ยุทธจักรบู้ลิ้ม ออนไลน์ (online)

    ตอนที่ 27 เดิมพันด้วยชีวิต

    ตอนที่ 27เดิมพันด้วยชีวิต

    .......................................................................................................................

            เมื่อสัตว์อสูรที่บาดเจ็บเข้ามาใกล้ฟงอวิ๋นจึงสามารถสังเกตได้ว่ามันเป็นสัตว์อสูรชั้นปฐพีระดับปลายตัวหนึ่งอาการบาดเจ็บน่าจะเกิดจากการต่อสู้กับสัตว์อสูรด้วยกันเพราะมองเห็นรอยแผลที่ช่องท้องกับไหล่และเท้าของมันเป็นแผลที่เกิดจากรอยกัดและรอยกรงเล็บขนาดใหญ่จนเลือดไหลแทบไม่หยุด

            สัตว์อสูรตัวที่ได้รับบาดเจ็บคือสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองเป็นสัตว์อสูรสายธาตุทองที่ทรงพลัง มันครอบครองอาณาเขตรอบบริเวณเทือกเขาที่ฟงอวิ๋นจะเดินทางไปพอดี

            สัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองครอบครองเทือกเขาแห่งนี้มานานกว่า 1,000 ปีแต่โชคร้ายที่เมื่อสามวันก่อนมีสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินชั้นปราณปฐพีระดับกลางสองตัวเร่ร่อนผ่านเข้ามายังเทือกเขาแห่งนี้

            เมื่อมีสัตว์อสูรต่างถิ่นบุกเข้ามายังอาณาเขตสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองจะยินยอมได้อย่างไร!

            มันจึงออกจากที่พำนักพร้อมส่งเสียงคำรามลั่นสนั่นพสุธาเพื่อแสดงสิทธิ์การครอบครองอาณาเขตแต่ว่าสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองกลับไม่กลัวและมีจิตเจตนาที่จะต่อสู้เพื่อยึดครองเทือกเขาแห่งนี้แทนสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทอง

            การต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและปกป้องดินแดนจึงเกิดขึ้น

            การต่อสู้ใช้เวลาถึง 3 วัน 2 คืน!

            ผลสุดท้ายด้วยจำนวนที่น้อยกว่าถึงแม้จะมีระดับที่สูงกว่าสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองก็ยังคงพ่ายแพ้อย่างเจ็บปวดมันจำใจใช้ทักษะสุดท้าย“ทักษะกระทิงทะลวงสวรรค์”เพื่อขอตกตายตามกันกับศัตรูทั้งสองพุ่งโจมตีสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองด้วยเขากระทิงสวรรค์จนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งสองฝ่าย

            เมื่อสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองเห็นว่าการโจมตีสุดท้ายของตนเพียงทำให้สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองสาหัสปางตายเท่านั้นมันก็รีบหลบหนีทันทีโดยไม่สนใจว่าศัตรูจะบาดเจ็บหนักจนตายหรือไม่เพราะว่าตอนนั้นมันเองก็สาหัสปางตายเช่นกัน ถ้ายังอยู่อาจหมายถึงความตายมันยินยอมหนีออกไปก่อนจากนั้นค่อยกลับมาดูผลสุดท้ายเมื่อรักษาตัวจนหายดีแล้ว

            สัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองหลบหนีมายังทิศทางที่ฟงอวิ๋นอยู่พอดี!

            ฟงอวิ๋นตัดสินใจหยิบคันธนูและลูกธนูออกมาถือเอาไว้ในมือก่อนจะหยิบขวดน้ำเต้าแหล่งกำเนิดของเก้าสวรรค์ชั้นฟ้าและปฐพีออกมาเขานำลูกธนูออกมาพร้อมกับหยดน้ำยาวิเศษจำนวน1หยดเคลือบหัวลูกศรธนูเอาไว้

            ฟงอวิ๋นมองดูลูกศรในมือด้วยความมุ่งหมายบางอย่าง!

            ใช่! เขาต้องการใช้หยดน้ำที่มีพลังวิเศษนี้เพื่อโจมตีสัตว์อสูรที่บาดเจ็บ!

            ไอเทมทุกอย่างย่อมมีผลสองด้านเสมอเมื่อน้ำยาวิเศษมีสรรพคุณในการช่วยชีวิตและพัฒนาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์อสูรถ้ามีการเจือจางและใช้ในปริมาณที่เหมาะสมแต่เมื่อใดก็ตามที่มันถูกใช้ในปริมาณที่มากเกินไปน้ำยาวิเศษที่เป็นโอสถชั้นยอดก็จะกลายเป็นยาพิษชั้นเลิศ....เช่นกัน

            ฟงอวิ๋นตัดสินใจจะทำให้น้ำยาวิเศษกลายเป็นยาพิษชั้นเลิศนั่นเอง!

            เขานั่งรออยู่บนต้นไม้ใหญ่อย่างใจเย็นยิ่งได้เห็นว่าเส้นทางที่สัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองมุ่งหน้ามานั้นเป็นต้นไม่ที่เขาแอบซ่อนอยู่ก็ยิ่งใจเย็นมากขึ้น

            เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆ

            ฟงอวิ๋นนั่งรอด้วยความสงบนิ่งเขาค่อยๆผ่อนลมหายใจลงพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้างมากที่สุดเขากำลังทำตัวเป็นนายพรานที่รอกระต่ายเข้าโพรง เขามีโอกาสโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นเพราะถึงแม้จะเป็นสัตว์อสูรที่บาดเจ็บหนักแต่มันก็เป็นถึงสัตว์อสูรระดับปฐพีระดับปลายถ้าพลาดพลั้งสัตว์อสูรระดับปฐพีก็ยังมีความสามารถที่จะบดขยี้เขาเหมือนดั่งการบี้มดปลวกดังนั้นการพนันครั้งนี้หมายถึงชีวิตของเขาเอง ถ้าลุกศรถูกเป้าหมาย...แก่นพลังเม็ดแรกของเขาคือแก่นพลังระดับปฐพีชั้นปลาย

            ถ้าผิดพลาด!

            อ้า!...เดิมพันครั้งนี้คือเดิมพันชีวิตสำหรับเขา

             1เลเวลที่พร้อมจะหายไปถ้าเขาตายและอาจจะถูกปรับแพ้เพราะกลับไปเกิดที่ค่ายพักแรมโดยอัตโนมัติซึ่งจะถือว่าเขาผิกฎข้อที่ 1 ทันที

            ถึงแม้การเป็นสาวกภายนอกของสำนักพยัคฆ์มังกรสำหรับเขาในปัจจุบันอาจไม่สำคัญมากนักแต่การท่องเที่ยวผจญภัยในโลกภายนอกถ้าไม่มีสำนักหรือกิลด์ใหญ่ๆหนุนหลังมันค่อนข้างจะโดดเดี่ยวอยู่บ้าง อีกอย่างเขาสู้มาจนถึงตอนนี้แล้วเขายังไม่ยากยอมแพ้...มันต้องสู้ให้ถึงที่สุด..สักตั้ง!

            สัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองที่กำลังหลบหนีค่อยๆพยุงร่างที่ได้รับบาดเจ็บเดินโซซัดโซเซมายังใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ มันล้มตัวลงนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อพักผ่อนมันตั้งใจจะออกเดินทางหลบหนีอีกสักระยะจนกว่าจะถึงสถานที่ที่มันคิดว่าปลอดภัย

            ผึง!..ฟ้าว!ๆๆ..

            จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านบนของต้นไม้ใหญ่สัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองรีบเงยหน้าขึ้นดูทันทีมันเห็นลูกธนูดอกหนึ่งกำลังพุ่งลงมาหามันด้วยความรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณสัตว์อสูรมันรีบพลิกกายหลบหนีแต่เนื่องจากความอ่อนล้าจากอาการบาดเจ็บและความเหน็ดเหนื่อยทำให้มันขยับร่างกายช้าไปนิดหนึ่ง

            ฉึก!

            มอ!ๆๆๆ.......

            ลุกธนูพุ่งทะลวงเข้าไปตรงด้านข้างลำตัวของสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองอย่างแม่นยำทันใดนั้นผลของน้ำยาวิเศษบังเกิดผลทันทีรอยแผลที่สัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองได้รับจากการต่อสู้เริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็วพลังของน้ำยาวิเศษกระตุ้นพลังชีวิตของสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองจนเต็มเปี่ยมในพริบตารอยแผลที่เคยฉกรรจ์เมื่อสักครู่กลับหายเป็นปลิดทิ้งพละกำลังของมันก็กลับมาเป็นปกติดังเดิมในพริบตา

            จนบางครั้งมันก็อดคิดไม่ได้ว่าพละกำลังที่เพิ่มขึ้นนั่นมากเกินไปบ้างเหมือนเกินจนอึดอัดแทบทนไม่ไหว

            สัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองส่ายหัวอันใหญ่โตพร้อมกับเงยหน้ามองไปบนต้นไม้ใหญ่จากนั้นก็ส่งสายตาอันดุร้ายแฝงความกระหายเลือดมองไปยังร่างของฟงอวิ๋นที่อยู่บนต้นไม้มันมองเห็นร่างของคนที่แอบโจมตีมันแล้ว

            มันไม่รู้ว่าสิ่งที่มนุษย์ผู้นั้นฉาบลงบนหัวลูกศรเป็นยาวิเศษประเภทใดแต่สามารถทำให้ตัวมันที่เจ็บปวดและทรมานจากบาดแผลหายทันที มันไม่รู้สึกขอบคุณ

            มันตั้งใจจะตอบแทนมนุษย์ผู้นั้นด้วยความ...ตาย

             มอๆ..แฮ่ๆๆ...

            สัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองพรวดพลาดลุกขึ้นยืนจังก้าก่อนที่จะกระทืบเท้าลงพื้นดินด้วยความดุร้าย 2-3ครั้งเพื่อประกาศศักดาเจ้าแห่งพงไพร

            จากนั้นไม่นานมันก็พุ่งทะยานร่างอันใหญ่โตเข้าชาร์ตต้นไม้ใหญ่ทันทีหวังที่จะทำให้มนุษย์ผู้นั้นที่บังอาจโจมตีมันยามกำลังบาดเจ็บตกลงมา

            โครม!

            เสียงของหัววัวกระทิงกระแทกเข้ากับโคนต้นไม้ใหญ่จน ต้นไม้สั่นสะเทือนใบไม้ปลิวว่อนร่วงลงมาดั่งสายฝนทันที โชคดีที่ฟงอวิ่นจับกิ่งไม้เอาไว้แน่นพอที่จะพยุงร่างเอาไว้ได้

            มอๆ..แฮ่ๆๆ...

            สัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองถอยร่างกลับไปด้านหลัง 4-5ก้าวเพื่อเตรียมโจมตีรอบที่สอง แต่ทันใดนั้นร่างของมันก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง

            มอๆ..ครืดๆๆ..มอๆๆ...ฟืดๆๆ!..

            จู่ๆสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองก็ส่งเสียงร้องคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดจากนั้นไม่นานมันก็ล้มตัวลงนอนกับพื้น ก่อนจะนอนบิดร่างไปมาสักครู่

            บูม!...ตู้ม!

            ร่างของสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองเกิดการระเบิดขึ้นมาจนร่างกายแหลกเหลวเลือดเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นที่เมื่อเห็นดังนั้นฟงอวิ๋นจึงรีบปีนลงมาจากต้นไม้ใหญ่ทันที

            เขาต้องรีบสะสางพื้นที่นี้โดยเร็ว!

            ฟงอวิ๋นเดินค้นหาเม็ดแก่นพลังของสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองอยู่พักหนึ่งจากนั้นไม่นานเขาก็พบว่ามันหล่นลงไปซุกซ่อนอยู่ใต้รากไม้ใหญ่เขารีบเก็บมันขึ้นมาแล้วผละเดินจากไปทันที

            แม้ว่าชิ้นส่วนร่างกายของสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองบางส่วนที่ยังพอมีความสมบูรณ์อยู่จะทรงคุณค่าและมีราคาแพงแต่เขาก็กลัวว่าถ้าเขาล่าช้าคงเป็นตัวเขาเองที่อาจจะไม่สามารถออกจากสถานที่นั้นได้เพราะจะมีสัตว์ตัวอื่นๆมาเพื่อกินซากสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองแล้วเจอเขาเสียก่อนนั่นเอง

            ความกังวลของฟงอวิ๋นเป็นความจริงหลังจากที่เขาผละจากจุดที่สัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองตายเพียงไม่นานก็มีฝูงสัตว์อสูรหมาป่าระดับเริ่มต้นกว่า 40 ตัวมาถึงจุดที่เกิดแหตุทันทีและพวกมันใช้เวลาเพียงไม่นานก็ทำความสะอาดสถานที่จนหมด ไม่ให้เหลือแม้เศษซากกระดูก

            .....................................................................................................

            ฟงอวิ๋นหลบเร้นร่องรอยและค่อยๆเดินทางไปยังเป้าหมาย นั่นคือเทือกเขาด้านหน้าเพื่อสร้างจุดพักชั่วคราว เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองแต่จากการประเมินเบื้องต้นเขาคิดว่ามันต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรที่มีระดับไม่ต่างกันเท่าไหร่อีกทั้งพวกมันทั้งสองต้องบาดเจ็บสาหัสเหมือนกัน

            ดังนั้นฟงอวิ๋นจึงรีบเร่งที่จะเดินทางไปยังจุดที่สัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองจากมาทิศทางนั้นช่างบังเอิญที่มันเป็นจุดเป้าหมายของเขาพอดี เทือกเขาเบื้องหน้านั่นเอง

            นั่นย่อมหมายความว่า ถ้าเขาโชคดีเขาจะได้พบกับสัตว์อสูรที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก1 ตัว

            นั่นหมายถึงเขาจะได้รับแก่นพลังสัตว์อสูร ชั้นปฐพีอีกอย่างน้อยก็ 1เม็ด ถ้าเขาจัดการสถานการณ์ด้วยความรอบคอบ

            หลังจากที่ฟงอวิ๋นเดินทางเข้ามาถึงอานาเขตของเทือกเขา

            โฮก!ๆๆๆ

            จู่ๆก็มีเสียงคำรามด้วยความดุร้ายของสัตว์อสูรระดับสูงตัวหนึ่งสั่นสะท้านไปทั่วทั้งขุนเขาและพงไพร เสียงนี้แฝงไปด้วยความหยิ่งทะนงโหดเหี้ยมดุร้ายและน่าสยดสยองพร้อมกับบรรยากาศที่น่าอึดอัดและน่าเกรงขามก็แผ่พุ่งกระจายไปทั่วทั้งเทือกเขาเล็กๆแห่งนี้ทันที

            นี่มันเกิดอะไรขึ้น!

            นี่คือการส่งสัญญาณการครอบครองอาณาเขตของราชันย์ตัวใหม่หรือเปล่า!

            “มันคือเสียงของสัตว์อสูรประเภทไหนกัน..ช่างน่ากลัวจนสุดบรรยายจริงๆ”ฟงอวิ๋นคิดในใจด้วยความตื่นตระหนกเพราะเสียงนั้นดังมาจากทิศทางที่เขากำลังมุ่งหน้าไปนั่นเอง