“พวกท่าน พวกท่านเป็นใครกัน?”
ชายแก่ถือไม้เท้าค้ำร่างอันแก่ชรากล่าวถามกลุ่มคนที่เดินเข้ามาทางหน้าหมู่บ้าน หลังจากเขาได้รับรายงานเกี่ยวกับคนปริศนายืนรอหน้าหมู่บ้านของพวกเขาในช่วงเช้ามืด การที่ชายแก่ต้องพูดนอบน้อมแม้อายุจะเยอะกว่าเด็กที่กำลังเดินเข้ามาหาเป็นเพราะว่าระดับพลังวิญญาณของกลุ่มที่เดินทางเข้ามาน่ากลัว
“ท่านผู้เฒ่า เรามาจาก 4 สถาบันของเมืองหลงไห่ ได้รับหน้าที่ให้มารักษาอาการป่วยของผู้คนในหมู่บ้านนี้” ป๋อเหวินยกมือขึ้นมาทำความเคารพชายแก่ ที่ตอนนี้กำลังฉีกยิ้มด้วยความดีใจเมื่อรู้ว่าเมืองหลงไห่ส่งคนมาช่วยพวกเขาแล้ว
“โชคดี เป็นโชคดีของเราแล้ว ในที่สุดก็มีคนเดินทางมาช่วยพวกเรา”
“ท่านผู้เฒ่าหมายความว่าเยี่ยงไร ข้าได้ยินมาว่าหมู่บ้านนี้มีคนเข้ามาช่วยเหลือตลอด” ตงฟางเป็นฝ่ายถามบ้าง
“พ่อหนุ่ม เป็นอย่างที่เจ้าพูด แต่ทุกคนที่มาช่วยหมู่บ้านของเราล้วนแล้วส่งของถึงแค่หน้าทางเข้าหมู่บ้านเท่านั้น อาหาร เสื้อผ้า ทุกๆอย่างที่ใช้ในการดำรงชีวิตพวกเขาวางไว้หน้าหมู่บ้านทั้งหมดเพราะพวกเขากลัวจะติดโรคจากหมู่บ้านของเรา”
“เหรอ แล้วของที่ว่ามาจากไหนล่ะ” ตงฟางยังคงถามอีกครั้ง
“เป็นของที่ได้จากเมืองหลงไห่และเมืองซ่ง พวกเขาจะส่งมาช่วยเหลือทุกๆครึ่งเดือน”
“มีคนเคยเข้ามารักษาไหม” ตงฟางยังถามต่อไป โดยไม่หันมองชายแก่ เขามองรอบๆหมู่บ้านทำเหมือนชายแก่ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขา การทำแบบนี้ตงฟางมีสาเหตุจำเป็นต้องทำ
“มี เคยมีคนจากเมืองซ่งเดินทางมา แต่พวกเขาก็ตายไปทั้งหมดจากโรคที่ติดต่อไปหาพวกเขา”
ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของชายแก่ล้วนแล้วจับไปยังเสื้อผ้าของตัวเองเพื่อเพื่อตรวจสอบว่ามีสายรัดขาดหายไปหรือไม่ ตอนนี้พวกเขาทุกคนที่เข้ามาล้วนแล้วสวมหน้ากากกับถุงมือเอาไว้ ป้องกันการสัมผัสโดยตรงกับสิ่งที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้
“พ่อหนุ่มทั้งหลาย ข้ามีบ้านพักให้พวกท่าน 2 หลัง เชิญพวกท่านไปพักก่อน ข้าคิดว่าการยืนคุยกันแบบนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องดี”
