จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 127 เผชิญหน้าตัวต่อตัว

            เมื่อจัดการกับข่งเฉาแล้วเย่เฉินก็รีบออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

            หลังจากนั้นไม่นานก็มีเงาร่างปรากฏขึ้นที่นี่ เมื่อมองดูแล้ว คือเจียงหยางนั่นเอง

            เมื่อเห็นความยุ่งเหยิงที่เต็มไปทั่วพื้นเจียงหยางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “มีการต่อสู้ครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่นี่”

            หลังจากมองไปรอบๆเจียงหยางก็หันหลังกลับและจากไปบางทีเขาอาจจะคิดไม่ถึงว่าข่งเฉาจะถูกฝังให้นอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้คดงอที่อยู่ไม่ไกล

            ส่วนเย่เฉินเขาได้มายังสถานที่รกร้างห่างไกลอีกครั้งนำทุ่นระเบิดและระเบิดควันที่เหลืออยู่จัดวางไว้ตรงนั้นเตรียมจะใช้วิธีการเดิมที่จะจัดการพวกจั่วชิวหมิงและเจียงหยาง

            อันที่จริงตอนนี้เขาสามารถออกจากป่าร้างได้แล้ว

            ในป่าร้างตอนนี้นอกจากเขาแล้ว ก็มีจั่วชิวหมิงและเจียงหยางซึ่งในเวลานี้ทั้งสองคนกำลังตามหาเขาไปทั่วป่าร้างเขาจะสะบัดแขนเสื้อและออกไปจากป่าร้างก็ได้ แต่สาเหตุที่เขายังไม่ออกไปก็เพราะต้องการที่จะปล้นจั่วชิวหมิงและเจียงหยางเสียก่อน

            ไม่รู้ว่าหากจั่วชิวหมิงและเจียงหยางได้รับรู้ความคิดอันแปลกประหลาดของเขาทั้งสองคนจะแสดงอาการเช่นไร

            ในไม่ช้ากับดักที่วางเอาไว้ก็เสร็จสมบูรณ์ เย่เฉินจึงรีบออกไปทันที

            เวลาผ่านไปเพียงไม่นานนักเขาก็กลับมา และยังพาคนอีกหนึ่งคนมาด้วยนั่นคือเจียงหยางที่เคยมาปรากฏตัวอยู่ในป่าร้างก่อนหน้านี้

            ตูม!

            ตูม!

            ตูม!

            ช่วงเวลาต่อมาเจียงหยางก็ถูกทุ่นระเบิดระเบิดใส่จนกระเด็นลอยออกไป ตามมาด้วยระเบิดควันยาสลบและเข็มพิษ

            “เย่เฉินข้าจะฆ่าเจ้า” เสียงคำรามของเจียงหยางดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่า

            “เจ้ายั่วยุข้าก่อน”เย่เฉินไม่สามารถจะออมมือได้ เขาจึงเอ่ยกับเจียงหยางไปอย่างชัดเจน

            และเจียงหยางก็ยากที่จะหนีจากการถูกปล้นได้เช่นเดียวกับข่งเฉา

            “มานี่สิมาดูสหายของเจ้า” เย่เฉินแบกเจียงหยางไปยังสถานที่ที่ข่งเฉาถูกฝังทั้งเป็นจากนั้นเปิดหลุมขนาดใหญ่แล้วโยนเจียงหยางที่เปลือยเปล่าเข้าไป

            เย่เฉินทำการกลบดินฝังและปัดก้นเดินจากไป

            “ถ้าอย่างนั้นคนต่อไปก็คือเจ้าแล้ว จั่วชิวหมิง” เย่เฉินกระตุกมุมปากและมองไปทางป่าร้างราวกับว่าเขาสามารถมองเห็นใบหน้าที่หวาดกลัวของจั่วชิวหมิงได้จากระยะไกล

            คราวนี้เย่เฉินไม่ได้วางกับดักของคนร้ายอีกต่อไป

            แต่ไหนแต่ไรมาเขาต้องการที่จะต่อสู้กับขั้นพลังหยางสักครั้งแต่เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ก่อนหน้านี้ไม่เอื้ออำนวย

