สุดยอดนักผจญภัย

    สมบัติที่ยืดอายุขัย

    การที่จะขึ้นไปที่ชั้นสองได้จะต้องแสดงตัวตนอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะสามารถขึ้นไปชั้นบนได้ 

    ทางขึ้นบันไดชั้นสองจะมีเจ้าหน้าที่สภาจอมเวทย์สี่คนยืนเฝ้าอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่แต่ละคนมีออร่าในระดับA 

    “ ขอดูบัตรประจำตัวด้วยครับ ” เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าบันไดขึ้นไปชั้นสองพูดขึ้น 

    ไลท์ยื่นบัตรนักผจญภัยให้กับเจ้าหน้าที่

    เมื่อเจ้าหน้าที่ที่ดูบัตรนักผจญภัยของไลท์ก็เบิกตากว้างขึ้นมา

    “ ท่านไลท์! ” เจ้าหน้าที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

    “ ห๊ะ อะไรนะแกบอกว่าท่านไลท์งั้นหรอ? ” เจ้าหน้าที่อีกคนรีบชะโงกหัวมาดูบัตรนักผจญภัยที่อยู่ในมือของเพื่อนตัวเองด้วยความเร่งรีบ

    “ จริงด้วยเป็นท่านไลท์จริงๆด้วย ” เจ้าหน้าที่คนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น 

    “ ท่านไลท์ ผมชื่อทริกเกอร์ ผมเป็นแฟนคลับของตัวยงท่านไลท์! ” ทริกเกอร์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น 

    “ สวัสดีทริกเกอร์ ” ไลท์ยิ้มทักทายและยื่นมือมาด้านหน้า 

    ทริกเกอร์ที่เห็นดังนั้นก็รีบจับมือไลท์แล้วก็เขย่าขึ้นลงหลายครั้ง

    “ ท่านไลท์เชิญเที่ยวชมให้เต็มที่เลยนะครับ ถ้าหากมีอะไรก็สามารถเรียกผมได้ทันทีเลยครับ ” ทริกเกอร์พูดขึ้นด้วยความยินดี

    “ ขอบใจมากนะ ” ไลท์หัวเราะออกมาก่อนที่จะเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง

    “ เห้ยทริกเกอร์นี้แกเป็นแฟนคลับของท่านไลท์งั้นหรอทำไมฉันถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลย? ” เพื่อนของทริกเกอร์พูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

    “ ช่างฉันเถอะน่า นายก็รู้ว่าฉันเป็นนักดาบแล้วนักดาบที่ฉันชื่อชอบก็มีแค่สองคนคือท่านไลท์แล้วก็ท่านแคสเวล ” ทริกเกอร์พูดขึ้น

    แคสเวลที่ทริกเกอร์เอ่ยถึงก็คือผู้พิทักษ์แคสเวล ผู้พิทักษ์แคสเวลไม่มีพลังเวทย์แต่เขาเป็นนักดาบที่แข็งแกร่งและพัฒนาตัวเองจนมาถึงระดับนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าแคสเวลเป็นอีกหนึ่งคนที่น่ายกย่องอย่างมาก

    ที่ชั้นสองมีคนน้อยกว่าชั้นแรกมาก เรียกได้ว่าหายไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว นั้นก็เพราะว่าสมบัติที่ชั้นสองนั้นมีราคาแพงกว่าที่ชั้นหนึ่งมาก 

    ถ้าหากจะให้เทียบก็คือที่ชั้นหนึ่งราคาสมบัติจะเริ่มที่หนึ่งหมื่นจีเซลจนไปถึงหลักล้าน แต่ที่ชั้นสองนั้นสมบัติต่ำสุดก็มีราคาสูงถึงสิบล้านจีเซลแล้ว เพราะฉะนั้นคนธรรมดาแทบจะไม่ขึ้นมาดูสมบัติที่ชั้นสอง

