ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 139 หอคอยเก้าธารา

    เวลาผ่านไปอีกสองวันทั้งสี่คนก็ได้เดินทางกลับมาถึงนิกายเมฆอนันต์ ภายในห้องโถงมีชายชรานั่งอยู่ล้อมรอบโต๊ะตัวใหญ่เกือบสิบคน ซึ่งแต่ละคนที่นั่งอยู่นั้นล้วนแต่มีสีหน้าเคร่งเครียด บางคนก็หันไปซุบซิบกับคนด้านข้าง ส่วนบางคนก็โต้เถียงออกมาจนเสียงดังราวกลับว่ากำลังปรึกษาอะไรกันอยู่


    ส่วนทางด้านเทียนฉินและตาเฒ่าหม่า ก็ได้แยกตัวออกมานั่งอยู่รอบนอกไม่ได้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย มีเพียงหยางชิงเว่ยเท่านั้นที่เป็นผู้ต่อรองผลประโยชน์ให้เขา โดยไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนปรนแม้แต่น้อย


    เพียงไม่นานการปรึกษาร่วมกันของทุกคนก็ได้บทสรุป อวิ๋นต้าโหวก็หันมาทางหยางชิงเว่ยพร้อมกลับกล่าวออกมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ในเมื่อคิดจะมอบสมบัติอย่างอื่นให้ หยางชิงเว่ยก็ได้แต่อ้างว่าที่นิกายของเขาก็ไม่ได้ขาดแคลนเหมือนกัน จึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนยินยอมตามข้อตกลงของเขา


    "เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น พวกเราทุกคนได้มีความเห็นว่าจะร่วมกันเปิดค่ายกล เพื่อให้ศิษย์ของประมุขหยางได้มีโอกาส เข้าไปยังหอคอยเก้าธาราของทางนิกายเมฆอนันต์ ประมุขหยางมีความเห็นว่าอย่างไร!"


    "หอคอยคอยเก้าธาราอย่างนั้นรึ?"


    หยางชิงเว่ยยกมือขึ้นลูบคางของตนเองพรางครุ่นคิดอยู่ในใจ อันที่จริงเขาก็เคยได้ยินมาบ้างแล้วว่า แต่ละนิกายนั้นล้วนแล้วแต่มีสถานที่สำคัญ ที่จะเอาไว้ให้ศิษย์ในนิกายของตนเองได้ฝึกฝน อย่างที่นิกายเพลิงอัคคีก็จะมีหอคอยปฐมอัคคีอยู่ ซึ่งหอคอยเก้าธารานี้ก็ไม่ได้แตกต่างกันแต่อย่างไร จึงคิดว่าน่าจะเป็นโอกาศอันดีสำหรับศิษย์ของเขาเอง ที่จะได้รับโชควาสนาบางอย่างภายในหอคอยนี้ จึงตอบปากรับคำไปในทันที


    "ตกลงเอาตามที่ประมุขอวิ๋นกล่าวมาก็แล้วกัน แต่ว่าพวกท่านจะเปิดค่ายกลให้ศิษย์ของข้าได้เข้าไปในหอคอยได้เมื่อไหร่กัน?"


    "ข้าขอเวลาเตรียมการอีกสามวัน ตอนนี้ก็รบกวนให้ประมุขหยางกับลูกศิษย์ พักผ่อนอยู่ที่นิกายเมฆอนันต์ไปเสียก่อน หากพวกข้าเตรียมการเสร็จเรียบร้อยจะให้คนรีบไปตามพวกเจ้าทันที!"อวิ๋นต้าโหวกล่าวออกมาพร้อมกับพยักหน้าให้กับผู้อาวุโสท่านหนึ่ง นำพาพวกเขาทั้งสามคนไปยังบ้านพักรับรองเพื่อผักผ่อนกันเสียก่อน


    และเมื่อเดินมาได้ระยะหนึ่ง พวกเขาทั้งสามก็ได้เดินมาถึงบ้านพัก ซึ่งภายในกว้างขวางใหญ่โตเพียงพอให้เขาทั้งสามคนได้พักผ่อนกันอย่างสบาย จากนั้นอาวุโสที่มาเดินมาส่งก็ขอตัวลาไปทำหน้าที่ของตนต่อไป ปล่อยให้พวกเขาทั้งสามคนเลือกห้องพักกันเองตามใจชอบ


    "เจ้าคงได้ยินเรื่องที่อาจารย์ได้คุยกับทางนั้นแล้วใช่มั้ย?"เมื่อเข้ามาได้ในหยางชิงเว่ยจึงเริ่มเอ่ยปากถามเทียนฉินทันที


