บทที่ 9 พาเธอกลับเซี่ยงไฮ้
หวังอ้ายหลิงเห็นผู้หญิงในค่ายต่างพากันเข้าข้างหลิวถวนหยวนก็โมโหจนแทบคลั่ง
“เธอไม่เพียงแต่ยุแยงฉันกับสามีฉันนะ แต่ยังยุแยงพี่หวังกับสามีอีก เมื่อครั้งก่อน เธอก็ไปบอกกับพี่หวังว่าหัวหน้าหน่วยหวังขับรถไปกับทหารหญิงสวย ๆ จนทำให้พี่หวังทะเลาะกับหัวหน้าหน่วยหวังไปหลายวัน ฉันไปถามสามีฉันทีหลัง ถึงได้รู้ว่าเป็ทหารจากค่ายข้าง ๆ ที่แวะมาสาธิตที่ค่ายเรา หัวหน้าหน่วยหวังเห็นว่าเธอเดินทางลำบากเลยอาสาไปส่ง แต่เธอกลับเอาไปพูดให้เป็เื่แย่ ๆ แบบนั้นได้ยังไง!” หลิวถวนหยวนพูดต่อ
หวังอ้ายหลิงถึงกับหน้าแดงก่ำ รีบหันไปมองพี่หวังแล้วพูดว่า “พี่หวังคะ อย่าไปฟังหล่อนพูดเหลวไหลเลย เื่นั้นฉันก็ขอโทษพี่กับพี่เขยไปแล้ว แล้วอีกอย่างเื่มันก็นานมาแล้วด้วย!”
พี่หวังหน้าแดงก่ำ ถ้าหลิวถวนหยวนไม่พูดเื่นี้ขึ้นมา เธอเองก็ไม่ทันเอะใจเลยว่า ที่ผ่านมาหวังอ้ายหลิงคอยยุแยงเธอตลอด เธอเคยคิดว่าหวังอ้ายหลิงอยู่ข้างเธอเสมอ คอยช่วยดูแลลูก ๆ ทำกับข้าวให้ เวลาเลิกงานกลับมาก็มีข้าวอุ่น ๆ กิน ไม่ต้องกังวลเื่เรียนของลูก ๆ ทำให้ชีวิตเธอสบายขึ้นมาก แต่ตอนนี้พอนึกย้อนกลับไป หวังอ้ายหลิงมักจะชอบนินทาเื่ชาวบ้านให้ฟังอยู่เรื่อย พอคิดดี ๆ แล้ว ก็รู้สึกไม่ค่อยน่าไว้ใจขึ้นมา
หวังอ้ายหลิงเห็นว่าหลิวถวนหยวนได้เปรียบขึ้นมา เธอก็รู้สึกกังวลใจ กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง ก็เหลือบไปเห็นเฉินก่างเฉิงยืนอยู่ในกลุ่มคน
“หลิวถวนหยวน! รุ่นพี่ของเธอมาหาน่ะ!” หวังอ้ายหลิงรีบะโ “วันนั้นเกิดอะไรขึ้น เธออย่ามาพูดลอย ๆ คนเดียวแบบนี้สิ พวกเรามาลองถามเฉินก่างเฉิงกันดีกว่า!”
เมื่อหลิวถวนหยวนเห็นเฉินก่างเฉิงก็รู้สึกใจคอไม่ดี ทำไมเฉินก่างเฉิงต้องโผล่มาตอนนี้ด้วย!
หลังจากวันนั้น หลิวถวนหยวนก็ไม่ได้เจอกับเฉินก่างเฉิงอีกเลย และยังไม่ได้อธิบายอะไรกับเขาด้วย เธอจำได้แค่ว่า เ้าของร่างเดิมบอกว่าจะหนีไปกับเฉินก่างเฉิง ถ้าเฉินก่างเฉิงเอาเื่วันนั้นมาพูดล่ะก็…
ชายหนุ่มยังคงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำเงินกรมท่า รองเท้าผ้าใบสีดำ สวมแว่นตา ดูเป็หนุ่มนักศึกษาเอามาก ๆ ในมือถือถุงตาข่าย ข้างในมีนมผงมอลต์สองกระป๋องกับนมผงยี่ห้อ ‘ซานเฉิง’ อีกสองกระป๋อง
“โอ้โห นี่เตรียมนมผงของเด็กมาให้ด้วย แถมยังเป็ยี่ห้อซานเฉิงอีกต่างหาก ได้ยินว่านมผงนี่หายากมาก ขนาดมีคูปองยังซื้อไม่ได้เลย ดูเหมือนว่ารุ่นพี่ของเธอจะเอ็นดูเธอกับลูกมากจริง ๆ นะ” หวังอ้ายหลิงตั้งใจพูดเสียงดัง
เมื่อหวังอ้ายหลิงะโออกมา ทุกคนก็พากันมองไปที่นมผงในมือของเฉินก่างเฉิง
ในยุคนี้ นมผงเป็ของหายากมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนมผงยี่ห้อนี้เลย!
