Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย

    ตอนที่ 40 - เสียใจ

    ตอนที่ 40 – เสียใจ

     

                “เฮ้ย ไอ้ชัยเป็นยังไงบ้าง?” พันธกรเอ่ยถามภัทร เพื่อนสนิทของชัชชัย หลังจากชัชชัยกลับมาจากด้านนอกแล้ว และตอนนี้นั่งอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารด้านล่าง ภัทรก็ส่ายหน้าออกมา

                “แย่ว่ะ” ภัทรตอบคำถามพันธกร “นี่มันคงรักน้องธาจริงๆ ถึงได้เป็นแบบนี้ อย่างที่บอก มันไม่เคยตกหลุมรักใครมาก่อน พอมาเจอความรัก ก็กลับเสียมันไปอีก ฉันสงสารเพื่อนเหลือเกิน”

                พันธกรถึงกับเอามือแตะบ่าของภัทร ก่อนจะบอก “ให้เวลาเยียวยาเถอะ ตอนฉันเสียแม่ไปก็แบบเนี้ย แต่ไม่นานจะดีขึ้นเอง เชื่อเถอะ รับรอง”

                “อืม” ภัทรจับมือพันธกรและเขย่า “ขอบใจมากนะ ไอ้พัน”

                แล้วพันธกรก็เป็นฝ่ายเดินลงไปด้านล่าง ที่นั่น ที่โต๊ะรับประทานอาหาร เขาเห็นชัชชัยนั่งซึมอยู่ ณปภาที่กำลังทำความสะอาดครัวอยู่ก็หันมามองดูชัชชัยด้วยสายตาเป็นห่วง และหันไปมองเห็นพันธกรด้วย เธอเลยเดินเข้ามา แล้วกระซิบถามพันธกรขึ้นมา

                “จริงเหรอที่ว่าเขาสูญเสียคนรักไปจากสงคราม?” ณปภาเอ่ยเสียงกระซิบกระซาบ “ได้ข่าวว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ม.ต้นด้วย ตายไปนี่”

                “จริงครับ” พันธกรบอกณปภาออกมา “เด็กผู้หญิงที่ตายเป็นคนที่มันรัก เธอออกมาปกป้องเขาถึงได้ตาย ฝ่ายเด็กผู้หญิงก็กล้าหาญมากนะครับ ออกมารับธนูแทนไอ้ชัยมัน”

                ณปภายกมือกุมอกขึ้นอย่างใจหวาดหวั่น พลางหันไปมองดูชัชชัยที่นั่งอยู่กับที่ ไม่ขยับไปไหน แล้วเธอก็บอกออกมา “น้าเสียใจด้วยนะ เป็นเรื่องยากจริงๆ ที่จะทำใจได้ หากคนที่ตัวเองรักตายไป น้าหวังว่าเขาจะดีขึ้นเร็วๆ นะ”

                “ครับ ขอบคุณมากครับ” พันธกรยกมือไหว้ณปภา เธอก็รับไหว้และไปทำความสะอาดครัวต่อ ส่วนพันธกร เขาเดินเข้ามาหาชัชชัยที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่คนเดียว

                “ไอ้ชัย” พันธกรพยายามทำเสียงร่าเริง เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง “ไปเล่นไพ่กันไหม?”

                ชัชชัยไม่ได้ตอบอะไรออกมา เขายังคงนั่งแข็งทื่อเป็นรูปปั้นอยู่แบบนั้น นานๆ ทีถึงได้ขยิบตาที พันธกรถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจก่อนจะบอก

                “น้องเค้าจากไปด้วยรอยยิ้มนะ” พันธกรพยายามให้กำลังใจเพื่อนร่วมรบด้วยกัน “แกน่าจะดีใจที่น้องเค้าจากไปแบบนั้น น้องเค้าจากไปอย่างมีความสุขที่สุด”

                “ถ้ามันทำใจได้ง่ายเร็วขนาดนั้น” ชัชชัยหันมาบอกกับพันธกร แล้วน้ำตาเขาก็ไหลออกมา เล่นเอาพันธกรตกใจไปเลย แล้วชัชชัยก็พูดต่อ “ฉันคงไม่ต้องเจ็บขนาดนี้หรอก เป็นเพราะฉันคนเดียว น้องธาถึงตาย”

