"หลบหน่อยครับ!"
เฉินสวินะโบอกทาง วิ่งผ่านไปราวกับพายุ ผู้คนบนถนนต่างร้องอุทานด้วยความใ... พ่อหนุ่มคนนี้ช่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
ที่ลานหลังโรงตีเหล็ก เหล่าหนิว กำลังคุมไฟต้มยา มันเองก็ไม่อยากให้ผู้เฒ่าซุนต้องจากไป ส่งเสียงร้องมอๆ ในลำคออย่างเศร้าสร้อย หัวตกหูตูบ
ข้างเตียงนอน สภาพของซุนข่ายเล่อบ่งบอกถึงอาการ 'เทวดาห้าเศร้า'* (อาการใกล้สิ้นใจของเทวดา เปรียบเทียบกับคนใกล้ตาย) ประเดี๋ยวรู้สติ ประเดี๋ยวเลอะเลือน ทว่าวันนี้ใบหน้ากลับดูเปล่งปลั่งแดงระเรื่อผิดปกติ
(ผู้แปล: 'เทวดาห้าเศร้า' หรือ 'เบญจบุพนิมิต' เป็ศัพท์ทางพุทธศาสนา หมายถึงสัญญาณ 5 ประการที่บ่งบอกว่าเทวดากำลังจะหมดบุญและจุติ แต่ในบริบทนี้หมายถึงอาการทรุดโทรมของสังขารก่อนสิ้นใจ)
เขาเรียกเฉินสวินและ เหล่าหนิว เข้าไปในห้อง พยุงตัวลุกขึ้นพิงผนังอย่างยากลำบาก หัวของวัวดำยื่นเข้ามาทางประตู จ้องมองเขาด้วยแววตาห่วงใย
"โฮ่ๆ..."
ซุนข่ายเล่อตบหัว เหล่าหนิว เบาๆ ยิ้มอย่างเมตตา "ข้าไม่เป็ไรหรอก มนุษย์ทุกคนย่อมมีวันนี้"
"ท่านลุงซุน ไม่เป็ไรหรอก ข้าไปถามหมอในเมืองมาแล้ว ถ้ากินยาต่อเนื่องทุกวัน อย่างน้อยก็อยู่ได้อีกสิบปี!"
เฉินสวินยิ้มร่า "ข้าแรงเยอะจะตาย กิจการร้านเราก็ดี เงินทองเราไม่ขาดมือหรอก"
"ข้ายังจำวันที่เ้าก้าวเข้ามาในร้านวันแรกได้ดี"
ซุนข่ายเล่อยิ้มจนใบหน้ายับย่น มองหน้าเฉินสวิน "เหมือนไอ้หนุ่มบ้านนอกคนหนึ่ง ท่าทางโผงผางเสียงดัง"
เฉินสวินฝืนยิ้ม ไม่ได้ต่อปากต่อคำ
"ข้าไม่มีอะไรจะสอนเ้าแล้ว เ้าเรียนรู้ไปหมดทุกอย่าง ร้านนี้ข้ายกให้เ้าดูแลต่อ"
ซุนข่ายเล่อดึงมือเฉินสวินมากุมไว้ "เก็บหอมรอมริบไว้ หาลูกเมียสักคน อย่าเอาเงินมาละลายกับค่ายาข้าเลย"
"ท่านลุง ท่านดูถูกข้าเกินไปแล้ว ค่ายาแค่นี้ขนหน้าแข้งข้าไม่ร่วงหรอก"
เฉินสวินโบกมือ "ท่านไม่ได้ยินที่ข้าพูดเหรอ ข้าไปถาม..."
