บทที่ 54
ตูมตามที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ..“จะอวดอะไรก็ให้มันน้อยๆหน่อยสิวะ.. เงินสด 6 ล้านบาทไม่ได้เดินทางมาหากันง่ายๆนะเว้ย แกไม่รู้เหรอว่ามันต้องแจ้งกับธนาคารล่วงหน้าเอาไว้ก่อน ไอ้ขี้โม้เอ้ย!!” ตูมตามกล่าว ไอซ์ที่ได้ยินก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพียงแต่เอ่ยประโยคเบาๆออกมา“นายเตรียมสัญญาเอาไว้ให้ดีๆเถอะ” ไอซ์กล่าวอย่างเย็นชา เขาไม่อยากทำอะไรโหดร้ายต่อหน้าหญิงที่เขาชอบ แต่ในเวลาที่ทั้งสองจ้องเขม่นกัน ชายวัยประมาณ 50 ปลายๆก็เดินเข้ามาเอ่ยแนะนำตัวทันที“สวัสดีครับ ผมเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล นพ.เสริมสุขครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้รับใช้ครับ” เสริมสุขก้มหัวให้กับไอซ์ เขารู้อยู่แล้วว่าเจ้าของโรงพยาบาลเป็นใคร เขาได้เห็นเอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของพร้อมกับรูปแล้ว ดังนั้นคาดว่าไม่ผิดคนอย่างแน่นอน“หืออ นายรู้จักฉันด้วยเหรอ.. ดีๆ ทำงานได้เร็วมาก ฉันจะให้พ่อให้รางวัลนาย ว่าแต่อาการของคุณน้าเป็นยังไงบ้างล่ะ” ตูมตามเบ่งอำนาจในทันที เขายักคิ้วให้กับไอซ์ พยายามจะสื่อออกมาว่าแม้แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็ยังต้องลงมาพบเขาด้วยตัวเอง เสริมสุขที่ได้ยินอย่างนั้นก็มึนงงชั่วขณะแต่ก็มองไปยังไอซ์ที่พยักหน้าให้ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อนกันเขาก็เลยรายงานตามคำสั่ง“คุณผู้หญิงท่านนี้แข็งแรงดีแล้วครับ แต่ว่าด้วยความเห็นทางการแพทย์แล้วควรอยู่โรงพยาบาลอีกสัก 2 วันเพื่อดูอาการข้างเคียงกับโพชั่นที่ใช้..” ผู้อำนวยการกล่าวรายงาน ไอซ์ที่ได้ยินก็เข้าใจ ถึงโพชั่นจะสามารถรักษาได้หายขาดจากทุกโรค แต่ทางการแพทย์ที่ยังไม่ทันได้ศึกษามันดี ไม่มีผลงานวิจัยรับรอง พวกเขาเลยอยากจะดูอาการ เผื่อจะมีผลข้างเคียง“โพชั่น?...” ตูมตามกล่าวอย่างมึนงง แต่เขาก็พอคิดได้ว่าปังปอนคงจะยืมเงินของตัวเองไปซื้อโพชั่นมารักษาแม่อย่างแน่นอน เขาก็ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ ราวกับว่ามันเป็นเพราะเขา เพราะเงินของเขาแม่ของเธอถึงยังมีชีวิตอยู่“ฟังเอาไว้ไอ้ยาจก มันเป็นเพราะเงินของฉัน คุณน้าถึงได้มีโพชั่นใช้ในการรักษา อย่างแกน่ะเหรอ ทำให้ได้สักครึ่งหนึ่งของฉันเถอะ เห้อ!!.” ตูมตามกล่าว และนั่นมันทำให้ทั้งสองแม่ลูกถึงกับอึ้งในพลังแห่งจิตนาการของนายน้อยผู้นี้ ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับยิ้มออกมา เพราะคำพูดนั้นมันกลายเป็นดาบที่มันปักลงบนตัวของตัวเอง