                “เฮ้ย ไม่จริง น้องธาเข้ามาปกป้องแกด้วยความกล้าหาญ” พันธกรพยายามปลอบใจเพื่อน “แกน่าจะดีใจนะ ถึงแม้จะต้องจากกันไกลก็จริง แต่ก็ดีไม่ใช่เหรอ? ที่แกได้เจอ ‘รักแท้’ แล้ว น้องธารักแกด้วยความจริงใจนะ คนอื่นๆ ยังไม่โชคดีเท่าแกเลยนะ คนหลายคนพยายามตามหารักแท้ บางคนหาทั้งชีวิตก็ไม่เจอ”

                “แต่น้องเขาตายไปแล้ว” ชัชชัยยกมือขึ้นปาดน้ำตาของตัวเองที่หลั่งไหลออกมาไม่หยุด “ฉัน...เสียใจ ที่เคยทำอะไรไม่ดีกับน้องเขาไป เคยหักน้ำใจเขา รำคาญเขา เบื่อเขาเพราะจู้จี้ ตอนนี้ ฉันอยากให้เวลาหวนกลับ ฉันอยากได้เวลาสักหน่อย ที่จะบอกว่าชอบก่อนจะสายเกินไป แต่ฉันก็ทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว”

                แล้วชัชชัยก็ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น เขาเอามือกุมหน้าตัวเองไว้ น้ำตาไหลผ่านร่องมือเขาจนหยดลงบนกางเกง พันธกรทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากเอามือตบบ่าชัชชัยเท่านั้น

                คืนนั้น เวลาสามทุ่ม พวกทรัพย์สินก็แปรงฟันและเตรียมจะนอนกันแล้ว พวกอาวุธของกลุ่มเด็กทหารม.ปลายถูกนำไปเก็บที่ห้องเรียบร้อยหมดแล้วและพร้อมใช้งานเสมอ ทรัพย์สินแปรงฟันอยู่ในห้องน้ำ ในตอนนั้นเอง พันธกรก็เปิดประตูเข้ามาภายในห้องของพวกหนุ่มๆ

                “ว่าไง? ไอ้พัน” ภัทรถามขึ้นมาทันที “ไอ้ชัยเป็นยังไงมั่ง?”

                “มันยังทำใจไม่ได้ ก็ไม่แปลกหรอก” พันธกรว่าออกมา “มันคงรักน้องธาจริงๆ ถึงเสียใจขนาดนั้น...” แล้วพันธกรก็เล่าออกมาว่าชัชชัยเอาแต่นั่งร้องไห้ แม้แต่ณปภา เจ้าของบ้านหลังนี้ก็เป็นห่วงเขา พันธกรไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาปลอบใจชัชชัยอีกแล้ว เขานึกไม่ออกเหมือนกัน

                “เออ ต้องให้เวลาเหมือนที่แกเคยบอกนั่นแหละ” ภัทรบอกขึ้นมา “สักวัน บาดแผลจะเจ็บน้อยลงเอง ถ้าเวลาผ่านไปเรื่อยๆ น่ะนะ”

                พันธกรก็พยักหน้า ตอนนั้นเอง วรรณสาก็เดินเข้ามาที่บานประตูของห้องพวกหนุ่มๆ ปฏิคมส่งเสียงทักทายเธอออกไป พันธกรถึงรู้ตัวและหันขวับไปมอง

                “อ้าว? สา มีอะไรเหรอ?” พันธกรถามขึ้น วรรณสาก็ถอนหายใจก่อนจะบอก

                “น่าสงสารชัยเนอะ” เธอบอกขึ้นมา “ไม่รู้จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะฟื้นจากบาดแผลในใจ?”

                “ไอ้ชัยต้องทำใจได้ในที่สุดนั่นแหละ” พันธกรบอกกับวรรณสา “สาไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ไอ้ชัยมันไม่ใช่คนโง่ๆ ที่จะทำร้ายตัวเองได้”

                “นั่นแหละที่สากลัว” เธอพูดขึ้นมา “ขืนชัยอยากคิดตามน้องธาไปจริงๆ จะทำยังไง? เรายอมไม่ได้หรอกนะ”

                พันธกรถึงกับมองเธอ แล้วทรัพย์สินก็เปิดลิ้นชักโต๊ะในห้องดู พบมีดทหารของพ่อของพันธกรอยู่ในนั้น ทรัพย์สินบอกให้พันธกรเปลี่ยนที่ซ่อนเสีย เพราะชัชชัยก็รู้แล้วว่ามีดอยู่ในนั้น

                “ครับ เดี๋ยวพันจะเอาไปซ่อนในห้องเก็บอาวุธของเรา” เขาว่าแล้วก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะเดินไปหยิบมีดมาจากมือทรัพย์สิน แล้วก็เอาไปเก็บในกระเป๋ายังชีพของเขาเอง แล้วก็เดินกลับมาที่ห้องผู้ชายใหม่ ตอนนั้นเอง ชัชชัยก็เดินขึ้นบันไดมาพอดี

                “อ้าว? ไอ้ชัย” พันธกรทักเพื่อน ชัชชัยหยุดร้องไห้ไปแล้ว แต่ตายังแดงอยู่และมีน้ำมูกไหลออกมา ชัชชัยเดินเข้าไปในห้องของพวกหนุ่มๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ วาสุกรีถอนหายใจออกมาพลางขยับแว่นของตัวเอง ก่อนจะมองชัชชัยที่เดินไปนั่งที่เตียงนอนแล้วก็เอนตัวลงไปเลย

                “ไอ้ชัย” ภัทรเดินเข้ามาหาเพื่อนที่นอนตะแคงอยู่ “เป็นไงบ้าง?”

                “ขอเถอะ ไอ้ภัทร” ชัชชัยยกมือห้ามขึ้นมา “ฉันอยากอยู่คนเดียว”

                ภัทรได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะไปรวมกับพวกทรัพย์สิน วรรณสาก็เดินออกจากห้องพวกหนุ่มๆ ไป เด็กผู้ชายทั้งห้องหันไปมองชัชชัยเป็นตาเดียว ทุกคนรู้สึกเป็นห่วงชัชชัยมาก ห่วงสภาพจิตใจของเขา

                “คงต้องใช้เวลาจริงๆ นั่นแหละ” ภัทรกระซิบกับพันธกร “ให้เวลามันหน่อย”

                พอสี่ทุ่ม ทรัพย์สินก็เดินไปปิดไฟ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงข้างๆ ชัชชัย เขากำลังจะหนุนหมอนหลับสบายไปแล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงชัชชัยสะอึกสะอื้นออกมา ทรัพย์สินถอนหายใจออกมา ก่อนจะเอื้อมมือไปจับแขนของชัชชัย

                “ร้องออกมาให้หมดเถอะน้องชัย” ทรัพย์สินพูดเบาๆ แต่ว่าคนทั้งห้องกลับได้ยิน เพราะเพิ่งจะเข้านอนเท่านั้นเอง “ร้องออกมาซะ เอาให้พอใจ เอาให้สุดๆ ไปเลย จากนั้นก็ไม่ต้องร้องอีก เปลี่ยนเป็นคนใหม่ซะ”

                “ไม่มีชัชชัยคนใหม่แล้ว พี่สิน” ชัชชัยหันกลับมาหาเขา ด้วยความมืด ทำให้ทรัพย์สินมองไม่เห็นใบหน้าชัชชัย “ตอนนี้มีแต่ชัชชัยที่ชำรุดและไม่อาจซ่อมแซมได้ใหม่แล้ว มันพังไปหมดแล้ว”

                “ไม่เอาน่า” ทรัพย์สินพยายามปลอบ ภัทรทนไม่ไหว เขาเดินไปเปิดสวิทซ์ไฟในห้องนอนจนสว่างจ้า ทำเอาปราชญาบ่นออกมาว่าจะเปิดทำไม? คนจะหลับจะนอน