    เพราะแบบนี้คนที่จะขึ้นมายังชั้นสองได้จะต้องเป็นคนที่ร่ำรวยและมีอำนาจมากๆ ด้วยเหตุนี้จึงจะเห็นได้ว่าผู้คนที่อยู่บนชั้นสองจะแต่งตัวหรูหราและมีเครื่องประดับราคาแพงสวมใส่อยู่เป็นจำนวนมาก 

    ทันทีที่พวกไลท์ขึ้นมาชั้นสองพวกเขาก็กลายเป็นเป้าสายตาของคนที่อยู่แถวๆนั้นทันที เพราะการแต่งตัวของพวกไลท์ดูเหมือนกับคนไม่มีเงิน 

    “ ใครปล่อยให้ไอพวกบ้านนอกนี้ขึ้นมาข้างบนได้กัน? ” สตรีวัยกลางคนที่แต่งตัวหรูหราหันมาพูดกับสามีของตัวเอง 

    “ มาถามฉันแล้วจะให้ฉันไปถามใครกันล่ะ? ” สามีตอบก่อนที่จะพาภรรยาไปดูสมบัติที่อื่น

    “ หน่อยยัยแก่นั้นปากดีจริงๆ ” คารินบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด

    “ เอาน่าคารินไม่ต้องหงุดหงิดไปหรอก  ” เบเรียลส่ายหน้าเบาๆ 

    “ แล้วเธอจะไม่ให้ฉันหงุดหงิดได้อย่างไง ยัยแก่นั้นบอกว่าพวกเราเป็นพวกบ้านนอกเชียวนะ แม้ว่าฉันจะมาจากเมืองเล็กก็เถอะแต่พูดจาแบบนี้มันดูถูกกันชัดๆ ” คารินไม่พอใจ

    “ ช่างเขาเถอะน่าคาริน ไปเดินดูสมบัติกันเถอะไม่แน่ว่าอาจจะมีของที่เธอสนใจก็ได้ ” เบเรียลพูดขึ้น

    “ มีของที่ฉันสนใจแล้วอย่างไง ฉันก็ไม่มีสมบัติที่จะนำไปแลกเปลื่ยนหรอก ” คารินส่ายหน้า

    “ เธอจะกลัวอะไร เธอลืมไปแล้วหรอว่เธอมากับใคร? ” เบเรียลหัวเราะก่อนที่จะชี้นิ้วมาที่ตัวเองและพูดขึ้นว่า “ แค่สมบัติไม่กี่ชิ้นไม่ได้ทำให้เงินในกระเป๋าของฉันลดลงหรอก ”

    “ หรอ เธอรวยมากเลยงั้นหรอ จริงสิฉันเองก็ลืมถามเธอไปเลยว่าเธอนำเงินที่จะมาประมูลสมบัติเท่าไหร่กันแน่? ” คารินถามด้วยความสงสัย

    “ ก็ไม่มากเท่าไหร่หรอก ประมาณสองพันกว่าล้านเท่านั้น ” เบเรียลพูดขึ้น

    “ ห๊ะ!! ” คารินและยูเทียตกใจขึ้นมา

    “ ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหมยัยเบเรียล เธอมีเงินมามากกว่าสองพันล้านจีเซลเลยงั้นหรอ ” คารินพูดขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ

    เธอจำได้ดีว่าในตอนที่เบเรียลเป็นเจ้าเมืองทะเลสาบ เบเรียลมีเงินไม่ถึงหนึ่งร้อยล้านเลยด้วยซ้ำ เพราะเธอจะเอาเงินที่เธอได้มานั้นมาลงทุนกับเมืองทะเลสาบอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ในช่วงเวลาประมาณสองปีกว่า เบเรียลมีเงินมากกว่าสองพันกว่าล้านแล้ว หรือว่าเธอควรที่จะไปเป็นนักผจญภัยด้วยดีไหม? 

