อความสี่ข้อความและจากนั้นใจฉันก็จมลงเมื่อเห็นว่าข้อความทั้งหมดมาจากสามีของฉัน...ซึ่งในไม่ช้าก็จะเป็อดีตสามี“ไอ้สารเลว” ฉันพึมพำขณะลบข้อความทั้งหมด
ฉันหยิบกระเป๋าใบเดียวของฉันซึ่งเป็กระเป๋าสะพายที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าสองสามชิ้นฉันลองกดโทรหาลูกชายอีกครั้ง แต่มันก็เข้าสู่ระบบฝากข้อความเหมือนเดิมฉันหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า...
“ยศ...นี่แม่อีกแล้วอย่างที่แม่บอกไปก่อนหน้านี้ แม่หนีออกจากฟาร์มของเรามาแล้ว แม่หวังว่าจะได้พักอยู่กับยศสักสองสามวันตอนนี้กำลังนั่งแท็กซี่ไปที่อพาร์ตเมนท์ หวังว่าแม่จะได้พบยศเร็ว ๆ นี้” ฉันหยุดแล้วพูดต่อว่า "แม่รักยศนะ!"จากนั้นฉันก็นั่งแท็กซี่เพื่อเข้าเมืองซึ่งอยู่ห่างออกไปเป็ระยะทางเกือบ 30กิโลเมตร
ฝนยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ขณะที่รถเคลื่อนตัวไปตามทางหลวง ค่อยๆ วิ่งไปตามถนนที่เปียกและแวววาวจากแสงสะท้อนของเมืองฉันประหลาดใจที่ชีวิตของฉันเปลี่ยนไปในเวลาไม่ถึงวัน!
เมื่อวานนี้ ฉันคือนางวารี ภรรยาของนายวินัย เ้าของฟาร์มผักออร์แกนิคและผลไม้เมืองหนาวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ชานเมืองเชียงใหม่วินัยกับฉันเรียนจบทางด้านวิทยาศาสตร์มาด้วยกัน เราเคยทำงานเป็นักวิจัยพันธุศาสตร์ให้กับบริษัทข้ามชาติั์ใหญ่ระดับโลกมาหลายปี
จนกระทั่งเมื่อถึงจุดอิ่มตัว เขาก็้ามีฟาร์มเป็ของตัวเอง เราเริ่มจากการเลี้ยงสัตว์แต่ไม่ประสบความสำเร็จจึงเปลี่ยนมาเป็ปลูกผักและผลไม้อย่างทุกวันนี้
แล้ววันหนึ่ง ฉันก็พบความจริงว่า "มีปีศาจซ่อนอยู่ในตัวเขา"เขามีความปรารถนาที่เก็บซ่อนลึกอยู่ในใจมานานแสนนาน ความปรารถนาที่เขาไม่มีได้รับการเต็มเต็มจากร่างกายของฉันเนื่องจากเขาเป็พวกกระสันสัตว์หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เขาชื่นชอบการมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์โดยเฉพาะกับสุนัขตัวเมีย
ทั้งๆ ที่รู้แต่ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเข้าใจเขาเพื่อประคับประคอง“ครอบครัว” ของเรา
ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ความปรารถนาที่เขามีต่อร่างกายของฉันยิ่งน้อยลงๆ จนกระทั่งมันหายสาบสูญไปให้ตายเถอะ...เขาเลือกสุนัขมากกว่าฉัน! จากความใในตอนแรกที่รับรู้ตัวตนของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็ความละอายและกลายเป็ความน่าขยะแขยงในที่สุด
แต่ก่อนที่ฉันจะเดินจากมาฉันได้รวบรวมเอาความคับข้องใจที่สะสมมาเกือบยี่สิบปีะเิใส่เขาจากความรักกลายเป็ความแค้น จากความแค้นกลายเป็การแก้แค้นใช่แล้ว...ฉันพยายามนอกใจเขาด้วยการยั่วยวนเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ฉันสร้างเื่หลอกสามีว่าเขาไม่ใช่พ่อที่แท้จริงของลูกๆและฉันบังคับให้เขาจะต้องโอนเงินหลายล้านบาทเพื่อชดเชยเวลาที่ฉันเสียไป