                “อย่างที่พี่สินว่านั่นแหละ ไอ้ชัย” ภัทรไม่ได้สนใจปราชญาแต่อย่างใดที่เขาบ่นออกมา “ร้องออกมาให้หมด ให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลยก็ได้ แล้วก็ฟื้นคืนกลับมาเป็นคนเดิม นะ”

                ชัชชัยได้ยินอย่างนั้น เขาก็โผเข้ากอดภัทรพร้อมกับปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น ชัชชัยร้องไห้ออกมาจนน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด ภัทรเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกอดเพื่อนสนิทเอาไว้

                “ดีแล้ว ร้องออกมาให้หมดน่ะดีแล้ว” ภัทรบอก “มันไม่เป็นไรหรอกที่คนเราจะร้องไห้ ไม่ได้หมายถึงเราอ่อนแอเสียหน่อย แต่มันเป็นหนทางหนึ่งที่จะเอาความทุกข์นี้ออกไปจากใจ”

                ชัชชัยร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใครทั้งนั้น เขาเสียใจอย่างหนัก ภัทรก็ได้แค่โอบกอดเพื่อนเอาไว้ แล้วก็บอก “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” เขาทำได้แค่นี้จริงๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ชัชชัยจะหายเศร้า

                แล้วคืนนั้นก็ผ่านพ้นไป พอรุ่งสางมาถึง ทรัพย์สินก็ตื่นขึ้นมาเป็นคนแรก เขาตรงเข้าไปแปรงฟันในห้องน้ำ แล้วจัดการอาบน้ำเสีย พอเปิดประตูออกมาก็เจอวาสุกรีที่จะเข้าห้องน้ำเหมือนกัน

                “อ้าว? น้องวา จะเข้าห้องน้ำก็เอาสิ” ทรัพย์สินที่นุ่งผ้าเช็ดตัวครึ่งท่อนบอกออกมา วาสุกรีก็พยักหน้าแล้วถือผ้าเช็ดตัวสีขาวของเขาเข้าไปในห้องน้ำ แล้วแต่ละคนก็เริ่มตื่นขึ้นมาแล้วก็ลงมืออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย ชัชชัยก็แปรงฟันอาบน้ำใหม่ด้วย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอีกชุด แล้วทุกคนก็เดินลงมาเพื่อจะรับประทานอาหารด้านล่าง

                มื้อเช้ายังมีอาหารหลากหลายเหมือนเคย บางชามก็เป็นแกงที่พวกพันธกรไม่รู้จัก วรรณสามาเตรียมทำอาหารพร้อมกับณปภาตั้งแต่ตีห้าเหมือนเคย และเธอก็ทำอาหารชนิดหนึ่งขึ้นมาด้วย เรียกว่าแกงป่า ณปภาเป็นคนสอนให้เธอทำ

                “นี่ สาทำเองนะ” เธอยื่นชามใส่แกงป่าให้พันธกรคนเดียว แต่กลับบอกว่า “ทุกคนลองชิมดูสิ”

                “จะชิมได้ไง ก็น้องสาเล่นเอาไปไว้ต่อหน้าน้องพันคนเดียว?” วาสุกรีกล่าวขึ้นมาแล้วก็ขำ ทำเอาวรรณสาหน้าแดงด้วยความเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะย้ายชามใส่แกงป่ามาไว้กลางโต๊ะ ให้ทุกคนได้กินกันทั่วถึง วาสุกรีตักแกงป่าไก่เข้าไปในปาก ก่อนจะพูดออกมา

                “โห เผ็ดเว้ย” วาสุกรีทำท่าเอามือโบกพัดปากตัวเอง “เผ็ดมากเลย น้องสาทำใช่ไหม? ใส่พริกหนักเกินไปหรือเปล่า?”

                “จริงหรือคะ?” วรรณสาเลยลองใช้ช้อนกลางที่ยังไม่ได้ใช้กับใครตักชิมดู แล้วก็เห็นด้วยกับวาสุกรี “อืม เผ็ดไปจริงๆ ด้วย ขอโทษนะคะ สามือหนักไปหน่อย”

                “ไหนลองกินดูสิ” พันธกรเลยลองตักแกงป่าไก่มากินบ้าง เอามาผสมกับข้าวแล้วก็เอาเข้าปาก “ไม่เห็นเผ็ดเลย อร่อยดีออก พี่วากินเผ็ดไม่เป็นมั้ง?”

