หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    แผนการ.

    บรรยากาศบนยอดเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความจริงจัง เฟยหรงที่เปิดประเด็นนี้ขึ้นมาก็พลันกล่าวอธิบายต่อไป "ในตอนที่ข้าท่องเที่ยวไปทั่วมหาจักรวาล ข้าเผลอคิดพิเรนทร์จึงได้ฝ่ากำแพงจักรวาลออกไป ปรากฏว่าสิ่งที่ข้าพบเจอคือสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกับฟองน้ำขนาดใหญ่ยักษ์ที่บรรจุมหาจักรวาลเอาไว้ด้านใน แถมมันยังมีมากมายราวกับว่ามันไร้ที่สิ้นสุด"

     

    "ในตอนนั้นข้าตกใจเอามากๆ แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงได้เข้าไปยังฟองน้ำที่อยู่ข้างเคียงมหาจักรวาลของเรา สิ่งที่ข้าพบเจอเมื่อเข้าไปยังที่นั่นคือพระเจ้าไร้ขอบเขตถึงยี่สิบคนด้วยกัน และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือพระเจ้าไร้ขอบเขตเหล่านั้นกลับอยู่ภายใต้คนๆเดียวที่มีระดับพลังที่เรียกว่า 'พระเจ้าต่างภพ'"

     

    "จากที่ข้าแอบไปสืบมาการเลื่อนระดับเป็นพระเจ้าต่างภพนั้นมหัศจรรย์มาก เพราะจะต้องหลอมรวมทั้งมหาจักรวาลให้มาเป็นพลังของตน นี่คือเงื่อนไขในการบรรลุระดับนั้น แถมความสามารถของมันก็น่ากลัวยิ่งเพราะสามารถเปิดมิติไปยังมหาจักรวาลอื่นได้โดยตรงแบบไม่สนกฏเกณฑ์ใดๆ ดังนั้นมหาจักรวาลที่อยู่ข้างเคียงเช่นของพวกเราก็อาจจะไม่ปลอดภัยได้ เพราะหากอีกฝ่ายคิดพิเรนทร์อยากจะบุกมหาจักรวาลของเราขึ้นมา พวกเราก็จะไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากรอความตายหรือไม่ก็เป็นทาส"เฟยหรงอธิบายมาถึงตอนนี้ก็ดื่มชาอึกใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตึงเครียด

     

    ลั่วอู่หลินตีความการอธิบายของชายหนุ่มได้ในทันที แท้จริงแล้วระดับพระเจ้าต่างภาพนี้สามารถมีได้เพียงคนเดียวในหนึ่งมหาจักรวาล

     

    "งั้นเจ้าก็รวมมหาจักรวาลทั้งสี่ทิศเข้าด้วยกันและจัดการเป็นระดับพระเจ้าต่างภพเสียเลยก็ได้นี่ ไม่เห็นยากตรงไหน"ลั่วอู่หลินกล่าว ด้วยพลังของเฟยหรงตอนนี้แค่รวมหาจักรวาลเข้าด้วยกันไม่น่าจะใช่เรื่องยากอะไร และเขามั่นใจว่าถ้าหากอีกฝ่ายต้องการจะทำจริงๆย่อมทำได้อย่างแน่นอน ทว่าเฟยหรงกลับส่ายหน้าให้กับเขา

     

    "มันไม่ง่ายเช่นนั้น แม้พระเจ้าไร้ขอบเขตจะสามารถทำอะไรโดยไม่ต้องสนกฏเกณฑ์ส่วนใหญ่ได้ก็จริง แต่ทว่าด้วยพลังและระดับการบ่มเพาะที่มันแตกต่างกันเกินไปของมหาจักรวาลทั้งสี่ทิศ ทำให้การหลอมรวมพลังนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและจำเป็นต้องใช้พระเจ้าไร้ขอบเขตสี่คนจากมหาจักรวาลทั้งสี่ทิศแล้วค่อยๆผสานพลังให้คนใดคนหนึ่งเพื่อบรรลุระดับนั้นแล้วกลายเป็นผู้ปกครองมหาจักรวาลที่แท้จริง"

     

    "ดังนั้นข้าจึงคิดวิธีหนึ่งขึ้นมาได้?"เฟยหรงกล่าวและยกยิ้มอย่างมีเลศนัย

     

    "วิธีอะไร?"ลั่วอู่หลินรีบถามไถ่ด้วยความสนใจในทันที

     

    "ลั่วอู่หลิน ท่านคิดว่าหากมีเทพมังกรสี่ตนกลายเป็นพระเจ้าไร้ขอบเขตของมหาจักรวาลทั้งสี่ทิศมันจะเป็นอย่างไร"เฟยหรงกล่าวถามใบหน้ามีรอยยิ้มเผยออกมา

     

    ลั่วอู่หลินก็พลันส่ายหัว"เป็นไปไม่ได้ โอกาสที่จักรพรรดิมังกรจะพัฒนากลายเป็นเทพมังกรได้คือหนึ่งในล้านมันยากยิ่งกว่าการที่พระเจ้าไร้ขอบเขตจะมีลูกเสียอีก ถ้าจะทำได้ก็มีเพียงการสืบ....ทอด!............!!เฟยหรงอย่าบอกนะว่าเจ้า!!"ลั่วอู่หลินเมื่อพูดมาถึงตรงนี้ก็ถลึงตามองเฟยหรงในทันใด

     

