เจียงเยี่ยนตัดสินใจให้ภาวะอสูรสถิตครอบงำร่างกาย ทำให้เขาแทบขาดสติ เด็กหนุ่มทราบว่าลำพังเพียงแค่การดึงพลังจากชีพจรเทพดับสูญมาใช้ย่อมไม่เพียงพอในการโค่นหลี่กวนหยาง
ไอสีดำรูปมังกรบินวนล้อมรอบกายเจียงเยี่ยนพร้อมประกายสายฟ้าทมิฬที่ล้อมมังกรไว้อีกชั้น พลังของมันมหาศาลทำเอาอากาศบริเวณนั้นสั่นสะเทือน เสื้อยาวสีดำของหลี่กวนหยางก็กระพือไม่หยุด
เจียงเยี่ยนตวาดราวคนคลุ้มคลั่ง จากนั้นพุ่งกายไป ร่างกายถูกปกคลุมด้วยแสงรูปมังกรสายฟ้าทมิฬ
หลี่กวนหยางเร่งพลังลมปราณคุมจักรวาลขึ้น ร่างของเจียงเยี่ยนรู้สึกเหมือนตกอยู่ในห้วงจักรวาลอันกว้างไพศาล ไม่อาจควบคุมตนเองได้
ประมุขตำหนักเทพธรณินสะบัดฝ่ามือเบาๆ ก่อเกิดเป็นพลังลูกกลมสีม่วงขนาดใหญ่เท่ากับครึ่งร่างคนพุ่งใส่เจียงเยี่ยนทันที
ตูมมมมมม!
เสียงระเบิดดังลั่นหลังการปะทะ มังกรสายฟ้าทมิฬสลายไป หลี่กวนหยางยิ้มเล็กน้อย มันโบกแขนเสื้อออกเกิดเป็นคลื่นพลังที่มองไม่เห็นกระแทกใส่เจียงเยี่ยนอย่างรุนแรง
แต่พอมังกรสายฟ้าทมิฬสลาย ร่างเจียงเยี่ยนก็มีไอดำปกคลุมอย่างรวดเร็ว ไอดำนั้นคุ้มกันเจียงเยี่ยนอย่างแน่นหนาสลายคลื่นพลังหลี่กวนหยาง
ลมปราณเทพดับสูญไม่เพียงมีพลังโจมตีมหาศาล ยังมีพลังป้องกันอย่างสมบูรณ์ !
เจียงเยี่ยนตอนนี้ปล่อยให้อสูรสถิตครอบงำเต็มที่ เพื่อล้างแค้นหลี่กวนหยางที่ฆ่าพ่อแม่บุญธรรมของเขา เด็กหนุ่มยินยอมเสียสติดีกว่าปล่อยให้ศัตรูจับกุม
มังกรสายฟ้าทมิฬก่อเกิดล้อมรอบกายเจียงเยี่ยนอีกครั้ง ครานี้รุนแรงยิ่งกว่าเดิม เสียงมังกรคำรามก้องราวกับมีชีวิตจริงๆ
เจียงเยี่ยนร้องพร้อมผลักสองฝ่ามือ มังกรสายฟ้าทมิฬนับสิบตัวก็พุ่งออกมา โจมตีใส่หลี่กวนหยางอย่างรวดเร็ว
หลี่กวนหยางกางสองมือออกเกิดเป็นคลื่นพลังที่มองไม่เห็นคุ้มกายมันไว้ ลมปราณคุมจักรวาลก็ไม่ต่างจากพลังเทพดับสูญ สามารถใช้ลมปราณใช้การจู่โจมและคุ้มครองตนได้
ตูม ตูม ตูม ตูม!
