เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 111

    ไอซ์เหม่อมองหลังของเกียรติไกรด้วยความรู้สึกผิดไม่น้อย เกียรติไกรนับว่าเป็นหนึ่งในคนสนิทของเขา คนที่เขาไว้ใจให้จัดการเรื่องต่างๆได้อย่างหายห่วง เหตุการณ์ในวันนี้มันเป็นสิ่งที่เขาหวาดกลัวมากที่สุด ผู้คนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือครอบครัวต่างก็ได้รับผลกระทบกันทั้งหมด และเป็นเวลาเดียวกันที่รถแฮมวี่ของทหารเข้ามาจอดใกล้กับตัวของไอซ์ แน่นอนว่าชายคนที่ลงจากรถมาก็คือท่านผู้พัน“ขอโทษนะครับคุณอนุวัฒน์.. เป็นผมเองที่แจ้งข่าวช้าไป ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะลงมือกันเร็วขนาดนี้” มนัสกล่าวด้วยความรู้สึกผิด ถ้าเขามีหรือหาข้อมูลของพวกมันได้เร็วกว่านี้ เหตุการณ์ในวันนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะป้องกันมัน“ผมไม่ต้องการคำขอโทษจากคุณหรอกนะครับท่านผู้พัน ผมต้องการรู้ว่าใคร.. ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”ไอซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แดกดันมากกว่าครั้งไหนๆ วันนี้พี่สาวทั้งสองคนของเขามีภัยถึงชีวิต เขาเพียงแค่อยากรู้ว่าใครกันที่ต้องการเล่นงานเขา ครอบครัวของเขา และแม้แต่เพื่อนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกฮันเตอร์ ใครกันที่มันช่างโหดร้ายขนาดนี้ เขาต้องการจะเห็นหน้ามันสักครั้งในชีวิต“ผมต้องขอโทษด้วยครับ..” มนัสกล่าวพร้อมกับก้มหน้าลงต่ำ เขาไม่มีคำอะไรจะแก้ตัว เพราะในเวลานี้ เขาไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เขาทำได้เพียงแค่กล่าวขอโทษเท่านั้น“คุณไม่รู้อะไรเลยอย่างนั้นเหรอ คุณไม่ได้อะไรจากพวกมันเลยสักคนเลยเหรอ...” ไอซ์ขมวดคิ้วกล่าวถามออกไปด้วยอารมณ์โมโหไม่น้อย เขาจ้องมองไปยังมนัสอย่างผิดหวัง“..ต้องขอโทษจริงๆครับ เราไม่สามารถจับพวกมันมาสอบสวนได้เลยสักคน รูปแบบของพวกมันคล้ายกับผู้ก่อการร้ายแถบตะวันตก เมื่อพวกมันถูกจับตัวได้ก็จะฆ่าตัวตายทันทีด้วยไซยาไนด์ที่ซ่อนอยู่ในฟัน..” มนัสกล่าว ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็คิดตามที่อีกฝ่ายกล่าวมา เขาเองก็เห็นพวกมันตายอย่างนั้นเช่นกัน สมองเริ่มแล่นเร็วขึ้นอีกครั้ง เขาต้องคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ“..เรื่องอื่นเอาไว้เคลียร์กันทีหลัง ไม่ว่าพวกมันจะเป็นคนของใคร ต้องการอะไร ผมไม่สนใจ แต่พวกมันต้องชดใช้..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับออร่าภายนอกบอกได้อย่างชัดเจนเลยว่าเขาไม่ยอมให้เรื่องมันจบเพียงแค่นี้แน่นอน แม้แต่มนัสที่มองไอซ์ด้วยตาเปล่าก็ยังแอบกลืนน้ำลายลงคอไปหลายอึก“ไม่ต้องห่วงครับคุณอนุวัฒน์ หน่วยข่าวกรองของเราจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกครับ” มนัสกล่าวให้คำมั่นว่าหน่วยงานจะเร่งดำเนินการติดตามเหตุการณ์นี้ทันที“ขอให้มันเป็นอย่างที่คุณพูดมาเถอะผู้พัน!.. เออ จริงสิ! คุณช่วยทำเอกสารการก่อตั้งบริษัทให้กับผมหน่อย ขอให้ระบุว่าบริษัทนี้ถูกจัดตั้งไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน คุณทำให้ผมได้ใช่ไหม” ไอซ์กล่าว และมันสร้างความแปลกใจให้กับผู้พันคนนี้ไม่น้อย เขาไม่เข้าใจแต่ก็ได้รับปากทันที“ผมจะเร่งจัดการให้คุณทันที ขอเวลาผม 3 ชั่วโมงครับ..” มนัสกล่าวขานรับ“ทั้งหมดมีเท่านี้ แต่จะว่าก็ว่าเถอะนะ..ผู้พัน! ผมไว้ใจคุณได้ใช่ไหม..” ไอซ์กล่าวด้วยสายตาที่มันสามารถเจาะจะทะลุร่างกายของพันโทมนัสได้เลยทีเดียว มนัสมองเข้าไปยังดวงตาอันแสนน่ากลัว และกดดันนั้นด้วยความมั่นใจ ก่อนจะกล่าวตอบออกมาอย่างมาดมั่น“แน่นอนครับคุณอนุวัฒน์ คุณไว้ใจผมได้!..” มนัสกล่าว“ดี! อีกไม่นานพวกคุณจะต้องขึ้นแถลงการณ์ข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสื่อ คุณจะต้องให้ข้อมูล..เหตุการณ์ก่อความไม่สงบมีผมที่เป็นเป้าหมาย สืบเนื่องมาจากบริษัทของผมบริษัท ‘ดันเจี้ยนสเลเยอร์’ มีสินค้าโพชั่นระดับสูงที่จะเอาไว้ใช้ประมูล และพวกเขาต้องการมัน จึงทำการปล้น แต่ไม่สำเร็จ..” ไอซ์กล่าว“อื้มมม... เรื่องนี้ผมสามารถจัดการให้กับคุณได้ไม่ยากเย็นนัก แต่คุณจะให้ผมแถลงอย่างนั้นไปเพื่ออะไรครับ..” มนัสกล่าวถามอย่างสงสัย ไอซ์ที่ได้ยินก็เริ่มเหงื่อตกเล็กน้อย เพราะตามความจริงแล้ว ที่เขาทำไปก็เพียงเพื่อปกปิดความจริงจากพี่สาวของเขาเท่านั้นเอง“ก็...ก็แค่อยากจะเบี่ยงประเด็นในสิ่งที่พวกมันต้องการจริงๆเท่านั้น.. ผมมีลางสังหรณ์ว่าพวกมันต้องการที่จะทำให้คุณเทียนหลงเป็นบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ การสร้างกระแสต่อต้านคุณเทียนหลง..” ไอซ์อดไม่ได้ที่จะเลิ่กลั่กออกมา แน่นอนว่าเขาพูดออกไปงั้นๆเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น แต่มันไม่ใช่สำหรับมนัสที่คิดตามข้อมูลชุดนี้“ผมเข้าใจแล้ว.. มันก็พอมีเหตุผลอยู่บ้าง ผมทราบมาว่าเมื่อวันก่อน มีการประชุมสหพันธ์ฮันเตอร์ และตระกูลหลินได้นับถือหน้าถือตาไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งหมดนี้ก็มาจากตัวของคุณเทียนหลงทั้งนั้น ต้องมีคนที่ไม่พอใจกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน ผมจะตรวจสอบเรื่องนี้อีกทีครับ..” มนัสกล่าว“ใช่ๆ.. ผมก็คิดว่ามันเป็นเรื่องนี้แน่นอน คุณควรให้ข้อมูลกับสื่อด้วยว่าคุณเทียนหลงไม่อยู่ในเมืองเชียงใหม่ เดินทางไปต่างประเทศก็ได้ เพื่อไม่ให้พวกเขาตั้งคำถามว่าคุณเทียนหลงหายไปไหน..” ไอซ์กล่าว“ทราบแล้วครับ ถ้าเป็นการดีที่สุด ผมคิดว่าคุณควรขอให้ท่านสว.วสิน ปฏิเสธเกี่ยวกับการบุกโจมตีที่คฤหาสน์ของท่านด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นเป้าหมายการโจมตีมันดูค่อนข้างชัดเจนไปหน่อย..” มนัสกล่าวแนะนำกับไอซ์“เรื่องนั้นผมจะจัดการให้.. เออ จริงสิ! ถ้าเป็นไปได้ อย่าได้กล่าวเรื่องที่ผมเป็นตัวแทนของคุณเทียนหลงนะครับ ผมเองก็อยากอยู่อย่างสงบๆ บอกแค่ผมเป็นประธานของบริษัทดันเจี้ยนสเลเยอร์ก็พอ..” ไอซ์กล่าว มนัสแม้จะมึนงงเล็กน้อย แต่เขาก็เคารพในคำพูดของไอซ์“ได้ครับ! ผมคงต้องขอตัวก่อน ยังมีอีกหลายเรื่องให้จัดการ ผมจะส่งหน่วยลับที่เก่งที่สุดคุ้มครองครอบครัว และเพื่อนๆของคุณให้ครับ ครั้งหน้าจะไม่ให้มีอะไรผิดพลาดเหมือนวันนี้แน่นอนครับ ผมให้สัญญา” มนัสกล่าวพร้อมกับทำท่าวันทยหัตถ์ และเดินจากไปในทันที“เฮ้ออ! รอดได้ไงวะเนี่ย..” ไอซ์ที่เห็นผู้พันจากไปด้วยรถแฮมวี่ก็อดที่จะถอนหายใจ และบ่นกับตัวเองออกมาไม่ได้ เขารู้สึกโล่งอกไม่น้อยที่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีแบบฟลุ๊คๆ“จะว่าไปเกียรติไกรจะเป็นยังไงบ้างนะ.. ช่างเถอะ โพชั่นนั้นก็คงจะช่วยได้ ไม่น่าจะมีอะไรให้เป็นห่วง” ไอซ์กล่าวกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะส่ายหัวเดินเข้าโรงพยาบาลไป.. ทางด้านของเกียรติไกร..“น้องมี่! ภรรยาของพี่เป็นยังไงบ้าง..” เกียรติไกรกล่าวถามอย่างร้อนใจ หลังจากที่ได้รับสาย เขาก็มุ่งตรงมไปยังบ้านของเขาในทันที แต่แล้วใบหน้าของเขาก็ต้องแสดงความมึนงงออกมา เพราะภาพที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้ มันเป็นภาพของหญิงสาวในชุดรัดรูป เสื้อผ้าที่มีผ้าคลุม เธอที่สวมใส่มันดูไม่ต่างอะไรกับปีศาจในเทพนิยายตะวันตกอย่าง ‘แวมไพร์’ เลยสักนิด ต่อมาเป็นภาพของมีมี่ที่แสดงสีหน้าเศร้าใจออกมา และภาพสุดท้ายที่เขาเห็นนั้นก็คือภรรยาของเขายืนถือดาบอยู่ในมือพร้อมต่อสู้ แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่เขาไม่อยากจะทำความเข้าใจกับมันเลยสักนิด“มันเกิดอะไรขึ้น!...” เกียรติไกรกล่าวถามด้วยความสงสัย“พี่ไกร หนูขอโทษ แต่ว่าเธอคนนั้นควบคุมร่างกายภรรยาของพี่เอาไว้ เธอจะใช้ภรรยาพี่บังการโจมตีของฉัน..” มีมี่กล่าวพร้อมกับกัดฟันกรอดๆ เธอแค้นใจไม่น้อยเลยในตอนที่เข้าใกล้ตัวของภรรยาพี่ไกรในครั้งแรก ทุกอย่างมันก็ดูปกติดี ร่างกายได้รับบาดเจ็บ อาจจะเรียกได้ว่าสาหัส หลังจากเรียกรถพยาบาลอยู่นั้นเอง จู่ๆเธอคนนี้ก็ปรากฏตัวขึ้นมา และเข้าควบคุมร่างกายภรรยาพี่เกียรติไกรทันที“เธอเป็นใคร? ต้องการอะไร?..” เกียรติไกรแทบจะคุมสติของตัวเองไม่อยู่ เขากล่าวถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่มืดมัว“ใจเย็นๆก่อนดีไหม เราควรแนะนำตัวกันก่อน ฉันมีชื่อว่า ‘เมเดอรีน’ แน่นอน..อย่างที่เห็น ฉันเป็นแวมไพร์น่ะ” 

    คล้ายกับเรื่องเทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์ ที่คุณอ่าน