TREE WORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 21
การประลองนอกรอบกับกฎข้อเดียวที่มิอาจละเมิด(1)
ดุ้นกำปั้นหัวตันที่อัดใส่ฟาลโก้ถูกโหมด้วยเพลิงโทสะความรุนแรงไม่ต่างจากเอาค้อนไปทุบหิน ถึงมีความแรงแต่ไม่มีความเร็ว หมัดนกกระจอกกินน้ำแค่นี้แท้จริงฟาลโก้โยกตัวหลบครึ่งก้าวก็พ้นแล้ว แต่เขากลับแบกหน้ารับไว้อย่างจงใจ
เพื่อบรรลุจุดประสงค์ตามแผน ‘หาเื่ก่อนลงมือทีหลัง’
ยิ่งให้สมบทบาทฟาลโก้ปล่อยตัวลอยกระเด็นตามแรงโดยไม่คิดต่อต้าน แต่มันกลับไม่คิดว่าหมัดของจอสส์จะแรงขนาดทำให้สติสัมปชัญญะขาดหายได้ชั่วขณะร่างมันปลิวลิ่วคว้างไปโดยไม่ต้องเสแสร้ง ก่อนตกลงกระแทกกับกลุ่มม้านั่งตัวยาวจนทั้งหมดแตกแถวระเนระนาด
การ์เซียเฝ้าดูเหตุการณ์มาตลอดแต่ใช่ว่าจะห้ามอะไรทันได้แต่ยกมือแตะริมฝีปากตัวเอง
การวิวาทได้เกิดขึ้นแล้วอย่างโหดร้าย!
“หึๆ...ลงมือจนได้นะ ไอ้หนู” ฟาลโก้เรียกคืนสติมา ส่งเสียงจากกองม้านั่งแล้วก็มีลิ่มเืค่อยไหลจากมุมปาก
หลังปลดปล่อยความบ้าคลั่งจอสส์ยืนแข็งค้างราวรูปปั้นหลายวินาที พอเริ่มควบคุมสติได้ ค่อยคลายกำปั้นที่เกร็งค้างออกเป็ฝ่ามือและได้แต่โทษตัวเองที่โง่เง่าหลงกลคนอื่นอีกแล้ว
ฟิวท์ที่ล้มคว่ำล้มหงายเมื่อครู่ตามมาสมทบพบว่าการวิวาทได้เริ่มขึ้นแล้วอย่างแท้จริง เขาเร่งโดดขวางหน้าทันที้ายุติเื่ทั้งหมดไม่ให้มันลุกลามใหญ่โตไปมากกว่านี้ เขาย่อมรู้ดีว่าการลงมือเปิดบัญชีหนี้แค้นกับคนของสำนักบูเทนโดชิอาจต้องจ่ายค่าเสียหายด้วยชีวิต
ดังนั้นสิ่งแรกที่เขาคิดออกและกระทำทันทีคือการแสดงความรับผิดชอบยินยอมรับการลงโทษจากฟาลโก้แทนจอสส์ โดยไม่สนว่าต่อไปนี้อะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเอง
แต่ฟิวท์คาดไม่ถึงว่า...จอสส์กลับเดินแต้มรุกไปข้างหน้า
“ไหนๆก็ต่อยมันไปแล้วฉันขอวัดกับมันตัวต่อตัว นายไม่ต้องมายุ่ง” จอสส์บอกกับพี่ชายจอมแหยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเกินวัย
“รู้ผลแล้วจะได้รีบกลับบ้าน”
ฟิวท์ค่อยฉุกคิดว่าถึงจะห้ามจอสส์ไม่ให้วิวาทต่อได้ และยินดีจ่ายค่าเสียหายให้ฝ่ายตรงข้ามโดยการให้มันต่อยคืนแต่อีกฝ่ายคงไม่ลามือโดยง่าย นักเลงใหญ่อย่างฟาลโก้คงไม่ได้หยุดแค่การกระทืบคนสองคนแน่นอนว่ามันต้องหาวิธีเร่งเชื้อไฟ สร้างเื่ราวให้ใหญ่โตยืดเยื้อบานปลายมาคิดดูอีกที จุดประสงค์ของมันคือ้ามีเื่ เป็ไปไม่ได้ที่มันจะหยุดแค่ตรงนั้น...
‘ก็ดีเหมือนกัน ซัดกันให้เต็มที่ซะตอนนี้ ไม่ต้องเสียเวลารอให้ถึงรอบประลองบนเวทีวิวาทกันนอกสังเวียนนี่แหละ ระดับต่างกันขนาดนั้นอย่างมากไม่ถึงสองนาทีก็จบแล้วไม่ว่าแพ้หรือชนะ อย่างน้อยจอสส์ก็รับปากว่าจะรีบกลับบ้าน’ฟิวท์คาดคำนวณ จึงยอมให้จอสส์ไปต่ออีกนิด
จอสส์หันมองลูซี่ที่เพิ่งลุกขึ้นยืนเห็นว่าเธอยิ่งซึมลงไปหลังจากที่โดนฟาลโก้ตบหน้าเขาคิดว่ายังไงก็ต้องสะสางเื่นี้
ฟิ้ว...เสียงวัตถุฝ่าอากาศ วิถีของมันคือการโจมตี
เป็ฟาลโก้ถีบม้านั่งตัวหนึ่งลอยไปทางจอสส์ก่อนดีดตัวเองลุกขึ้นยืนด้วยปลายเท้าแล้วพุ่งติดตามไปอย่างต่อเนื่องด้วยความรวดเร็วที่เท่าเทียมกัน ในหัวไม่คิดอะไรแล้ว นอกจากขอแค่ ‘อัดมันๆๆให้เละ’
ให้สมกับที่มันกล้ามาตอแยลูซี่
แค่ก้มหัวหลบม้านั่งก็ลอยพ้นตัวที่ต้องตั้งรับคือกำปั้นของฟาลโก้ ไม่ใช่ม้านั่งที่ไร้ชีวิตแต่ระยะที่คู่ต่อสู้โถมตัวมากระชั้นชิดจนจอสส์ได้แค่ประสานมือเป็รูปกากบาทรับไว้โดยไม่ทันได้ใช้ไม้ตายป้องกันตัว
แรงปะทะส่งผลให้ถอยร่นไปหลายก้าวจนจอสส์เกือบเทเสียหลัก
ก้าวแรกรุกด้วยม้านั่งฟาลโก้ประสานการโจมตีตามติดด้วยกำปั้นซ้ายขวารัวถี่ยับไม่เปิดช่องว่างให้ตั้งหลักตอนนี้เขาเป็ฝ่ายรุกฝ่ายเดียว อีกฝ่ายไม่มีจังหวะหายใจ ได้แต่ฟุตเวิร์คหลบบ้าง ตั้งรับได้บ้างไม่ได้บ้างมีแต่จะถอยร่นและถอยร่น
จอสส์ที่ถนัดแต่การเป็ฝ่ายรุกไม่ชำนาญการตั้งรับ เรียกได้ว่าเป็นักสู้จำพวกถอยหลังหกล้มและไม่อาจก้าวเท้าไปข้างหลังได้อีกแล้ว เพราะรู้ว่าน้ำหนักหมัดของฟาลโก้ที่ไล่ทุบมาแต่ละหมัดขนาดยังไม่ได้ใช้กระบวนท่าหรือวิชาของสำนักบูเทนโดชิยังรู้สึกตึงมือยิ่งนักและคอยทำลายจังหวะเป็อย่างมากขนาดไม่ให้สองเท้าได้หลักตั้งมั่น หากถอยอีกก้าวเดียวจะเสียการทรงตัวอย่างแน่นอนขอเพียงปักหลักแลกหมัดไม่ก้าวถอยหลังอีกก็ยังมีโอกาสสวนกลับ ตอนนี้ได้แต่กัดฟันตั้งรับรอจังหวะคู่ต่อสู้ออกอาวุธผิดพลาด ซึ่งอาจไม่ใช่เื่ที่เกิดขึ้นได้ง่ายกับนักสู้ระดับแชมป์เปี้ยนอย่างมัน
ฟาลโก้ที่รูปร่างสูงใหญ่กว่าเกือบเป็สองเท่าของจอสส์แค่ะโลอยตัวเหวี่ยงหมัดมาจากมุมสูงก็เหมือนกำปั้นั์ตกลงมาจากฟากฟ้าจอสส์ประสานมือเป็กากบาทรับไว้อีกครา ครั้งนี้หนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งแรกแรงปะทะส่งผลให้เสียหลักจนไม่อาจควบคุม ทั้งร่างหมุนคว้างกลางอากาศ ลำตัวหมุนกลับหัวลงครึ่งรอบปลายผมทิ่มพื้นปลายเท้าชี้ฟ้า
ฟาลโก้เห็นเป็จังหวะในการเผด็จศึกโยนเข่าในท่า ขุนเขาลอยฟ้าเข้ากลางหลังคู่ต่อสู้
แต่นี่คือสิ่งที่เขาไม่คาดคิดว่าเป็การออกอาวุธที่ผิดพลาดและมันคือสิ่งที่จอสส์กำลังกัดฟันรอคอย
เพราะการกลับตัวหัวทิ่มพื้นเท้าชี้ฟ้าเป็การเข้าทางวายุสลาตันอย่างที่สุดมันเปิดโอกาสให้จอสส์ได้ใช้ไม้ตายสวนกลับ
สองขาเล็กจ้อยที่ลอยคว้างกลางอากาศไร้การทรงตัวพลันแปรเปลี่ยนเป็พายุหมุนอย่างน่าทึ่ง
ชั่วพริบตาฝ่าเท้าข้างหนึ่งฟาดใส่ก้านคอฟาลโก้อีกข้างหนึ่งฟาดเข้าเต็มใบหน้าถึงไม่รุนแรงเท่าหมัดแรกแต่ก็ทำให้ขุนเขาเข่าทรุดลงเพราะกำลังยืนหลักรับน้ำหนักด้วยขาข้างเดียวต้องรีบชักขุนเข่าอีกข้างกลับมาช่วยทรงตัว
วายุสลาตันโจมตีเข้าเป้าหมายแต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้สร้างความเสียหายให้คู่ต่อสู้มากนัก แต่ผลดีที่หวังได้คือการดึงจังหวะให้กลับมาตั้งหลักใหม่
ฟาลโก้ไม่ได้ชะล่าใจที่เห็นจอสส์เป็แค่เด็กมัธยมต้นถึงแม้เขาจะไม่มีโอกาสได้สังเกตการณ์การต่อสู้นองเืในรอบ8เวทีไม่ได้เห็นฝีมือที่แท้จริง แต่ได้เห็นมันใช้เพลงเตะราวพายุหมุนที่ลงมือกับฟิวท์ก็รู้ว่าประมาทเด็กคนนี้ไม่ได้แม้แต่น้อยถ้าเขาเกร็งกล้ามเนื้อด้วยวิชาหนังทองแดงกำแพงเหล็กไว้ไม่ทันป่านนี้คงลงไปกองกับพื้น
ถือว่าจบกระบวนท่าแรกที่ปะทะกันอย่างไม่สวยงามนักนักยุทธ์ที่มุงดูอยู่วงนอก คิดว่าเป็การวิวาทกันด้วยมวยวัดของนักเลงหัวไม้มากกว่านักยุทธ์
สำหรับจอสส์เขาคิดว่านี่เป็โอกาสดีที่สุดที่จะได้ประลองฝีมือกับฟาลโก้แบบเดี่ยวต่อเดี่ยวไม่ต้องสู้กันทีเดียวแปดคนหรือต้องพะวงนักสู้คนอื่นๆอย่างเวทีที่แล้วมา
ให้รู้มือไปว่าระดับแชมป์มาร์เชี่ยลอาร์ต2สมัยจะร้ายกาจสักแค่ไหนกัน
จอสส์ตั้งใจใช้ท่าไม้ตายสุดท้ายเป็ครั้งที่สองจึงรวมสายพลังไว้ที่สองฝ่ามือเช่นเคย และวาดฝ่ามือสะบัดฝ่าเท้าไปมาเป็ท่าร่างในแบบฉบับของเทควันโดต่อด้วยการหงายฝ่ามือขึ้นระดับอกแล้วคว่ำลงพร้อมลมหายใจลึกไปถึงก้นกบก่อนพ่นลมออกมายาวกว่าเข้า กล้ามเนื้อทุกส่วนทั่วร่างผ่อนคลายยกเว้นสองฝ่ามือที่เกร็งค้างโดยอัตโนมัติเพราะสายพลังรวมตัวควบแน่น จนจอสส์แน่ใจว่าไม้ตายสุดท้ายพร้อมใช้งานแล้ว
หมัดแรกที่ฟาลโก้โดนถือว่าจงใจรับเอาไว้ เขาค่อยเช็ดเืที่มุมปาก
ฝ่าเท้าที่โดนครั้งที่สองและสามฟาลโก้ะเืเพียงเล็กน้อยแต่ฝ่าเท้าที่ฟาดเข้าใบหน้าเหมือนเหยียดหยามกัน โหนกแก้มมันยังเหลือคราบเปื้อนฝุ่นเป็ร่องรอยของรูปฝ่าเท้านั่นกลับทำให้มันยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้โมโหถึงขั้นขีดสุด
เขาเร่งสูดลมหายใจยาวครั้งหนึ่งเพื่อรีบสงบจิตใจลงนี่มันเกิดอะไรขึ้น ไอ้ผีน้อยตัวนี้ไม่สมควรทำให้เราต้องเปลืองแรงมากมายขนาดนี้ ฮึ! จะเป็การวิวาทหรือการประลองก็ชั่งไอ้ผีน้อยตัวนี้จะมีชีวิตอยู่ได้แค่วันนี้เท่านั้น และอย่าได้คิดฝันว่าข้าจะลงมือมั่วซั่วแบบเมื่อครู่อีก
ฮึ!เป็แค่ผีน้อยตัวกระเปี๊ยกแต่กลับใช้ปราณได้เชียวรึ...
ความจริงแล้วตอนที่จอสส์โดนฟิวท์ล็อกตัวไว้และใช้พลังปลดปล่อยตนเองออกมาได้ด้วยการโจมตีกลับด้วยปราณเพียงเสี้ยววินาทีนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตายอดฝีมืออย่างฟาลโก้ไปได้
นับเป็สิ่งหนึ่งที่ฟิวท์ประเมินฟาลโก้ต่ำเกินไป
ขณะนี้ฟาลโก้ออกหมัดพลางวาดมือเป็สายกระบวนท่าวิชาประจำสำนักบูเทนโดชิถึงไม่ต้องสังเกตก็รับรู้ได้ว่าไอ้เด็กผีตัวนี้เป็ผู้ใช้ปราณปราณที่ไม่มีสีไม่มีกลิ่นแต่รับรู้ได้ด้วยประสบการณ์เขาจึงรับมือกับผู้ใช้ปราณด้วยปราณ
ฟาลโก้ไม่ต้องรวมสายพลังแค่คิดว่า้าลมปราณก็พร้อมใช้งาน
ฟิวท์ปากอ้าตาค้าง!เขาคาดไม่ถึงว่าฟาลโก้จะเป็ผู้ใช้ปราณ จากข้อมูลที่ผ่านมาฟาลโก้กระทืบคนด้วยกำลังเพียงอย่างเดียวหรือว่ามันจะเป็แค่การใช้เพียงพละกำลังภายนอกก็สยบนักเลงทั่วล่าได้แล้ว และแน่นอนว่ามันเป็ผู้ใช้ปราณระดับสูงกว่าจอสส์ผู้ไร้ประสบการณ์เป็อย่างมากชนิดที่ไม่มีทางเทียบกันได้ หากมัน้าฆ่าจอสส์ทิ้งย่อมง่ายดายกว่าการพลิกฝ่ามือ
ยังไม่ทันที่ฟิวท์จะขยับตัวเข้าขัดขวางกลับปรากฏบุคคลผู้หนึ่งเข้ามาขัดจังหวะแทน
“เอาแล้วไง”
เสียงหนึ่งดังทะลุเข้ามากลางวงฟาลโก้เหลือกตาไปดู ไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือศิษย์น้องจอมป่วน เป็เซ็ปนั่นเอง มันยืนใกล้ประตูหน้าห้องพร้อมกับศิษย์น้องเชนอีกคนพวกมันคงได้ยินเสียงเอะอะผิดปกติจึงรุดมามุงดูเช่นไอ้พวกชั้นต่ำชอบสอดรู้สอดเห็น
ความจริงเหล่าเ้าหน้าที่กองจัดงานก็ทราบเื่จับตาดูการวิวาทั้แ่แรกโดยเฉพาะเหล่าเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพียงแต่พวกเขาไม่อยากทำอะไรนอกเหนือหน้าที่นอกจากจับตาดูเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดเท่านั้น และบัดนี้เริ่มจะมีสมัครพรรคพวกรุมล้อมเข้ามาดูมวยนอกระบบมากขึ้นคงเพราะคิดว่ามันน่าสนุกกว่าการประลองบนเวทีที่มีกติกาคุ้มครอง การวิวาทแบบนี้มันมักจะเถื่อนดิบได้ใจไปอีกแบบเืลมของพวกเขากำลังสูบฉีดรุนแรงราวกับกำลังล่วงรู้ว่านี่จะเป็อีกศึกหนึ่งที่อาจต้องจบลงด้วยการเสียเืเนื้อและชีวิตเพราะอีกฝ่ายเป็เด็กน้อยยังไม่อย่านม กับอีกฝ่ายเป็ถึงแชมป์2สมัย
แม้จะเป็การต่อยตีระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่แต่เหล่ารปภ.ตัวล่ำก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปห้ามปรามเหตุการณ์วิวาททำนองนี้หรือแม้แต่คิดจะปริปาก ได้แต่ทำตัวเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เป็พอ เพราะรับรู้กันอยู่ว่าจากประวัติศาสตร์มาเชี่ยลอาร์ต เคยมีรปภ.ดาวเด่นหัวใจฮีโร่ สร้างวีรกรรมเข้าห้ามศึกแต่กลับเป็ฝ่ายโดนลูกหลงถึงขั้นพิการมาแล้วหลายลาย ดังนั้นจึงไม่มีใครอยากเปลืองเนื้อเปลืองตัวเข้าไปเสี่ยงกับนักเลงนักกีฬาที่เป็นักยุทธ์เ่าั้ปล่อยให้พวกมันเข่นฆ่าฟาดฟันกันจนล้มตายไปเองดีที่สุด ไว้รอให้เหล่ากรรมการที่เป็นักยุทธ์ด้วยกันมาถึงมันจะปลอดภัยกว่าหรือรอจังหวะสุดท้าย ถึงตอนที่เหตุการณ์เริ่มคลี่คลายแล้วค่อยกรูกันออกไปโชว์ตัวก็ยังไม่สาย
“ฝ่าเท้าเต็มหน้าเลยนะศิษย์พี่”เซ็ปกล่าวเสียงดังย้ำถึงหูคนทั่วไป เจตนาเพียงอยากทักทายผู้เป็ศิษย์ร่วมสำนัก แต่กลายเป็การประจานไปในตัว
เชนไม่ต้องออกปากห้ามอะไรเซ็ปก็รีบยกมืออุดปากตัวเองราวกับคำพูดนั้นมันเป็อุบัติเหตุ
ฟาลโก้ไม่ว่าอะไรและไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะคงเพราะใครๆก็รู้ถึงแสนยานุภาพของบูเทนโดชิเมื่อเห็นหน้าศิษย์ร่วมสำนัก ฟาลโก้ก็พลันคิดได้
เขาสำนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองสติแตกไปหน่อยการวิวาทครั้งนี้เกือบทำให้เขาละเมิดกฎของสำนัก
เพราะความโกรธเกรี้ยวทำให้ลืมตัวว่ายังอยู่ใน่ประลองยุทธ์ถึงจะเป็การตีกันนอกสังเวียนก็ยังถือว่าอยู่ในอาณาเขตของมาร์เชียลอาร์ต เพราะอารมณ์ชั่ววูบโดยแท้เขาเกือบทำลายกฎข้อเดียวของสำนักที่แม้แต่เขาหรือศิษย์คนอื่นๆมิอาจละเมิด ยังโชคดีที่เสียงกล่าววาจาลบหลู่เหมือนไร้สัมมาคารวะช่วยเตือนเขา
“ขอบใจเซ็ป”ฟาลโก้สลายปราณไปทันที
ฟิวท์ลอบพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก
หลายคนประหลาดใจที่เห็นศิษย์น้องกล่าวคำปรามาสแล้วศิษย์พี่กลับรู้สึกติดหนี้บุญคุณโดยเฉพาะกับสองปู่หลานที่ไม่ใช่นักยุทธ์ยิ่งไม่เข้าใจ
ความจริงแล้วสำนักบูเทนโดชิมีกฎระเบียบมากมายเนื่องด้วยต้องใช้ควบคุมสมาชิกจำนวนมากเฉพาะกับศิษย์ที่เข้าร่วมการประลองยุทธ์ในมาร์เชียลอาร์ตเกลได้วางกฎเหล็กไว้เพียงข้อเดียว นั่นคือ
‘ห้ามใช้ปราณในการประลองยุทธ์’