ชายแก่ชี้มือไปยังบ้านที่อยู่หลังสุดของหมู่บ้าน ทุกคนจึงมองตามไป สำหรับตงฟางเขาไม่ได้มองทิศทางที่ชายแก่ชี้ไปเลยสักนิด เขาสำรวจเส้นทางในหมู่บ้านมาแล้วจนรู้ว่าเขาจะได้พักที่ไหน ตอนนี้สิ่งที่เขาทำจึงมีเพียงแค่พยายามสูดอากาศรอบๆเข้าไปเพื่อตรวจสอบพิษ
ในโลกเดิมของเขาอาการป่วยเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เกิดจากสาเหตุมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรับสารเคมีเข้าไป การได้รับเชื้อ หรือจะเป็นเพราะร่างกายมีการทำงานบกพร่อง
สำหรับโลกใบนี้ที่เขาได้อยู่อาศัยแล้วได้ผ่านการเรียนทักษะแพทย์จากอาจารย์อี้ ทำให้ตงฟางรู้ว่าโรคเกือบ 90 % เกิดจากพิษทั้งมีชีวิตแล้วไม่มีชีวิต เขาจึงพยายามใช้จมูดสูดดมอากาศภายในหมู่บ้านเข้าไป เพื่อตรวจสอบดูพิษรอบๆหมู่บ้าน
“นี่คือบ้านพักที่ข้าจัดเตรียมไว้ให้กับผู้คนที่จะเดินทางมายังหมู่บ้านไป๋ของพวกเรา พวกท่านเชิญใช้ตามสบาย หากขาดเหลืออะไรเชิญไปบ้านของข้าได้ ข้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านนี้”
“ขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้าน มันใหญ่พอสำหรับพวกเรา” ป๋อเหวินหันหลังไปตอบหัวหน้าหมู่บ้าน หลังจากทุกคนเดินเข้าไปในบ้าน
“ถ้าอย่างนั้นสำหรับข้าวเย็น ข้าจะให้คนยกมาให้”
“ขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้าน” ป๋อเหวินมองหัวหน้าหมู่บ้านเดินจากไป พลางมองสำรวจรอบๆบ้านพักของพวกเขา จนพบว่าผู้คนแทบไม่โผล่หน้าออกมานอกบ้านเลยสักนิด หลายคนล้วนปิดตัวอยู่ในบ้าน แม้จะมีบางคนออกมาจากบ้าน พวกเขากลับมุ่งหน้าไปยังไร่นา ไม่ได้ทำงานรอบๆบ้านของพวกเขา
“ข้าขอเตียงนี้”
“ส่วนนี่ข้าขอ” คนของสถาบันอี้หมิงที่แบ่งครึ่งบ้านเดินไปชี้ยังเตียงของพวกเขาที่มีหมอนและผ้าห่มให้อย่างดี บ้านพักหลังนี้พวกเขาต้องใช้ร่วมกับคนของสถาบันเฟยเทียน ตงฟางกลับไม่ได้มองจ้องไปยังเตียงเพราะเขากำลังเดินสำรวจข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ต่างจากคนอื่นๆที่เดินหาเตียงนอนของพวกเขา
“ตงฟาง เหลือเตียงอยู่อีก 1 เราจะทำยังไง” ป๋อเหวินมองตงฟาง เตียงที่ชั้น 2 ถูกสถาบันอี้หมิงจองไปหมดแล้ว เหลือเพียงแค่เตียงที่อยู่ชั้น 1เท่านั้น ทว่าเตียงกลับไม่เพียงพอต่อพวกเขา ตงฟางจึงมองป๋อเหวินแล้วส่ายหน้าบอกสิ่งที่เขาจะทำ