            ตอนนี้ท่ามกลางป่าร้างแห่งนี้เหลือเพียงเขาและจั่วชิวหมิงเท่านั้นไม่มีใครจะมารบกวนเขาได้อีกต่อไป เขาคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีมากและเขาอยากจะรู้มากว่าหากไม่วางกับดักคนร้าย ไม่ใช้พลังแห่งวิถีปีศาจจะสามารถเอาชนะจั่วชิวหมิงที่อยู่ขั้นพลังหยางได้ไหม

            เมื่อคิดเช่นนี้ในใจเย่เฉินก็หันหลังเดินเข้าไปในความมืดมิด

            ในตอนนี้จั่วชิวหมิงที่ยังคงค้นหาร่องรอยของเย่เฉินในป่าก็ยิ่งมีอารมณ์โกรธมากขึ้นเรื่อยๆและยิ่งอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ พลังวิญญาณอันแกร่งกล้ากลับไม่สามารถจะปล่อยมันออกมาได้

            ไม่รู้ว่าใช้เวลาเดินไปนานแค่ไหนจั่วชิวหมิงจึงหยิบยันต์ถ่ายทอดเสียงออกมา

            “เจอร่องรอยของเขาหรือยัง?” จั่วชิวหมิงหันไปถามยันต์ถ่ายทอดเสียง

            เพียงแต่เขาไม่ได้ยินเสียงสะท้อนของข่งเฉาและเจียงหยางตอบกลับมาเป็นเวลานานเขาจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย และถามอีกครั้ง “ข้าถามพวกเจ้าอยู่นะ? ว่าเจอร่องรอยของเย่เฉินหรือยัง?”

            ยันต์ถ่ายทอดเสียงไม่มีการส่งเสียงตอบกลับใดๆเหมือนกับครั้งแรก

            “แล้วเขาล่ะ?” จั่วชิวหมิงขมวดคิ้วอีกครั้ง “หรือว่าเย่เฉินจะเข้าไปยังสำนักในแล้วและข่งเฉากับเจียงหยางรู้ว่าเย่เฉินออกไปแล้ว จึงออกไปกันหมดแล้ว?”

            เมื่อคิดเช่นนี้ขึ้นมาในใจจั่วชิวหมิงก็ยิ่งโกรธมาก และอ้าปากส่งเสียงตะโกนด่า “พวกเจ้ามันเป็นลูกหมากลับไปตอนไหนก็ไม่ส่งเสียงบอก ปล่อยข้าเสี่ยงค้นหาอยู่ที่นี่คนเดียว”

            เฮ้ๆๆ !

            ทันทีที่คำพูดของจั่วชิวหมิงเอ่ยออกไปก็มีเสียงหัวเราะที่น่าสนใจดังขึ้นอยู่ตรงหน้าเขา “ศิษย์พี่จั่วมีเรื่องอะไรที่ทำให้ท่านโกรธได้ขนาดนี้!”

            “เย่เฉิน”เมื่อเห็นเย่เฉิน จั่วชิวหมิงก็หรี่ตาลงเล็กน้อย“คิดไม่ถึงว่าเจ้ายังอยู่ในป่าร้าง”

            “อย่างนั้นศิษย์พี่จั่วคิดว่าข้าศิษย์น้องควรอยู่ที่ไหนดีล่ะ” เย่เฉินเดินออกมาช้าๆ หยุดเดินเล็กน้อยและยิ้มให้จั่วชิวหมิง

            “ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะอยู่ที่ไหนในเมื่อเจ้ายังอยู่ในป่าร้าง ในเมื่อเจ้ายังไม่กล้าที่จะปรากฏตัวต่อหน้าข้าอย่างนั้นวันนี้เจ้าก็ไม่ต้องไปไหนแล้ว” เมื่อเห็นเย่เฉินในใจของจั่วชิวหมิงก็ไม่สามารถระงับความอึดอัดได้อีกต่อไปพลังของขั้นพลังหยางก็ระเบิดออกทันที และผมก็ปลิวสยายขึ้นสู่ท้องฟ้า