                “ใช่สิ พี่กินของเผ็ดไม่ค่อยได้” วาสุกรีว่าออกมา ส่วนวรรณสา เธอดีใจที่พันธกรชอบอาหารของเธอ เธอเลยบอกให้เขากินเข้าไปเยอะๆ ปฏิคมที่สังเกตเห็นท่าทางของคนทั้งสองคน เขาก็เบือนหน้าหนีออกไป

                แล้วมื้อเช้าก็ผ่านพ้นไป วรรณสาไม่แน่ใจว่าวันนี้โรงเรียนจะเปิดหรือเปล่า? เพราะมีเรื่องเมื่อวานเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ แต่เธอก็ลองจะไปดู วาสุกรีกับทรัพย์สินก็จะไปเช่นกัน แต่ณปภากลับบอกออกมา

                “โรงเรียนปิดน่ะ” เธอบอก “คุณนนท์มาบอกน้าแล้วเมื่อกี้ มันอันตรายเกินไป ถ้าเกิดพวกมันกลับมาอีกละก็”

                “งั้นหรือครับ?” พันธกรถอนหายใจออกมา ก่อนจะตัดสินใจไปบ้านพสุดีกว่า เขาเดินออกจากบ้านของณปภาไปยังบ้านของพสุ ก็เห็นแม่ของพสุกำลังขายขนมไทยอยู่ พอเขาเดินเข้ามาหาเท่านั้นแหละ แม่ของพสุก็เขวี้ยงถาดเปล่าๆ ใส่พันธกรทันที เล่นเอาเขาถึงกับตกใจ

                “อะไรกันครับ!?” พันธกรงุนงง แม่ของพสุเลยหันไปหยิบไม้กวาดออกมา แล้วก็เอาตีใส่ศีรษะเขา ปัดไล่เขาเหมือนเขาเป็นแมลงวัน

                “ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าอะไรกัน!?” แม่ของพสุเอาไม้ทุบตีพันธกร “แกทำลูกฉันบาดเจ็บ ยังมีหน้ามาถามแบบนี้อีกเหรอ?”

                “แม่ แม่!!” พสุรีบวิ่งออกมานอกบ้าน เขามีผ้าพันแผลที่แขนอยู่ “แม่ พอเถอะ ไอ้พันไม่ผิด ถ้าจะผิดก็มาลงโทษที่ผม ผมอาสาออกไปเอง”

                “นี่ลูกยังจะไปปกป้องมันอีกเหรอ?” แม่ของพสุหันไปหาเขาแล้วก็กล่าว “มันชวนลูกให้เข้าร่วมสนามรบแล้วลูกก็บาดเจ็บแบบเนี้ย แล้วจะให้แม่ทนนิ่งเฉยได้เหรอ?”

                “ไม่ใช่ แม่” พสุเอ่ยขึ้นมา “ดินอาสาออกไปเอง ดินเป็นคนถือคันชักกับธนูออกไปเอง ไอ้พันไม่เกี่ยว อีกอย่าง มันก็ช่วยปกป้องอาณาเขตของพวกเรานะครับ แม่ใจเย็นๆ ก่อน”

                “ไม่เย็นแล้ว!” แม่ของพสุตวาดออกมาดังลั่น ทำเอาชาวบ้านแถวนั้นหันมามอง “พอกันซะที ดิน ตัดคนคนนี้ออกจากเพื่อนซะ!”

                “แม่!” พสุร้องลั่น “นี่เพื่อนผมนะ แม่!”