    "ฮ่าๆๆไม่ผิดๆ ข้าได้หาผู้สืบทอดเอาไว้ที่มหาจักรวาลเขตตะวันออกแล้ว"ลั่วอู่หลินที่ได้ยินอยากจะบ้าตาย ชาติก่อนเขาลงทุนกลืนกินดาวฤกษ์ไปตั้งเท่าไรกว่าจะกลายเป็นเทพมังกรได้ แต่เจ้าเด็กบ้านี่กลับสืบถอดให้คนอื่นง่ายๆ เสียอย่างนั้น หากเป็นไปได้เขาอยากจะทุบตีอีกฝ่ายเสียจริงๆ น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีกำลังพอ

     

    "ท่านไม่ต้องกังวลไป ข้าได้คัดกรองอย่างดีแล้ว เด็กคนนั้นมีความตั้งใจและพยายามมากเลยทีเดียว เหมาะสมกับการเป็นเทพมังกรอย่างแน่นอน"เฟยหรงกล่าวเหมือนรู้ว่าลั่วอู่หลินกังวลเรื่องอะไร

     

    "เห้อ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจไปแล้วตามใจ ข้าพอจะรู้แล้วว่าเจ้าจะให้ข้าทำอะไร จะให้ข้าสร้างเทพมังกรในมหาจักรวาลเขตตะวันตกสินะ เอาไว้รอข้าไปถึงระดับพระเจ้าแล้วค่อยว่ากัน"ลั่วอู่หลินกล่าวพร้อมรินชา

     

    ต้องบอกก่อนว่าแม้เฟยหรงจะสืบทอดได้มากกว่าหนึ่งคนก็ตาม แต่ด้วยมันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ผู้สืบทอดของพระเจ้าหรือไม่ว่าระดับก็ตามสามารถมีได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น เฟยหรงที่ถูกใจมหาจักรวาลเขตตะวันออกจึงได้หาผู้สืบทอดในที่แห่งนั้นไป

     

    ส่วนตัวของลั่วอู่หลินแม้ในชาติก่อนจะสืบทอดพลังให้กับเฟยหรง ทว่านั่นมันเป็นเรื่องของชาติก่อนไม่ใช่ชาตินี้ เขาสามารถมีผู้สืบทอดเทพมังกรได้อีกหนึ่งคน ดังนั้นเฟยหรงจึงใช้โอกาสนี้มาพูดคุยหารือกับลั่วอู่หลินเสียเลย

     

    "ฮ่าๆๆเช่นนั้นก็คงต้องรบกวนท่านแล้ว ส่วนตบะระดับพระเจ้าต่างภพใครจะรับไปค่อยพูดคุยกันอีกที บอกตามตรงข้าเองได้อยู่กับเหล่าภรรยาอย่างสงบพอแล้ว ไม่ได้ต้องการพลังอะไรมากมายขนาดนั้น"เฟยหรงกล่าว ลั่วอู่หลินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เพราะตัวเขาเองเพียงอยู่กับครอบครัวก็พอใจ

     

    แม้จะสนใจระดับที่เรียกว่าพระเจ้าต่างภพอยู่บ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะอยากเป็นซะเมื่อไหร่ อีกทั้งชายหนุ่มยังเป็นคนรักอิสระตำแหน่งที่ผูกมัดเขาเอาไว้กับมหาจักรวาลเช่นนี้จึงไม่เหมาะกับเขาสักเท่าไร

     

    ดังนั้นทั้งเฟยหรงและลั่วอู่หลินจึงมีแผนการในใจที่จะผลักทุกอย่างไปให้กับผู้สืบทอดของตนไม่คนใดก็คนหนึ่งเสียเลย ส่วนตัวพวกเขาก็จะไปใช้ชีวิตอย่างสงบกับเหล่าภรรยา คงต้องบอกว่าใครที่เป็นผู้สืบทอดของทั้งสองคนนี้ก็เตรียมรับภาระอันยิ่งใหญ่ไว้ได้เลย

     

    "เห้อ เรื่องนี้ยังคงไกลตัวนัก เพราะดูเหมือนข้าจะใช้เวลาอีกหลายร้อยปีเลยทีเดียวกว่าจะไปถึงระดับพระเจ้า"ลั่วอู่หลินพร้อมกับถอนหายใจ

     

    "ไม่ต้องรีบร้อน เราแค่คิดจะสร้างพระเจ้าต่างภพเอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายจะบุกมาหาเราในสามวันเจ็ดวันเสียเมื่อไหร่ ท่านก็ใช้ชีวิตของท่านปกติไปนั่นแหละ"เฟยหรงกล่าวเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ ตอนนี้พวกเขาดื่มชากันจนหมดกาแล้ว และหันมาหัวเราะให้กัน

     

    "นั่นสินะ ข้าคงคิดมากไปจริงๆ เอาล่ะ ถึงเวลาที่ข้าจะออกผจญภัยต่อแล้ว เจ้าเองก็สมควรไปหาพี่สาวของข้าได้แล้วกระมัง"

     

    "เหอะๆดูท่านพูดเข้าสิ ขอบอกเอาไว้ก่อนเลยนะว่า ข้ามาเกี้ยวพี่สาวท่านเท่านั้นและไม่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือท่านไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม แล้วก็ข้าดีใจนะที่ได้สนทนากับท่านแบบนี้"เฟยหรงยกยิ้มบาง เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินเข้าประตูมิติสีทองไป

     

    "ช่างเป็นผู้ชายที่เจ้าเล่ห์จริงๆแม้แต่คำพูดทิ้งทายก็ยังมีช่องว่างให้ไหลลื่นไปได้อีกมายมาก"ลั่วอู่หลินกล่าวพร้อมยกยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะเดินเข้าหอคอยมหาสมบัติไปเช่นเดียวกัน

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน