ตอนที่ 117 ข้าน้อยผิดไปแล้ว
“อะไรนะครับ?!”
กามินทวนคำด้วยความตกใจ พ่อครัวร่างท้วมกำลังช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น
นี้คือความฝันใช่หรือไม่? ถ้าใช่ก็คงจะเป็นฝันร้ายที่ต้องตื่นได้แล้ว
หรือว่านี้คือ เรื่องหยอกล้อ เล่นตลกของท่านไวทเคานต์ที่เอ็นดูตัวเองอยู่กันแน่...ถ้าเช่นนั้น ก็หยุดเล่นได้แล้ว
กามินพึมพำความคิดในใจราวกับคนที่กำลังเสียสติ พลางมุ่งหวังให้ท่านไวทเคานต์ หยุดแกล้งตนเองได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ขุนนางวัยกลางคนกลับสงบนิ่งและได้ทวนคำตามประสงค์ของกามิน
“นับแต่นี้ ข้าขอยกเลิกสัญญาในฐานะนายจ้าง ที่ได้จ้างเจ้าให้เป็นพ่อครัวประจำตระกูลลงตั้งแต่วันนี้”
ดุจคำประกาศิตที่ทำเอาผู้คนในกระโจมถึงกับสะท้าน
ไม่ว่าจะเป็นเหล่าองครักษ์ที่ถึงแม้ว่าพวกเขาส่วนใหญ่ จะไม่ชอบนิสัยใจคออันคับแคบของพ่อครัวกามินผู้นี้กันสักเท่าไหร่ เพราะตลอดมากามินมักจะใช้ประโยชน์จากพวกเขา เพื่อแลกกับการทำอาหารให้รับประทาน
และเมื่อผลประโยชน์ลุล่วง กามินกลับไม่เคยทำตามที่เคยบอกไว้เลยสักครั้งเดียว
ส่วนทางด้าน ภรรยาของไวทเคานต์นิค หล่อนได้รับรู้เรื่องที่กามินได้ทำเอาไว้ในร้านอาหารสามเวลาจากปากผู้เป็นสามีมาบ้างแล้วและค่อนข้างไม่พอใจที่กามิน ทำตัวเป็นโจร ลักเล็กขโมยน้อย...ขโมยแม้กระทั่งมะเขือเทศ เพียงไม่กี่ผล
ถึงแม้ว่า มะเขือเทศ หากดูเผินๆ จะไม่ได้มีค่า มีราคาอะไรมากนัก
แต่ในสายตาของไวทเคานต์นิคและภรรยา การลักเล็กขโมยน้อย ไม่ว่ามันจะมีมูลค่าหรือไม่ก็ตาม หากแต่การกระทำนี้ ถือเป็นเรื่องที่ต่ำช้า และยิ่งกามินนั้นลงมือทำภายใต้ ชื่อของตนเอง ที่ได้ขอหยิบยืมห้องครัว ออกรับหน้ากับไลท์ด้วยตัวเอง
มันก็เปรียบเสมือน ไวทเคานต์นิค มีส่วนรู้เห็นกับการขโมยนี้เช่นเดียวกัน
ความรู้สึกหน้าชา ในตอนนี้ที่ไลท์ได้มาบอกถึงพฤติกรรมของกามินให้กับตนเองได้ฟัง รวมไปถึงได้เห็นหลักฐานจากภาพนิมิตของเจ้าสไลม์ สัตว์เลี้ยงของไลท์ ยังคงติดตาขุนนางผู้นี้อยู่เลย
มันทั้งอับอายและขายขี้หน้ามากจริงๆ ดังนั้น เมื่อนำเรื่องทั้งหมดมาประกอบเขาด้วยกันก็ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ที่ตระกูลไวทเคานต์นิคและพ่อครัวกามิน จะต้องแยกทางกันเดิน
“ไม่นะครับ! ท่านไวทเคานต์นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ขอรับ ผมก็ได้แจ้งให้ท่านทราบแล้วนะครับ ว่าที่ข้าน้อยไม่สามารถไปดูแลพวกท่านได้ เป็นเพราะข้าน้อยป่วยจริงๆ ขนาดในตอนนี้ข้าน้อย ก็ยังมีอาการวิงเวียนศีรษะอยู่เลย” กามินแทบจะเข้าไปกอดขาของไวทเคาน์นิค เพื่อให้อีกฝ่ายเห็นอกเห็นใจตนเอง
เพียงแต่ว่า ยังไม่ทันที่จะได้เข้าไปกอดขา เหมือนเช่นทุกครั้งที่เคยทำผิด คราวนี้ทางด้านของหัวหน้าหน่วยก็เข้ามากีดกั้นกามินเอาไว้ ไม่ให้เข้าใกล้ท่านไวทเคานต์ในทันที
“เจ้าบอกว่าเจ้าป่วยอยู่ใช่หรือไม่? อาการป่วยของเจ้า คงจะไปสูดดมกลิ่นเหม็นๆ เน่ามาละสิใช่ไหม?” ตามจริง ไวทเคานต์นิคอยากจะจบเรื่องของกามินให้เร็วที่สุด เขาไม่อยากทิ้งทวนการจากลากันในครั้งนี้ด้วยความโกรธกันอีก
แต่ในเมื่อ กามินยังแสร้งไม่รู้ถึงความผิดของตัวเอง ไวทเคานต์นิคก็ขอขุดเรื่องที่กามินไปทำพฤติกรรมต่ำช้ากับร้านอาหารสามเวลา เมื่อเย็นที่ผ่านมา ขึ้นมาเสียหน่อย
“. . .” กามินที่ได้ยินถึงกลิ่นเหม็นเน่าจากปากของไวทเคานต์นิคก็พลันสะดุ้งเฮือกใหญ่ เหงื่อเม็ดโตๆ ได้ปรากฏขึ้นบนขมับ จนเป็นเม็ดตูมๆ
พ่อครัวร่างท้วม ไม่ได้พูดหรือตอบกลับอะไร มันแค่เพียงส่ายหน้าไปมา ประหนึ่งกำลังบอกว่า ไม่ใช่อย่างเอาเป็นเอาตาย
“ถ้าไม่ใช่กลิ่นเหม็นเน่า งั้นก็คงเป็นการที่เจ้าออกแรงปล่อยพลังเวทใส่ตู้แช่เย็นของร้านอาหารสามเวลาเสียละมั้ง เลยทำให้พลังเวทไม่เสถียรจนทำให้ปวดศีรษะเช่นนี้” อย่างที่บอกไป ไวทเคานต์นิคนั้นเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างภายในร้าน ผ่านเจ้าโปริ่งมาหมดแล้ว
ฉะนั้นไม่ว่าจะพูดอะไรออกมา มันก็เหมือนเป็นการจิกกัดที่มีแต่ กามิน เพียงคนเดียวที่จะเข้าใจ
“เอาเถอะ ในครั้งนี้ ข้าเป็นฝ่ายยกเลิกสัญญานี้ด้วยตัวของข้าเอง ดังนั้นแล้วข้าที่ผิดสัญญาจะชดใช้เงินให้กับเจ้าเต็มที่อย่างแน่นอน” ถึงแม้ว่าไวทเคานต์นิคจะรู้สึกโกรธที่ พ่อครัวประจำของตัวเอง มีพฤติกรรมที่ต่ำช้าเช่นนี้
แต่กระนั้นขุนนางผู้นี้ก็ยัง ตอบแทนในความเสียสละของกามิน จนถึงวินาทีสุดท้าย
หากแต่ว่า แม้กามินจะเป็นคนโลภที่หลงใหลในเงินตรามากสักแค่ไหน แต่มันก็รู้ว่าเงินทองนั้นหาเมื่อไรก็ได้ แต่อำนาจและศักดิ์ฐานะที่เป็นถึง พ่อครัวประจำตระกูลของท่านไวทเคานต์...ไม่ใช่สิ่งที่เงินทองจะซื้อกันมาได้ ง่ายๆ
เปรียบได้ดั่งเจ้าของร้านกระทะทอง ที่ตอนนี้ก็จัดว่าเป็นพ่อครัวที่ร่ำรวยและมีเงินทองมหาศาลจนสามารถเปิดและขยายสาขาไปได้ครอบคลุมตามเมืองใหญ่ต่างๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เจ้าของร้านกระทะทอง ยังคงมีฐานะต่ำต้อยกว่า กามิน อยู่หลายช่วงตัวจนเทียบไม่ติดนั้นก็คือ ศักดิ์ฐานะที่มีขุนนางคอยอุ้มชูให้นั่นเอง
กามินจึงไม่อยากจะเสีย ศักดิ์ฐานะในตรงจุดนี้ไป มันอยากจะกอดตำแหน่งนี้ไว้จนตัวตาย เพราะการถูกสูญเสียฐานะตรงนี้ไป ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่มัน ต้องสูญเสียอำนาจที่เคยมีไป
“ท่านไวทเคานต์ ข้าน้อยรู้ตัวว่าทำผิดไปแล้ว ข้าแค่สนอกสนใจของที่อยู่ภายในร้านอาหารสามเวลาก็เท่านั้น พลางกลัวว่าลูกค้าคนอื่นๆ อาจจะกินของที่เป็นอันตรายหรือไม่สะอาดนะขอรับ ส่วนมะเขือเทศข้าเห็นว่ามันสดใหม่ น่ารับประทานดี จึงอยากนำมาให้ท่านไวทเคานต์ได้รับประทานจริงๆ นะขอรับ” กามินยังคงยกอ้างเหตุผลไปต่างๆ นานา ยกอ้างว่าเป็นห่วงลูกค้าบ้างล่ะ ยกอ้างว่าทำไปเพื่อท่านไวทเคานต์บ้างล่ะ
แต่ทั้งหมดทั้งมวล มันก็คือคำแก้ตัวที่ไม่อาจเปลี่ยนใจของไวทเคานต์นิคที่ได้ลงดาบตัดสัมพันธ์กับมันไปแล้ว ให้กลับคืนมาได้
“กามินเจ้ากลับไปนอนพักให้หายป่วยเถอะ พรุ่งนี้เช้าเจ้ายังต้องเดินทางอีกไกล เพราะเราได้เตรียมรถม้าให้เจ้ากลับเมืองหลวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” คำพูดของไวทเคานต์นิคไม่ต่างอะไรกับการขับไล่กามินไปให้พ้นหน้า
พูดจบไวทเคานต์นิค คุณผู้หญิงตลอดจนองครักษ์ก็ลุกออกไปจากกระโจมหลังใหญ่ ที่เหลืองเพียงกามินยืนนิ่ง ราวกับคนที่ไร้วิญญาณตามลำพัง
“เวรเอ๊ย มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง? นี้ต้องไม่ใช่เรื่องจริง...ฉันกามินเนี่ยนะจะถูกไล่ออก ไม่มีทาง...ท่านไวทเคานต์อาจจะแค่โกรธเราเท่านั้น ตอนนี้เราควรทำตามคำสั่งของท่านไปก่อน รอให้ท่านไวทเคานต์กลับไปที่เมืองหลวงเสียก่อน ค่อยเข้าไปขอโทษท่านใหม่อีกครั้ง” กามินพยายามตั้งสติอยู่นาน จวบจนกระทั่งวันคื่นแห่งความวุ่นวายในป่าดาราฉาย จะค่อยๆ ผันเปลี่ยนเป็นเช้าของวันใหม่