                “เพื่อนที่นำตัวลูกไปสู่หายนะ นี่หรือเพื่อน?” แม่ของพสุตะโกนออกมา ทำเอาพสุส่ายหน้า แล้วเขาก็ย้ำอีกรอบ

                “ก็ดินบอกแม่แล้วไง ว่าดินอาสาออกไปรบเอง แล้วที่ดินได้บาดแผลมา ไอ้พันไม่ได้เป็นคนทำ แต่ดินออกไปเสี่ยงเอง ความผิดไม่ใช่อยู่ที่ไอ้พัน”

                แต่แม่ของเขาก็ยังคงไล่พันธกรออกไปอยู่ดี พสุเลยดึงตัวพันธกรออกไปจากบ้านเลย ท่ามกลางเสียงของแม่พสุที่ร้องเรียกเขา แต่พสุก็ไม่หันกลับมาอีกแล้ว เขากับพันธกรออกเดินไปยังโรงเรียนในอาณาเขต ก็พบว่ามันปิดประตูอยู่

                “เฮ้อ!!” พสุถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “แม่นะแม่ ขนาดบอกขนาดนี้ยังไม่เข้าใจ”

                “ฉันเองก็เป็นส่วนหนึ่งเหมือนกันแหละ ที่ทำให้นายต้องเสี่ยงตาย” พันธกรบอก แต่พสุกลับขัดขึ้นมา

                “พูดอะไรอย่างนั้น? ฉันบอกแล้วไงว่าฉันอยากอาสาเป็นทหารเอง นายอย่าโทษตัวเองเลย” พสุพูดขึ้นพลางจับบ่าของพันธกรเอาไว้ “เออ อย่าไปสนใจแม่เลย ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือกันดีไหม?”

                “ก๋วยเตี๋ยวอะไรนะ?” พันธกรถามออกมาอีกครั้ง พสุเลยตอบว่าก๋วยเตี๋ยวเรือ เขาบอกว่ามันอร่อยมากที่สุดในอาณาเขตนี้แล้ว

                ทางด้านชัชชัย เขาเดินออกมาจากบ้านของณปภา และเดินไปยังสุสานฝังศพ เขาถือดอกไม้สีขาวดอกหนึ่งไว้ในมือด้วย ก่อนจะเดินเข้าไปยังที่ฝังศพของสุคนธา เขายืนต่อหน้าหลุมศพที่กลบร่างสุคนธาเอาไว้ แล้วเขาก็วางดอกไม้ลงบนหลุมศพของสุคนธา แล้วน้ำตาเขาก็ไหลออกมาหยดหนึ่ง

                “น้องธา” เขาพูดกับสิ่งไร้ตัวตน อากาศธาตุ “พี่สัญญา พี่จะล้างแค้นให้น้องธาเอง น้องธาไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะ พี่จะจัดการฆ่าพวกเอไอทุกตนเอง”

                แล้วจู่ๆ ก็มีสายลมพัดผ่านมาจากทางขวาไปทางซ้าย ลมพัดดอกไม้สีขาวที่วางบนหลุมฝังศพของสุคนธาออกไป ชัชชัยจึงก้มลงเก็บแล้วก็เอาดอกไม้มาวางไว้ที่เดิม 

                พี่ชัย...

                “หือ?” ชัชชัยหันไปมองรอบๆ เขาคิดว่าตัวเองได้ยินเสียงใครสักคนเรียกชื่อเขา แต่ในที่นั้นก็มีแต่เขาคนเดียว ท่ามกลางหลุมศพมากมาย ชัชชัยถอนหายใจออกมาและคิดว่าตัวเองคงหูฝาด ก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากบริเวณสุสาน

                ชัชชัยเดินกลับมาที่บ้านก็เจอภัทร ฝ่ายชัชชัยก็เลยถาม “อ้าว? นายไม่ไปเล่นบอลกับพี่เบิ้มแล้วเหรอ?”

                “ก็ว่าจะไปเนี่ย ตามหาแกอยู่ หาไม่เจอ” ภัทรบอกออกมา “แล้วแกไปไหนมา?”