ผู้อำนวยการไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมผู้ชายอีกคนถึงกล้าว่าหนึ่งในเจ้าของโรงพยาบาลอย่างนี้ แต่เขาเลือกที่จะเงียบเอาไว้ก่อน เพราะไม่รู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคน“ถ้านายไม่รู้อะไรก็ควรเงียบเอาไว้ดีกว่านะ..” ปังปอนกล่าวอย่างไม่ชอบใจตูมตามเลยแม้แต่นิดเดียว“ก็มันจริงไหมล่ะ ที่เธอเอาเงินของฉันไปใช้ซื้อโพชั่นมารักษาคุณน้า.. หรือฉันพูดอะไรผิดไป” ตูมตามกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ และมันทำให้ไอซ์ยิ่งชอบใจเข้าไปใหญ่“มันเป็นเพราะนายอย่างนั้นเหรอ.. โอ้ สุดยอดเลยนายน้อยคนนี้ ทำไมถึงเป็นคนที่หน้าด้านหน้าทนเช่นนี้ โพชั่นระดับนั้นน่ะ นายไม่มีทางหาซื้อมันได้หรอกนะ” ไอซ์กล่าวอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาต้องยอมรับเลยว่าชายคนนี้ต้องการที่เคลมผลงานของเขาต่อหน้าสาวที่ชอบ แต่บางอย่างมันก็ต้องมีขอบเขตกันบ้าง“ทำไม!! แกนั่นแหละที่หน้าด้านหน้าทน ก่อนจะว่าคนอื่นหัดดูตัวเองเสียบ้างเถอะ.. ไหนแกหาซื้อมันมาได้หรือยังไง มันจะราคาสักเท่าไรกันเชียวไอ้โพชั่นนั่นน่ะ” ตูมตามก็ยังแขวะไม่เลิก เขาใช้สายตาที่ดูถูกเหยียดหยามไอซ์อย่างเห็นได้ชัด ผู้อำนวยการที่เริ่มจะเข้าใจอะไรมาบ้างแล้ว ก็เอ่ยขึ้นมาเพื่อช่วยนายจ้างของตัวเอง“เรียนคุณชายท่านนี้ โพชั่นที่ใช้รักษาคุณหญิงคือโพชั่นระดับ S ที่ยังไม่เคยปรากฏขายในระบบการค้าของดันเจี้ยน แต่ทว่าราคานั้นกลับถูกประเมินอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท และคาดว่าในตลาดมืดหรือในงานประมูลอาจจะสูงถึง 20,000 ล้านบาทได้ครับ” เสริมสุขกล่าว“เห้อ!! ก็อีแค่หมื่นสองหมื่น.. ห๊ะ!! หมื่นสองหมื่นล้าน.. ไม่จริงน่า!”ตูมตามตกใจกับราคาที่ได้ยิน ทำไมถึงกล้าใช้ของที่แพงขนาดนั้นในการรักษาได้ หมื่นล้านไม่ใช่เรื่องที่ตลกอีกต่อไป ต่อให้เป็นพ่อของเขายังต้องคิดหนักกับเงินขนาดนั้นเลย แล้วเขาจะไม่ตกใจได้อย่างไร แน่นอนว่าอีกคนที่ตกใจนั้นก็คือแม่กัญญา เธอไม่เคยรู้เลยว่าโพชั่นที่ใช้รักษาเธอมันมีค่ามากขนาดนั้น เธอได้แต่หันไปมองที่ลูกสาวเท่านั้น“เฮ้ออ.. เป็นจริงดังที่ผู้อำนวยการกล่าวค่ะ หนูไปเช็กมากับมือเอง มูลค่าขายอยู่ที่ 10,000 ล้านบาทจริงๆ” ปังปอนถอนหายใจก่อนจะบอกความจริงกับแม่ของตนไป ทั้งๆที่เธอตกลงกับพี่สาวแล้วว่าจะไม่บอกราคานี้ให้แม่ฟัง เธอกลัวว่าแม่จะหัวใจวายตายเสียก่อน อีกอย่างถ้าบอกไปเธอคงไม่ยอมใช้มันอย่างแน่นอน กัญญาที่ได้ยินสิ่งที่ลูกสาวตัวเองพูดก็กลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอไป ก่อนที่จะหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังยิ้มแห้งๆมาทางตน เธอเชื่อแล้วว่าชายหนุ่มคนนี้ลงทุนไปกับปังปอนมากจริงๆ มันมากจนน่ากลัวเกินไป“แฮ่ม!! ต้องขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ.. ขออภัยคุณอนุวัฒน์ด้วยครับที่มาช้า เงินสด 6 ล้านบาทของคุณพร้อมแล้วครับ” เกียรติไกรเข้ามาแทรกเหตุการณ์อึ้งกิมกี่นี้ ก่อนจะยื่นกระเป๋าไปทางไอซ์“อ่า!! มาได้จังหวะพอดีเลย เหนื่อยหน่อยนะ .. มา!! นายน้อยตูมตามเอาสัญญาออกมาได้แล้ว” ไอซ์กล่าว และเล่นเอาตูมตามทำหน้าบอกบุญไม่รับ เงินมากมายขนาดนั้นทำไมไอ้เวรนี่ถึงหามันมาได้เร็วขนาดนี้ และยังเป็นจำนวนมาก ขนาดเขาทำการถอนเงิน 5 ล้านบาท ยังต้องรอ 1 วันทำการเลย มันทำให้เขาสรุปได้ว่าทั้งหมดนี้เป็นแบงก์ปลอมอย่างแน่นอน“แกเอาแบงก์ปลอมมาหลอกฉันสินะ ไม่เนียน ไปเรียนมาใหม่” ตูมตามไม่ยอมรับเงินก้อนนี้“ถ้าเป็นเรื่องนั้น.. ผมสามารถโอนเงินจากบัญชีเข้าบัญชีของคุณได้โดยตรง และทันที กรุณารอสักครู่” เกียรติไกรกล่าวพร้อมกับหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเตรียมจัดการทุกอย่างให้มันจบลง แต่ไอซ์ก็ห้ามเอาไว้ก่อน“คุณเกียรติไกรรอสักครู่.. โอนเงินให้เธอคนนี้จำนวน 20 ล้านบาท ให้ลงบันทึกไว้ว่ามันเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ดินล่วงหน้า เธอต้องการใช้เงินด่วนในการชำระหนี้สิน ผมไม่อยากให้มีปัญหากับหลักฐานที่พวกเขาจะบิดเบี้ยวเกี่ยวกับการโอนเงินเป็นชื่อของผมในอนาคตได้” ไอซ์กล่าว“ทราบแล้วครับคุณอนุวัฒน์ คุณผู้หญิงครับ ผมขอเลขที่บัญชีของคุณด้วยครับ” เกียรติไกรกล่าวอย่างสุภาพก่อนจะหันไปถามเอาเลขที่บัญชีกับปังปอนที่กำลังอึ้งอยู่ เธอเข้าใจดีว่าถ้าเธอไม่มีจ่ายในตอนนี้ไอซ์จะเสียหน้า แต่ทั้งหมดนี้มันก็เหมือนเป็นการมัดมือชกให้เธอรับเงินก้อนนี้เอาไว้“แกจะเล่นละครปาหี่อะไรไม่ทราบ เฮ้อ!! ฉันไม่อยากเสียเวลาคุยกับคนขี้โม้อย่างแกหรอกนะ..” ตูมตามที่เห็นท่าไม่ดีแล้ว เขาก็เตรียมตัวที่จะหนีออกไปจากที่นี่ แต่ไอซ์ที่รู้ทันเขาก็เอ่ยขึ้นมากับผู้อำนวยการทันที“คุณผู้อำนวยการ คุณต้องทำยังไงก็ได้ให้ชายคนนี้ไม่มีทางก้าวเท้าออกไปจากที่นี่ หากฉันยังไม่อนุญาต” ไอซ์กล่าวขึ้นมา แน่นอนว่าผู้อำนวยการก็พร้อมที่จะทำตาม แต่เขาก็ต้องอึ้งเมื่อตูมตามเอ่ยขึ้นมาก่อน“แกคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามาสั่งผู้อำนวยการ เฮ้อ!! เล่นใหญ่ไปนะแกน่ะ” ตูมตามกล่าว ผู้อำนวยการคนนี้มาเพราะอำนาจของเขา คิดจะมาแย่งผลงานกันง่ายๆมันก็ไม่ถูกสิ“ขอประทานโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใคร?..”