อดีตสามีของฉันไม่เคยเข้าลูกชายของเราได้เลย พวกเขามักจะทะเลาะกันั้แ่ยศเริ่มติดเกมคอมพิวเตอร์และความไม่ลงรอยกันก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดแตกหัก เมื่อ “ยศกร” ปฏิเสธความ้าของเขาที่จะเข้าเรียนต่อทางด้านวิทยาศาสตร์โดยแอบไปสมัครสอบชิงทุนการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์กราฟิกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเก่าแก่ และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ
ส่งผลให้วินัยตัดขาดลูกชายของเราไปโดยสิ้นเชิง และฉันไม่ได้เจอลูกชายมาั้แ่เขาจบมัธยมปลายฉันเคยติดต่อกับเขาด้วยจดหมาย โทรศัพท์ และอีเมลแต่วินัยแสดงให้เห็นชัดเจนว่าลูกชายของเราจะไม่ได้รับการต้อนรับที่บ้านอีกต่อไปฉันกลายเป็คนกลางและไม่เห็นหนทางอื่นใดนอกจากการต้องทนอยู่กับเขาต่อไป
หลังจากที่ฉันะเิทุกสิ่งทุกอย่างใส่เขาแล้วฉันทำการโอนเงินที่เหลือทั้งหมดของเขาไปเข้าบัญชีส่วนตัวของฉันไม่ใช่ว่ามันมากมายอะไร แต่มันเพียงพอสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฉันมีเพื่อนสนิทที่คบกันมาั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันอยู่ที่กรุงเทพฯและพวกเธอพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือฉันเสมอ
ฉันไม่แน่ใจว่าใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะตัดสินใจเดินออกจากชีวิตของสามีโรคจิตลูกชายของฉันเป็คนแรกที่ฉันนึกถึง อีกทั้งฉันยังพอมีลู่ทางที่จะกลับไปทำงานเป็นักวิทยาศาสตร์ได้อีกครั้งและตอนนี้ฉันกำลังนั่งแท็กซี่ผ่านตึกสูงใหญ่ที่เรียงรายอยู่ในย่านใจกลางเมืองหลวงแล้ว
หลังจากจ่ายแท็กซี่แล้วฉันก็ลงจากรถพร้อมกระเป๋าสะพาย ฉันหยุดยืนอยู่หน้าตึกสูงด้วยความไม่แน่ใจก้มมองชื่อและเลขที่ของอาคารที่ลูกชายให้ไว้ในอีเมลซึ่งก็ตรงกัน นี่มันไม่ใช่อพาร์ตเมนท์ธรรมดาๆที่ชายหนุ่มวัยเริ่มต้นทำงานมาได้ไม่กี่ปีจะเช่าอยู่ได้ หากแต่มันคือคอนโดมิเนียมหรูหราบนตึกสูงระฟ้าในทำเลย่านธุรกิจใจกลางเมือง!
เหมือนกับคนเฝ้าประตูในชุดเครื่องแบบสีขาวสะอาดตาจะสังเกตเห็นว่าฉันกำลังยืนสับสนอยู่เขารีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับร่มในมือ แม้ว่าเขาจะพยายามอย่างเต็มที่แต่ฉันก็ดูเหมือนลูกหมาตกน้ำก่อนที่เราจะได้เข้าไปในอาคาร
ฉันแน่ใจว่าการแต่งกายของฉันดูจะไม่เหมาะกับสถานที่อย่างยิ่ง กางเกงผ้าพื้นเมืองสีดำและเสื้อยืดสีขาวภายใต้เสื้อคลุมผ้าไหมตัวใหญ่พร้อมกับหมวกไหมพรมสีเทาอ่อนคนเฝ้าประตูพับร่มและมองฉันด้วยความแปลกใจขณะที่ฉันยืนอยู่ตรงนั้นผมยาวประบ่าสีน้ำตาลเข้มพันกันยุ่งมีน้ำหยดลงบนพื้นหินอ่อนที่สวยงามของล็อบบี้ขณะที่ฉันตัวสั่นด้วยความหนาวเย็น
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับคุณ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขากำลังสงสัยแน่นอนว่าเขารู้จักผู้อยู่อาศัยทั้งหมดและเขามั่นใจว่าฉันไม่ได้เป็หนึ่งในนั้นแน่นอน
"อืม...ฉันก็หวังอย่างนั้น ฉันเอ่อ...ชื่อวารีลูกชายของฉันอาศัยอยู่ที่นี่ เขาชื่อยศกร คุณพอจะรู้จักเขาไหม..."
