“งั้นเจ้าก็อย่าคิดจะฟื้นฟูเลยต่อให้ข้าเป็นนักเวทยันต์ไม่ได้ แต่ข้าก็ฝึกฌานได้ ส่วนเจ้า หากไม่มีข้าช่วยข้าเชื่อว่าเจ้าเองก็ฟื้นฟูตัวเองได้ยากมากๆ” เจินชิงฉุนขู่ตู้เซ่าฝู่ได้ไม่สำเร็จ
“ไม่งั้นพวกเราก็แยกทางกันไปเลย”
เจินชิงฉุนเองก็ไม่อ่อนข้อให้ง่ายๆเขาใช้ชีวิตมาตั้งหลายปี ไม่ยอมถูกใครจูงจมูกไปเสียง่ายๆ หรอกเขาจ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็งพร้อมกับกล่าวว่า “วันนี้เจ้าไม่ไหว้ข้าเป็นอาจารย์ก็อย่าหวังว่าข้าจะสอนอะไรเจ้าอีก”
“ไม่เห็นต้องรุนแรงขนาดนั้นเลย”
ตู้เซ่าฝู่มองเจินชิงฉุนยิ้มหน้าเจื่อนๆ กล่าวว่า “พวกเราเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์กันไม่ได้แต่ก็เป็นพี่น้องกันได้ พวกเราไหว้ฟ้าดินสาบานเป็นพี่น้องกันได้เพราะเจ้าดูเด็กเกินไป ข้าดูแก่กว่าเจ้า ข้าเป็นพี่ เจ้าเป็นน้อง เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
“เจินชิงฉุนน้องพี่ เจ้าอย่าหนีเข้าไปในเจดีย์สิ พวกเราสาบานเป็นพี่น้องกันก็ดีออกนะ”
“ถ้าอย่างนั้นต่อไปวันเลขคี่ให้เจ้าเป็นพี่วันเลขคู่ให้ข้าเป็นพี่ เจ้าว่าดีหรือไม่ แบบนี้เจ้าก็ไม่เสียเปรียบแล้ว...”
ผ่านไปสามชั่วยามในหุบเขาที่เขาหลังของบ้านสกุลตู้ ตู้เซ่าฝู่คุกเข่าอยู่บนพื้น เงยหน้ามองไปที่ห้วงนภากล่าวว่า “ขอให้องค์ฮ่องเทียนที่อยู่บนสรวงสวรรค์ทรงสดับฟัง ขอให้ผืนปฐพีเป็นพยานวันนี้ข้าตู้เซ่าฝู่ขอสาบานเป็นพี่น้องกับเจินชิงฉุนต่อไปพี่น้องจะรักใคร่ปรองดองกัน พี่มีหน้าที่ดูแลน้อง คุ้มครองน้อง ห่วงใยน้องน้องดูแลพี่ตามสถานการณ์ มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน หากผิดต่อคำสาบานนี้ขอให้ฟ้าผ่าตาย หัวเป็นหนอง ขาเน่า ฝีก้อนใหญ่ขึ้นก้น”
“ตู้เซ่าฝู่อะไรคือพี่มีหน้าที่ดูแลน้อง คุ้มครองน้อง ห่วงใยน้อง แต่น้องดูแลพี่ตามสถานการณ์?”
ร่างเงาของเจินชิงฉุนคุกเข่าอยู่ที่พื้นจ้องตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ ผ่านมาสามชั่วยามหลังจากเผชิญกับการโน้มน้าวและบีบบังคับมากมายของตู้เซ่าฝู่ในที่สุดเขาก็ต้องจำใจยอมเปลี่ยนเป็นการสาบานเช่นนี้ สิ่งเดียวที่เขาได้มาคือไม่ว่าจะวันคู่หรือวันคี่ เขาก็ได้เป็นพี่ใหญ่
ทว่าเจินชิงฉุนก็ยังรู้สึกเจ็บใจเจ็บใจเป็นอย่างมาก เขาเป็นคนระดับไหนกันแล้ว ยังต้องถูกบีบให้จนมุมเช่นนี้หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ต่อให้เขาฟื้นฟูกลับไปรุ่งเรืองดั่งแต่ก่อนได้ก็ยังอับอายไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ตู้เซ่าฝู่หันหน้าไปหาเจินชิงฉุนหัวเราะแหะๆ แล้วกล่าวว่า “พี่ชิงฉุน พี่รีบไหว้เร็วเป็นพี่ก็ต้องดูแลน้องเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าอย่างไรพี่ก็ไม่เสียเปรียบเลย”
เจินชิงฉุนพูดไม่ออกมองตู้เซ่าฝู่เซ็งๆ จากนั้นก็คำนับฟ้าดินกันคนละสามที คำสาบานที่กล่าวเมื่อสักครู่ที่บอกคำลงโทษไปว่าขอให้หัวเป็นหนอง ขาเน่า ฝีก้อนใหญ่ขึ้นก้นคำพูดพวกนี้ฟังแล้วก็รู้สึกเอือมระอา
“เสร็จสิ้นพิธีการแล้วหลังจากนี้ไป พวกเราก็เป็นพี่น้องกันแล้ว ข้านี่อิจฉาพี่จริงๆ”
ตู้เซ่าฝู่ลุกขึ้นมายืนยิ้มอย่างพอใจ หากต้องคารวะเจินชิงฉุนเป็นอาจารย์ เขารู้สึกว่าตัวเองจะเสียเปรียบมากแต่หากไม่คารวะเจินชิงฉุนเป็นอาจารย์ เจินชิงฉุนก็จะไม่สนใจตนแล้วและตู้เซ่าฝู่ก็กลัวว่าเจินชิงฉุนจะไม่ตั้งใจสอนตน แต่พอสาบานเป็นพี่น้องแล้วความหมายก็ไม่เหมือนกัน ในสาบานก็ลงบทลงโทษไว้แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าเจินชิงฉุนจะโกงอะไรเขาอีกแล้ว
“อิจฉาอะไรข้า?” เจินชิงฉุนลุกขึ้น สีหน้าของเขายังคงดูไม่พอใจอยู่
“อิจฉาพี่ที่ได้สาบานเป็นพี่ของข้าอิจฉาเจ้าที่ได้มีน้องแบบข้า น่าอิจฉาจริงๆ เลย” ตู้เซ่าฝู่ทำสีหน้าตั้งใจ
เจินชิงฉุนหน้านิ่วคิ้วขมวดเงียบไปสักครู่เขาทนไม่ไหวอีกแล้ว ระเบิดอารมณ์สบถใส่ตู้เซ่าฝู่ไปว่า “ไสหัวไปไกลๆ เลย!”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มไม่สะทกสะท้าน มองเจินชิงฉุนและกล่าวว่า “พี่ชิงฉุน พวกเราก็เป็นพี่น้องกันแล้วเจ้าที่เป็นพี่ น่าจะมีของขวัญต้อนรับให้ข้าบ้างนะพี่ไม่มีวิทยายุทธหรืออาวุธวิญญาณดีๆ อะไรสักหน่อยจริงๆ หรือ ยาวิเศษก็ได้นะข้าไม่รังเกียจ”
เจินชิงฉุนถลึงตาใส่ตู้เซ่าฝู่เขาพูดแทรกทำเป็นไม่สนใจคำพูดเมื่อครู่ของเด็กหนุ่มคนนี้ กล่าวว่า“พรุ่งนี้เจ้าไปซื้อของ ยาวิเศษที่ช่วยพัฒนารากปราณของเจ้าไม่มีประโยชน์อีกต่อไปเจ้าต้องไปหายาวิเศษอย่างอื่นมาแทน ข้าอยากให้เจ้าพัฒนาทางด้านการฝึกฌานให้เร็วขึ้นหน่อยแล้วก็ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปข้าจะสอนวิธีการสกัดยาและสร้างค่ายกลยันต์ให้เจ้าอย่างเป็นทางการข้าจะสอนให้เจ้าสกัดยาวิเศษด้วยตัวเองเจ้าจะได้นำไปใช้เสริมสร้างให้การฝึกฌานเจ้าได้ผลดียิ่งขึ้นมีเพียงแต่ทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น เจ้าจึงสามารถช่วยข้าหาของที่จำเป็นได้ใช้เพียงพลังปราณของเจ้า ข้าไม่สามารถทำให้ร่างของข้าฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว”
“ได้!”
ตู้เซ่าฝู่กลับมามีสีหน้าที่จริงจังขณะนี้ที่ต้องทำคือเขาต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นต้องพยายามทำให้ฝีมือแข็งแกร่งกว่าใครๆ ให้ได้
วันต่อมาเวลาเช้าตรู่ตู้เซ่าฝู่ไปที่ร้านค้าบ้านสกุลตู้อีกครั้งเขายื่นรายการที่เจินชิงฉุนกำชับว่าต้องซื้อไปให้กับพนักงานเป็นยาวิเศษราคาแพงจำนวนมากมายตั๋วเงินจำนวนหกพันเสวียนที่มียังไม่พอ สุดท้ายตู้เซ่าฝู่จึงจำใจต้องหยิบ
ถุงหยินหยางออกมาหาของดีๆ ด้านในออกมาขาย จึงสามารถซื้อยาวิเศษที่ต้องการทั้งหมดได้ครบ
เวลาเช้าที่ถนนในเมืองสือเฉิง มีผู้คนเดินสวนกันไปมาอย่างขวักไขว่
ขณะที่ตู้เซ่าฝู่ออกมาจากร้านค้าของบ้านสกุลตู้ที่อยู่ในบริเวณตลาดฝ่างก็พบกับวัยรุ่นชายหญิงสิบกว่าคนมากีดขวางทางไว้ กลุ่มคนที่มามีท่าทางดูรีบร้อนดูจากสถานการณ์โดยรวมแล้ว พวกเขาน่าจะวางแผนไว้ รู้ว่าตนจะมาตลาดฝ่าง จึงรีบตามมา
วัยรุ่นชายหญิงสิบกว่าคนหนึ่งในนั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งอายุราวๆ ยี่สิบปีที่สวมเครื่องประดับราคาแพงมากมายท่าทางดูมีชาติตระกูล ทว่าสีหน้าซีดเล็กหน่อย ทำให้ดูแล้วบอบบางเขามองสำรวจตู้เซ่าฝู่ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า“เจ้าคือตู้เซ่าฝู่จากบ้านสกุลตู้?”
ตู้เซ่าฝู่หันหน้าไปมองเด็กวัยรุ่นสิบกว่าคนที่มาหามีคนจำนวนหนึ่งในนั้นที่หน้าตาพอคุ้นเคยอยู่บ้าง ตอนเด็กๆ เคยเจอกันอยู่เขารู้ว่าเป็นคนของบ้านสกุลไป๋ เขามองไปหาคนที่รู้จักคนหนึ่ง กล่าวว่า “ไป๋เทียนหมิงเจ้ามีเรื่องอะไร?”
“เสี่ยวลู่เด็กหนุ่มคนนี้น่าจะเป็นตู้เซ่าฝู่ ตอนเด็กพวกเราเคยเจอกันแล้ว”
เด็กหนุ่มท่าทางผู้ดีแต่บอบบางคนนี้เมื่อได้ยินที่ตู้เซ่าฝู่พูดก็ไม่ได้ตอบคำถามของตู้เซ่าฝู่ แต่กลับหันไปพูดกับเด็กสาวอายุราวๆ สิบแปดสิบเก้าปีอย่างกระตือรือร้น
สาวน้อยคนนี้มองมาที่ตู้เซ่าฝู่ด้วยหางตาใบหน้าของนางงดงามมาก นางแสยะยิ้ม หัวเราะเบาๆ และพูดเสียงเบาๆ ว่า “พี่ใหญ่อั้นหลงบอกว่าเขาเป็นเด็กที่มีฝีมือเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาวัยรุ่นของสุดยอดห้าสกุลได้อย่างไรผู้ชายที่เยี่ยจื่อจินสนใจเป็นเช่นนี้หรอกหรือ ก็แค่เจ้าทึ่มที่ทึ่มมาเป็นสิบปีแกร่งขึ้นแล้วจะแกร่งได้ถึงขนาดไหนกันเชียว” เสียงแหลมๆของสาวน้อยคนนี้เสียดแทงแก้วหูมาก ไม่มีความน่าฟังแม้แต่น้อย
“เสี่ยวลู่เยี่ยจื่อจินสู้เจ้าไม่ได้อยู่แล้ว ข้าว่าอั้นหลงเองก็พูดซี้ซั้ว” ไป๋เทียนหมิงเกาะติดอยู่ไม่ห่างเด็กสาวคนนี้ ติดตามไปทุกอย่างก้าว
“ไป๋เทียนหมิงเจ้าเลิกดูถูกพี่ใหญ่อั้นหลงได้แล้ว” หญิงสาวคนนี้ทำสีหน้าไม่พอใจ
“เสี่ยวลู่อั้นหลงไม่ได้บอกว่าเขาเป็นวัยรุ่นที่มีฝีมือเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาวัยรุ่นของสุดยอดห้าสกุลหรอกหรือตอนนี้เจ้าก็พิสูจน์ให้ข้าดูสิว่าพี่อั้นหลงพูดผิด” เมื่อได้ยินคำพูดของเด็กสาวไป๋เทียนหมิงก็ตกตะลึง จากนั้นสีหน้าที่บอบบางของเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมา
“เชอะเจ้าไม่ได้บอกว่าจะสั่งสอนเจ้าตู้เซ่าฝู่หรอกหรือ”
สาวน้อยหันหน้าไปจ้องตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นมิตรเบ้ปากใส่ ทำสีหน้ารังเกียจ แล้วนางก็หันหน้าไปบอกกับไป๋เทียนหมิงว่า“หากเจ้าแพ้เด็กหนุ่มคนนี้ ต่อไปไม่ต้องโผล่หน้ามาให้ข้าเห็นอีก”
“ข้าจะทำให้มันคุกเข่าอ้อนวอนข้า”
ไป๋เทียนหมิงจ้องไปที่ตู้เซ่าฝู่แสดงสีหน้าโกรธแค้นไม่พอใจใส่ตู้เซ่าฝู่ เขาแสยะยิ้ม สีหน้าดูชั่วร้ายและโหดเหี้ยมกล่าวว่า “ตู้เซ่าฝู่ใครๆ ก็ว่าเจ้าคือคนที่มีฝีมือเป็นอันดับหนึ่งในสุดยอดห้าสกุลวันนี้ข้าจะทำให้ทุกคนรู้ว่า เยี่ยจื่อจินกับอั้นหลงดูคนผิดไปเอง”