“เจ้านอนเถอะ ข้าจะนอนใกล้ๆประตู จะได้เข้าออกง่าย”
“แล้วนั่นเจ้าจะไปไหน”
“ข้าจะไปเดินเล่น”
ตงฟางเดินออกไปนอกบ้าน ตั้งแต่เดินเข้ามาเขาเจอสิ่งแปลกประหลาดหลายอย่าง สิ่งแรกคือการขังตัวเองอยู่ในบ้านของผู้ป่วย มันแปลกมากสำหรับชาวบ้าน หากมีคนนอกเดินทางเข้ามา พวกเขาจะต้องพยายามแอบส่องดูอย่างแน่นอนแม้จะถูกสั่งห้ามออกจากบ้านป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย พวกเขากลับหลบอยู่ในบ้าน ไม่สนใจพวกเขาเลยสักนิด
แล้วมีอีกสิ่งที่ตงฟางตรวจพบว่ามันแปลก สิ่งนั้นคือข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านพักของพวกเขา ทุกอย่างเหมือนถูกเตรียมเอาไว้เมื่อ 2 - 3 วันที่ผ่านมา เหมือนกับว่ามีคนรู้ว่าพวกเขาจะมายังสถานที่แห่งนี้
จากท่าทางของผู้นำหมู่บ้าน เขาแสดงท่าทางเหมือนไม่รู้มาก่อนว่ากลุ่มของตงฟางจะเดินทางมา แต่ข้าวของเครื่องใช้กลับสะอาดมาก ตงฟางคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
“อยู่นี่เอง”
ตงฟางมองลงไปในบ่อน้ำกลางหมู่บ้าน ลึกลงไปเขาเห็นน้ำจำนวนมากนอนแน่นิ่งอยู่ข้างใต้นั้น เขาจึงใช้พลังจิตดึงน้ำขึ้นมาจิบเพื่อตรวจสอบ แต่ก็ยังไม่พบพิษสักตัว จึงเดินสำรวจสถานที่ที่คาดว่าชาวบ้านสามารถนำน้ำมาใช้
การที่โรคนี้จะแพร่กระจายได้มันจะต้องมีพาหะนำเชื้อ ตงฟางจึงต้องสำรวจแบบพื้นฐานก่อน เพื่อหาต้นตอของเชื้อว่ามาจากไหน ด้วยการตรวจสอบทุกอย่างที่ชาวบ้านใช้งานร่วมกัน น้ำ ดิน อากาศ หากเขาไม่เจอพิษในสิ่งเหล่านี้ตงฟางก็จะเริ่มถามชาวบ้าน เพื่อหาผู้ป่วยหมายเลข 0 จะทำให้เขาทราบต้นตอการรับพิษจนมันแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน
ระหว่างตงฟางสำรวจน้ำทุกบ่อ รวมไปถึงสำรวจแม่น้ำใกล้ๆหมู่บ้าน พลางสำรวจพืชผักและอากาศ เขาก็พบเข้ากับสายตาของใครบางคนแอบมองจ้องเขา แต่เขาเลือกที่จะไม่หันกลับไปมอง เนื่องจากจุดอ่อนคือสิ่งที่ตงฟางต้องการสร้างให้ตัวเองอยู่เสมอ เขาจึงเปิดเผยด้านหลังของตัวเองตั้งแต่เข้าหมู่บ้านไป๋ ให้ทุกคนรู้ว่าตัวเขาเองไม่ได้ระวังด้านหลังเลยจึงมีคนแอบตามมองเขา
“ชายคนนั้นทำอะไรแล้วบ้าง” ผู้นำหมู่บ้านถามน้องชายของมัน หลังจากให้น้องชายแอบตามตงฟางที่น่าสงสัยที่สุด ตั้งแต่เข้าหมู่บ้านตงฟางไม่ได้สนใจผู้นำเลย เขาสนใจรอบๆ หนำซ้ำตอนนี้เขาก็กำลังเดินสำรวจรอบๆหมู่บ้านสร้างความสงสัยไม่น้อย
“เขาเดินสำรวจรอบๆไปทั่ว หนำซ้ำเขายังไม่ป้องกันตัวอีก หน้ากากของเขาก็ไม่ได้สวมเหมือนคนอื่นๆแล้วยังดื่มน้ำรอบๆหมู่บ้านด้วย”
“เขาทำแบบนั้นไม่กลัวจะป่วยติดโรคอย่างนั้นเหรอ” ผู้นำหมู่บ้านทำหน้าสงสัย
“ข้าไม่รู้ ดูแล้วเขาเหมือนไอ้โง่คนหนึ่งที่กำลังหาน้ำดื่ม ส่วนคนอื่นอยู่ในบ้านยังไม่ออกมา”
“อืม ดูแลพวกเขาให้ดีๆ พวกเขาเป็นคนที่มาช่วยหมู่บ้านเรา”
“ข้าหวังว่าพวกเขาจะช่วยเราเหมือนที่ท่านพูด ไม่ใช่มาตายเปล่าเหมือนกลุ่มที่แล้ว ชายหนุ่มคนนั้นดูแล้วไม่น่าจะรอดเพราะเขากินน้ำตลอดทางเลย”
หัวหน้าหมู่บ้านมองตงฟาง จากนั้นจึงเดินเข้าไปทักทายเพื่อห้ามไม่ให้ตงฟางดื่มน้ำ
“พ่อหนุ่ม เจ้ากำลังทำอะไร ทำไมเจ้าดื่มน้ำแบบนั้นล่ะ”
“ผู้นำหมู่บ้าน ท่านเองเหรอ ข้าหิวน้ำ แต่น้ำในหมู่บ้านนี้ไม่อร่อยเหมือนน้ำวิญญาณที่ข้าดื่มประจำ ข้าจึงเดินหาน้ำเรื่อยๆ”
“พ่อหนุ่ม ถ้าเจ้าทำแบบนี้ต่อไปเจ้าจะติดโรคได้นะ”
“ฮะ โรคนี้มันติดต่อจากน้ำได้ด้วยเหรอ” ตงฟางทำหน้าตกใจ ท่าทางของเขาทำให้ผู้นำหมู่บ้านเหนื่อยใจเพราะตงฟางจะต้องตายเป็นคนแรกอย่างแน่นอน
“นี่เจ้าไม่รู้อะไรเลยเหรอ แล้วยังดื่มน้ำไปทั่วอีก ข้าไม่รู้หรอกว่าน้ำมีโรคหรือเปล่า เพราะคนจะป่วยพวกเขาก็ป่วยเลย ไม่มีการบอกกล่าวอะไร ข้าเข้ามาเตือนเจ้าก็เพราะว่าไม่อยากให้เจ้าป่วยตายเหมือนคนกลุ่มก่อนหน้า”
“ท่านไม่ต้องห่วงหรอก ข้ามียาดี เห็นไหม แค่นี้ข้าก็ไม่น่าจะป่วยแล้ว”
ตงฟางนำยาฟื้นฟูระดับ 5 ขึ้นมากินสามถึงสี่เม็ดจากนั้นก็โบกมือลาผู้นำหมู่บ้านแล้วเดินเล่นต่อไป สำหรับผู้นำหมู่บ้านเขาทำเพียงส่ายหน้าเพราะตงฟางจะต้องตายแน่นอน ผิดจากคนอื่นๆที่จะอยู่ได้นานหน่อย เนื่องจากพวกเขาอยู่ในบ้าน แล้วยังระมัดระวังตัวไม่ได้เปิดใบหน้าเดินรอบๆหมู่บ้านเหมือนตงฟาง ที่กำลังพยายามตักน้ำจิบกินตลอดทาง
กร๊วบ~!
เสียงกัดหัวไชเท้าดังขึ้นเล็กน้อย ตงฟางรู้สึกเย็นภายในปากเพราะมันเป็นผักที่สดมากเนื่องจากพึ่งถอนออกมาจากแปลงผักของชาวบ้าน สิ่งที่เขากัดกินตลอดทางล้วนแล้วไม่มีพิษอยู่เลยสักนิด ทำให้ตงฟางรู้ว่า น้ำ ดิน และ พืชผัก ไม่มีพิษที่ทำให้ผู้คนติดโรค
“ลุง ลุงกำลังทำอะไร” ตงฟางโบกมือทักทายชายคนหนึ่งอายุราว 40 - 50 ปี กำลังก้มหน้าก้มตาใช้จอบขุดดินในไร่นาของเขา แต่การทักทายของตงฟางกลับไม่ได้รับคำตอบเขาจึงเดินเข้าไปใกล้ๆเพื่อถาม
“ลุง ข้ามาจากเมืองหลงไห่ พอดีข้าไม่เจอใครในหมู่บ้านเลย”
“เจ้าอยากจะถามอะไร” น้ำเสียงเย็นชาผสมมากับท่าทางไม่สนใจ ตงฟางจึงยักคิ้วขึ้นลงไม่คิดอะไรมากกับท่าทางของลุงตรงหน้าเขา
“ข้าอยากถามว่าลุงเป็นอะไร ทำไมมีตุ่มบนร่างแบบนั้นล่ะ แล้วมันเจ็บไหม คันหรือเปล่า มีอาการแสบๆร้อนๆไหม ข้าไม่เคยเห็นโรคนี้มาก่อนเลย”
ตงฟางยื่นมือพยายามจะเข้าไปแตะแขนของลุงตรงหน้า แต่ลุงกลับเดินจากเขาไปด้วยความรวดเร็วไม่สนใจตงฟางเลยสักนิดเดียว ทิ้งตงฟางให้ยืนกลางไร่นาเพียงคนเดียว
“เกลียดคนนอกหมู่บ้าน….แบบนี้ชักน่าสนุกแล้วสิ”
ตงฟางเท้าคางของตัวเอง ดูเหมือนโรคนี้จะมีที่มาไม่ธรรมดาอย่างที่เขาคิดเอาไว้ การที่แหล่งน้ำ พืชผัก ในหมู่บ้านไม่มีพิษ มีการตายของคนที่เคยเดินทางมาช่วยเหลือ แล้วชาวบ้านยังดูเกลียดชังคนนอก ทำให้ตงฟางรู้สึกสนุกกับการไขปริศนาในเรื่องนี้ ว่าโรคมันมาได้ยังไง อย่างไรก็ตามวันนี้เขาต้องพักก่อน ฟ้ากำลังจะมืดเขาจึงต้องกลับไปยังบ้านพักเพราะผู้นำหมู่บ้านบอกกับเขาเอาไว้ว่าจะนำอาหารมาส่ง ตงฟางจึงต้องไปสำรวจอาหารเหล่านั้นด้วยว่ามันมีพิษหรือเปล่า
“ตงฟาง เจ้าได้อะไรบ้าง” ป๋อเหวินถามตงฟางทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในบ้าน
“ข้าไปตรวจสอบพิษรอบๆหมู่บ้านมาแล้ว ไม่พบพิษใดๆในน้ำเลย ในพืชผักก็ไม่มี ดินยังดี แต่เหมือนว่าชาวบ้านจะไม่ให้ความร่วมมือกับเรา”
“อย่างนั้นสินะ นี่ ในระหว่างที่เจ้าไม่อยู่พวกเราได้พุดคุยกันว่าพรุ่งนี้เราจะเริ่มออกสำรวจหมู่บ้าน หลังจากพักมามากพอแล้ว”
“แล้วอาหารวันนี้ล่ะ”
“ผู้นำหมู่บ้านให้คนยกมาส่งแล้ว แต่เราก็ยังไม่พบพิษในอาหารด้วย”
“อืม งั้นคืนนี้ข้าจะไปเดินเล่นหน่อย วานเจ้าแก้หน้าให้ข้าด้วยก็แล้วกัน”
ตงฟางเดินไปนั่งข้างๆประตูพลางนำข้าวของผู้นำหมู่บ้านมาทาน ไม่สนใจป๋อเหวิน