“โอ้...คุณวารี!” ทันใดนั้นคนเฝ้าประตูก็อุทานเสียงดังน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพ “คุณยศกรโทรมาแจ้งไว้แล้วและให้เราพาคุณเข้าไปในห้องของเขาได้เลยครับเขาสั่งให้เรียนคุณว่าเขาติดประชุมสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจ และโทรศัพท์มือถือของเขาน่าจะมีปัญหาหากคุณ้าอะไรเพิ่มเติม โปรดแจ้งให้เราทราบได้เลยครับ เราจะจัดหาให้โดยเร็ว”
คนเฝ้าประตูเดินอ้อมไปด้านหลังโต๊ะที่ปูด้วยหินอ่อนแบบเดียวกับที่อยู่บนพื้นและหยิบกุญแจชุดหนึ่งเขาหยิบกระเป๋าสะพายของฉันแล้วผายมือไปทางลิฟต์ “ผมจะนำทางขึ้นไปครับ” ฉันเดินตามไปด้วยความรู้สึกสับสนจากปฏิกิริยาของเขาที่อ่อนน้อมทันทีที่รู้ว่าฉันเป็ใคร
ฉันขึ้นลิฟต์ที่ดูโอ่อ่ามากโดยไม่พูดอะไรในขณะที่เขาพยายามบอกฉันอย่างน้อยสามครั้งว่าคุณยศกรเป็ชายหนุ่มที่แสนดีมากขนาดไหนฉันได้แต่ยืนนิ่งในใจนึกถึง่เวลาการเจริญเติบโตของลูกชาย...
อย่างที่ฉันบอกไปแล้ว ยศไม่เคยเข้ากับพ่อของเขาได้เลยเขามักจะปฏิเสธที่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือเขาจะหลีกเลี่ยงการใช้เวลาครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตาเขาเลือกที่จะใช้ชีวิตหน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่า โดยรวมแล้วเขาเป็เด็กเนิร์ดคนหนึ่งเท่านั้นไม่มีอะไรโดดเด่นหรือหวือหวามากนัก
เขาเป็เด็กที่รูปร่างค่อนข้างผอมบางและเต็มไปด้วยสิวตลอด่มัธยมต้นและมัธยมปลายฉันไม่เคยเห็นออกเดทกับสาวๆ เลยสักครั้ง แต่ฉันมั่นใจว่าเขาชอบผู้หญิงอย่างแน่นอนฉันเคยเห็นเขาดูสื่อลามกในคอมพิวเตอร์บางครั้งฉันก็พบนิตยสารเพลย์บอยที่เขาซ่อนไว้ใต้ที่นอนบนเตียงของเขา
และฉันก็จำร่องรอยจากการช่วยตัวเองบนผ้าปูที่นอนของเขาได้ค่อนข้างบ่อยมันเป็เื่ธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ต้องเผชิญกับฮอร์โมนเป็ครั้งแรกและฉันไม่ซีเรียสหรือกังวลใจอะไรเลย เขาเป็เด็กหนุ่มที่กำลังเติบโตตามวัยเท่านั้น
ฉันหวังว่าเมื่อเขาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เขาจะได้พบกับผู้หญิงดีๆ สักคนแต่จากการสนทนาทางโทรศัพท์หลายครั้งของเรา เขาจะหัวเราะและบอกฉันเสมอว่า "ไม่ครับแม่ที่นี่ไม่มีใครน่าสนใจ ไม่ต้องห่วงครับ...ยังไงแม่ก็ยังเป็ผู้หญิงที่แสนดีที่สุดของผมเสมอ"
ฉันหัวเราะและตอบเขาว่าใช่ โดยนึกถึงเด็กน้อยที่ฉันเลี้ยงมา ซึ่งตอนที่เขายังเป็เด็กอนุบาลเขามักจะเข้ามากอดฉันและหัวเราะคิกคัก ก่อนจะบอกฉันว่าเขาคือแฟนของฉัน ฉันจะกอดและหอมแก้มลูกชายของฉันแล้วบอกเขาว่า"โอเคๆ แม่ฉันจะเป็ผู้หญิงของยศ" และนั่นมันคือเมื่อยี่สิบปีที่ผ่านมา