เด็กบางคนที่อยากได้ก็พยายามจะเข้าไปคว้า ผู้ใหญ่จึงรีบดึงเด็กเอาไว้ พร้อมกับพูดว่า “ หลิวถวนหยวน รุ่นพี่ของเธอนี่ดีกับเธอจริง ๆ เลยนะ ของดีแบบนี้มีเงินก็ซื้อไม่ได้นี่นา”
เมื่อเห็นว่าทุกคนสนใจเื่นี้แล้ว หวังอ้ายหลิงจึงพูดพลางยิ้มว่า “ไม่ได้เป็ญาติหรือรู้จักกันสักหน่อย ใครจะยอมมอบของดีแบบนี้ให้กันล่ะ”
เมื่อหวังอ้ายหลิงพูดแบบนี้ ทุกคนก็พากันเงียบ และคิดในใจว่า หรือหลิวถวนหยวนกับเฉินก่างเฉิงจะมีความสัมพันธ์ลับหลังอะไรกันจริง ๆ ไม่อย่างนั้นของดีแบบนี้ คนทั่วไปคงไม่ยอมให้กันหรอก!
เฉินก่างเฉิงแกล้งทำเป็ไม่ได้ยินที่หวังอ้ายหลิงพูด เขายกของเดินเข้าไปหาหลิวถวนหยวนแล้วยื่นของให้เธอด้วยสองมือ “นี่สำหรับเธอกับลูก เอาไปบำรุงร่างกายนะ”
หลิวถวนหยวนไม่กล้าที่จะรับมัน เธอทำท่าทางละล่ำละลักชักมือเข้าออกอยู่นานสองนาน
“ทำไมล่ะ บุญคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้ นมผงสักสองสามกระป๋องไม่มันคุ้มกันหรือไง” เฉินก่างเฉิงจ้องหน้าหลิวถวนหยวนแล้วเอ่ยออกไปอีกครั้ง “คนอื่นอาจจะคิดว่ามันหายาก แต่ฉันหาซื้อได้ตลอดเลยล่ะ หมดแล้วฉันจะเอามาให้ใหม่”
“บุญคุณที่ช่วยชีวิต? หมายความว่า วันนั้นที่ไปหากัน คือไปรักษากันจริง ๆ เหรอ” มีคนแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าอันเหลือเชื่อ
“ได้ยินมาว่านักศึกษาเฉินคนนี้มาจากเซี่ยงไฮ้ ที่บ้านร่ำรวยมีเส้นสายด้วยนะ!”
“เอ่อ... ที่บ้านฉันก็อยากได้มอลต์สกัดสองกระป๋อง เด็ก ๆ และคนแก่ที่บ้านอยากดื่ม บอกว่าดื่มแล้วดีต่อสุขภาพ คุณช่วยซื้อมาให้หน่อยได้ไหม”
“ฉันอยากได้นมผง ลูกก็ยังเล็กอยู่ ไม่มีนมให้กิน ทรมานจริง ๆ ขอร้องล่ะ สักกระป๋องก็ยังดี กลัวว่าจะซื้อไม่ไหว ถ้าไม่ได้จริง ๆ จะขอแบ่งกับคนอื่น ครึ่งกระป๋องก็เอา!”
สุดท้าย ทุกคนก็เริ่มขอให้เฉินก่างเฉิงซื้อมอลต์สกัดและนมผงมาให้ จากนั้น บรรยากาศก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เฉินก่างเฉิงโบกมือให้ทุกคนเงียบลง เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างก็ร้องขอกันไม่ลดละ
แววตาของแต่ละคนต่างจ้องมองเฉินก่างเฉิงอย่างคาดหวัง
“ปกติทุกคนก็คอยช่วยเหลือผมและถวนหยวนอยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะซื้อให้ทุกคนเลย เอาอย่างนี้ดีไหม ผมจะเอามาให้ที่นี่ แล้วให้ทุกคนมาเอาที่ถวนหยวน ตกลงไหม” เฉินก่างเฉิงพูด
ทุกคนตอบตกลงในทันที บางคนก็ฉวยโอกาสนี้ตีสนิทกับหลิวถวนหยวน ขอให้เธอมอบนมผงให้ตัวเองก่อน
หลิวถวนหยวนมองเฉินก่างเฉิงด้วยแววตาซาบซึ้ง เฉินก่างเฉิงเองก็พยักหน้ารับเป็อันรู้กัน
พี่หวังมีลูกสองคน คนหนึ่งอายุแปดขวบ อีกคนอายุสามขวบ เด็กน้อยวัยสามขวบมองมอลต์สกัดแล้วน้ำลายไหล อยากให้แม่ซื้อให้บ้าง
พี่หวังอ้าปากค้าง ไม่อยากเอ่ยปาก แต่พอเห็นหวังอ้ายหลิงร้อนใจ เธอก็รีบดึงหวังอ้ายหลิงกลับบ้าน
“ยังไม่รีบไปอีก” พี่หวังพูดอย่างไม่พอใจ “อีกไม่กี่วันแกก็ต้องกลับบ้านนอกแล้ว อย่ามาทำให้ฉันอับอายขายขี้หน้าที่นี่นะ!”
