รุ่งเช้ามาถึงก็นับเป็นเวลา 5 วันแล้วที่สวี่หยุนพบเจอกับหลินเสี่ยวโหยว..เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงวันหลินเสี่ยวโหยวถึงค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ..
"พี่ชาย.." เมื่อหลินเสี่ยวโหยวลืมตาขึ้นมาก็พบกับรอยยิ้มอบอุ่นของสวี่หยุนก่อนที่เด็กสาวจะยิ้มออกมาเช่นกันและกอดสวี่หยุนแน่นขึ้น..
"นี่ก็เที่ยงแล้ว..วันนี้เสี่ยวโหยวจะนอนอย่างเดียวเลยหรือ?" สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างอ่อนโยนก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยว..
"ถ้าให้ข้านอนกอดพี่ชาย..ข้าก็อยากนอนทั้งวันเลย!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มสดใส..สวี่หยุนหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆพยุงตัวของเด็กสาวมาอยู่ในท่านั่งก่อนจะจัดผมเผ้าและเสื้อผ้าของเด็กสาวให้เรียบร้อย..ทันทีที่สวี่หยุนลุกขึ้นมาจากเตียงไม้หลินเสี่ยวโหยวก็กางแขนออกในทันทีก่อนจะกล่าวออกมา..
"พี่ชาย..อุ้มข้าหน่อยสิ" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดู..สวี่หยุนหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะก้มตัวไปอุ้มเด็กสาวขึ้นมา..
"เสี่ยวโหยวเริ่มมีนิสัยเสียขึ้นมาจริงๆแล้วนะ.." สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยวอีกครั้ง..
"อืม..เพราะพี่ชายนั่นแหละ!" หลินเสี่ยวโหยวยิ้มและกล่าวออกมาพร้อมกับกอดสวี่หยุนแน่น..สวี่หยุนเริ่มเหนื่อยใจกับนิสัยของหลินเสี่ยวโหยวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากโรงเตี๋ยมไป..
สวี่หยุนซื้อวัตถุดิบทำอาหารไปเล็กน้อยก่อนจะเดินไปดูร้านอาวุธต่างๆในเมืองเซี่ยหลงแห่งนี้..แต่เมื่อสวี่หยุนไปเดินดูตามร้านอาวุธต่างๆก็ทำให้เขาต้องผิดหวังออกมาเล็กน้อย..สวี่หยุนไม่พบอาวุธระดับสองที่เป็นอาวุธเวทย์แต่อย่างใด..มากสุดเป็นแค่ระดับหนึ่งขั้นสูงเพียงเท่านั้น..แถมยังมีราคาแพงเป็นอย่างยิ่ง..
สวี่หยุนถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพาหลินเสี่ยวโหยวไปที่หอโอสถสวรรค์..สวี่หยุนยังคงทำเช่นเดิมก็คือให้พนักงานของหอโอสถสวรรค์ไปเรียกหวงซือเหยียนให้มาพบกับเขา..แต่สวี่หยุนก็ได้คำตอบแบบครั้งที่แล้วก็คือถูกเรียกให้เข้าไปในห้องของหวงซือเหยียนแทน..
"โอ้..นั่นน้องชายผู้น่ารักของพี่หญิงที่กำลังมีชื่อเสียงอยู่ในเมืองเซี่ยหลงแห่งนี้ไม่ใช่หรือ?" สวี่หยุนก้าวเท้าเข้ามาในห้องของหวงซือเหยียนได้เพียงสองก้าวก็ได้ยินนํ้าเสียงของหวงซือเหยียนที่กล่าวล้อเลียนสวี่หยุนออกมา..
"แฮะๆ ถึงข้าจะมีชื่อเสียงขึ้นมาบ้างแต่ก็ไม่เท่าพี่หญิงซือเหยียนที่เป็นศิษย์ของผู้อาวุโสหวงเจี้ยนซุนอย่างแน่นอน.." สวี่หยุนแย้มแห้งออกมาก่อนจะกล่าวออกมาอย่างยากลำบาก..