    "ศิษย์ได้ยินทั้งหมดแล้วอาจารย์ เพียงแต่ศิษย์อยากรู้ว่าหอคอยเก้าธาราของนิกายเมฆอนันต์นั้น มันแตกต่างกับหอคอยปฐมอัคคีของนิกายเราหรือเปล่า?"เทียนฉินถามกลับไปอย่างใคร่รู้


    "เรื่องรายละเอียดภายในหอคอยเก้าธาราอาจารย์ก็ไม่อาจทราบแน่ชัดได้ เพียงแต่หอคอยนี้ล้วนเก่าแก่ไม่ต่างไปจากหอคอยปฐมอัคคีของนิกายเราแน่ อีกทั้งเท่าที่อาจารย์เคยได้ยินมา ผู้ที่จะมีสิทธิ์เข้าไปด้านในได้นั้น จะต้องเป็นศิษย์ที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก มิฉะนั้นทางนิกายจะไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในเด็ดขาด เพราะขั้นตอนในการเปิดค่ายกลของที่นี่ ล้วนแล้วแต่สิ้นเปลืองพลังงานและทรัพยากรอย่างมาก!"


    "ครั้งนี้จึงถือได้ว่านิกายเมฆอนันต์แสดงความจริงใจออกมาถึงที่สุดแล้วจริงๆ!"หยางชิงเว่ยเอ่ยตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความสุข


    "อ่า!" เทียนฉินได้ยินก็ทำสีหน้าตกตะลึงอย่างคาดไม่ถึง ที่ทางนิกายเมฆอนันต์จะยอมให้ตนเองเสียเปรียบได้ขนาดนี้ จึงเอ่ยถามกลับไปอย่างสงสัย


    "ท่านอาจารย์! แล้วทำไมทางนิกายเมฆอนันต์จึงยอมให้ศิษย์เข้าไปได้ง่ายๆเช่นนี้กัน?


    "ฮ่าๆ! เรื่องนั้นเป็นเพราะว่าอาจารย์ของเจ้าได้ประสบผลสำเร็จในการเลื่อนระดับนะสิ ไม่อย่างนั้นพวกมันจะยอมเสียเปรียบขนาดนี้หรือ!"


    หยางชิงเว่ยหัวเราะออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะคลายความสงสัยให้กับเทียนฉินได้เข้าใจ เพราะระดับหลุดพ้นนั้นเป็นระดับที่ทางนิกายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแคว้นไหนก็ตาม ล้วนข้ามผ่านได้อย่างยากเย็นนัก 


    เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมหรือจากทรัพยากรต่างๆ ทำให้หากนิกายใดมีผู้ที่มีระดับหลุดพ้นเพิ่มขึ้นมาได้ จะทำให้นิกายนั้นได้รับความยำเกรงเป็นอย่างมาก อีกทั้งทางนิกายเพลิงอัคคีก็ยังมีบรรพบุรุษที่มีระดับหลุดพ้นอยู่ด้วยไม่ต่างจากนิกายเมฆอนันต์ จึงทำให้ทางเทียนฉินได้รับผลประโยชน์อย่างคาดไม่ถึงเช่นนี้


    "อ่า! เรื่องเป็นอย่างนี้นี่เอง!"เทียนฉินพึมพำออกมาอย่างเข้าใจ


    "ในช่วงสามวันนี้เจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมเถอะ! ไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะได้รับโชควาสนาเหมือนกับครั้งที่เจ้าได้ค้นพบชั้นที่สิบของหอคอยปฐมอัคคีก็เป็นได้!"หยางชิงเว่ยมองเทียนฉินด้วยรอยยิ้ม ราวกลับกำลังคาดหวังอะไรบางอย่างจากตัวเขาอยู่


    "แสดงว่าหอคอยแห่งนี้ก็มีเก้าชั้นเหมือนกันอย่างนั้นหรือท่านอาจารย์?"เทียนฉินถามขึ้นมาอีกครั้ง


    "เจ้าเข้าใจไม่ผิดหรอก หอคอยที่อยู่ตามนิกายต่างๆนั้น ส่วนมากแล้วจะมีอยู่ด้วยกันเก้าชั้น แล้วที่อาจารย์ได้สืบทราบมา หอคอยพวกนี้ราวกลับว่าถูกสร้างขึ้นมาในยุคสมัยเดียวกัน เพื่อคอยสอดส่องดูแลป้องกันผืนแผ่นดินนี้ไว้ โดยที่พวกเราก็ไม่อาจจะรู้ถึงตัวตนผู้สร้างนั้นได้อย่างแน่ชัด"หยางชิงเว่ยบอกกล่าวสิ่งที่ตนเองรู้ออกมาอย่างไม่ปิดบัง


    "หรือจะเป็นจักรพรรดิฮงกวงกับเหล่าผู้พิทักษ์ที่สร้างหอคอยพวกนี้ขึ้นมากัน!"เทียนฉินนึกถึงตอนที่ตนเองได้เข้าไปทดสอบในหอคอยปฐมอัคคี ก็อดที่จะพึมพำออกมาไม่ได้


    หยางชิงเว่ยที่ได้ยินก็หันมาหรี่ตามอง แต่ก็ไม่ได้คิดจะทักท้วงอะไร เพียงแค่ตบไหล่เทียนฉินเบาๆก่อนจะเตรียมตัวเดินเข้าห้องพักห้องหนึ่ง


    "เอ่อ! ท่านอาจารย์ ศิษย์ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่จำเป็นต้องบอกให้อาจารย์ได้รู้ก่อน!"


