เสียงคำรามของเครื่องยนต์เรือรบดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า ปืนพลังงานทุกกระบอกหันมาทางจุดเดียวกัน ทศกัณฐ์และชายผมสีขาวที่ยืนอยู่ข้างเขา หนุมานยังคงจับแขนของทศกัณฐ์ไว้หลวมๆ ราวกับไม่ได้เพิ่งช่วยชีวิตเขาจากลำแสงทำลายล้างเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน “ปล่อยผม” ทศกัณฐ์พูด หนุมานยิ้มแล้วปล่อยมือทันที “ตามสบาย” ทศกัณฐ์ยังคงมองเขา “คุณอยู่ฝั่งไหนกันแน่” หนุมานทำท่าคิด “คำถามยากนะ” เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “บางคนเรียกฉันว่าทหารบางคนเรียกฉันว่าฆาตกร” เขายิ้มกว้างขึ้น “แต่ฉันชอบคำว่า ‘ทหารรับจ้าง’ มากกว่า เพราะมันไม่ต้องยึดติดอยู่กับฝั่งไหนหรือว่าฝ่ายใดยังไงล่ะ”
ด้านหลังพวกเขาเสียงระบบสื่อสารจากเรือรบดังขึ้น “หนุมาน!” เสียงผู้บังคับบัญชาะโ “ถอยออกจากเป้าหมายทันที!” หนุมานถอนหายใจ “เริ่มน่ารำคาญแล้วสิ” เขาเปิดช่องสื่อสารเพื่อตอบกลับไป
“ผมยังไม่เห็นว่ามันจำเป็ที่จะต้องยิงเลยนะ”
“เป้าหมายเข้าสู่ระดับภัยคุกคามสูงสุด!”
“แต่เขายังไม่ได้โจมตีใครเลย”
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่จากนั้นเสียงตอบกลับก็ดังขึ้น “นั่นไม่ใช่หน้าที่ของนายที่จะตัดสิน” หนุมานหัวเราะเบาๆ “นั่นแหละปัญหา” เขาปิดการสื่อสารทันที ทศกัณฐ์มองเขา
“คุณกำลังขัดคำสั่ง”
“ฉันไม่เคยรับคำสั่งต่างหากล่ะ” หนุมานตอบอย่างเรียบง่าย
อีกด้านหนึ่งรามลอยอยู่เงียบๆเขามองทั้งสองคน สถานการณ์กำลังหลุดจากแผน หนุมานควรเป็กำลังเสริมไม่ใช่ตัวแปร “หนุมาน” รามพูด “อย่าเข้ามาเกี่ยวข้อง” หนุมานหันไปมองเขา “ฉันก็อยากพูดแบบนั้นเหมือนกัน” เขาชี้ไปยังกองเรือ “แต่เพื่อนของนายดูไม่ค่อยเชื่อฟังซักเท่าไหร่นะราม” รามเงียบไปครู่หนึ่ง เขารู้ว่าหนุมานพูดความจริงศูนย์บัญชาการกลัวทศกัณฐ์มากเกินไป และความกลัวทำให้พวกเขาตัดสินใจเร็วเกินไป ทันใดนั้นเสียงเตือนดังขึ้นอีกครั้ง “กำลังเตรียมการยิงรอบที่สอง” ลำกล้องกระบอกปืนพลังงานหลายสิบกระบอกสว่างขึ้นแต่ครั้งนี้ไม่ได้เล็งแค่ทศกัณฐ์ แต่เล็งมาที่ทั้งสามคน หนุมานถอนหายใจยาว “เอาจริงเหรอเนี่ย” ทศกัณฐ์กำหมัด เงาสีดำเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไรหนุมานก็พูดขึ้น “อย่า” ทศกัณฐ์หันไปมองเขา หนุมานยิ้มเล็กน้อย “ถ้านายปล่อยมันออกมา” เขาพยักหน้าไปทางกองเรือ “พวกนั้นจะมีข้ออ้างเพิ่มขึ้นอีก” ทศกัณฐ์เข้าใจทันที ถ้าเขาแปลงร่างเต็มรูปแบบพวกเขาจะไม่ลังเล พวกเขาจะทำลายลังกาทันทีรามเองก็รู้เช่นกัน เขากำดาบแน่น “ศูนย์บัญชาการ” เขาเปิดช่องสื่อสาร “ยกเลิกการยิงเดี๋ยวนี้” ไม่มีคำตอบจากกองบัญชาการ มีเพียงเสียงนับถอยหลังของระบบอาวุธ 5…4….3…หนุมานกลอกตา “พวกเขาไม่ฟังนายเหมือนกันสินะ” 2….