"ไม่ต้องปลอบใจข้าหรอก ร่างกายข้า ข้ารู้ดีที่สุด"
ซุนข่ายเล่อกระแอมไอขัดจังหวะ "ข้ามีของสิ่งหนึ่งจะมอบให้เ้า"
พูดจบเขาก็ล้วงหยิบตำราเล่มหนึ่งออกมาจากใต้หมอน ยิ้มอย่างอ่อนแรง "ลูกชายข้าเพราะอ่านตำราเล่มนี้ ถึงได้ออกเดินทางไปแสวงหาเซียน"
"ท่านลุง ข้าไม่สนใจเื่ฝึกเซียนหรอก"
เฉินสวินไม่ได้ใส่ใจตำราเล่มนั้นเลย "การมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขสำคัญที่สุด"
"ถ้าลูกชายข้ามีจิตใจมั่นคงเหมือนเ้า ก็คงดี"
แววตาซุนข่ายเล่อเหม่อลอย ถอนหายใจแ่เบา "ข้าไม่มีสมบัติอะไรจะให้ ก็รับไว้เถอะ"
"ครับ" เฉินสวินพยักหน้ารับ
"เ้าวัวดำ... โฮ่ๆ ติดตามเ้าหนูเฉินสวินให้ดีนะ"
ซุนข่ายเล่อมอง เหล่าหนิว ด้วยความเอ็นดู "ข้าเห็นสัตว์มาก็มาก แต่ไม่เคยเห็นตัวไหนแสนรู้เท่าเ้า ์ย่อมเมตตาผู้มีจิตใจดี ์จะคุ้มครองพวกเ้า"
มอ! มอ! เหล่าหนิว ผงกหัวรับ
"ท่านลุง อย่าพูดเป็ลางสิ หมอบอกว่ายิ่งใจสู้ ยิ่งอยู่นานนะ"
เฉินสวินบีบมือซุนข่ายเล่อแน่น มือคู่นั้นเย็นเฉียบ ความหนาวเหน็บแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของเขา
"เ้าหนูเฉินสวิน"
"ข้าอยู่นี่ ท่านลุง"
"ขอบใจพวกเ้ามาก"
ซุนข่ายเล่อยิ้มอย่างอบอุ่น จ้องมองใบหน้าของเฉินสวินและ เหล่าหนิว ราวกับ้าจารึกภาพนี้ไว้ในความทรงจำตลอดกาล
"ไปเถอะ ข้าจะพักผ่อนสักหน่อย"
"ได้ครับ เหล่าหนิว ไปต้มยากัน"
"มอ!"
เฉินสวินและ เหล่าหนิว รีบวิ่งออกมาช่วยกันต้มยาที่ลานหน้าบ้านอย่างทุลักทุเล
วันรุ่งขึ้น สายลมหนาวพัดกรรโชก ใบไม้สีเหลืองจากต้นพลัมหน้าลานร่วงพรู ซุนข่ายเล่อจากไปอย่างสงบในห้องนอน
บนท้องถนน เหล่าหนิว ลากรถเข็นบรรทุกโลงศพ เฉินสวินเดินดันอยู่ข้างหลัง ใบหน้าไร้ความรู้สึก
ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างขมวดคิ้ว รู้สึกว่าเป็เื่อัปมงคล พากันเดินเลี่ยงไปไกลๆ
หนึ่งคนหนึ่งวัวหาได้สนใจสายตาใครไม่ พวกเขาค่อยๆ เข็นรถมุ่งหน้าสู่ประตูเมืองอย่างระมัดระวัง กลัวว่าแรงสั่นะเืจะรบกวนการพักผ่อนครั้งสุดท้ายของผู้เฒ่า
เฉินสวินหาทำเลฮวงจุ้ยดีเยี่ยม ฝังศพซุนข่ายเล่อ ป้ายหลุมศพสลักข้อความ: 'สุสานอาจารย์ผู้มีพระคุณ—ซุนข่ายเล่อ'
ลมหนาวพัดหวีดหวิว กระดาษเงินกระดาษทองปลิวว่อน บรรยากาศโศกเศร้าปกคลุมทั่วฟ้าดิน เฉินสวินจุดธูปคำนับ ก่อนที่หนึ่งคนหนึ่งวัวจะเดินกลับเข้าเมือง ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังที่ค่อยๆ เลือนหายไป
พวกเขากลับมานั่งเหม่อลอยอยู่ในโรงตีเหล็กเกือบครึ่งค่อนวัน เก้าอี้ตัวนั้นว่างเปล่า... จะไม่มีชายชราตัวเล็กๆ นั่งสัปหงกอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว
"ไม่เป็ไรน่า เหล่าหนิว เราควรจะดีใจนะ"
"มอ?"
