ข้ายืนอยู่หน้าหลุมศพของพ่อแม่ ดินที่กลบไว้เริ่มแ่า แต่หญ้ารอบ ๆ กลับขึ้นรกครึ้มจนบดบังป้ายไม้ที่จารึกชื่อของพวกท่านไว้ ข้าจ้องมองป้ายไม้นั้นอยู่นาน ราวกับมันกำลังตอกย้ำความล้มเหลวของข้าเอง
「นี่หรือคือสิ่งที่ข้าทำได้เพื่อพวกท่าน...」
หัวใจข้าราวกับถูกบีบรัด ความรู้สึกผิดและเสียใจถาโถมเข้ามา น้ำตาเริ่มเอ่อคลอในดวงตา แต่ข้ากลับพยายามกลั้นมันไว้ ข้ากัดริมฝีปากแน่น พยายามไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา
「ข้ายังไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอ... ข้ายังไม่สามารถสร้างฮวงซุ้ยที่ดีให้พวกท่านได้」
ข้าก้มลงมองมือของตนเอง มือที่ว่างเปล่า ข้ากำลังจะก้าวเข้าไปหยิบจอบเพื่อถางหญ้าที่ขึ้นรกครึ้มรอบหลุมศพ แต่ในจังหวะนั้น เสียงของเหลียงิดังขึ้นขัดความคิดของข้า
"เสี่ยวเหมย เ้าไปช่วยเสี่ยวหวาเตรียมของไหว้เถอะ ข้าจะจัดการตรงนี้เอง"
ข้าหันไปมองเขา เหลียงิยืนอยู่ไม่ไกล มือของเขาถือจอบไว้แน่น แววตาอบอุ่นและจริงจังจนข้ารู้สึกเกรงใจ
"แต่..." ข้าพยายามเอ่ยค้าน ทว่ากลับถูกเสี่ยวหวาจับแขนไว้ นางยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดขึ้น
"ให้เหลียงิเขาทำเถอะเสี่ยวเหมย เขาอยากช่วยเรา"
ข้าหันไปมองเหลียงิอีกครั้ง เขาไม่พูดอะไรต่อ เพียงแต่ก้มหน้าลงเริ่มถางหญ้ารอบหลุมศพอย่างตั้งใจ เสียงจอบกระทบดินดังเป็จังหวะ สายลมพัดผ่านจนชายเสื้อของเขาปลิวไหว
「เขาไม่ยอมให้ข้าทำงานหนักเลย... ทั้งที่นี่เป็หน้าที่ของข้าแท้ ๆ」
ข้าก้มลงมองมือของตนเอง มือที่เคยจับจอบและมีดเพื่อถางหญ้าออกจากหลุมศพ มือที่เคยหยิบยื่นอาหารดี ๆ เพื่อบูชาพ่อแม่ในวันนี้ แต่กลับเป็มือที่ยังว่างเปล่า ไร้ซึ่งสิ่งใดที่คู่ควรกับความเสียสละของพวกท่าน
เหลียงิเงยหน้าขึ้นมองข้า รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าของเขา "ข้าจัดการตรงนี้เอง"
ข้าพยักหน้าเบา ๆ แม้ในใจยังคงรู้สึกเกรงใจ แต่เมื่อเห็นความตั้งใจในแววตาของเขา ข้าก็ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป ข้าหันไปช่วยเสี่ยวหวาเตรียมของไหว้ ขณะที่เสียงจอบของเหลียงิยังคงดังต่อเนื่อง
ข้าคุกเข่าลงตรงหน้าหลุมศพ วางของไหว้ที่เตรียมมาอย่างประณีต หมู เห็ด เป็ด ไก่
ทุกอย่างล้วนเป็ของดีที่ข้าหามาได้จากเงินที่ได้จากการดูดวงให้คุณชายลึกลับเมื่อวานนี้ กลิ่นหอมของไก่ต้มลอยแตะจมูก แต่ในใจข้ากลับรู้สึกขมขื่น
「พ่อ แม่... ข้าสัญญา ข้าจะสร้างฮวงซุ้ยที่ดีกว่านี้ให้พวกท่าน จะไม่ให้พวกท่านต้องนอนอยู่ในหลุมดินเช่นนี้อีกต่อไป」
น้ำตาไหลรินลงมาช้า ๆ ข้าก้มหน้าลงจนหน้าผากแตะพื้นดิน ความเย็นของดินซึมผ่านิั แต่ความร้อนจากน้ำตากลับแผดเผาในอก
"เสี่ยวเหมย อย่าร้องไห้เลย" เสี่ยวหวาวางมือบนไหล่ข้าเบา ๆ "เหมย หากเ้าร้องไห้ ท่านลุงท่านป้าจะเป็ห่วงเ้า" เสียงของเสี่ยวหวาดังขึ้นเบา ๆ นางจับแขนข้าไว้แน่น แววตาของนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
ข้าเงยหน้าขึ้นมองนาง ข้าคลี่ยิ้มบางเบา แม้ในใจยังคงหนักอึ้ง
「ข้ายังไม่รู้อีกนานเท่าใดข้าถึงจะหาเงินมาสร้างสุสานดี ๆ ให้ พ่อกับแม่ได้สักที」
เสียงใบไผ่เสียดสีกันดังแ่เบา สายลมพัดพากลิ่นดอกเหมยมาจาง ๆ ข้าหันกลับไปมองหลุมศพอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน
"เหมย เ้าควรพักบ้าง" เหลียงิที่ยืนอยู่ไม่ไกลเอ่ยขึ้น เขาถือจอบในมือและกำลังถางหญ้ารอบหลุมศพอย่างขะมักเขม้น
ข้าพยักหน้าเบา ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่า
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง ข้าหันไปมอง เห็นชายคนหนึ่งในชุดบ่าวรับใช้เดินเข้ามา เขาหยุดยืนตรงหน้าข้า ก่อนจะโค้งคำนับเล็กน้อย
"ท่านคือแม่นางเสี่ยวเหมยใช่หรือไม่ นายหญิงของข้า้าพบเ้า"
ข้าขมวดคิ้วเล็กน้อย
「นายหญิง? ผู้ใดกัน? เหตุใดจึง้าพบข้าในเวลานี้?」
สายลมพัดผ่านอีกครั้ง กลิ่นดอกเหมยยังคงลอยอ้อยอิ่ง แต่ในใจข้ากลับรู้สึกถึงลางบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้
“ตอนนี้นายหญิงของข้า รอพบเ้าอยู่ที่ร้านดูดวงของเ้า หากเ้าสะดวกแล้วจงลงเขาไปพบกับนางด้วยเถิด”
「ข้ามีลางสังหรณ์แปลก ๆ ขึ้นมาในใจ หรือว่านี่จะเป็จุดเริ่มต้นของบางสิ่ง...」