โทมัส จิม ตื่นได้แล้ว~! เป็นเสียงสะกิดเรียกของไลท์ ที่เข้ามาปลุก เจ้าชายและองครักษ์หนุ่มทั้งสองคนให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล
อึบ…โทมัสและจิม ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการเมื่อยเหนื่อยเมื่อยตัว จากการทำงานหนักของเมื่อวาน
“เชฟ ปลุกพวกเราทำไมเหรอครับ...มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
โทมัสถาม พร้อมกับมองลอดออกไปที่นอกหน้าต่างภายในห้อง ด้วยสายตาที่กำลังงัวเงีย ซึ่งปรากฏว่าเมื่อมองทอดออกไป ท้องฟ้าภายนอกยังคงมืดสลัวอยู่เลย
“รีบลุกขึ้นได้แล้ว อย่าลืมสิ พวกเราต้องไปเตรียมอาหารเช้ากันนะ” หลังจากปลุกโทมัสและจิมเสร็จแล้ว ไลท์ก็ได้ลุกออกจากห้องไป
โทมัสและจิม แม้จะยังไม่ตื่นตัวเต็มที่ แต่ทั้งสองก็ไม่กล้าอิดออด ปล่อยให้ไลท์ต้องรอนาน
เพียงไม่กี่นาที โทมัสและจิมก็เปลี่ยนชุด พร้อมที่จะติดตามไลท์ไปหาซื้อวัตถุดิบสำหรับขายในตอนเช้ากันแล้ว
“เชฟไลท์ ให้พวกเราปลุกเอลล่ากับแอล ด้วยไหมครับ?”
“ไม่ต้องหรอก ปล่อยให้ทั้งสองคนนอนต่ออีกสักหน่อยเถอะ เด็กวัยกำลังโตแบบนั้น ต้องกินต้องนอนให้เต็มที่ ร่างกายถึงจะแข็งแรงสมบูรณ์...แต่สำหรับพวกนายสองคนกับฉัน มันหมดวัยที่จะโตแล้ว”
โทมัสและจิม แม้จะไม่เข้าใจคำพูดของไลท์สักเท่าไหร่ ว่าอะไรคือวัยกำลังโต กับวัยที่ไม่เจริญเติบโตแล้ว
แต่พวกเขาก็ไม่ได้ไต่ถามอะไรออกมา พวกเขาปิดประตูบ้านลงกลอนเพื่อล็อกประตูก่อนจะก้าวขึ้นรถม้าที่ได้หยิบยืมมาจาก แมท มุ่งหน้าเข้าสู่ หมู่บ้านดาราฉายเพื่อจัดซื้อวัตถุดิบที่เกือบจะหมดร้าน มาเติมเต็ม
“จิม เดี๋ยวถึงหมู่บ้าน นายแยกตัวออกไปหาไรอันที่ร้านขายเนื้อ เพื่อไปรับวัตถุดิบตามปกตินะ ส่วนฉันและโทมัสจะแยกตัวไปซื้อของเพิ่มเติม”
“ได้ครับเชฟ”
จิมตอบรับในทันที ซึ่งประจวบเหมาะกับที่ไลท์ กำลัง หาวขึ้นมาพอดี
และด้วยแสงไฟจากตะเกียงที่ติดอยู่บนรถม้าที่โทมัสเป็นคนขับด้วยแล้ว ทางด้านของจิมก็สังเกตเห็นถึง เบ้าตาที่ค่อนข้างหมองคล้ำของไลท์ ที่คาดว่าน่าจะนอนไม่เพียงพอ ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด
“เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอครับเชฟ?”