            “งั้นหรือ?” เย่เฉินหัวเราะเยาะ พูดจบก็ไม่ลืมที่จะบิดคอ “งั้นก็มาสิ! ตัวต่อตัว”

            “โอหังยิ่งนัก”จั่วชิวหมิงแสยะยิ้ม และก้าวออกไปทันทีจากนั้นก็มีตราประทับขนาดใหญ่ส่งเสียงหวีดเข้ามา

            ดวงตาของเย่เฉินเป็นประกายไม่ได้ถอยหนีแต่กลับก้าวไปข้างหน้า จากนั้นเขาได้รวบรวมพลังปราณอยู่ในฝ่ามือและใช้สายฟ้าที่อยู่ระหว่างนิ้วมือด้วยฝ่ามืออสุนีบาตอันทรงพลังโจมตีออกไป

            ตูม!

            ด้วยฝ่ามือที่แข็งแกร่งจนทำให้ทั้งสองถึงกับครวญครางถอยหลังไป

            “ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะแข็งแกร่งปานใดแต่ในสายตาของข้า เจ้าก็ยังคงไม่เท่าไร” จั่วชิวหมิงส่งเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นกางนิ้วทั้งห้าออกและกดลงไปที่พื้นดิน จากนั้นดึงพลังของมังกรดินออกมากลายเป็นเงาร่างมังกรสีม่วงและร้องคำรามใส่เย่เฉิน

            เมื่อเห็นเช่นนั้นเย่เฉินก็ทำเช่นเดียวกัน กางนิ้วทั้งห้าออกและกดพื้นดินทำการดึงพลังของมังกรดินออกมาและเปลี่ยนเป็นเงาร่างของมังกรสีทองทำการต่อต้านร่างมังกรสีม่วงของจั่วชิวหมิง

            โฮก!

            โฮก!

            พลังเงาร่างของมังกรทั้งสองมีรัศมีพอๆกัน เข้าต่อสู้กันกลางอากาศ ระหว่างนั้นยากที่จะแยกออก

            “เจ้าแอบไปเรียนกลยุทธ์มังกรดินจากที่ไหน”จั่วชิวหมิงตะโกนอย่างรุนแรงและไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเย่เฉินผู้ที่อยู่ในขั้นรวมพลังจะมีวิชาลับขั้นลึกลับเช่นนี้ผู้ที่รู้วิชาลับนี้ในสำนักเหิงเยว่มีคนไม่เกินห้าคนแน่นอนและในห้าคนนี้ไม่มีเย่เฉินรวมอยู่ด้วย

            “อยากรู้ไหม? แต่ไม่บอกเจ้าหรอก” เย่เฉินยิ้มอย่างสบายๆประโยคเดียวทำให้จั่วชิวหมิงถึงกับแน่นิ่ง

            “ข้าจะจัดการเจ้าให้ได้”จั่วชิวหมิงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอีกครั้ง เขาพลิกมือหยิบคทาอิ่นเจียวออกมาจากนั้นใช้จังหวะฝีเท้าของวิชาความเร็วลมกรดพุ่งมาทางเย่เฉินจากนั้นก็มีภาพเงาการเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลัง

            เช้ง!

            เย่เฉินก็หยิบกระบี่เมฆแดงออกมาเขาไม่ได้ถอยหนีแต่กลับก้าวไปด้านหน้าและเผชิญหน้ากับจั่วชิวหมิงตาต่อตาฟันต่อฟัน

            ปัง!

            ปัง!

