ประมุขค่ายกิเลนไฟจางหลี่ฉิง พูดคุยสั่งการให้ผู้อาวูโสทั้ง 3 คน ทำหน้าที่รวบรวม ทรัพย์สิน เงิน ทองอาวุธวิเศษทั้งที่สภาพใช้งานได้ และที่ชำรุด จากคลังเก็บสมบัติ กว่า 9 ส่วนจนเกือบเกลี้ยงเกลาหมดคลัง เพื่อเตรียมไว้ใช้แลกเปลี่ยนในการประมูลเม็ดยาโอสถ
ถึงแม้จะรู้สึกเสียดายไม่น้อยแต่ทว่าก็ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อใช้ด้วยจึงจะได้
ผู้าุโคุมกฏขวา มีนามว่า เทียนยี่สง มีอายุ 40000ปี มีพลังปราณธรณีเริ่มต้น ระดับ 1
หัวหน้าฝ่ายลงทัณฑ์ มีนามว่า เฮิงเฟิงหยวน มีอายุ 35000ปี มีพลังปราณธรณีเริ่มต้น ระดับ 1
ผู้าุโ 1 มีนามว่า จางมู่หรง มีอายุ 32000ปี มีพลังปราณธรณีเริ่มต้น ระดับ 1
หลังจากปรึกษากันเสร็จสิ้นทุกคนจึงแยกย้ายไปเตรียมตัวเดินทางในวันรุ่งขึ้น
ค่ายพยัคฆ์ขาว ณ ชายแดนทิศตะวันตก
ประมุขค่ายพยัคฆ์ขาว มีนามว่า ลู่กงหยิง มีอายุ 40000ปี มีพลังปราณธรณีเริ่มต้น ระดับ 1
ประมุขค่ายพยัคฆ์ขาว ลู่กงหยิง ผู้เหี่ยมหาญชำนาญศึกเป็ผู้ใช้ทวนคู่ อาศัยกระบวนท่าทวนทะลวงศึก พิชิตมาทั่วทุกสารทิศในระดับฝีมือเท่ากัน ยากที่จะหาคู่ต่อกรด้วยได้
ค่ายจิ้งจอกดำ ณ ชายแดนทิศเหนือ
ประมุขค่ายจิ้งจอกดำ มีนามว่า จือเสียวชิง มีอายุ 42000ปี พลังปราณธรณีเริ่มต้น ระดับ 1
นับเป็จิ้งจอกเฒ่าเ้าเล่ เื่เลวร้ายใดๆมักจะมีมือของมันยื่นยาวออกมาร่วมด้วยข้างหนึ่งเสมอเป็ผู้ที่รับมือได้ยากที่สุดในบรรดาทั้ง 4 ค่าย
ค่ายอินทรีทอง ณ ชายแดนทิศใต้
ประมุขค่ายอินทรีทอง มีนามว่า ฟู่เจี่ยหยาง มีอายุ 45000ปี พลังปราณธรณีเริ่มต้น ระดับ 1
ผู้คนมักกล่าวขาน ฟู่เจี่ยหยาง ผู้ทรนง ความองอาจกล้าหาญไม่เกรงกลัวผู้ใด ชอบการต่อสู้เป็ชีวิตจิตใจ เป็ผู้ที่ไม่มีใครอยากจะต่อสู้ด้วยมากที่สุด
ฟู่เจี่ยหยางผู้ทรนง เป็ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในการล่าสังหาร สัตว์อสูร และคอยเป็ผู้สะกดข่มผู้ที่อาศัยอยู่ในเงามืดไม่ให้โผล่หัวออกมา เพราะมีพลังปราณธรณีเริ่มต้น ระดับ 1 ตอนปลายอีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงพลังปราณถึงระดับ 2 ได้แล้ว
ตอนนี้ทั้ง 3 ค่ายที่เหลือ ต่างก็เป็ดั่งค่ายกิเลนไฟ ที่เรียกประชุมบุคคลสำคัญทั้งหมด
ต่างรวบรวมทรัพย์สินมีค่า เท่าที่หาได้พกติดตัวเร่งรีบเดินทาง เพื่อเข้าร่วมการประมูลครั้งนี่ อย่างลืมตายทีเดียว
และประมุขของทั้ง 3 ค่ายจะเป็ผู้เดินทางไปด้วยตนเอง พร้อมด้วยผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง
ณ มุมหนึ่งใตู้เา
ที่แห่งนี้ปิดบังตัวตนมาแสนยาวนานนับ 8000ปีแล้ว นั่นเพราะขาดการสนับสนุนจากโลกภายนอก ทำให้ไม่กล้าแสดงตนออกมาเพราะกลัวการล่าสังหารจากทั้ง 4 ค่าย ซึ่งมีกำลังคน และพลังอำนาจแข็งแกร่งกว่าแต่ตอนนี้
ชายชราผมขาวชุดเทากำลังยืนอยู่หน้ากลุ่มคนจำนวนหนึ่ง
“ทุกท่าน...ตอนนี้มันต่างจากเมื่อก่อนแล้วที่พวกเราต้องยอมอดกลั้นหลบซ่อนตัวราวกับหนูกลัวแมวยามนี้เมื่อประตูสู่โลกภายนอกเปิดออกแล้ว”
“นั่นหมายความพวกเราจะได้รับการสนับสนุนจากองค์แน่นอน”
“และข้าก็มั่นใจอย่างยิ่งว่าทางองค์กรจะส่งคนเข้ามาติดต่อกับพวกเราโดยเร็ว”
“ความล่าช้าที่ยาวนานกว่า8000ปี ทำให้แผนการของพวกเราหยุดชะงัก ไม่สามารถก้าวต่อไปได้”
“แต่ทว่าในข้อเสียก็มีข้อดีเช่นกันนั่นคือทำให้พวกเราสามารถเก็บเกี่ยว แร่ผลึกอาคม และ แร่ผลึกดวงดารา ได้มากกว่าทั้ง 4 ค่ายรวมกันเสียอีก”
“ด้วยจำนวน แร่ผลึกอาคม และ แร่ผลึกดวงดารา ที่เก็บเกี่ยวมาได้ย่อมสร้างความพึงพอใจให้กับองค์กรแน่นอน”
“ทำให้เป้าหมายของพวกเรามีความสำเร็จถึง8 ส่วน รอเพียงให้องค์กร ดำเนินการอีก 2 ส่วน ที่เหลือเท่านั้น”
“มิแน่ว่ารางวัลที่พวกเราจะได้รับคือการได้ออกไปจากโลกผีสางแห่งนี้ ที่เปรียบเสมือนคุกกักกันพวกเราเอาไว้ มานานนับหมื่นปี”
ชายชราผมขาวชุดเทา กวาดตามองโดยรอบ และแสยะยิ้ม
“ข้อดีอีกอย่างก็คือครานี้มีผู้ฝึกยุทธเข้ามาในโลกมิติเล็กมากมายนัก นับเป็เื่ดีเช่นกัน”
ในกลุ่มคน มีชายชราชุดดำ ลุกขึ้นกล่าวบ้าง
“ท่านประมุขแร่ผลึกอาคม และ แร่ผลึกดวงดารา ที่เก็บเกี่ยวมาได้ ดูท่าจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว”
“เนื่องจาก การประมูลเม็ดยาโอสถระดับ 3 หนึ่งในเงื่อนไขในการแลกเปลี่ยนก็คือ แร่ผลึกอาคม และ แร่ผลึกดวงดารา”
ชายชราผมขาวชุดเทา พยักหน้ากล่าว
“อืม...นี่นับเป็เหตุบังเอิญเื่หนึ่งที่ข้ายังสืบข่าวได้ไม่ชัดเจนนัก”
“ทำไม เ้าของเม็ดยาโอสถ(หลงเอ๋อ) จึงระบุเงื่อนไขแลกเปลี่ยนดั่งนั้น”