    “ พี่เบเรียลสุดยอดไปเลย ” ยูเทียพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

    “ งั้นก็ดีฉันจะใช้เงินเธอให้หมดเลยคอยดู ” คารินพูดขึ้นด้วยความไม่เกรงใจจากนั้นก็หัวเราะออกมา

    “ เอาสิถ้าหากเธอทำให้ฉันหมดตัวได้ก็เอาเลย ” เบเรียลหัวเราะออกมาเหมือนกัน 

    หลังจากนั้นพวกไลท์ก็เริ่มจากห้องที่อยู่ใกล้พวกเขามากที่สุดก่อน

    “ ดูเหมือนว่าห้องนี้ส่วนมากจะเป็นสมุนไพรหายากนะเนี้ย ” ไลท์พูดขึ้นเพราะทันทีที่พวกเขาเดินเข้าไปในห้องก็ได้กลิ่นของสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วห้อง

    “ สมุนไพรก็ไม่เลวไม่แน่ว่าฉันจะเจอกับสมุนไพรที่ทำให้ฉันสวยขึ้นก็ได้ ” เบเรียลยิ้มออกมา

    สมุนไพรที่ช่วยลดอายุของเซลล์ผิวหนังก็พอมีอยู่แต่ก็ไม่ได้เยอะมากเท่าไหร่ จึงทำให้มันกลายเป็นที่ต้องการของเหล่าสตรีผู้สูงศักดิ์จำนวนมาก แน่นอนว่าเบเรียลก็ไม่เป็นข้อยกเว้น 

    “ เอาสิถ้าหากมีฉันจะซื้อให้เธอเลย ” ไลท์พูดด้วยรอยยิ้ม

    “ นายพูดแล้วนะ ” เบเรียลหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ

    “ แน่นอนฉันพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว ” ไลท์หัวเราะออกมาจากนั้นพวกเขาก็เดินดูสมบัติกัน

    หลังจากนั้นพวกไลท์ก็เดินดูไปเรื่อยๆจนกระทั้งมาถึงร้านแลกเปลื่ยนสมบัติแห่งหนึ่ง

    ร้านแลกเปลื่ยนสมบัติแห่งนี้เป็นร้านเล็กๆเท่านั้นแต่มีผู้คนจำนวนมากยืนล้อมอยู่

    ไลท์และคนอื่นๆเดินเข้าไปดูด้วยความสนใจ

    เจ้าของร้านเป็นชายชราที่ไม่ทราบอายุ แต่ดูแล้วน่าจะอายุเยอะมาก ร่างกายผอมแห้ง เส้นผมสีขาวโพลน

    บนโต๊ะมีสมุนไพรหนึ่งชิ้นวางไว้บนโต๊ะ เป็นสนุนไพรที่มีลักษณะคล้ายกับรากบัวมีสีเขียวอ่อนราวกับหยก

    “ นี้มันรากบัวหยกนิ ” เบเรียลพูดด้วยความยินดี 

    รากบัวหยกสามารถนำมากินเพื่อทำให้ผู้หญิงดูสาวและสวยขึ้นมาได้ นอกจากนี้ก็ยังลบรอยต่างๆตามร่างกายอีกด้วย ทำให้มันเป็นที่ต้องการของผู้หญิงทุกคน 

    เพียงแต่ผู้ขายต้องการใช้สมุนไพรรากบัวหยกแลกเปลื่ยนกับสมุนไพรที่สามารถต่ออายุได้สองปีขึ้นไปเท่านั้น เพียงแต่ว่าสมุนไพรที่จะต่ออายุนั้นมีราคาแพงกว่ามากสมุนไพรรากบัวหยก แต่ไม่ว่ายังไงชายชราเจ้าของร้านก็ไม่แยกแลกเปลื่ยนกับอย่างอื่น 

    ถึงแม้ว่าจะมีคนต้องการแต่ทุกคนก็คิดว่าสมบัติที่สามารถต่ออายุได้มันมีราคาสูงกว่า เพราะฉะนั้นทุกคนจึงไม่ต้องการที่จะนำสมบัติที่ต่ออายุแลกเปลื่ยนกับรากบัวหยก 