"..น้องชายผู้น่ารักของพี่หญิงก็ยังคงถ่อมตนเหมือนเดิมเลย..เฮ้อ..น้องชายช่างไม่เหมือนคนที่จะฆ่าคนเป็นผักปลาแบบในข่าวที่กำลังดังเลย.." หวงซือเหยียนกล่าวออกมาก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย..
"ฮะ..ฮะ..พี่หญิงซือเหยียน..วันนี้ข้าอยากขอยืมหม้อหลอมโอสถของท่านเพื่อลองหลอมโอสถดูได้หรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวถามออกมาด้วยความเขินอายเล็กน้อย..ถึงแม้สวี่หยุนจะไปลองซื้อหม้อหลอมมาด้วยตนเองและมีความรู้เกี่ยวกับการปรุงยาอยู่มากมายแล้วแต่สวี่หยุนก็ยังไม่เคยหลอมโอสถด้วยตัวเองเลยแม้แต่น้อย..มีความรู้มากมายแต่ไม่มีประสบการณ์ครั้งแรกก็ทำให้ต้องลองผิดลองถูกมากมาย..ทำไมไม่สู้ไปให้ผู้ที่หลอมโอสถเป็นอยู่แล้วช่วยเหลือดูล่ะ?
"ฮุฮุฮุ น้องชายยังตรงไปตรงมาเหมือนเดิมเลย..หากพี่หญิงไม่ให้น้องชายยืมก็คงไม่เหมาะสมเท่าไหร่.." หวงซือเหยียนหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม..หวงซือเหยียนหยิบเอาผลึกลมปราณธาตุขึ้นมาก่อนจะสะบัดมือเล็กน้อยทำให้หม้อหลอมโอสถมาอยู่ตรงหน้าของสวี่หยุน..สวี่หยุนเห็นหม้อหลอมโอสถก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย..มันมีคุณภาพมากกว่าที่เขาไปเดินดูมาทั้งหมดเสียอีก..
"น้องชายน่าจะไม่เคยหลอมโอสถใช่หรือไม่? งั้นพี่หญิงจะช่วยแนะนำน้องชายเอง" หวงซือเหยียนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะดึงเก้าอี้มานั่งอยู่ข้างๆสวี่หยุนที่กำลังยืนอุ้มหลินเสี่ยวโหยวอยู่...
"..ขอบคุณพี่หญิงซือเหยียนมากจริงๆ.." สวี่หยุนกล่าวออกมาก่อนจะดึงเอาเก้าอี้อีกตัวมาวางไว้ข้างๆและวางหลินเสี่ยวโหยวลงอย่างนุ่มนวล..
"รับนี่ไปด้วยน้องชาย..มันคือหินอัคคี..หากน้องชายจุดไฟบนหินอัคคีมันจะกลายเป็นไฟที่ใช้ในการหลอมโอสถ..มันพิเศษกว่าไฟปกติตรงที่น้องชายสามารถส่งลมปราณเข้าไปในหินอัคคีเพื่อควบคุมเปลวไฟของมันได้ง่ายขึ้น.." หวงซือเหยียนกล่าวออกมาก่อนจะโยนหินอัคคีที่เหมือนปินธรรมดาเป็นอย่างยิ่งแต่เพียงแค่มันมีสีแดงออกมาเล็กน้อยให้สวี่หยุน..สวี่หยุนรับหินอัคคีมาด้วยความสงสัยก่อนจะส่งพลังลมปราณเข้าไปในหินอัคคีเล็กน้อย..
หลังจากนั้นหวงซือเหยียนก็ตกตะลึงในทันที..จู่ๆหินอัคคีในมือของสวี่หยุนก็เริ่มเรืองแสงขึ้นมาและก็ค่อยๆจางลงไปอย่างช้าๆ..เมื่อหินอัคคีหยุดการเรืองแสงความเข้มของสีแดงก็ลดลงไปประมาณ 5 ใน 100 ส่วน..สวี่หยุนก็ตกตะลึงในทันทีเช่นกันเพราะเขารู้ดีว่านี่เป็นผลึกลมปราณธาตุอัคคี! เมื่อสวี่หยุนส่งลมปราณเข้าไปมันก็ส่งธาตุอัคคีเข้ามาในทะเลปราณของสวี่หยุนในทันที..สวี่หยุนพยายามบังคับให้มันไปหลอมรวมกับลมปราณธาตุวารีเมื่อธาตุอัคคีเข้ามาในทะเลปราณของสวี่หยุน..