“หรือว่า เ้าของเม็ดยาโอสถ(หลงเอ๋อ) จะเป็ ปรมาจารย์หลอมอาวุธ หรือปรมาจารย์ข่ายอาคม ใดที่แฝงตัวเข้ามา”
“ต้องเข้าใจด้วยว่าในโลกภายนอกเงื่อนไขการแลกเปลี่ยนนี้ไม่ต่างอันใดกับการยกให้เปล่าๆ”
“ในโลกมิติขนาดเล็กจะไปหา ปรมาจารย์หลอมอาวุธ หรือปรมาจารย์ข่ายอาคม จากที่ใดดังนั้น แร่ผลึกอาคม และ แร่ผลึกดวงดารา จึงนับว่าไร้ค่านัก”
“แต่ถ้า้าจะแร่ผลึกอาคม และ แร่ผลึกดวงดารา จำนวนมาก และราคาถูก ในโลกมิติขนาดเล็กจึงนับเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด”
ชายชราผมขาวชุดเทา ส่ายหน้าไปมาเื่การประมูลเม็ดยาโอสถ ระดับ 3 มันล่วงรู้จนเรียกว่ารู้ก่อนใครซะอีกแต่กลับไม่สามารถสืบหา เ้าของเม็ดยาโอสถ (หลงเอ๋อ)ได้ซักที ร้านค้าประมูลเฟยหยุนปิดปากเงียบสนิท ครั้นจะใช้กำลังบังคับ ก็ยังไม่ถึงเวลาเหมาะสมจึงจำต้องอดกลั้นต่อไป
ชายชราชุดดำ กล่าวถามอีกครั้ง
“ถ้าเช่นนั้นท่านประมุขคิดจะทำเช่นไร”
“ตอนนี้ข้าประมุขยากจะตัดสินใจจริงๆ ถ้าหากพวกเราล่าช้า ทำให้ผู้อื่นคว้าเม็ดยาโอสถทั้งหมดไปได้จะเป็ผลเสียต่อฝ่ายเราอย่างใหญ่หลวง”
“ด้วยพลังอำนาจของฝ่ายตรงข้ามจะเพิ่มพูมมากยิ่งขึ้นกว่าเก่าถึงแม้พวกเราจะได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรภายนอก ก็ไม่อาจจะมีเปรียบได้แต่อย่างใด”
“แต่ถ้าพวกเราเข้าร่วมประมูลด้วยแร่ผลึกอาคม และ แร่ผลึกดวงดารา เห็นทีจะต้องใช้จนหมดคลังเป็แน่”
ชายชราผมขาวชุดเทา ได้แต่ส่ายหน้าหนักใจจะรุกก็ไม่ได้ จะถอยก็เสียเปรียบ
“ข้าได้แต่เพียงหวังว่าทางองค์กรจะรับรู้เื่การประมูลเม็ดยาโอสถ และรีบตัดสินใจโดยเร็ว”
ชายกลางคนชุดแดง ผู้หนึ่งลุกขึ้นกล่าวบ้าง
“ท่านประมุขหรือว่าพวกเราจะบุกเข้าไปปล้นชิงเม็ดยาโอสถทั้งหมดดีหรือไม่”
นับเป็ความคิดที่ดีอย่างหนึ่งไม่เพียงไม่ต้องสูญเสีย แร่ผลึกอาคม และ แร่ผลึกดวงดาราทั้งหมดยังสามารถได้เม็ดยาโอสถทั้งหมดมาอีกด้วย เมื่อถึงยามนั้น องค์กรจะแข็งแกร่งยิ่งกว่า ค่าย นิกาย ใดจะเทียบเทียมได้อีก
“เื่นี้ข้าประมุขก็เคยได้คิดไว้เช่นกัน แต่ทว่า เื่ใหญ่เป็ประวัติการณ์เยี่ยงนี้ไม่มีทางที่พวกเราจะเข้าไปหยิบฉวยได้โดยง่ายดาย”
“ย่อมจะต้องมีการเก็บรักษาเม็ดยาโอสถไว้มิดชิดอย่างดี และมีผู้คุ้มกันมากมายแ่าซะยิ่งกว่ากำแพงเหล็ก ผนังทองแดงด้วยซ้ำ”
“แค่พวกเราขยับเข้าไปใกล้ก็คงทำให้พวกมันรู้ตัวทันที นับเป็การเปิดเผยตัวคนเสียเปล่า”
“แต่ที่ข้าประมุขกังวลมากที่สุดก็คือ เ้าของเม็ดยาโอสถ (หลงเอ๋อ)จะเป็ตัวตนเช่นไรกันแน่”
“มีเม็ดยาโอสถในจำนวน 100000เม็ดมีข่าวว่าอาจจะมาจาก ดวงดาราระดับกลาง จากนิกาย ระดับ 5 –6 ดาว ก็เป็ได้”
“เป็บุคคลที่พวกเราไม่อาจจะล่วงเกินได้อย่างแท้จริงต่อให้เป็องค์กรภายนอก ก็ยังไม่กล้าหายใจแรงด้วยซ้ำ มีแต่ต้องเดินอ้อมไปถ้าไม่อยากเสี่ยงกับการถูกกวาดล้างทำลายจนหมดสิ้น”
“ครั้งนี้อย่าว่าแต่พวกเราแม้กระทั่งผู้มีอำนาจใด ล้วนไม่กล้าล่วงเกิน เ้าของเม็ดยาโอสถ(หลงเอ๋อ) กันทั้งนั้น”
“ยังไม่ใช่ว่า ต่างเข้าร่วมการประมูลเม็ดยาอย่างเรียบๆร้อยๆ หรือไร”
พอได้ยินสิ่งที่ ประมุข กล่าวมา ชายกลางคนชุดแดงและทุกคนต่างขวัญเสีย อย่าว่าแต่ นิกายระดับ 5 – 6 ดาว เลย ต่อให้เป็ 1 – 2 ดาวพวกมันก็ยังไม่กล้าล่วงเกินด้วยเช่นกัน
“เอาหล่ะเื่นี้ยังไม่มีข้อสรุปแต่ขอให้ทุกท่านทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไปอย่างเคร่งครัด อย่าให้ผิดพลาด”
หลังจากนั้นทุกคนจึงแยกย้ายกันไป
ความจริง องค์กร นี้ทั้ง 4 ค่าย และ ศูนย์กลางอำนาจต่างรู้การคงอยู่เป็อย่างดี เพียงแต่ที่ผ่านมายังไม่สามารถสืบเสาะหาแหล่งกบดานที่แท้จริงได้พบ ได้เพียงแต่ทำลายสาขาเล็กสาขาน้อย
ซึ่งสมาชิกขององค์กร จะแฝงตัวอยู่ในสาขาอาชีพต่างๆ จนทั่วสามารถรับรู้ข่าวสารฉับไวพอได้เบาะแสขึ้นมา พวกมันก็กระจายตัวหนีหายกันจนหมดสิ้น เหลือไว้แต่อาคารว่างเปล่าคว้าน้ำเหลว
ทั้ง 4 ค่าย และ ศูนย์กลางอำนาจจึงได้แต่เฝ้ารอเวลาสุขงอม ซึ่งเป็ที่มั่นใจว่า องค์กรจะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่หลังจากประตูทางเข้าโลกมิติขนาดเล็กเปิดออกมาแน่นอนเมื่อถึงยามนั้นค่อยเก็บกวาดทีเดียวยกคอก ไม่ให้เหลือเล็ดรอดเป็หอกข้างแคร่อีกต่อไป
ความคิดนี้แม้จะดียิ่ง แต่ทว่าความจริงการเคลื่อนไหวครั้งนี้ขององค์กรจะมาพร้อมกับหายนะครั้งใหญ่ในโลกมิติขนาดเล็กที่กำลังจะเกิดขึ้น
ซึ่งไม่มีผู้ใดเอ๊ะใจ หรือ ฉุกคิด ขึ้นมาได้แม้กระทั้ง 4 ค่าย และ ศูนย์กลางอำนาจ ก็ยังไม่รู้เื่รู้ราวใดๆไม่ต้องพูดถึงบุคคลทั่วไป ที่ยังใช้ชีวิตตามปกติสุข