            เสียงของโลหะดังกระทบกันอย่างต่อเนื่องทั้งสองต่างมีวิชาลับติดตัว การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างคาดเดาไม่ได้และในเวลานี้ก็ยากที่จะแยกออก

            เย่เฉินไม่เพียงแต่กำลังต่อสู้กับจั่วชิวหมิงอยู่เท่านั้นเขายังแอบเรียนวิชาลับของจั่วชิวหมิงอีกด้วยกลยุทธ์มังกรดินก่อนหน้านี้ก็เช่นเดียวกันเขาใช้เนตรวงล้อเทวะวิเคราะห์และคัดลอกวิชาไปด้วยเขาไปเรียนวิชากลยุทธ์มังกรดินมาจากไหนหรือ ก็แอบเรียนมาจากจั่วชิวหมิงทั้งสิ้น

            และนี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เย่เฉินต้องการที่จะอยู่เพื่อต่อสู้กับจั่วชิวหมิงนั่นก็คือการแอบเรียนวิชาลับของจั่วชิวหมิง

            ตูม!

            ตูมตาม!

            การต่อสู้ระหว่างทั้งสองเป็นไปอย่างดุเดือดต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ฉากการต่อสู้ก็ยิ่งใหญ่เกินธรรมดาจนทำให้ต้นไม้โบราณถูกโค่นล้มตายและก้อนหินขนาดใหญ่พังทลายจนกระเด็นเป็นเศษเล็กเศษน้อย

            รอยพิมพ์มังกรดิน

            หมัดเขย่าบรรพต!

            หมัดมังกรสวรรค์!

            มังกรผยอง!

            การปะทะกันของเคล็ดวิชาลับทำให้การต่อสู้ระหว่างทั้งสองยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

            ในฐานะที่จั่วชิวหมิงอยู่ในขั้นพลังหยางอย่างแท้จริงจุดตันเถียนเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณการต่อสู้ที่ยาวนานนี้ทำให้เคล็ดวิชาลึกลับโผล่ออกมาอย่างไม่ขาดสาย ทุกครั้งที่ลงมือล้วนแต่ทิ้งบาดแผลไปทั่วร่างของเย่เฉิน

            แม้ว่าเย่เฉินจะอยู่ในขั้นรวมพลังแต่กลับมีทะเลลมปราณติดตัว แม้ว่าลมปราณจะมีพลังวิญญาณที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากนักแต่ปริมาณลมปราณกลับทรงพลังเหนือกว่าจั่วชิวหมิงยิ่งมีร่างกายที่แข็งแกร่งมากและการต่อสู้ระยะประชิดที่เหี้ยมโหดกับวิชาลับมากมายนั้นทำให้ทุกครั้งที่ลงมือออกไปก็สามารถทำให้จั่วชิวหมิงต้องทนทุกข์ทรมานแทบทั้งสิ้น

            เพียงพริบตาเดียวทั้งสองต่อสู้กันเกือบร้อยกระบวนท่า แต่การต่อสู้ก็ยังคงดุเดือดต่อไป

            “เจ้าเด็กคนนี้เป็นตัวประหลาดอะไรกันแน่”จนถึงเวลานี้ จั่วชิวหมิงจึงเริ่มมองไปที่เย่เฉินอย่างจริงจังและอดไม่ได้ที่จะตกใจกลัวขั้นรวมพลังเพียงคนเดียวสามารถต่อสู้กับเขาได้นานโดยไม่พ่ายแพ้เลยหากนี่ไม่ใช่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อแล้วมันจะเป็นอะไรได้

            “ไม่น่าแปลกใจที่ทำให้สำนักนอกถึงขั้นโกลาหล”

            “ด้วยพละกำลังอันแข็งแกร่งเช่นนี้ศิษย์สำนักนอกถึงยากที่จะเอาชนะเขาได้”

            “ดูเหมือนว่าข่าวลือจะเป็นเรื่องจริงเย่เฉินมีพละกำลังที่แข็งแกร่งจริงๆ”

            ด้วยความคิดที่แล่นอยู่ในหัวของจั่วชิวหมิงนั้นเมื่อได้ยินเกี่ยวกับการกระทำของเย่เฉินขณะที่อยู่สำนักนอก เขาก็ยังไม่เชื่อแต่เมื่อได้มาต่อสู้กับเขาแล้วจริงๆเขาจึงพบว่าการฝึกตนนี้นั้นอยู่เพียงศิษย์ฝึกหัดระดับสูงสุดในขั้นรวมพลังเท่านั้นเขาเป็นปีศาจยอดอัจฉริยะ

            “ศิษย์พี่จั่วต่อสู้กับข้าถ้ายังใจลอย ท่านจะพ่ายแพ้อย่างน่าอนาถ” ขณะที่เขากำลังเสียสมาธิเย่เฉินก็ฉวยโอกาสแทรกตัวไปด้านหน้าของจั่วชิวหมิง

            โฮก!