    เทียนฉินทำท่าลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นผลึกชิ้นหนึ่งให้กับหยางชิงเว่ยได้ตรวจสอบ พร้อมกับเล่าเรื่องราวของลัทธิอีกาดำ ที่เขาได้ประสบพบเจอมารวมถึงปีศาจตนนั้นที่ชื่อถัวหล่า ที่เขาได้พบเจอภายในสุสานให้หยางชิงเว่ยได้ฟังอย่างละเอียดอีกด้วย


    หลังจากที่ได้ตรวจดูแผนที่ในผลึกสีดำที่เทียนฉินยื่นมาให้แล้ว หยางชิงเว่ยก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที จากนั้นจึงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะถ้าหากสิ่งที่เทียนฉินได้มา คือตำแหน่งที่หลบซ่อนตัวของลัทธิอีกาดำทั้งหมดแล้วละก็ ครั้งนี้อาจจะเป็นการถอนรากถอนของพวกนอกรีตให้หมดไปได้อีกลัทธิหนึ่งอย่างแน่นอน


    "เรื่องลัทธิอีกาดำเจ้าไม่ต้องยุ่งเกี่ยวอีกแล้ว อาจารย์กับคนของนิกายต่างๆจะเป็นคนจัดการต่อให้เอง!"


    "แต่ส่วนเรื่องปีศาจที่ชื่อถัวหล่านั้น อาจารย์จำเป็นต้องปรึกษาหารือกับผู้รับผิดชอบคนอื่นอย่างรอบคอบอีกครั้ง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดฝันได้เลยว่า ปีศาจตนนั้นจะใช้วิธีการอะไรเพื่อหลอกล่อพวกเราหรือเปล่า อีกทั้งพวกเรายังไม่รู้แน่ชัดว่าปีศาจตนนี้มีพลังถึงระดับไหนกันแน่!"


    หยางชิงเว่ยเอ่ยออกมาพร้อมกับสีหน้าที่เคร่งเครียด เพราะหากปีศาจตนนั้นถูกกักขังมาจนป่านนี้แล้วยังไม่ตาย มันจะต้องมีพลังที่พวกเขาไม่อาจจะกำจัดกันเองได้อย่างแน่นอน มิหนำซ้ำหากพวกเขาจัดการได้ไม่ดี อาจจะกลับกลายเป็นว่าพวกเขาเองทำให้ปีศาจตนนั้นหลุดออกมาจากที่คุมขัง ซึ่งนั่นจะถือว่าเป็นภัยร้ายแรงที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายต่อโลกใบนี้อย่างแน่นอน


    หลังจากพูดคุยกันอีกไม่กี่ประโยค หยางชิงเว่ยจึงให้เทียนฉินกับตาเฒ่าหม่าไปพักเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมเสียก่อน ไว้เมื่อเขาได้กลับออกมาจากหอคอยเก้าธาราเมื่อไหร่ ค่อยมาคุยถึงเรื่องนั้นกันอีกที ซึ่งเทียนฉินก็ยอมทำตามอย่าว่าง่าย เดินเข้าไปห้องว่างห้องหนึ่งจากนั้นจึงเริ่มอนุมานเคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์ต่อทันที


    เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงวันที่สาม ทางด้านอวิ๋นต้าโหวตอนนี้ก็ได้มายืนอยู่หน้าค่ายกล เพื่อเตรียมการเปิดหอคอยเก้าธาราอย่างเร่งด่วน ด้านข้างเขามีอาวุโสอีกห้าคนช่วยกับขับเคลื่อนพลังปราณ ถ่ายโอนเข้าสู่ค่ายกลกันอย่างขะมักเขม้น 


    ในไม่ช้าระลอกคลื่นผนึกสังหารที่ป้องกันหอคอยเก้าธาราก็ได้สลายหายไป จนมองเห็นหอคอยสีฟ้าครามตั้งตระหง่านอยู่ด้านใน กลิ่นอายที่เล็ดรอดออกมาจากหอค

    อยนั้น สัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่โบราณ



    จบตอนที่ 139

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกเทพ god training system ที่คุณอ่าน