    แต่ถึงอย่างนั้นทุกๆคนก็ไม่กล้าที่จะขโมยรากบัวหยกเพราะเจ้าของร้านแต่ละคนจะต้องลงทะเบียนสมบัติที่จะนำมาแลกเปลื่ยนที่งานและอีกอย่างถ้าหากผู้ที่ขโมยถูกจับได้จะต้องถูกขังเป็นเวลาหนึ่งปีทันทีไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แต่ถ้าหากหัวขโมยมีการตอบโต้หรือขัดขืนก็จะจับตายได้ทันที 

    “ เธออยากได้ไหม? ” ไลท์หันมาถามเบเรียลที่ยืนอยู่ข้างๆ

    “ แน่นอนสิฉันต้องอยากได้อยู่แล้ว แต่ฉันไม่มีสมบัติที่เพิ่มอายุขัยเลยนี้สิ ” เบเรียลพูดขึ้น สำหรับเธอแล้วสิ่งที่เพิ่มอายุขัยนั้นยังไม่จำเป็นสำหรับเธอในตอนนี้เพราะไลท์ได้บอกกับเธอว่า ผู้ที่เดินบนเส้นทางของผู้ฝึกตนนั้นจะมีอายุยืนยาวกว่าจอมเวทย์มาก

    จากที่ไลท์บอกมา ในตอนนี้เธออยู่ในระดับจิตวิถีบรรพกาลทำให้มีอายุขัยยืนยาวกว่าสองพันปี และถ้าหากอยู่ในระดับจิตวิถีอมตะแล้วล่ะก็อายุขัยก็จะยืนยาวถึงห้าพันปี และสุดท้ายคือจิตวิถีพระเจ้าอายุขัยก็จะมีมากถึงหนึ่งหมื่นปี 

    เพียงเท่านี้เธอก็ยังมีเวลาอีกมากที่จะหาสมบัติในการบ่มเพาะไปถึงระดับจิตวิถีพระเจ้า 

    แม้ว่าเธอจะอยู่ในระดับจิตวิถีบรรพกาลแต่ทว่าเมื่อรวมกับพลังเวทย์ของเธอแล้วจึงทำให้เธอแข็งแกร่งในระดับS และถ้าหากเธอสามารถเข้าสู่ระดับจิตวิถีอมตะได้ล่ะก็ความแข็งแกร่งของเธอก็จะสูงกว่าระดับSSมาก แม้กระทั้งรับมือกับระดับSSได้พร้อมกันถึงสองคนก็ไม่มีปัญหา

    ไลท์เดินเข้าไปที่ร้านของชายชราพร้อมกับหยิบผลไม้ลูกหนึ่งออกมาพร้อมกับวางไว้บนโต๊ะ

    ผลไม้ที่ไลท์วางไว้บนโต๊ะมีมีรูปร่างและลักษณะเหมือนกับอโวคาโด้ แต่มีสีที่อ่อนกว่าเล็กน้อย

    ทันใดนั้นทุกๆคนก็พากันมองไปยังผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความตกใจ

    “ นั้นมันผลโวเลียนไม่ใช่หรอ? ” ชายคนหนึ่งตะโกนออกมาด้วยความตกใจ 

    “ ห๊ะ อะไรนะผลโวเลียนจริงๆงั้นหรอ!! ” ชายอีกคนก็แสดงสีหน้าตกใจ 

    ผลโวเลียนเป็นผลไม้พิเศษที่หาได้ยากมากๆ นอกจากนี้มันยังสามารถช่วยเพิ่มอายุขัยได้สูงถึงสิบปีเลยทีเดียว สำหรับมนุษย์แล้วการได้อายุขัยเพิ่มอีกสิบปีนับว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมาก และยิ่งกับคนที่มีอำนาจและกลัวความตายแล้วล่ะก็เจ้าสิ่งนี้นับว่าเป็นที่ต้องการมากที่สุดเลยทีเดียว