“เปล่าหรอก พอดีฉันคิดอะไรเพลินไปหน่อย กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็ถึงเวลาที่ต้องปลุกพวกนายสองคนแล้ว” ไลท์ตอบกลับ พลางใช้เวลาเดินทางนี้ พักสายตาเสียหน่อย
ตามจริงแล้ว ไลท์ ไม่ได้คิดอะไรเพลินๆ ดั่งเช่นที่เขาตอบกลับ เพียงแต่ว่าความจริงแล้ว ที่ไลท์ดูเหมือนจะนอนไม่พอก็เพราะ
เมื่อคืนที่ผ่านมา เขากำลังสำรวจถึงรางวัลที่ได้รับจากระบบ รวมไปถึง ระบบที่ได้ยกระดับขึ้นเป็นเลเวล 2 อยู่ตลอดทั้งคืนนั่นเอง
แม้การเข้าสู่ระบบจะเป็นการนอนหลับลึก แต่ด้วยความที่ในวันนี้ ไลท์ได้ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้จนสำเร็จไปถึง 2 ภารกิจ ทั้งภารกิจหลักและภารกิจรอง จึงทำให้ทันทีที่เขาเข้าสู่ระบบ
เขาก็ต้องตกตะลึงกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในร้านค้าและระบบสุ่มกาชาที่ได้เพิ่มเติมเข้ามา
‘ยินดีต้อนรับ ท่านเจ้าของร่าง สู่ระบบร้านค้าเลเวล 2’ เสียงทักทายจากระบบที่คุ้นเคยได้กล่าวต้อนรับ
“รู้สึกเหมือนที่นี่จะเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว?” ไลท์ตอบกลับ พลางเดินสำรวจสิ่งต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามา
รวมไปถึงยังเข้าไปตรวจสอบในห้องเก็บของที่เขาได้เช่าเอาไว้ เพื่อไม่ให้ระบบต้องส่งของไปยังห้องนอนของเขาเหมือนในตอนแรก
โดยห้องเก็บของ ไลท์ได้เก็บพวกเครื่องปรุงต่างๆ รวมไปถึงเมล็ดพันธุ์ที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ไลท์มองดูห้องเก็บของที่ได้ขยายใหญ่ขึ้นตามเลเวลของระบบ จากเดิมที่ห้องเก็บของมีพื้นที่เพียง ห้องนอนเล็กๆ
ทว่าหลังจากระบบร้านอาหารของเขาได้เลื่อนขั้นมาเป็นเลเวล 2 ขนาดของห้องเก็บของในตอนนี้ ดูเหมือนจะขยายใหญ่เป็นสองเท่าตัวเลยทีเดียว
ไลท์ได้หยิบเอาของที่อยู่ภายในห้องเก็บของ ส่งกลับไปยังห้องนอนของเขาในโลก The Gloria จนหมด
เนื่องจากในค่ำคืนที่ผ่านมา ที่เขาได้เปิดขายหมูกระทะ นอกจากวัตถุดิบอย่างเช่นเนื้อสัตว์ภายในร้านจะหมดแล้ว พวกเครื่องปรุงต่างๆ ที่ใช้มาทำ น้ำจิ้ม ก็หมดลงไปด้วยเช่นกัน
ไลท์จึงถือโอกาสนี้ เข้ามาซื้อของจากร้านค้าในระบบด้วยเสียเลย
แต่ก่อนที่เขาจะเข้าไปซื้อวัตถุภายในร้านค้า เขาก็ได้เดินผ่านตู้สุ่มกาชาที่ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าร้าน ก่อนจะพบเห็นถึงตู้รุ่นใหม่ที่มีหมายเลข 2 กำกับไว้ ตั้งอยู่ข้างๆ กับตู้สุ่มกาชาเดิม
โดยรางวัลที่อยู่ในตู้หมายเลข 2 นั้น ก็จัดว่าเป็นรางวัลที่คล้ายกับตู้หมายเลข 1 แทบทั้งสิ้น จะมีก็แต่รางวัลประเภท Super Legend (SL) และ Legend (L) เท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไป
รวมไปถึงแต้มในการหมุน ก็ต้องใช้ จำนวนถึง 2 แต้มในการหมุนอีกด้วย
ส่วนทางด้านของรางวัล แน่นอนว่า ย่อมดีกว่า ตู้สุ่มกาชา ตู้แรกอยู่แล้ว เพราะนอกจากจะมี รางวัลเลื่อนขั้นระบบ (SL) ที่เป็นรางวัลอันสูงที่สุด ตู้หมายเลข 2 ยังเพิ่มของรางวัลเข้าไปอีกนั้นก็คือ หนังสือลับศาสตร์แห่งแสง (SL) และ ปลดล็อกการประเมินด้วยสายตาขั้นสูง (L)
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy