ทะลุมิติไปเป็นภรรยาผู้ชายหน้าหวาน

    ตอนที่ 37 ชี้ช่องทางรวย


     

    ช่วงสายของวันหนึ่ง เจียวหลิงไม่เห็นหน้าหยางจูมาหลายวันแล้ว รู้สึกเป็นห่วงก็เลยเดินมาดูที่บ้าน พบว่าตอนนี้เธอกำลังนั่งเขียนบทความอยู่

    “พี่มารบกวนเธอหรือเปล่าจ๊ะ” พอเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยุ่ง เธอเลยเอ่ยถามออกมาด้วยความเกรงใจ

    “ไม่หรอกค่ะ ฉันกำลังจะพักมืออยู่พอดี” หยางจูวางปากกา แล้วรินน้ำชาต้อนรับแขก

    “ไม่เห็นออกมานอกบ้านหลายวัน รู้สึกไม่วางใจก็เลยต้องเดินมาดู ว่าแต่เรื่องนั้น เป็นอย่างไรบ้าง ดีกันหรือยัง”

    หยางจูไม่ตอบ เพียงแต่ก้มหน้าเอียงอาย ผมเหน็บหูข้างซ้ายเบาๆ พยักเป็นคำตอบ เรื่องแบบนี้ใครจะกล้าเอาไปเล่า วันนี้ที่เผลอหลุดปากพูดออกไปก็เพราะไม่เคย แต่มานึกย้อนไปก็เสียใจไม่น้อยที่พูดแบบนั้น

    “ไอหยา…พี่ว่าแล้วว่าต้องได้ผล” เจียวหลิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

    “ไม่พูดเรื่องฉันแล้วค่ะ จริงสิฉันว่าจะพูดเรื่องสำคัญกับพี่หลายวันแล้วเหมือนกัน” หยางจูชวนเปลี่ยนเรื่อง

    “มีเรื่องอะไรเหรอ?”

    “คือว่าฉันอยากจะให้พี่เขยเอามีดที่ไม่ผ่านมาตรฐานของโรงงานออกมาให้หน่อยค่ะ ฉันไม่ได้เอาเปล่าๆ หรอกนะคะ ยินดีซื้อในราคาโรงงาน หรือแพงกว่าที่ขายให้พนักงานในโรงงานหน่อยก็ได้ค่ะ” หยางจูอธิบาย

    “ไอหยานึกว่าเรื่องอะไร หัวหน้าหวงก็เป็นพนักงานของโรงงานเหล็กกล้านี้ จะขายให้เธอในราคาแพงกว่าพนักงานได้อย่างไรกันล่ะ เรื่องเล็กแค่นี้เองเดี๋ยวพี่จะบอกพี่เขยของเธอจัดการให้”

    “พี่คะ ฉันไม่ขอปิดบัง เรื่องนี้พี่คิดเห็นอย่างไรสามารถพูดกับฉันตรงๆ ได้เลย ความจริงแล้วฉันจะเอามีดพวกนี้ไปขายที่ต่อน่ะค่ะ ฉันมีคนรู้จักอยู่หลายคน เพียงแต่พี่ก็รู้ว่ามีดชั้นดีนั้นหาซื้อยากมาห กระทั่งมีดชั้นเลวก็เถอะ ถ้าไม่มีคูปองก็ต้องทนใช้ของรุ่นพ่อแม่ไปก่อน”

    “เธอหมายถึง…” เจียวหลิงหันซ้ายหันขวามไม่กล้าพูดต่อ

    “ใช่ค่ะ ฉันยินดีให้ราคาแพงกว่าพนักงานในโรงงาน 2 เหมา พี่กับพี่เขยก็เอาส่วนต่างนี้ไป เชื่อว่าระดับหัวหน้าอย่างพี่เขยแล้ว เรื่องนี้ไม่น่าจะเกินความสามารถของเขาหรอกค่ะ” หยางจูชี้ช่องทางหาเงิน

    ที่เธอเลือกเป้าหมายเป็นเจียวหลิง เพราะหล่อนเป็นคนซื่อ ดูก็รู้ว่าเป็นคนจริงใจ ดูได้จากเรื่องที่เธอปรึกษาหล่อนวันนั้น ยังไม่รู้ไปถึงหูของเซียวฉินที่คบกันมานานหลายปีก็นับว่าใช้ได้แล้ว

    ที่สำคัญเลยคือ สามีของหล่อนทำงานคนเดียว ส่วนเจ้าตัวนั้นเป็นแม่บ้าน ย่อมมีความคิดที่อยากจะหาเงินเข้าบ้านช่วยแบ่งเบาภาระของสามี ฉะนั้นแล้วข้อเสนอที่ให้เขาไปนั้นไม่เลวเลย

    “เรื่องนี้พี่ยังคงต้องปรึกษากับสามีก่อน”

    “แน่นอนค่ะ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบอกให้กับพี่เขยทราบ แต่ถ้าพี่ไม่สะดวกใจไม่เป็นไรนะคะ ฉันจะได้ไปถามคนอื่นดู”

    หยางจูทำเหมือนเข้าอกเข้าใจอีกฝ่ายเป็นอย่างดี ทว่าความจริงแล้วเธอกำลังเร่งหล่อนทางอ้อม เพราะได้เตือนกลายๆ ไปแล้ว ว่าหากไม่รีบก็ยังมีคนอื่นที่สามารถร่วมมือกับเธอได้

    เงิน 2 เหมาไม่ใช่เงินมากมายอะไร แต่อย่าลืมว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 10-12 หยวนต่อเดือน สำหรับคนที่ไม่ได้ทำงานแบบเจียวหลิงแล้วถือว่าไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เลย

     

    เย็นวันนั้นหยางจูก็ทำตัวปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือเจียวหลิง

    “มีอะไรเหรอคะ?” หยางจูถามสามี เห็นเขาทำหน้ายุ่งยากใจเข้ามาหาเธอในห้องครัว

    “ภรรยาหัวหน้าซูเอาสาหร่ายแห้งมาให้น่ะครับ”

    “ฝากด้วยนะคะ" หยางจูพยักหน้าแล้วยื่นทัพพีส่งให้กับสามี เนื่องจากว่าเธอกำลังตุ๋นน้ำแกงค้างเอาไว้อยู่

    “อือ”

    พอออกไปหน้าบ้านก็เห็นเจียวหลิงชะเง้อคอมองไม่กล้าเข้ามาในบ้าน พอเห็นหยางจูเดินออกมาก็แสดงสีหน้าดีใจอย่างปิดไม่มิด

    “ต้องขอโทษเธอด้วยที่มารบกวน พี่เอาสาหร่ายมาฝาก” พูดจบก็พยักหน้า เพราะเวลานี้เซียวฉินกำลังเงี่ยหูฟังอยู่อีกมุมหนึ่งของบ้าน

    “ขอบคุณพี่มากนะคะ” หยางจูตบไปที่หลังมือของหล่อนเบาๆ เป็นสัญญาณว่ารับรู้แล้ว

    “ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะ พรุ่งนี้จะมาให้เธอสอนพี่ถักไหมพรมแบบใหม่”

    “เดินระวังๆ นะคะ” พูดจบหยางจูก็เดินเข้าบ้าน แต่ก่อนที่จะเข้าบ้านเธอทำท่าเหลือบไปมองเห็นเซียวฉินเข้าพอดี

    “อ้าวพี่เซียว มายืนทำอะไรมืดๆ คนเดียวคะ?”

    “อะ อ้อ…วันนี้อากาศร้อนอบอ้าวน่ะก็เลยออกมาเดินรับลม” พอถูกจับได้เลยต้องหาทางเอาตัวรอด

    “พอดีเลยค่ะ เมื่อครู่พี่เจียวหลิงแบ่งสาหร่ายมาให้ บ้านฉันมีกันแค่สามคนกินไม่หมด พี่แบ่งเอาไปทำซุปสักหน่อยสิคะ”

    “จะดีเหรอ อย่างไรเสียเจียวหลิงก็เอามาให้เธอนะ” ปากบอกว่าไม่ดี ทว่าขากลับเดินมาติดรั้วยื่นมือเตรียมจะคว้าสาหร่ายแห้งไปแล้ว

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อากาศเริ่มร้อนเหมือนพี่ว่า คงได้แต่นานๆ ครั้งถึงจะทำซุปทีหนึ่ง”

    “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ไม่เกรงใจเธอล่ะนะ” พูดจบก็คว้าสาหร่ายไปเกือบครึ่งที่มี

    หยางจูยิ้มตอบ จากนั้นก็เดินกลับเข้าบ้านไป คนบางคนไม่จำเป็นต้องพูด เพียงแค่หาอะไรอุดปากก็ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับสบถคำพล่อยๆ ออกมาแล้ว

     

    วันถัดมาเจียวหลิงก็มาบอกหยางจู ว่าวันนี้สามีเธอจะเอามีดมาให้ แต่คงได้ไม่มากเท่าไหร่ ซึ่งเธอก็เข้าใจได้ ครั้งแรกใครๆ ก็กลัวทั้งนั้น แต่สักพักพอเห็นค่าตอบแทน คร้านจะขนมาทั้งโกดัง

    คืนวันนั้นหยางจูพูดเรื่องนี้ให้สามีฟัง เธอมองว่าระหว่างสามีภรรยาไม่ควรมีเรื่องปิดบังกัน ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะคิดผิด เพราะนอกจากสามีจะไม่พยักหน้าเห็นด้วยแล้ว ยังตำหนิไปอีกหลายคำ