ภวังค์ของฉันพังทลายลงเมื่อลิฟต์หยุดอยู่ที่ชั้น 72เห็นได้ชัดว่าลูกชายของฉันอาศัยอยู่ชั้นบนสุดของตึกสูงและพนักงานเปิดประตูนำฉันเข้าไปในโถงทางเดินที่มีประตูเพียงสี่บานเราหยุดอยู่หน้าประตูบานห้องหนึ่ง แล้วเขาก็ใช้กุญแจเปิดประตูก้าวเข้าไปวางกระเป๋าของฉันแล้วกลับออกมา
“คุณยศกรฝากให้เราทำกุญแจสำรองไว้ให้คุณผู้หญิงเพื่อให้คุณสามารถเข้าออกได้ตาม้าครับ” เขายื่นลูกกุญแจให้ฉันแล้วโค้งคำนับ
ขณะที่เขากำลังจะกลับออกไป ทันใดนั้นฉันก็นึกได้ตามมารยาทว่าต้องทำอย่างไรฉันล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายเพื่อหยิบกระเป๋าสตางค์แต่คนเฝ้าประตูส่ายหัวแล้วพูดว่า "คุณยศกรให้ไว้เรียบร้อยแล้วครับ"เขาโค้งศีรษะอีกครั้งแล้วพูดต่อว่า "หาก้าอะไร คุณผู้หญิงสามารถโทรลงไปชั้นล่างที่ล็อบบี้แล้วขอสายสมศักดิ์ได้เลยครับ" จากนั้นเขาก็จากไป
ฉันปิดประตูพร้อมกับถอนหายใจ ในที่สุดหลังจากวันที่แสนวุ่นวายฉันก็ปลอดภัยในที่ของลูกชายของฉัน เมื่อกวาดตามองไปรอบๆฉันคิดว่าน่าจะเปลี่ยนจากคำว่าห้องพัก อพาร์ตเมนท์ หรือคอนโดมิเนียม ไปใช้คำว่า“บ้านลอยฟ้า” หรือเพนท์เฮ้าส์ (Penthouses)มากกว่า เพราะมันใหญ่โตโอ่อ่ามากโดยจัดสรรพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว

ฉันค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่แน่นอนว่าเป็บ้านของชายโสดที่มีเฟอร์นิเจอร์หนังและโครเมียมวาววับมากมายโทรทัศน์จอใหญ่มหึมาติดตั้งอยู่กับผนังด้านหนึ่งพร้อมกับอุปกรณ์มากมายที่ฉันคิดว่ามีไว้เพื่อเล่นเกมคอมพิวเตอร์บนโต๊ะกาแฟมีรีโมตคอนโทรลหลายตัวเรียงกันเป็ระเบียบ ขนาบข้างด้วยกระป๋องน้ำอัดลมและกล่องพิซซ่าที่ว่างเปล่า
ภายในหัวเต็มไปด้วยความสงสัยและคำถามมากมายที่นี่คือสถานที่อยู่อาศัยของลูกชายของฉันจริงๆ หรือ? ถ้าจริงแล้วเขาไปเอาเงินมากไหนเพราะค่าเช่าต้องแพงแสนแพงอย่างแน่นอน? งานอะไรที่จะทำให้นักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบมายังไม่ถึงห้าปีจะได้รับเงินเดือนมากมายขนาดนี้?
และจากคำพูดของคนเฝ้าประตูที่ว่าตอนนี้เขากำลังประชุมสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจ...ธุรกิจอะไร? เพราะเหตุใดเขาจึงไม่เคยพูดถึงความเป็อยู่ของตัวเองให้ฉันรับรู้เลยสักครั้ง?ฉันอดคิดแย่ๆไม่ได้ว่าเขาอาจจะเข้าไปพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายหรือเปล่า? ไม่ๆๆลูกชายของฉันไม่ใช่คนแบบนั้น เขาเป็แค่ชายหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น!
ใช่แล้ว...ฉันควรจะหยุดคิดฟุ้งซ่านแล้วรอจนกว่าเขาจะกลับมาอธิบายความจริงด้วยตัวเอง
******************************