แรงระเบิดกึกก้อง มังกรทมิฬโจมตีเกราะลมปราณของหลี่กวนหยางต่อเนื่อง มังกรแต่ละตัวที่ออกมาจากฝ่ามือเจียงเยี่ยนทวีความมหาศาลขึ้น รุนแรงมากยิ่งขึ้น
หลี่กวนหยางยังคงนิ่งเฉย เจียงเยี่ยนซึ่งดวงตาเหลือกขาวต่อยหมัดลงที่พื้นดิน พลังมังกรสายฟ้าทมิฬตัวใหญ่ตัวหนึ่งก็มุดลงไปในพื้นดิน จากนั้นพุ่งขึ้นจู่โจมจากด้านล่างหลี่กวนหยาง
ลมปราณหลี่กวนแม้คุ้มครองรอบกาย แต่ไม่ได้คุ้มครองถึงด้านล่างด้วย หลี่กวนหยางรีบกระโดดออกจากพื้นดินพุ่งกายหาเจียงเยี่ยนทันที
มิคาด มังกรสายฟ้าทมิฬพุ่งขึ้นจากพื้นดินยังตามติดศัตรู หลี่กวนหยางขมวดคิ้ว มันรีบสะบัดมือไปด้านหลังรับมังกรสายฟ้าทมิฬทันที
มังกรสายฟ้าทมิฬตัวนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร หลี่กวนหยางเร่งพลังลมปราณคุมจักรวาลค่อยๆ สลายมันไป แต่เจียงเยี่ยนไม่ปล่อยโอกาส พุ่งเข้าหาหลี่กวนหยาง ต่อยหมัดที่เต็มไปด้วยแสงสีดำ
หลี่กวนหยางรีบใช้ฝ่ามืออีกข้างรับหมัดเจียงเยี่ยนไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ต้านพลังมังกรสายฟ้าทมิฬ มันรู้สึกเหมือนถูกกำแพงเหล็กบีบมาจากทั้งสองด้าน ลมปราณเทพดับสูญร้ายกาจเกินกว่าที่มันคาดคิดนัก
ดวงตาหลี่กวนหยางนิ่งสงบ แต่ก็แฝงไปด้วยแววอำมหิต ชั่วพริบตานั้น เจียงเยี่ยนรู้สึกว่าลมปราณตนเองกำลังถูกควบคุม อากาศ ต้นไม้ ดิน ใบหญ้า ก็ตกอยู่ในการควบคุมของหลี่กวนหยาง
มังกรสายฟ้าทมิฬสลายไปในพริบตา ลมปราณในร่างกายเจียงเยี่ยนก็ปั่นป่วนไม่หยุด เขารู้สึกกำลังถูกหลี่กวนหยางดูดพลังไปอย่างรวดเร็ว
หมัดของเจียงเยี่ยนทาบติดกับฝ่ามือหลี่กวนหยางราวถูกแม่เหล็กดูดไว้ เจียงเยี่ยนไม่สามารถรั้งหมัดกลับได้ เขาตัดสินใจกระแทกหมัดซ้ายใส่ด้านข้างหมัดขวาตนเองทันที
แรงกระแทกทำให้หมัดขวาเจียงเยี่ยนหลุดออกจากฝ่ามือหลี่กวนหยาง แต่ประมุขตำหนักเทพธรณินไม่ชักช้า ยื่นมือคว้าคอเจียงเยี่ยนอย่างรวดเร็ว
ไอสีดำที่คุ้มครองเจียงเยี่ยนเร่งคุ้มกายตน มือหลี่กวนหยางพอสัมผัสถูกไอสีดำก็กระเด็นออก แต่หลี่กวนหยางไม่เลิกรา มันกางฝ่ามือเกิดเป็นลูกพลังสีม่วงเข้ม ลูกพลังหมุนวนราวกับเป็นวัฏจักรของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในสีม่วงมีประกายสายฟ้าสีขาว นี่คือสุดยอดวิชาฝ่ามือของมัน
ฝ่ามือวัฏจักรภพ
ลูกพลังสีม่วงจู่โจมใส่เจียงเยี่ยน เด็กหนุ่มไม่ชักช้าต่อยหมัดเป็นมังกรสายฟ้าทมิฬจู่โจมใส่ทันที
โครม!
เสียงสะเบิดดังสนั่นอีกครั้ง ลูกพลังสีม่วงสลายไป แต่ครานี้เจียงเยี่ยนระดมหมัดต่อยออกไม่หยุด ในท่าหมัดก็แฝงไปด้วยเคล็ดฝ่ามือไผ่ลู่ลมแห่งสกุลเจียง หมัดทั้งแผ่วพลิ้วดุจใบไผ่ต้องลมโชยพัด แต่ก็แกร่งกร้าวปานขุนเขาถล่ม
หลี่กวนหยางรีบสะบัดฝ่ามือเข้าต่อสู้ สองหมัด สองฝ่ามือ ปะทะกันอย่างรวดเร็วจนมิอาจมองทัน พลังของทั้งสองบดขยี้พื้นดินบริเวณนั้นจนแตกร้าว ใบไม้เศษดินปลิวกระจุยราวกับเกิดพายุ
ประมุขตำหนักเทพธรณินเร่งลมปราณคุมจักรวาลขึ้น จุดสีแดงที่กลางหน้าผากเขาเปล่งประกายเล็กน้อย มันผลักสองมือพร้อมร้องก้อง ทันใดนั้นเศษไม้ ใบหญ้า ที่ปลิวว่อนพลันหยุดกับที่ แม้แต่ตัวเจียงเยี่ยนด้วย!
มีคำว่าร่ำลือว่าลมปราณคุมจักรวาลสามารถคุมทุกอย่างได้ ชาวยุทธต่างลงความเห็นว่าคำร่ำลือนี้อาจเกินจริงไปบ้าง แต่หากชาวยุทธทั้งหลายได้เห็นอานุภาพของมันซึ่งถูกหลี่กวนหยางใช้ อาจกลับคำพูดก็ได้
เจียงเยี่ยนแม้กำลังขาดสติ แต่ก็รับรู้ได้ว่าร่างกายขยับไม่ได้ พยายามเร่งลมปราณขึ้นก็เร่งไม่ขึ้น ทุกอย่างทุกสะกดให้หยุดนิ่ง
ลมปราณคุมจักรวาลแทบจะมีความสามารถหยุดเวลาได้!