    “ผมไม่อนุญาตเด็ดขาดครับ มันอันตรายเกินไป” เขาตอบเสียงเครียด

    “อันตรายตรงไหนกันล่ะคะ ในเมื่อเราซื้อมาแบบถูกกฎ”

    “ผมไม่ห่วงเรื่องซื้อของในโรงงาน แต่เป็นห่วงตอนที่คุณเอาของไปปล่อย คนพวกนั้นไว้ใจได้แค่ไหนกัน อีกอย่างสถานที่แบบนั้นใครบอกให้คุณไปเหยียบ ไม่รู้เหรอว่าพวกค้ามนุษย์ชอบไปแฝงตัวอยู่ในที่แบบนั้น” ยิ่งได้รู้ว่าภรรยาเคยไปสถานที่แบบนั้นเขาก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ

    หยางจูคว้ามือหนามาวางที่สะโพกของเธอ จากนั้นก็ออกแรงบีบทั้งมือและสะโพกไปพร้อมกัน นั่นทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าเธอต้องการให้เขาอะไร

    “สามีคะ ฉันสัญญาว่าจะระวังตัวให้ดี ไม่ทำให้คุณเป็นห่วง” ไม่พูดเปล่า มือเล็กยังซุกซน เลื้อยไปตามแผงอกแกร่ง ลูบไล้เบาๆ บริเวณหน้าท้อง กล้ามท้องเป็นมัดๆ ที่เธอคลั่งไคล้และหลงใหลเป็นเป็นอย่างมาก

    หวงจิ่นกวงรู้ว่าภรรยากำลังใช้แผนสาวงามล่อลวงตนอยู่ เลยทำได้เพียงกัดฟัน อดทนอดกลั้น ไม่ยอมคล้อยไปตามคำที่เธอบอก

    “ไม่อนุญาตครับ” พูดจบเขาก็ครอบครองปากเล็กเป็นกระจับนั้นทันที ไม่อยากให้เธอพูดอะไรที่ทำให้เขาเป็นห่วงอีก

    หยางจูให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ลิ้นร้อนๆ เกี่ยวกวัดกันไปมาไม่มีใครยอมใคร นอกจากนั้นแล้วเธอยังแอ่นอกรับมือใหญ่ที่กำลังกอบกุมสองเต้าของเธออย่างมันมืออีกด้วย

    “อืม” หวงจิ่นกวงครางขึ้นมาอย่างพึงพอใจที่ภรรยาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

    หยางจูมือไม่อยู่นิ่ง ล้วงต่ำลงไปถึงเป้ากางเกง ปลุกความเป็นชายของเขาให้ขยายใหญ่ขึ้นมาจนน่าตกใจ ครั้งแรกที่เธอเห็นมันก็อดกลืนน้ำลายและอุทานออกมาเบาๆ ไม่ได้ว่า ใหญ่

    ความคับแน่นของมันยังตราตรึงในห้วงความจำ นึกถึงทีไรก็รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งใจ เพียงแต่ครั้งนี้มันจะไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมาแน่นอน หากว่าเธอยังไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

    มือเล็กเคลื่อนไหวขึ้นลงช้าๆ เป็นจังหวะ ทำเอาคนข้างบนถึงกับซี้ดปากด้วยความเสียวซ่าน เกือบจะจับเธอกดลงมาใต้ร่าง สุดท้ายก็เหมือนถูกปล่อยทิ้งค้างไว้กลางอากาศ

    “ฉันง่วงนอนแล้ว เราพอแค่นี้เถอะค่ะ” พูดจบก็หันหลังให้ ไม่วายขยับสะโพกให้มาถูกแท่งอุ่นที่ขยายใหญ่เต็มที่ มุมปากบางกระตุกเบาๆ ในความมืด

    ต่อให้เธอจะมีอารมณ์ร่วมแค่ไหน แต่ก็มีสติกว่าเขาอยู่มาก ความต้องการของผู้หญิงกับผู้ชายนั้นต่างกันเรื่องนี้เธอรู้ดี และเธอก็เรียนรู้มาจากนิยาย ว่าถ้านางเอกต้องการอะไร แค่เอาเรื่องนี้มาต่อรอง ร้อยทั้งร้อยผู้ชายต้องยอมผงกหัวเห็นด้วยเพื่อให้ได้ปลดปล่อย

     

     

    พ่อร้ายงั้นเหรอ? …บอกเลยว่าแม่มันร้ายกว่าพ่ออี๊กก ก ก ก ก จะพยักหน้าอนุญาต หรือจะยอมอดก็เลือกเอานะพ่อพ่อ

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นภรรยาผู้ชายหน้าหวาน ที่คุณอ่าน