หลัวหยางครุ่นคิด
คำพูดของระบบมีน้ำหนักมาก เขาไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็คนดีหรือชั่วร้าย เพียงแค่ว่าอีกฝ่ายมีโชคชะตาระดับแปดก็เพียงพอแล้วที่ระบบจะ้าให้สังหารและกลืนกินมัน เพราะในเส้นทางของหลัวหยาง โชคชะตานั้นมีไว้เพื่อกลืนกิน ไม่ใช่เพื่อเชิดชู
ขณะที่ชายหนุ่มผู้ปรากฏตัวในชุดดำสนิทนั้นนั่งเงียบๆ มองเหล้าในมือราวกับกำลังตรึกตรองบางสิ่ง
เมื่อเ้าของร้านยกกับแกล้มมาให้ ตัวของมันก็เพียงพยักหน้าขอบคุณเบาๆ แล้วก็ไม่ได้พูดสิ่งใดเพิ่มเติม
เหล่าผู้คนรอบด้านมองเขาด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด
พวกเขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ชายผู้นี้จึงดูไม่ธรรมดา ราวกับทุกฝีก้าว ทุกการเคลื่อนไหวแม้เพียงช้าๆนั้น กลับดูคล้ายมีเจตจำนงแฝงอยู่ภายใน เส้นทางแห่งโชคชะตาเหมือนจะบิดเบี้ยวเพราะการมีอยู่ของชายหนุ่มคนนี้
หลัวหยางพ่นลมหายใจก่อนจะยกจอกเหล้าขึ้นจิบ สายตาจ้องไปยังเป้าหมายราวกับนักล่าที่กำลังรอจังหวะงาม
เขาไม่เร่งร้อน ไม่ก่อศัตรูอย่างเปิดเผย แต่วางแผนอยู่ในใจเงียบๆเพื่อรอเวลาที่เหมาะสม
พลังของคนผู้นี้นั้นแม้จะสูงกว่าตนเองมาก แล้วเมื่อมีจิติญญาของปรมาจารย์อยู่เื้ั ย่อมไม่สามารถประมาทได้
ยิ่งท่านอาจารย์ระบบกล่าวว่าฝ่ายตรงข้ามมีศักยภาพระดับสูงด้วยแล้ว นั่นหมายถึงอีกฝ่ายอาจกลายเป็ศัตรูอันตรายที่สุดในภายภาคหน้า
หากไม่กำจัดตอนนี้
จะยิ่งยุ่งยากเกินควบคุม
ขณะเดียวกันหลัวหยางยังคงนั่งคีบเนื้อเข้าปาก ความรู้สึกวาบหนึ่งไหลผ่านกลางอก ก่อนจะเอ่ยถามออกมาในใจอย่างใคร่รู้
“ท่านอาจารย์ระบบ.. ข้ารู้แล้วว่าเ้านั่นมีจิติญญาของปรมาจารย์สิงสู่อยู่ภายในแหวน”
“แต่ว่าจิติญญาของปรมาจารย์ผู้นั้นแข็งแกร่งเพียงใดกันแน่?”
ระบบสังหารโชคชะตาเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง เสมือนกำลังรวบรวมข้อมูลอันลึกล้ำ ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมกว่าครั้งไหนๆ
【เศษเสี้ยวของผู้บำเพ็ญเพียรระดับจักรพรรดิฟ้าดิน อีกเพียงก้าวเดียวก็จะบรรลุเป็ระดับกึ่งบรรพเซียน】
【หมายความว่านี่คืออดีตผู้แข็งแกร่งในโลกเบื้องล่าง เรียกได้ว่าแข็งแกร่งจนถึงขีดจำกัดของโลกเบื้องล่างแห่งนี้เลยละ】
หลัวหยางเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ต้องลอบใอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ
ถึงแม้ว่าใบหน้าจะยังคงสงบนิ่งดั่งเดิม ทว่าในดวงตากลับเปล่งแสงวาบออกมาเป็เสี้ยววินาที
ก่อนจะรีบเอ่ยถามต่อด้วยความสงสัยและหวังรู้ถึงความลี้ลับที่ถูกปิดบังไว้
“ระดับจักรพรรดิฟ้าดิน.. แล้วระดับการบำเพ็ญเพียรทั้งหมดล่ะ..”