    ความจริงแล้วนอกจากผลโวเลียนก็ยังมีสมบัติที่เพิ่มอายุขัยอีกมาก แต่ส่วนมากจะเพิ่มแค่สองถึงสามปี แล้วก็มีห้าถึงสิบปี แน่นอนว่าก็ยังมีสมบัติที่เพิ่มอายุขัยมากกว่าสิบปีและยังมีเพิ่มอายุขัยมากถึงหนึ่งร้อยปีก็มี แต่ในส่วนของหนึ่งร้อยปีนั้นในรอบหลายหมื่นปีจะปรากฏมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

    ไลท์ได้ผมโวเลียนมาจากอุปกรณ์มิติที่อยู่ในรังของหมาป่าสีเทาในตอนที่เขากำลังจะไปที่อาณาจักรโวลาส นอกจากนี้เขาไม่ได้มีผลโวเลียนแค่ผลเดียวเท่านั้นแต่เขามีมากกว่าหกผล

    นอกจากนี้เขายังให้ผลโวเลียนไปประมูลถึงสองผลอีกด้วย  

    ส่วนราคาของผลโวเลียนสูงถึงเกือบๆห้าร้อยล้านจีเซลเลยทีเดียว และถ้าหากเป็นที่ต้องการจริงๆก็อาจจะราคาสูงกว่าหนึ่งพันล้านจีเซลเลยก็ได้  

    “ เห้ยนายคิดจะเอาผลโวเลียนแลกกับรากบัวหยกงั้นหรอ นี้แกไม่รู้หรอว่าผลโวเลียนของแกมีราคาเท่าไหร่แล้วรากบัวหยกมีราคาเท่าไหร่ ” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

    “ แน่นอนสิว่าฉันรู้แต่ฉันไม่ได้สนใจเรื่องเงินอยู่แล้ว ” ไลท์หัวเราะออกมาก่อนที่จะหันไปมองชายชราและพูดต่อว่า “ ถ้าหากคุณจะใช้ผลโวเลียนเองก็รีบใช้เถอะ ” 

    ชายชราเจ้าของร้านพยักหน้ารัวๆก่อนที่จะรีบหยิบผลโวเลียนมากินทันที

    “ หยุดก่อน ” เป็นน้ำเสียงของชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งตะโกนออกมา 

    เป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบปี ใบหน้าดูดุดัน รูปร่างกำยำ สวมชุดหรูหรา

    ชายชราที่เห็นท่าทีและชุดของชายวัยกลางคนก็หยุดชะงักและไม่กล้าที่จะกินผลโวเลียน

    “ ฉันขอซื้อผลโวเลียนในราคาแปดร้อยล้าน ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้น 

    “ ฉันให้ราคาแปดร้อยสิบล้าน ” ชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปีพูดออกมาด้วยใบหน้าหยิ่งยะโส

    ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วก่อนที่จะหันไปมองชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ 

    “ ฉันให้แปดร้อยยี่สิบล้าน ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นด้วยท่าทีลังเล

    “ แปดร้อยห้าสิบล้าน ” ชายหนุ่มพูดขึ้นทันทีโดยที่ไม่มีการลังเล

    ชายวัยกลางคนมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจก่อนที่เขาจะไม่พูดอะไร

    “ ไม่เลวๆ รู้จักยอมแพ้ ” ชายหนุ่มหัวเราะออกมาจากนั้นเขาก็มองไปที่ไลท์

    ชายหนุ่มหยิบแหวนมิติออกมาหนึ่งวงก่อนที่จะวางไว้บนโต๊ะ 

    “ ลองตรวจสอบดูกว่ามีครบไหม ” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    ชายชราเป็นกังวลขึ้นมาว่าเขาจะกลัวไม่ได้ผลโวเลียน นอกจากนี้อายุขัยของเขาก็ใกล้จะมาถึงแล้วเขาจึงอยากจะที่จะต่ออายุไปอีกสักสองสามปี