                “ไปสุสานมาน่ะ ไปบอกน้องธา ว่าจะช่วยล้างแค้นให้เธอเอง” ชัชชัยว่าแล้วกำหมัดแน่น “ไอ้พวกเอไอ ไอ้พวกระยำ ฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่”

                “ใจเย็นๆ เว้ย” ภัทรถึงกับจับบ่าของชัชชัยเอาไว้ แต่ห้ามความโกรธแค้นในใจของชัชชัยไม่ได้ ฝ่ายชัชชัยบอกลาภัทร แล้วก็เดินกลับเข้าไปในบ้านเลย ภัทรมองตามหลังชัชชัยไป ก่อนจะถอนหายใจ

                ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ทั้งพสุและพันธกรก็มานั่งกินที่ร้านกันแล้ว ความจริงที่อาณาเขตของพันธกรก็มีก๋วยเตี๋ยวเรือขายเหมือนกัน แต่ร้านไม่ใหญ่เท่านี้ พอก๋วยเตี๋ยวมา พสุก็จัดการหยิบเกี๊ยวกรอบแล้วบิให้แตกก่อนจะโรยบนชามก๋วยเตี๋ยวของพันธกร

                “นี่ ต้องกินแบบนี้ถึงจะอร่อย” พสุกล่าวออกมายิ้มๆ แล้วก็ร้องโอดโอยออกมา พันธกรเลยถามว่าเป็นอะไร?

                “เจ็บแผลอ่ะดิ ระเบิดเมื่อคืนแม่งแรงจริงๆ” พสุบอกออกมา ทำเอาพันธกรรู้สึกผิดที่ดึงเพื่อนเข้ามาสู่อันตราย พสุที่เห็นสายตาของพันธกร เขาก็พูดดักขึ้นมาทันที

                “บอกแล้วไง อย่าโทษตัวเอง ฉันอาสาออกมาเอง” พสุว่าออกมา “มากินก๋วยเตี๋ยวให้อร่อยดีกว่า เออ นายเคยกินร้านนี้หรือยัง?”

                “ยังเลย นี่ครั้งแรก” พันธกรตอบตามจริงก่อนจะลองซดน้ำซุปดู เขาพบว่ามันอร่อยมาก ก็เลยกินเข้าไปเสียหมดจานภายในเวลาไม่ถึงห้านาที พสุที่เห็นเข้าก็หัวเราะออกมา

                “อร่อยเหรอ?” พสุถามพันธกรขึ้นมา พันธกรก็พยักหน้า

                “เออ อร่อยมาก” เขายอมรับ “ที่อาณาเขตแปดที่ฉันอยู่ ไม่ทำอร่อยเท่าอาณาเขตนี้เลย อาณาเขตนี้ดีจริงๆ นะ”

                “แหม ขอบคุณนะ” พสุเลยจะสั่งให้พันธกรอีกชาม แต่พันธกรบอกว่าพอแล้ว เขาอิ่มแล้ว พสุเลยบอกพนักงานร้านว่าไม่มีอะไร ก่อนจะบอกกับพันธกร

                “ศึกครั้งต่อไป ขอให้ฉันได้ออกร่วมรบด้วยเถอะ” พสุขอร้องพันธกรออกมา พันธกรดื่มน้ำเปล่าเข้าไป ก่อนจะวางแก้วแล้วก็ตอบ

                “นายยังไม่เข็ดอีกเหรอ? ได้บาดแผลมาขนาดนี้แล้ว” 

                “ไม่เข็ดเว้ย ฉันสนุก” พสุบอก “สนุกจริงๆ พอได้เห็นพวกแม่งตายไปทีละตน มันสะใจจริงๆ ไอ้พวกระยำที่มายึดครองโลกของเรา ถ้ามีโอกาส ฉันก็อยากจะฆ่ามันให้หมดทั้งโลกจริงๆ”

                “เป็นไปไม่ได้หรอก” พันธกรพูด แล้วเขาก็ดื่มน้ำเข้าไปอีก “เออ แกรู้ไหมว่าโรงเรียนจะเปิดอีกทีเมื่อไหร่?”

                ฝ่ายวรรณสา เธอก็อบคุกกี้เนยเพิ่งเสร็จ ก่อนจะถือไปเสิร์ฟให้กมลกับทวินนากินด้วย กมลกับทวินนาก็รับมาอย่างยินดี เธอเลยลองขึ้นไปชั้นสามบ้าง เพื่อจะไปหาอัมพรที่นอนอยู่ในห้องคนเดียว

                วรรณสาเคาะประตูก่อนจะบอกออกมา “ของว่างค่ะ” เธอถือถาดใส่คุกกี้พร้อมกับกาแฟเข้ามาในห้องของอัมพร อัมพรหันมามองเธอก่อนจะบอกขอบใจ

                “ขอบคุณมากนะ น้องสา กำลังหิวพอดีเลย”

                “แล้วทำไมเมื่อเช้าไม่ไปทานข้าวด้วยกันละคะ?” วรรณสาถามสิ่งที่เธอสงสัยมาตั้งแต่เช้าแล้ว อัมพรไม่ได้พูดอะไร เธอได้แต่ส่ายหน้าแล้วหยิบคุกกี้เนยขึ้นมากิน

                “ทุกคนก็ไม่ได้ว่าอะไรพี่แล้วนี่คะ” วรรณสาบอกออกมา “ทำไมพี่ยัง...”

                “พี่ไม่อยากมองหน้ายัยมล” อัมพรเคี้ยวคุกกี้ในปากก่อนจะบอกออกมา “หมั่นไส้มัน”

                วรรณสาถอนหายใจออกมา “พี่มลเองก็คงหายโกรธพี่แล้วนะคะ”

                “หายโกรธเหรอ? จำไม่ได้เหรอ? มันหาว่าพี่โยนระเบิดไปทางมันจนมันบาดเจ็บ” อัมพรว่าแล้วก็ส่ายหน้า “ทั้งชาตินี้ พี่ก็ไม่มีทางดีกับมันหรอก”

                วรรณสาไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอวางถาดใส่คุกกี้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็เดินออกไปจากห้องของอัมพร พอลงมาถึงด้านล่างก็เจอพันธกรพอดี เธอออกจะตกใจ แล้วถามว่าพันธกรไปไหนมา?

                “ไปบ้านไอ้ดินมา” พันธกรตอบตามจริง “แต่แม่มันเนี่ยสิ”

                “แม่เขาทำไมเหรอ?” วรรณสาถามอย่างอยากรู้ พันธกรก็เลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เมื่อวรรณสาได้ฟังแล้ว เธอก็ออกจะโมโหแทนพันธกร

                “ไร้เหตุผลสิ้นดี รู้ว่าลูกตัวเองเป็นคนอาสาออกไปเอง ยังมาโทษพันอีก ผู้ใหญ่อะไร?” วรรณสากล่าวขึ้นมาอย่างไม่พอใจ จนพันธกรต้องมองเธอ

                “สา...จริงจังไปหรือเปล่า?”

                “อ้อ!” วรรณสาเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ เธอเลยรีบเปลี่ยนหัวข้อการคุย “พันไปตลาดกับสาไหมล่ะ? ไปซื้อเนื้อกัน คุณน้าภาบอกให้ไปซื้อเนื้อมาทำอาหารเย็นนี้”

                “ก็ดีสิ” พันธกรบอกออกมาอย่างยินดี “แต่พันไม่กินอะไรแล้วนะ อิ่มแล้ว”

                “อิ่มแล้ว? พันไปกินอะไรมาเหรอ?” วรรณสาถามอย่างอยากรู้ พันธกรเลยตอบไปตามจริงว่าไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือกับพสุมา เมื่อวรรณสาได้ยินดังนั้น เธอก็บอก

                “วันหลัง พาสาไปด้วยสิ ถ้ามันอร่อยขนาดนั้น” เธอบอก พันธกรจึงพยักหน้า และบอกว่าสักวันจะพาวรรณสาไป วรรณสายิ้มออกมาอย่างยินดี ก่อนจะชวนเขาไปตลาด โดยมีปฏิคมที่เห็นทั้งคู่คุยกันอยู่แล้ว คอยสังเกตอยู่

                พอวรรณสากับพันธกรเดินออกไปจากตัวบ้าน ปฏิคมก็ส่ายหน้าก่อนจะพูดกับตัวเอง “ไอ้คม แกจะหักหลังเพื่อนไม่ได้นะเว้ย แกกล้าคิดแบบนี้ได้ไง?”

                เขาถอนหายใจออกมา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้านของณปภา แล้วก็เข้าไปในห้องนอนของพวกหนุ่มๆ แล้วก็เอนตัวลงนอนบนเตียงไป   

    คล้ายกับเรื่องDead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย ที่คุณอ่าน