"ถ้าไม่มีพวกเรา ท่านลุงจะทำยังไง ใครจะจัดการงานศพให้ แกคงต้องนอนตายอย่างโดดเดี่ยว"
"มอ?"
"อย่างน้อยไม่กี่ปีมานี้ เราก็ช่วยฟื้นฟูกิจการร้าน แกก็ได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข ไม่ใช่เหรอ"
"มอ!"
"นั่นไง เพราะงั้นเราถือว่าได้ทำความดีครั้งใหญ่ ต้องดีใจสิ... ฮ่า... ฮ่า... ฮ่า..."
"มอ! มอ! มอ~~"
เสียงหัวเราะของหนึ่งคนหนึ่งวัวฟังดูเศร้ายิ่งกว่าร้องไห้ ภายในร้านกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง ไม่รู้ว่าคำพูดเ่าั้เฉินสวินพูดปลอบใจ เหล่าหนิว หรือปลอบใจตัวเองกันแน่
"เฮ้ย!"
จู่ๆ เฉินสวินก็ตบหน้าผากฉาด ยิ่งคิดยิ่งทะแม่งๆ
"มอ?" เหล่าหนิว มองด้วยความสงสัย เป็บ้าอะไรอีก
"เหล่าหนิว เราโดนต้มแล้ว!"
เฉินสวินพูดอย่างมั่นใจ แววตามุ่งมั่น "หมอคนนั้นต้องเห็นพวกเราร้อนรนแน่ๆ เลยโขกราคายาซะยับ!"
เขาเจ็บใจนัก รู้วิชาร้อยแปดพันเก้า แต่ดันลืมเรียนหมอ! ในหมู่บ้านเดิมไม่มีหมอ มีแต่ยาผีบอกรักษาแผลภายนอก เขาเลยไม่เคยฉุกคิดเื่นี้มาก่อน
พลาดท่าเสียทีจนได้!
เหล่าหนิว สะดุ้งโหยง เอาหัวดุนเฉินสวิน: 'แล้วทำไมเอ็งไม่เรียนหมอวะ'
"ช่างเถอะ ตั้งใจตีเหล็กหาเงินใช้หนี้ชาวบ้านก่อน"
ั์ตาเฉินสวินลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น อาชีพหมอนี่มันทำกำไรมหาศาลจริงๆ อีกอย่าง ท่องยุทธภพย่อมเลี่ยงไม่ได้เื่เจ็บไข้ได้ป่วย วิชาแพทย์คือสิ่งจำเป็! เป้าหมายใหม่ของเขาปรากฏขึ้นแล้ว
มอ!
เหล่าหนิว ตาเป็ประกาย มันคิดในใจว่า 'ถ้าเฉินสวินเรียนหมอ ต่อไปก็รักษาตัวเองได้ คนอื่นก็ไม่ต้องป่วยตายแล้วสินะ'
เฉินสวินเห็นสายตาเห็นด้วยของ เหล่าหนิว ก็ยิ้มออกมา ความโศกเศร้าเมื่อครู่มลายหายไป ชีวิตคือการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอน นี่สิถึงจะเรียกว่ารสชาติชีวิต!
"เหล่าหนิว ลุยงาน!"
"มอ!"