    จากนั้นทุกๆคนก็มองมาที่ไลท์เพราะพวกเขาอยากจะรู้ว่าไลท์จะทำอย่างไง 

    ไลท์หยิบแหวนมิติของชายหนุ่มขึ้นมาดู ก่อนที่จะพยักหน้ารับและพูดขึ้นว่า “ เอาของไปสิ ”

    “ ขอบใจมาก ” ชายหนุ่มหัวเราะก่อนที่จะหยิบผลโวเลียนไป จากนั้นเขาก็เดินจากไปทันที

    ชายชราที่เห็นดังว่าไลท์ทำแบบนั้นก็แสดงสีหน้าผิดหวังออกมา 

    ไลท์ที่เห็นสีหน้าของชายชราก็ถอนหายใจเบาๆจากนั้นเขาก็เดินมากระซิบอะไรบางอย่างกับชายชรา

    ชายชราที่ได้ยินที่ไลท์บอกก็กระพริบตาเบาๆก่อนที่จะส่ายหน้าและทำสีหน้าผิดหวังยิ่งกว่าเก่า 

    “ ฉันไม่โทษนายหรอก ” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆก่อนที่จะเก็บของและเดินออกมาทันที

    เมื่อทุกคนเห็นว่าชายชราไปแล้วทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปทันที 

    ไลท์เดินตามชายชราออกมาด้านนอก

    “ นี้ครับ ” ไลท์พูดจบเขาก็ยื่นแหวนมิติวงหนึ่งให้กับชายชรา

    ชายชราตรวจสอบดูก็ยิ้มออกมาทันทีจากนั้นเขาก็หยิบรากบัวหยกให้กับไลท์

    “ ขอบคุณมากครับ ” ไลท์พูดพร้อมกับยื่นรากบัวหยกให้กับเบเรียล

    “ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณเธอ ” ชายชรายิ้มออกมาจากนั้นเขาก็เดินไปเข้าห้องน้ำ

    ไลท์รู้ว่าที่ชายชราไปเข้าห้องน้ำแท้จริงแล้วเขาต้องการที่จะไปกินผลโวเลียนที่ไลท์แลกเปลื่ยนไปเมื่อกี้ 

    ความจริงแล้วไลท์ได้บอกว่าชายชราว่าเขายังมีผลโวเลียนอีก แต่เขาต้องการที่จะมาแลกเปลื่ยนข้างนอก แล้วก็เขาอยากให้ชายชราทำสีหน้าผิดหวังออกมาเพื่อที่จะตบตาคนอื่นๆ ไม่อย่างนั้นชายชราอาจจะถูกคนอื่นๆลอบทำร้ายหลังจากที่ออกมาจกด้านนอกได้ 

    จากนั้นเขาก็เดินไปหาทริกเกอร์แล้วก็บอกให้ทริกเกอร์ดูแลความปลอดภัยของชายชราจนกว่าจะถึงบ้านของเขา

    แน่นอนว่าเมื่อเป็นคำขอของไลท์ ทริกเกอร์ตอบรับทันทีและบอกว่าเขาจะดูแลชายชราคนนี้จนถึงบ้านเลย

    ไลท์และคนอื่นๆก็พากันเดินดูสมบัติกันต่อ

    ไลท์ได้แลกเปลื่ยนสมบัติหลายอย่างเพราะสมบัติที่ไลท์แลกเปลื่ยนส่วนมากจะเป็นสมบัติที่มีพลังเวทย์สะสมอยู่ด้านใน เพราะเขาต้องการนำสมบัติเหล่านั้นมอบให้คนของเขาฝึกฝน

    หลังจากที่เดินชมชั้นสองจนครบแล้ว ไลท์ก็พาคนอื่นขึ้นไปที่ชั้นสาม 

    แน่นอนว่าการที่จะขึ้นไปชั้นสามไม่จำเป็นจะต้องตรวจสอบตัวตน เพราะการที่จะขึ้นมาที่ชั้นสองได้แสดงว่าได้รับการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว