บทที่ 43 ปรากฏการณ์พิศวง
"ซูฝาน?"
เหลิ่งเยว่ก็ถึงกับงงงัน
เจ้าเด็กนี่ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
“แย่แล้ว แย่แล้ว”
เหงื่อเย็นผุดพรายบนหน้าผากซูฝาน
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นภาพที่เขาใฝ่ฝันอยากจะเห็น ถึงแม้ว่าดวงตาของเขาจะไม่รักดี เอาแต่จ้องมองไปยังแผ่นหลังขาวผ่องของศิษย์พี่ใหญ่ แต่เขาควรรู้ว่าด้วยนิสัยของศิษย์พี่ใหญ่แล้ว นางคงไม่ปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามา ซูฝานก็ถึงกับสะดุ้ง รีบเอามือปิดตา แล้วพูดว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ หากข้าบอกว่าไม่เห็นสิ่งใดเลย ท่านจะเชื่อข้าหรือไม่?”
ไม่เห็นแล้วจะไหลเลือดออกจมูกหรือ?
ไม่เห็น แล้วเจ้าสิ่งนั่นมันจะผงกหัวขึ้นมาได้อย่างไร?
เหลิ่งเยว่มีสีหน้าเย็นชา นางเอามือปิดบังแผ่นหลังขาวผ่องของตน แล้วพูดด้วยความโกรธว่า “หันหลังไปบัดเดี๋ยวนี้!”
“ขอรับ ๆ ๆ”
ซูฝานรีบหันหลังให้ โดยที่ก้นเปล่าเปลือยหันไปทางเหลิ่งเยว่
ในตอนนั้นเอง เขาถึงสังเกตเห็นว่า บนพื้นหญ้าด้านข้างมีกองเสื้อผ้าอยู่ และยังมีเสื้อผ้าชั้นในชิ้นเล็ก ๆ ด้วย
เมื่อกี้เหตุใดเขาถึงไม่เห็นนะ?
เหลิ่งเยว่ขึ้นจากน้ำอย่างรวดเร็ว แล้วสวมเสื้อผ้า
“ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ท่านเสร็จหรือยัง?”
เมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไร ซูฝานก็เริ่มใจเสียมากยิ่งขึ้น เขาหันหน้าไปมองเหลิ่งเยว่ด้วยสายตาหวาดระแวง ก็พบว่าเหลิ่งเยว่ยืนอยู่ข้างหลังเขา ด้วยสีหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง
ซูฝานถึงกับตัวสั่น เขารีบเอามือปิดบังไอ้น้อยของตนแล้ววิ่งหนีทันที
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวเท้าออกไป เขาก็ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาด้วยความตกใจ ร่างกายของเขาลอยขึ้นไปกลางอากาศเป็นเส้นโค้งที่งดงาม แล้วก็ตกลงไปในลำธารด้วยเสียงดังโครม
เหลิ่งเยว่หันมาจ้องซูฝาน พลังปราณธาตุน้ำแข็งก็หลั่งไหลออกมา
"ศิษย์พี่ใหญ่ โปรดฟังข้าสักหน่อยเถิด ข้ามิได้ตั้งใจจริง ๆ..."
พื้นผิวน้ำกำลังกลายเป็นน้ำแข็ง
นี่จะทำให้เขาแข็งตายในลำธารเลยหรือ!
แต่เหลิ่งเยว่กลับไม่ได้สนใจ ไม่ใช่แค่ผิวน้ำที่กำลังกลายเป็นน้ำแข็ง แม้แต่ใต้ลำธารก็กำลังแข็งตัว
เพียงชั่วครู่ ลำธารก็กลายเป็นน้ำแข็ง
ซูฝานเหลือเพียงศีรษะที่โผล่พ้นน้ำออกมา ส่วนที่เหลือก็ถูกฝังอยู่ในน้ำแข็ง ใบหน้าเล็ก ๆ ของเขาซีดเผือด
“ศิษย์... ศิษย์... ศิษย์พี่... ใหญ่”
“ข้า... ข้า... ข้าไม่ได้ตั้ง... ตั้ง... ตั้งใจ... ท่านรีบปล่อย... ปล่อย... ข้าออกไป... ไม่... ไม่... อย่างนั้น ไอ้... ไอ้... ไอ้เสี่ยวฝานน้อย…ของข้าก็จะ... แข็ง... แข็ง... เสียแล้ว”
ซูฝานสั่นระริกไม่หยุด ร่างกายของเขากำลังจะแข็งทื่อ
เหลิ่งเยว่ทำหน้าเย็นชา
เจ้าเด็กน้อยอายุเพียงสิบสองปี เหตุใดถึงได้มีความคิดไม่ดีมากมายเช่นนี้?
ผู้ใดกันหนอที่สอนเขาเช่นนี้
“ศิษย์... ศิษย์พี่... ใหญ่ ช่วยข้า…”
ซูฝานมองนางด้วยสายตาที่น่าสงสาร
ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป ชีวิตของเขาจะต้องจบสิ้นแน่ ๆ
อีกอย่าง เขาก็ไม่รู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่กำลังแช่น้ำอยู่ตรงนี้
หากรู้ เขาก็คงไม่วิ่งออกมาอย่างเปิดเผยเช่นนี้หรอก
หลบซ่อนตัวแล้วคอยแอบมอง จะไม่รู้สึกดีกว่าหรือ?
"ฮึ!"
เหลิ่งเยว่ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง แล้วโบกมือครั้งหนึ่ง ผิวน้ำแข็งก็แตกออก ซูฝานก็ปีนขึ้นมาอย่างทุลักทุเล รีบวิ่งขึ้นฝั่ง แล้วหยิบถุงเก็บของออกมา เอาเสื้อผ้าที่สะอาดมาใส่
บัดนี้เขาเริ่มรู้สึกอบอุ่นขึ้นทีละน้อย
"เรื่องวันนี้ ห้ามบอกใครเด็ดขาด มิฉะนั้นข้าจะฉีกปากเจ้า"
เหลิ่งเยว่จ้องเขาอย่างดุดัน แล้วก็หมุนตัวกลับเข้าถ้ำไป
"ขอรับ ๆ ๆ"
ซูฝานถูมือที่เย็นเฉียบ มองตามหลังของศิษย์พี่ใหญ่แล้วพึมพำอย่างหงุดหงิด "สักวันข้าจะลงโทษท่านให้ได้"
"เจ้าว่าอะไรนะ?"
เหลิ่งเยว่หันกลับมามองเขาอย่างเขม็ง
"เปล่าขอรับ"
ซูฝานหัวเราะแห้ง ๆ
เหตุใดหูถึงได้ไวเช่นนี้? ขนาดอยู่ห่างกันหกจั้ง ยังได้ยินเสียงพึมพำของเขาอีก
"พวกเราเสียเวลามามากพอแล้ว รีบกลับไปจัดการสวีเจียวเจียวเสียที" เหลิ่งเยว่กล่าวโดยไม่หันกลับมา
ซูฝานเบะปากเล็กน้อยแล้ววิ่งไปยังแอ่งน้ำเล็กข้าง ๆ รีบชำระล้างคราบสกปรกบนตัวออก แล้วกลับเข้าไปในถ้ำ
สวีเจียวเจียวตื่นแล้ว
เชือกที่มัดนางไว้ เหลิ่งเยว่ก็ถูกแก้ออกให้แล้ว
"ซูฝาน อย่าฆ่าข้าเลย ได้โปรดให้โอกาสข้าสักครั้งเถิด"
สวีเจียวเจียวคลานไปหาซูฝานด้วยความทุลักทุเล ใบหน้าเต็มไปด้วยความอ้อนวอน
“ให้โอกาสเจ้า?”
"เมื่อครั้งที่เจ้าทำร้ายข้าต่อหน้าเซวียฉางซาน เจ้าเคยคิดจะให้โอกาสข้าบ้างหรือไม่"
"หากมิได้พบกับมารเฒ่า ยามนี้ข้าคงยังคงอยู่ในหมู่บ้าน เป็นทาสให้สกุลเจ้ากดขี่"
ซูฝานพูดด้วยความขุ่นเคือง
เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ความโกรธในใจของเขาก็พลันปะทุขึ้นมา
"ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ ข้ารู้ว่าตนเองผิดแล้ว"
สวีเจียวเจียวกล่าวขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีก
"อย่าขอโทษ ข้าไม่ต้องการ"
"ว่าแต่ มีเรื่องหนึ่งที่ข้ายังไม่ได้บอกเจ้า"
"บิดาและมารดาของเจ้าที่น่าเกลียดนั้น ข้าได้ฆ่าพวกเขาไปแล้ว"
ซูฝานยิ้มยิงฟัน
"เจ้า…ว่าอย่างไรนะ?"
ร่างกายของสวีเจียวเจียวสั่นสะท้าน
บิดาและมารดาตายแล้วหรือ?
"หลังจากที่เจ้าผลักข้าลงจากหลังวิหคเพลิงหลังจากนั้น ข้าโกรธจนกลับไปยังหมู่บ้าน และกลั่นพวกเขาจนกลายเป็นไข่มุกปราณโลหิต"
ซูฝานชี้ไปที่สุนัขตัวใหญ่สีดำที่อยู่ข้าง ๆ แล้วหัวเราะอย่างชั่วร้ายว่า “แล้วให้มันกิน”
"ไข่มุกปราณโลหิต?"
สวีเจียวเจียวงงงัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน
ส่วนเหลิ่งเยว่กลับขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไข่มุกปราณโลหิตเป็นของที่สกัดจากเนื้อหนังของมนุษย์หรือ?
"ศิษย์พี่ใหญ่เจ้าวางใจเถอะไข่มุกปราณโลหิตที่ให้ท่านนั้นสกัดมาจากสัตว์อสูรส่วนไข่มุกปราณโลหิตที่สกัดจากมนุษย์นั้น ข้าให้สุนัขกินหมดแล้ว" ซูฝานกล่าวอย่างประจบประแจง
"เจ้าคิดมากไปแล้ว" เหลิ่งเยว่มองเขาอย่างเย็นชา
ในโลกของการบำเพ็ญเซียนที่โหดร้ายเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลก
ดังเช่นอาจารย์ของนาง สวี่ซานอินก็ยังคอยดูดโลหิตของผู้อื่นมาโดยตลอดเพื่อใช้ในการฝึกฝนอยู่ตลอดไม่ใช่หรือ?
นางเพียงแค่รู้สึกตกใจ
ปรากฏว่าไข่มุกปราณโลหิตกลับมีที่มาเช่นนี้
ช้าก่อน!
นางหันตัวมองสุนัขดำตัวใหญ่
สุนัขตัวนี้ กำลังกินไข่มุกปราณโลหิตด้วยหรือ?
สุนัขธรรมดา ๆ ตัวหนึ่ง จะทนรับพลังงานของไข่มุกปราณโลหิตได้หรือ
หรือว่าสุนัขตัวนี้ ไม่ธรรมดา
ซูฝานมองไปยังสวีเจียวเจียวแล้วยิงฟันกล่าวว่า "แรกทีเดียวข้าตั้งใจจะให้เจ้าวิ่งเปลือย แต่..."
ซูฝานมองไปยังศิษย์พี่ใหญ่โดยไม่รู้ตัว ก้มหน้าแนบใกล้หูของสวีเจียวเจียวแล้วกล่าวว่า "เพื่อไม่ให้ศิษย์พี่ใหญ่โกรธ ข้าจะรีบส่งเจ้าไปให้เร็วที่สุด!"
จำเป็นต้องพิสูจน์ต่อศิษย์พี่ใหญ่ว่าเขาซูฝานไม่ใช่คนหยาบคาย
มิเพียงไม่หยาบคาย แต่ยังเป็นหนุ่มน้อยที่ซื่อสัตย์ ต่อผู้หญิงอื่น ๆ เขามองข้ามไปหมด
"ไม่..."
สวีเจียวเจียวส่ายหัวอย่างบ้าคลั่ง
ซูฝานหัวเราะหึ ๆ กล่าวว่า "ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านมิใช่หรือว่าจะมอบศาสตราวิญญาณของจ้าวอวี่ให้ข้า"
เลิ่งเยว่ไม่สนใจ หันหลังเดินออกจากถ้ำไป
"จบแล้ว"
"ศาสตราวิญญาณก็ไม่ได้ หากรู้เช่นนี้ก็คงไม่มองดีกว่า"
ซูฝานหน้าบูดบึ้ง หยิบเอาก้อนอิฐออกมา ทีแรกตั้งใจว่าจะใช้ศาสตราวิญญาณตัดเอ็นร้อยหวายของสวีเจียวเจียว แต่ตอนนี้ได้แต่ใช้อิฐแล้ว ตะโกนอย่างดุดัน “ศิษย์พี่ใหญ่โกรธเป็นเพราะเจ้า! สตรีชั่ว”
"ข้าทำให้เหลิ่งเยว่โกรธเมื่อใดกัน?"
สวีเจียวเจียวมึนงง
อย่ามาโยนความผิดให้ข้าแบบนี้สิ
ปัง!
ในชั่วขณะถัดมา
ซูฝานฟาดอิฐก้อนใส่สวีเจียวเจียวทันที สวีเจียวเจียวร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ล้มลงกับพื้นและสลบลงอีกครั้ง
"ศิษย์พี่ใหญ่ รอข้าด้วย"
ซูฝานเดินออกจากถ้ำ ยิ้มให้เหลิ่งเยว่แล้วลากตัวสวีเจียวเจียววิ่งเข้าไปในป่าทึบด้านหน้า
ก่อนหน้านี้ ตอนกลับมาจากลำธารน้ำเขาเห็นว่าไม่ไกลมีหุบเขาเล็ก ๆ อยู่ ภายในนั้นมีฝูงหมาป่าอยู่ฝูงหนึ่ง
"สตรีชั่วเช่นเจ้า นี่แหละคือจุดจบที่ดีที่สุดของเจ้า"
ซูฝานยืนอยู่เหนือหุบเขา อุ้มร่างสวีเจียวเจียว แล้วโยนลงไป
"ซูฝานแม้ข้าจะตายเป็นผี ก็จะไม่ปล่อยเจ้าเด็ดขาด..."
เสียงร้องอย่างทุกข์ทรมานดังก้องขึ้นทันที
"อย่าร้อนใจไป ไม่ช้าข้าจะส่งจ้าวอวี่มาเป็นเพื่อน เพื่อให้สมบูรณ์แบบกับคู่ผีปีศาจ"
ซูฝานยิ้มแสยะ ตบมือ แล้วก็หันหลังจากไปอย่างไม่ใส่ใจ
แต่ว่าซูฝานไม่ได้สังเกตเห็นว่า เลือดที่ไหลออกมาจากร่างของสวีเจียวเจียว กลับค่อย ๆ ซึมลงไปในดิน แล้วก็หายไปทั้งหมด
ปรากฏการณ์อันน่าพิศวงปรากฏขึ้นอีกครั้ง!