หวังอ้ายหลิงรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัว เธอไม่้ากลับบ้านนอก จึงคิดแผนยุแยงให้หลิวถวนหยวนกับเว่ยหนานหลินหย่ากัน เธอจะได้แต่งงานกับเว่ยหนานหลินเสียที เดิมทีวันนั้นเธอไปโรงพยาบาลประจำอำเภอ เห็นเว่ยหนานหลินขึ้นรถของหลินม่านม่าน เธอจึงตั้งใจกลับมาบอกว่าทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน หลิวถวนหยวนก็เชื่อ คิดจะไปยั่วยวนเฉินก่างเฉิง แล้วทำไมถึงกลายเป็การรักษาโรคหอบไปได้?
หลิวถวนหยวนหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งมา แล้วจดจำนวนมอลต์สกัดและนมผง เมื่อทุกคนหันกลับไปก็พบว่าพี่หวังกับหวังอ้ายหลิงได้หายไปแล้ว จึงแยกย้ายกันไป
หลิวถวนหยวนเงยหน้ามองเฉินก่างเฉิง เธออ้าปากกำลังจะพูด แต่ข้าง ๆ ยังมีเว่ยหนานหลินยืนดูอยู่เงียบ ๆ
“ฉันจะเข้าไปดูลูกในบ้านก่อน” เว่ยหนานหลินพูด พลางหาโอกาสกลับเข้าไปในบ้าน
เฉินก่างเฉิงเดินเข้ามาจ้องในแววตาของหลิวถวนหยวนผ่านแว่นตา แต่ไม่พูดอะไรออกมา
“ขอบคุณสำหรับเื่ที่ผ่านมานะคะ แล้วก็ถือว่าฉันทำอะไรไม่คิดไปก็แล้วกัน” หลิวถวนหยวนพูด
เฉินก่างเฉิงก็เอาแต่มองเธอ “เื่ทั้งหมดเลยเหรอ”
หลิวถวนหยวนชะงักไปชั่วครู่ “หมายความว่ายังไง”
“ฉันจะย้ายกลับไปเซี่ยงไฮ้ พ่อแม่ของฉันฝากฝังคนที่มีความสามารถไว้ให้ ถ้าเธอยินดี เราสามารถกลับเซี่ยงไฮ้ด้วยกันได้ ฉันจะจัดการเื่งานให้เธอเอง!” เฉินก่างเฉิงเอ่ยเสียงเรียบ
หลิวถวนหยวนนิ่งอึ้งไป ที่แท้เฉินก่างเฉิงคนนี้ก็ชอบเ้าของร่างคนก่อนมาตลอดงั้นเหรอ?
“ตอนนั้นพี่ชายเธอฆ่าคนตาย ฉันก็กังวลมาตลอด ไม่รู้จะเผชิญหน้ากับเื่นี้ยังไง เธอกำลังจะเรียนจบ ถ้าไม่ได้ทำงานที่นี่ก็ต้องกลับไปที่บ้านเกิดของเธอที่ชนบท ฉันรู้ว่าเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างยากลำบาก ตอนนั้นเธอไม่มีทางเลือกอื่น เลยแต่งงานกับเว่ยหนานหลิน”
“ครั้งที่แล้วเธอพูดกับฉันว่าอยากอยู่ด้วยกัน ขอให้ฉันพาเธอไป ฉันกลับไปคิดทบทวนอย่างดีแล้ว เลยตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเอง ฉันชอบเธอนะ ไม่ใช่พี่ชายของเธอที่เป็ฆาตกร!” เฉินก่างเฉิงเงยหน้าขึ้น พูดด้วยท่าทางหนักแน่นและจริงจัง “ในเมื่อเธอยอมหย่าเพื่อฉัน ฉันก็ไม่สนใจคำคัดค้านของพ่อแม่ และจะพาเธอกลับเซี่ยงไฮ้ได้!”