            โฮก!

            ในไม่ช้าเสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็ดังขึ้น เย่เฉินเขาเป็นเหมือนสัตว์ร้ายที่ลงมาจากภูเขาวิธีการลงมือก็แปลกขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งก็เหมือนวานรที่ดุร้ายบางครั้งก็เหมือนราชสีห์ และบางคราก็เหมือนดั่งหมาป่า มีทวงท่าการเคลื่อนไหวทั้งคว้า จับ ตะปบ ตี กระชาก ใช้มือ เท้า เข่า และไหล่รวมกันอย่างลงตัวข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกายล้วนกลายเป็นอาวุธอันร้ายแรง

            ยิ่งไปกว่านั้นทุกครั้งที่เขาใช้อสูรเดือดดาล มันก็จะมาพร้อมกับการปรากฏตัวของเหล่าอสูรซึ่งลึกลับหาที่เปรียบได้ยากยิ่ง

            นี่เป็นครั้งแรกที่เย่เฉินใช้วิชาการต่อสู้ที่เหี้ยมโหดในเวลาเดียวกันจั่วชิวหมิงก็ตื่นตระหนกตกใจจนทำอะไรไม่ถูกและเขากำลังพ่ายแพ้ให้กับเย่เฉิน

            อ๊าก...!

            ขณะที่เสียงตะโกนร้องดังขึ้นจั่วชิวหมิงก็ต่อยหมัดใส่เย่เฉินอย่างกะทันหันจากนั้นก็เปิดช่องว่างออกห่างจากเย่เฉิน ในขณะที่ถอยออกไปก็ประสานมือขึ้นทำท่ามุทราอย่างรวดเร็ว

            ทันใดนั้นก็มีเสียงของกระบี่ดังขึ้นจากด้านหลังของเขาจากนั้นก็มีเงากระบี่ปรากฏออกมาหลายสายเรียงตัวกัน ทำให้รู้สึกเย็นเยือกและเย่เฉินก็รู้สึกหวาดกลัวเมื่อได้เห็นมัน

            “กลกระบี่เฟยหลิว”เสียงของจั่วชิวหมิงดังขึ้นเงากระบี่เต็มไปทั่วท้องฟ้าและชี้ไปที่เย่เฉินจากนั้นก็พุ่งเข้ามา

            “กลกระบี่เทียนกัง”เย่เฉินก็ใช้กลกระบี่ของตนเองขึ้นมาพร้อมๆ กัน

            ปัง!

            ปัง!

            กระบี่ทั้งสองต่างเปล่งแสงเป็นประกายและเกิดเสียงดังกึกก้องออกมา กลกระบี่ทั้งสองล้วนมีจุดเด่นของตนเองจึงทำให้ไม่มีความแตกต่างกัน แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่แตกต่างคือจั่วชิวหมิงใช้กลกระบี่โจมตี ส่วนเย่เฉินใช้กลกระบี่ป้องกัน

            “ตาข้าแล้ว”เย่เฉินกระแทกเสียงขึ้นมา และชี้กระบี่เมฆแดงไปทางจั่วชิวหมิงและกลกระบี่ป้องกันของกลกระบี่เทียนกังก็เปลี่ยนรูปเป็นกลกระบี่โจมตีทันที

            จั่วชิวหมิงเตรียมพร้อมกลกระบี่ของเขาก็สามารถบุกโจมตีและถอยป้องกันได้เช่นกัน

            หลังจากการต่อสู้พวกเขาทั้งสองก็ไม่ได้เปรียบอะไรมากนัก และจั่วชิวหมิงก็หมดความอดทน จากนั้นจึงใช้อาวุธวิญญาณประจำตัวของตนเอง

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179