เสียงตีเหล็ก เปรี้ยงปร้าง ดังขึ้นอีกครั้ง ครานี้เฉินสวินควบคุมพลังได้ละเอียดอ่อนถึงขั้นใช้ค้อนั์จ่อที่หัวมดโดยไม่ััโดนตัวแม้แต่ปลายขน
รังมดในร้านตีเหล็กถึงคราววิบัติ ต้องอพยพหนีตายกันจ้าละหวั่น ทิ้งไว้เพียงศพมดหัวขาดเกลื่อนพื้น
ชื่อเสียงของโรงตีเหล็กเฉินสวินเลื่องลือไปทั่วหลายระแวก ราคาเป็กันเอง คุณภาพคับแก้ว อัธยาศัยดีเยี่ยม
แม่สื่อแม่ชักตบเท้าเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยซิกแพ็คแน่นปึ้กสิบหกลูกของเฉินสวิน ทำเอาบรรดาแม่สื่อยังต้องใจสั่นส่งสายตาหวานเชื่อม
ทว่าเฉินสวินกลับตอบปฏิเสธอย่างเ็า "ตีเหล็กอยู่ที่นี่มาหลายปี หัวใจของข้าเย็นเยียบดุจค้อนเหล็กในมือไปเสียแล้ว... สตรีมีแต่จะถ่วงความเร็วในการตีเหล็กของข้า"
ประโยคเด็ดนี้ทำเอาสาวน้อยในห้องหอต้องหลั่งน้ำตา ผิดหวังกันเป็แถว แต่ในใจกลับยิ่งชื่นชม 'สมเป็ชายในฝัน แม้แต่คำปฏิเสธยังเท่บาดใจ'
หนึ่งปีต่อมา เฉินสวินใช้หนี้สินจนหมด และเริ่มมีเงินเก็บอีกครั้ง ปีนี้เขายังคงเทแต้มะทั้งหมดลงที่ [ความเร็ว]
ยามรุ่งสาง ท้องถนนยังว่างเปล่า มีผู้คนสัญจรเพียงบางตา
เฉินสวินและ เหล่าหนิว ทำความสะอาดร้านเป็ครั้งสุดท้าย ขนสัมภาระขึ้นหลังวัว หม้อไหจานชามครบครัน
"เหล่าหนิว ได้เวลาไปแล้ว"
"มอ!"
พวกเขาปิดล็อคร้านอย่างแ่า โฉนดที่ดินยังอยู่กับตัว ตราบใดที่ไม่ขาย วันหน้าพวกเขายังกลับมาเยี่ยมเยียนได้เสมอ
"ไปกันเถอะ" เฉินสวินกวาดตามองถนนหนทางรอบกายเป็ครั้งสุดท้าย ยิ้มอย่างอิสระเสรี
"มอ! มอ!"
เหล่าหนิว ร้องอย่างเริงร่า เฉินสวินสัญญาวันนี้ว่าจะพามันไปซื้อไม้แกะสลัก และไปปล่อยโคมอธิษฐาน พิธีกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตเป็สิ่งจำเป็ มิเช่นนั้นชีวิตคงจืดชืดไร้รสชาติ
กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง เสียงกระดิ่งบนคอวัวดังไพเราะ สองร่างค่อยๆ เดินห่างออกไป
เมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ผู้คนที่เดินผ่านโรงตีเหล็กของเฉินสวินต่างพบว่าร้านปิดเงียบ เ้าของหายตัวไป ต่างพากันเสียดาย รู้งี้สั่งทำเครื่องมือเหล็กตุนไว้เยอะๆ ก็ดี
ทันทีที่ร้านเฉินสวินปิดตัวลง โรงตีเหล็กคู่แข่งในละแวกนั้นต่างพากันโห่ร้องยินดี ฉลองชัยชนะกันยกใหญ่ 'ขึ้นราคา! ต้องขึ้นราคา! ใครไม่ขึ้นถือว่าผิด!'