“ท่านอาจารย์ ท่านพอจะอธิบายถึงความยิ่งใหญ่ของมันได้หรือไม่?”
ระบบเงียบไปอีกรอบ แต่คราวนี้กลับรู้สึกถึงอารมณ์บางอย่างของมันที่ประหนึ่งว่ากำลังครุ่นคิดอย่างรอบคอบ
เสียงถอนหายใจของมันดังก้องในห้วงจิตก่อนจะกล่าวอย่างอ่อนใจ
【เอาล่ะๆ เ้าเด็กบ้า งั้นข้าจะอธิบายให้ฟังละกัน】
【ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ หรือกระทั่งในมหาสมุทรแห่งจักรวาลอันกว้างใหญ่ไร้จุดสิ้นสุด มีชื่อเรียกระดับขั้นการบ่มเพาะมากมายหลากหลายแบบ แต่ในจักรวาลแห่งนี้นั้นจะถูกแบ่งออกเป็สิบเจ็ดขั้นใหญ่ที่เป็พื้นฐานแห่งหนทางสู่ความเป็ะ】
【ขั้นแรกคือระดับหลอมกายา ตามด้วยระดับเปิดห้วงจิติญญา ระดับตำหนักิญญา ระดับประกาศวิถีเทพ ระดับจำแลงเทพญาณ ระดับกำเนิดเทพแท้ ระดับเทพ์ ระดับราชันย์เทพ ระดับเทพเทวะ ระดับะฟ้าดิน ระดับจักรราชอมตเทพ】
【แล้วก็ระดับจักรพรรดิฟ้าดิน ซึ่งถือว่าเป็ขีดจำกัดสูงสุดของโลกเบื้องล่างแห่งนี้】
【และหลังจากนั้น ยังมีระดับที่สูงส่งยิ่งกว่านี้อีก แต่เ้าไม่จำเป็ต้องรู้ในตอนนี้】
【เพราะมันยังคงห่างไกลเกินไปยิ่งกว่าผืนฟ้าและพิภพ เป็เส้นทางของบรรพชนระดับสูงที่แม้แต่เงาก็ยังไม่อาจพบเจอ】
【สำหรับจิติญญาที่สถิตอยู่ในแหวนมิติของเ้าเด็กโชคชะตาระดับแปดผู้นั้น เป็ถึงระดับจักรพรรดิฟ้าดิน】
【ตัวตนที่สามารถพลิก์ทลายพิภพเพียงชั่วอึดใจเดียว หนึ่งฝ่ามือสามารถเปลี่ยนแปลงกฎ์ หนึ่งฝ่ามือสามารถหยุดยั้งวัฏจักรแห่งกาลเวลา เพียงแค่ความตั้งใจหนึ่ง ความว่างเปล่าก็จะปั่นป่วน ท้องฟ้าอาจถล่ม ผืนดินอาจล่มสลาย】
หลัวหยางเงียบงัน เขาเพียงแต่คีบเนื้อเข้าปากอีกครั้งอย่างเนิบช้า ทว่าในห้วงความคิดกลับกำลังวางแผนอย่างเงียบเชียบ
ตัวของเขารู้ดีว่าหากลงมือพลาดแม้แต่นิด ผลลัพธ์อาจหมายถึงความตายของตนเอง
แต่ก็ยิ่งเพิ่มความกระหายในโชคชะตานั้นมากยิ่งขึ้น ราวกับล่อลวงให้เขายิ่งอยากจะกลืนกินมันยิ่งกว่าเดิม
ขณะที่โต๊ะอีกด้านหนึ่งของโรงเตี๊ยม หลงเซียวเหยา ชายหนุ่มในชุดดำผู้มีโชคชะตาระดับแปด กำลังจิบเหล้าช้าๆ ท่ามกลางกลิ่นไอแห่งความเงียบและสายตาที่คอยจับจ้องอย่างระมัดระวัง เขาเองก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงเอ่ยถามออกมาในใจ
“ท่านอาจารย์เหยา..”
“ท่านเป็อะไรไปหรือ?”
“ั้แ่ข้าเข้ามาในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ท่านก็เงียบไปในทันทีเลยนะ”
คำถามนั้นดังขึ้น ก่อนที่เสียงของชายชราผู้หนึ่งจะดังออกมาอย่างหนักแน่นและมั่นคงในห้วงจิตของหลงเซียวเหยา
น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“ััได้ถึงกลิ่นอายแปลกๆ แต่ไม่รู้ว่ามาจากที่ไหน”
“กลิ่นอายและรัศมีนี้อันตรายมาก มากซะจนข้าที่เป็เพียงจิติญญายังต้องขนลุกซู่!”
“มันราวกับว่าทั้งข้าและเ้ากำลังถูกจับจ้องมองโดยตัวตนที่ยิ่งใหญ่มากคนนึง.. ไม่สิ อาจจะยิ่งใหญ่กว่าข้าตอนยังมีชีวิตด้วยซ้ำ!”
คำพูดของอาจารย์เหยาทำให้ตัวของหลงเซียวเหยารู้สึกสั่นสะท้านอยู่ภายใน
แม้จะพยายามสงบสติอารมณ์ แต่ดวงตากลับสั่นไหวโดยไม่อาจควบคุม กวาดสายตาไปรอบๆอย่างเงียบๆ พลางพยายามตรวจสอบพลังปราณของทุกคนที่อยู่ในโรงเตี๊ยม ทว่าก็ไม่พบสิ่งใดที่ผิดแปลกเลยซักนิดเดียว
ทุกคนดูปกติ ไม่มีใครมีระดับพลังปราณสูงอย่างที่อาจารย์เหยากล่าวไว้
“คิดมากไปแล้วกระมัง?”
“ท่านอาจารย์ ในเมืองจงหนานแห่งนี้ ไม่สิ.. ในเทียนิทั้งแคว้นหรือโลกเบื้องล่างแห่งนี้.. มันจะมีใครเทียบเคียงกับท่านได้?”
“ท่านเป็ถึงจักรพรรดิฟ้าดินผู้ยิ่งใหญ่ หนึ่งฝ่ามือพลิกผืนฟ้า หนึ่งฝ่ามือสยบทุกสรรพสิ่ง ท่านเป็ถึงยอดฝีมือเบื้องล่างผู้ยิ่งใหญ่!”
“ใครมันจะกล้าลงมือกับข้าหลงเซียวเหยากันเล่า? ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เสียงหัวเราะของหลงเซียวเหยาดังขึ้นอยู่ภายในใจ แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันเหนือประมานอย่างชัดเจน ทว่าอาจารย์เหยาที่สถิตอยู่ในแหวนกลับไม่ได้หัวเราะตามกลับไปเลยซักเล็กน้อย มีเพียงแต่ความเงียบที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปีแทนที่
เสียงถอนหายใจของเขาดังแ่เบาในห้วงจิต ราวกับ้าจะพูดบางสิ่ง แต่ก็เลือกที่จะเงียบแทน ทำได้เพียงครุ่นคิดอยู่ในใจก็เท่านั้น
“เหนือฟ้ายังมีฟ้า.. เ้าอย่ามั่นใจให้มากนักเซียวเหยา!”
“ชะตาชีวิตย่อมไม่มีอะไรแน่นอน กระทั่งข้าที่เป็ถึงจักรพรรดิฟ้าดิน ยังต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้!”