หนุมานก้าวไปข้างหน้า ยืนอยู่ระหว่างกองเรือกับทศกัณฐ์ รามเบิกตาเล็กน้อย “หนุมาน อย่า” 1..ลำแสงหลายสิบสายถูกยิงออกมา แต่ในวินาทีนั้นเอง อากาศรอบตัวหนุมานบิดเบี้ยว พลังงานสีขาวปะทุออกจากร่างของเขาเหมือนเปลวไฟ ร่างของเขาเปลี่ยนไป กล้ามเนื้อขยาย เส้นผมสีขาวยาวขึ้น ดวงตาส่องแสงสีเงิน เงาของบางสิ่งปรากฏด้านหลังเขาก่อนที่ร่างกายของเขาจะเปลี่ยนไปไม่ใช่มนุษย์แต่เป็วานร ลำแสงทั้งหมดปะทะเข้ากับสนามพลังที่เขาสร้างขึ้น เสียงะเิดังสนั่น แสงสว่างจ้าจนมองไม่เห็นสิ่งใด เมื่อแสงจางลง หนุมานยังคงลอยอยู่ที่เดิมและไม่เป็อะไรไม่มีแม้แต่รอยแผล เขาบิดคอเล็กน้อย “รุนแรงใช้ได้เลยนี่” ทศกัณฐ์มองเขา นี่คือครั้งแรกที่เขาเห็นพลังของชายคนนี้รามเองก็เงียบพูดอะไรไม่ออก เขารู้ว่าหนุมานแข็งแกร่งแต่ไม่เคยเห็นเขาใช้พลังจริงๆเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เสียงโวยวายดังขึ้นจากเรือรบ “เป็ไปไม่ได้!” “เขาป้องกันได้ทั้งหมด!” หนุมานยกมือขึ้นสนามพลังสลายไปพร้อมกับร่างของเขาที่กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ จากนั้นเขาหันไปมองกองเรือรบ รอยยิ้มของเขาหายไป “พอได้แล้ว” เขาพูดแม้ไม่ได้ะโ แต่เสียงของเขาก้องไปทั่วสนามรบไม่มีใครกล้ายิงอีก ความเงียบปกคลุมทั่วบริเวณ ทศกัณฐ์มองเขา “คุณกำลังปกป้องผม” หนุมานส่ายหน้า “ฉันกำลังปกป้องตัวเลือก” เขาหันมามองทศกัณฐ์โดยตรง “ตอนนี้ ฉันยังไม่ตัดสินว่านายเป็ตัวร้าย” คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่หนักแน่นเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีใครบางคนที่เป็คนนอก ไม่ได้มองทศกัณฐ์ด้วยความกลัวหรือความเกลียดแต่ด้วยความสงสัยทันใดนั้นเสียงใหม่ก็ดังขึ้นในระบบสื่อสารของทุกคนเสียงที่เ็าไม่ใช่มนุษย์ “ตรวจพบพลังงานระดับาา” ความเงียบปกคลุม “กำลังเริ่มการวิเคราะห์อย่างละเอียด” ทศกัณฐ์ขมวดคิ้ว “นั่นไม่ใช่เสียงของพวกเขา” หนุมานมองไปรอบๆ “ใช่” รามเงยหน้าขึ้น เขารู้สึกได้ถึงบางอย่าง บางสิ่งที่แตกต่าง บางสิ่งที่เก่าแก่และอันตรายเหนือกองเรือเหนือเมฆ เหนือทุกสิ่งอากาศเริ่มฉีกออกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังดึงมัน รอยแยกสีดำปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า รอยแยกเล็กๆในตอนแรกแต่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พลังงานที่ไหลออกมาจากมันทำให้ทั้งสามคนหยุดนิ่ง เพราะพวกเขารู้ว่านี่ไม่ใช่พลังของมนุษย์และไม่ใช่พลังของโลกนี้