หลี่กวนหยางไม่ชักช้า มันสะบัดฝ่ามือกระแทกใส่หน้าอกเจียงเยี่ยนทันที!
“อั่ก” เจียงเยี่ยนกระอักโลหิตออกมาจนไหลเป็นทางยาว ดวงตาที่เหลือกขาวกลายเป็นสีดำ เปลือกตาหลับสนิทเพราะหมดสติ ร่างเขาลอยละลิ่วกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง
หลี่กวนหยางทะยานกายเข้าหา มันคว้ามือใส่เสื้อบริเวณหน้าอกเจียงเยี่ยนหมายหิ้วเด็กหนุ่มจากไป
ขณะที่มือหลี่กวนหยางจะแตะถูกหน้าอกเจียงเยี่ยน ร่างเจียงเยี่ยนก็ขยับไปด้านข้างทั้งที่นอนอยู่ราวกับปาฏิหาริย์ มือของหลี่กวนหยางจึงคว้าไม่ถูก
หลี่กวนหยางขมวดคิ้วหันไปมอง ที่แท้ซูโหยวเสวียนใช้วิชาสลายดาราสร้างเส้นใยลมปราณดึงตัวเจียงเยี่ยนไปหานาง
ซูโหยวเสวียนตวัดมือคราหนึ่ง ร่างเจียงเยี่ยนก็เข้าสู่อ้อมอกนางทันที
“เจ้าคือซูโหยวเสวียน?” หลี่กวนหยางถาม
“หึ เจ้าลงมือสยบคนของสำนักคุนหลุนไว้ ใช้ให้พวกมันมาจัดการพวกเรา จากนั้นซุ่มตัวอยู่ข้างๆ เพื่อหวังจับตัวเจียงเยี่ยน อุบายนี้ไม่เลว แม้แต่ข้ายังแทบหลงกล” ซูโหยวเสวียนบอก
“โชคดีเจ้าเด็กน้อยนี่แยกตัวจากพวกเจ้าเอง ทำให้ข้าทำงานสะดวกขึ้น” หลี่กวนหยางตอบ
หลี่กวนหยางผายมือ
“มอบตัวเด็กน้อยนี่มา หากฉลาดอย่าได้ตั้งตนเป็นศัตรูกับข้า”
“ผู้ที่เชื่อฟังเจ้าต่างหากคือคนโง่เขลา เจ้าสัญญาจะประลองกับปราชญ์มารบริสุทธิ์เพื่อแลกตัวเจียงเยี่ยน แต่เจ้ากลับมาชิงตัวเด็กน้อยนี่ไปเสียก่อน ผู้ใดเชื่อฟังคำลิ้นสุนัขจิ้งจอกเจ้าย่อมโง่เขลาอย่างยิ่ง” ซูโหยวเสวียนตอบ
“หึ ข้าไม่ได้ผิดสัญญา” หลี่กวนหยางแค่นหัวร่อเบาๆ
“อ้อ?”
“ปราชญ์มารบริสุทธิ์ตอนนี้ไร้วิทยายุทธ ข้าส่งคนไปจัดการมันแล้ว ในเมื่อมันตายแล้วจะประลองกับข้าได้อย่างไร? ข้าจึงมีสิทธิจับตัวเด็กน้อยนี้ได้เต็มที่” หลี่กวนหยางตอบอย่างดื้อด้าน
ซูโหยวเสวียนขมวดคิ้ว นางไม่ทราบว่าปราชญ์มารบริสุทธิ์ที่นางเฝ้าคะนึงหาตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกห่วงใยขึ้นมา
ซูโหยวเสวียนสะบัดมือออกครั้งหนึ่ง ฝ่ามือหฤทัยหมื่นบุปผาของนางก็ทำงาน พลังบุปผาสีชมพูหลายร้อยดอกก็พุ่งใส่หลี่กวนหยางทันที
หลี่กวนหยางเร่งพลังลมปราณคุมจักรวาล บุปผาเหล่านั้นพลันหยุดนิ่งไม่อาจจู่โจมต่อไปได้ จากนั้นสลายไป
แต่พริบตานั้นเอง ซูโหยวเสวียนก็ทะยานกายหนีไปไกลแล้ว
หลี่กวนหยางแค่นหัวร่อ สตรีนางหนึ่งจะโอบอุ้มบุรุษผู้หนึ่งไปได้ไกลสักเพียงใด เขาสะกิดเท้าเบาๆ ร่างกายก็ลอยได้ดุจเหินบิน ติดตามซูโหยวเสวียนไปทันที
---- จบตอน -----ซูโหยวเสวียนจะรอดหรือไม่เมื่อต้องอุ้มผู้ชายคนหนึ่งไว้ หลี่กวนหยางตามล่าไม่ลดละแน่ เหตุการณ์จะเป็นไงต่อโปรดติดตาม!