แต่ความพยายามนั้นของสวี่หยุนก็ล้มเหลวไป..สุดท้ายลมปราณธาตุอัคคีก็หลอมรวมกับลมปราณเพียงเล็กน้อยที่สวี่หยุนยังไม่ได้ใช้ผลึกลมปรารธาตุวารีในการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นลมปราณธาตุวารี..ปริมาณของลมปราณธาตุอัคคีของสวี่หยุนนับว่าน้อยเป็นอย่างยิ่ง..มันยังน้อยกว่าลมปราณขั้น 1 ของรวบรวมลมปราณขั้นซะอีก..แต่ถึงจะน้อยอย่างไรมันก็นับว่าเป็นลมปราณธาตุอัคคีทำให้สวี่หยุนในตอนนี้เข้าสู่ขั้นพื้นฐานของธาตุอัคคีแล้ว..
สวี่หยุนลองปล่อยลมปราณธาตุอัคคีออกมาจากฝ่ามือโดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นหวงซือเหยียนที่กำลังตกตะลึงอยู่เลยสักนิด..นอกจากสวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวแล้วผู้ที่ไม่ได้มีลมปราณธาตุเช่นกันจะไม่สามารถมองเห็นความแตกต่างของลมปราณได้..สวี่หยุนสามารถปลดปล่อยลมปราณธาตุอัคคีอย่างเดียวออกมาได้โดยที่แทบจะไม่ต้องพยายามเลยสักนิด..สวี่หยุนรู้สึกสงสัยขึ้นมาในทันทีที่มองเห็นลมปราณธาตุอัคคีเพียงอย่างเดียวบนฝ่ามือ..
'หากมันง่ายดายเช่นนี้แล้วทำไมเสี่ยวโหยวถึงควบคุมมันไม่ได้? หรือจะเป็นคุณสมบัติพิเศษของผู้ใช้ปราณสรรพธาตุ?' สวี่หยุนมีสีหน้าสับสนออกมาเล็กน้อยขณะคิดอยู่ในใจก่อนจะสลับลมปราณธาตุอัคคีและลมปราณธาตุวารีไปมา..สุดท้ายสวี่หยุนก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยและพยายามลบความคิดพวกนี้ออกไปจากจิตใจของเขา..ถึงแม้จะยังไม่เข้าใจแต่ควบคุมได้อย่างอิสระก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง...
"อะ..เอ่อ..น้างชาย..เกิดอะไรขึ้นหรือน้องชาย?" หวงซือเหยียนกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย..ไม่เคยมีใครทำให้หินอัคคีเรืองแสงแบบนั้นได้เลยแม้แต่คนเดียว..หรือแม้แต่สีจางลงก็ไม่เคยพบเจอเช่นกัน..
"หืม? อะ..ฮา..ฮ่า..มันเป็นเพราะต่างหูสรรพธาตุนี้น่ะพี่หญิงซือเหยียน..มันสามารถกักเก็บลมปราณธาตุไว้ได้.." สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาแต่หวงซือเหยียนไม่เข้าใจคำพูดของสวี่หยุนเลยแม้แต่น้อย..สุดท้ายหวงซือเหยียนก็ถอนหายใจออกมาและสรุปเรื่องทั้งหมดว่าต่างหูของสวี่หยุนเป็นอุปกรณ์เวทย์ที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก..
"อืม..ช่างมันเถอะ! พวกเรากลับมาหลอมโอสถกันดีกว่า..น้องชายเตรียมสมุนไพรมาแล้วใช่หรือไม่?" หวงซือเหยียนกล่าวเปลี่ยนบทพูดให้กลับมาเป็นการหลอมโอสถอีกครั้งก่อนจะถามสวี่หยุนเกี่ยวกับสมุนไพรที่ใช้ในการหลอมโอสถ..
"อ่า..ข้ามีสมุนไพรที่เก็บมาจากป่าหมื่นอสูรค่อนข้างเยอะ..น่าจะพอใช้ฝึกหลอมโอสถได้.." สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยร้อยยิ้มไร้เดียงสาก่อนจะหยิบเอาสมุนไพรร้อยกว่าชนิดออกมา..
"น้องชาย..สมุนไพรขนาดนี้เจ้าใช้คำว่า'น่าจะพอใช้'หรือ..? นี่มันหลอมโอสถได้หลายร้อยกว่าเม็ดเลย!" หวงซือเหยียนกล่าวออกมาอย่างตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาเพราะท่าทีของสวี่หยุน..
"เอาล่ะ..โอสถที่ง่ายที่สุดคือโอสถรวบรวมลมปราณระดับควบแน่นขั้นตํ่า..น้องชายพอจะได้ศึกษาสูตรมันมาบ้างแล้วใช่หรือไม่?" หวงซือเหยยีนกล่าวถามออกมา..
"อืม..ข้าอ่านตำราหลอมโอสถมาหลายรอบแล้ว..ข้าน่าจะพอรู้สูตรโอสถอยู่บ้าง.." สวี่หยุนเลือกหยิบเอาสมุนไพรสี่ชนิดมาวางไว้เบื้องหน้าของเขาก่อนจะเก็บสมุนไพรที่เหลือกลับเข้าไปในผลึกลมปราณธาตุ..
"หืม? น้องชายมั่นใจหรือว่าพวกนี้สามารถใช้หลอมโอสถรวบรวมลมปราณได้?" หวงซือเหยียนที่เห็นสวี่หยุนหยิบเอาสมุนไพรสี่ชนิดขึ้นมาวางไว้เบื้องหน้ากล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย..
"อะ..เอ่อ..ข้าก็ยังไม่เคยลองมันหรอก..แต่ข้าศึกษาจากโอสถของหอโอสวรรค์และตำราการหลอมโอสถก่อนจะลองปรับปรุงสูตรมันให้ดีขึ้นตามความเข้าใจของข้า..." สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาพร้อมกับรอยยิ้มไร้เดียงสา..หวงซือเหยียนตกตะลึงออกมาเล็กน้อย..การปรับปรุงสูตรโอสถสักสูตรไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย..ไม่รู้ว่าต้องทดลองเป็นร้อยเป็นพันครั้งก่อนจะสามารถได้สูตรที่ดีกว่าเก่ามาได้..แต่เมื่อหวงซือเหยียนนึกถึงตอนที่สวี่หยุนแก้ไขสูตรโอสถให้อาจารย์ของนางก็ทำให้นางต้องถอนหายใจออกมาเล็กน้อย..
"เอาล่ะ..ขั้นตอนแรกของการหลอมโอสถคือการกลั่นสะกัดวัตถุดิบต่างๆ..ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร โลหิตอสูรหรือแกนอสูรบางชนิดต่างก็ใช้วิธีกลั่นสะกัดแตกต่างกันเล็กน้อย..และสมุนไพรหรือวัตถุดิบบางชนิดยังต้องใช้ไฟในการกลั่นสะกัดด้วย..น้องชายต้องระวังตรงนี้ไว้ด้วย" หวงซือเหยียนกล่าวอธิบายออกมาราวกับอาจารย์กำลังสั่งสอนลูกศิษย์อยุ่...
"อืม..ข้าเข้าใจแล้ว.." สวี่หยุนผงกหัวรับคำของหวงซือเหยียนเล็กน้อยก่อนจะเริ่มกลั่นสะกัดสมุนไพรทั้งสี่ชนิดในทันที..เรื่องการกลั่นสะกัดหากเป็นสมุนไพรสวี่หยุนก็แทบจะรอบรู้ทั้งหมดแล้ว..ด้วยความช่วยเหลือของหนังสือสมุนไพรเบื้องต้นเล่มหนาเตอะกับตำรารวบรวมลมปราณทำให้การกลั่นสะกัดของสวี่หยุนนับได้ว่าเหนือชั้นกว่านักหลอมโอสถหลายคนแล้ว..หวงซือเหยียนตกตะลึงในความเชี่ยวชาญของสวี่หยุนเล็กน้อยก่อนจะรีบเปลี่ยนท่าทีกลับมาเป็นผู้รอบรู้ตามเดิม..
"ขั้นต่อไป..น้องชายต้องใส่สมุนไพรทั้งหมดที่ทำการกลั่นสะกัดแล้วลงไปในหม้อหลอมโอสถ..จุดไฟด้วยหินอัคคีและทำการควบคุมไฟให้สมุนไพรแต่ละชนิดตามความเหมาะสม..สมุนไพรแต่ละชนิดมีความต้องการไฟที่แตกต่างกันเพราะฉะนั้นให้ระวังให้ดีด้วย..หากทำผิดพลาดไปเล็กน้อยอาจจะทำให้ระดับของโอสถตกลงได้.." หวงซือเหยียนกล่าวด้วยท่าทีราวกับอาจารย์มากประสบการณ์อีกครั้งก่อนจะยิ้มอย่างภูมิใจออกมาเล็กน้อย..
"..ข้าเข้าใจแล้วพี่หญิงซือเหยียน.." สวี่หยุนกล่าวออกมาก่อนจะใช้หินอัคคีในการจุดไฟหม้อหลอมโอสถและใส่สมุนไพรที่ทำการกลั่นสะกัดแล้วทั้งหมดลงไปในหม้อหลอมโอสถ..สวี่หยุนใช้ลมปราณธาตุวารีและลมปราณธาตุอัคคีสลับการในการควบคุมไฟจากหินอัคคี..เนื่องจากระดับความเข้าใจธาตุอัคคีของสวี่หยุนยังตํ่าอยู่ทำให้เขายังไม่สามารถใช้ลมปราณธาตุอัคคีในการควบคุมธาตุอัคคีได้..สวี่หยุนใช้ลมปราณธาตุอัคคีในการเพิ่มความรุนแรงของไฟและใช้ลมปราณธาตุวารีในการทำให้ไฟอ่อนลง..
หวงซือเหยียนตกตะลึงในการควบคุมไฟของสวี่หยุนอีกครั้ง..แม้แต่ตัวนางเองก็ยังไม่สามารถควบคุมไฟได้เช่นนั้น! รอบนี้หวงซือเหยียนไม่ได้ปกปิดความตกตะลึงของตนเองเลยแม้แต่น้อย..แต่สวี่หยุนไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของหวงซือเหยียนเพราะกำลังใช้สมาธิทั้งหมดในการควบคุมไฟจากหินอัคคีอยู่..
"นี่..น้องหญิง..พี่ชายของเจ้าเป็นสัตว์ประหลาดหรืออย่างไร? ทำไมเขาถึงได้เก่งขนาดนั้นได้กัน!?" หวงซือเหยียนหันหน้าไปมองหลินเสี่ยวโหยวที่กำลังนั่งยิ้มอยู่อย่างสดใสก่อนจะกล่าวออกมาอย่างไม่พึงพอใจเล็กน้อย..
"อืม..พี่ชายเก่งที่สุดอยู่แล้ว!" หลินเสี่ยวโหยวทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดู..หวงซือเหยียนยิ้มแห้งออกมาให้เด็กสาวก่อนจะหันหน้ากลับไปมองสวี่หยุนและคิดอยู่ในใจซํ้าไปซํ้ามา..นี่มันไม่ยุติธรรมสักนิด!
สวี่หยุนที่ใช้ลมปราณธาตุอัคคีและลมปราณธาตุวารีสลับไปมายังคงตั้งหน้าตั้งตาควบคุมไฟต่อไปด้วยสีหน้าจริงจังเป็นอย่างยิ่งและไม่สนใจเสียงหรือสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย...
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------