1 เดือนต่อมา....
“เฮ้อนั่งสมาธินานๆนี่ทำให้ปวดเมื่อยยิ่งนัก”
เอริคเดินออกมาจากตำหนักพร้อมกับขยับตัวไปมา
หลังจากวันนั้นที่ทดสอบฝีมือพวกเขาก็ผ่านมา1 เดือนแล้ว...
เอริคถอนหายใจออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องในวันนั้น
นึกแล้วก็ช่างรู้สึกสงสารตัวเองยิ่งนัก
ผลจากการต่อสูนั้นทำให้ข้า.....
ต้องนอนดูดาวถึง 3วัน 3คืน!!
ย้อนกลับไปเมื่อตอนนั้น.....
“ท่านพี่ตำหนักท่านพังเช่นนี้แล้วท่านจะนอนยังไงล่ะขอรับ?”
อลันมองไปที่ตำหนักของเอริคที่พังพินาศแล้วก็รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
ถึงยังไงก็เป็นเพราะพวกเขาส่วนนึงที่ทำให้ตำหนักเอริคพัง
“ถ้าเจ้านอนที่นี่ไม่ได้เจ้าไปนอนกับขะ..ข้าก็ได้”
เอวาเอ่ยปากถามเอริคด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
นอนห้องเจ้า?
ข้าเกรงว่าคงจะไม่ได้นอนมากกว่า!!
“อะแฮ่ม!ปรมาจารย์ที่แท้จริงไม่ว่าที่ไหนก็สามารถนอนได้”
เอริคหันหลังให้กับพวกเขาแล้วเงยหน้ามองฟ้าพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกับผู้อาวุโสที่ข้ามผ่านยุคสมัยมาช้านาน
อลันมองไปที่แผ่นหลังของเอริคด้วยความสับสน
การนอนมันเกี่ยวกับการเป็นปรมาจารย์ด้วยหรอ?
แน่นอนว่าเขาเพียงแค่คิดแต่ไม่ได้พูดออกไป
“เอาล่ะตอนนี้พวกเจ้าออกไปได้แล้ว”
“งั้น...พวกข้าไปก่อนนะเอริค”
ลูคัสมองไปที่เอริคด้วยความลังเลก่อนจะจากไป
ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าเขาจะทำเท่ไปทำไม?
เมื่อคนอื่นๆจากไปกันหมดแล้วเอริคก็หันหน้ากลับมามองตำหนักของเขาที่กลายแป็นเศษซากลง
บัดซบ!บัดซบเอ้ยยยยย
เอริคอยากร่ำไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตา
ตำหนักข้าาาาาาาาา
กลับมาที่ปัจจุบัน....
3วัน3คืนที่ข้าต้องนอนตบยุงข้าจะไม่มีวันลืมเลย!!
ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นตำหนักจะซ่อมเสร็จก็เถอะ
เอริคกำหมัดแน่นพร้อมกับสาบานเงียบๆในใจ
จะว่าไปแล้ว.....
ทำไมดีแลนกับท่านลุงแลนดอนถึงยังไม่กลับมาอีกกัน?
เอริคขมวดคิ้วลงเล็กน้อยก่อนตะโกนเรียกคนคุ้มกันคนหนึ่ง
“เรียกเซนมาพบข้าที!”
“ขอรับ!”
ตึกๆๆๆๆๆ
“ท่านพี่เรียกข้า?”
“ได้ข่างดีแลนกับลุงแลนดอนรึไม่?”
“ข้าได้ส่งคนออกไปตามหาพวกเขาแล้วขอรับเกรงว่าจะต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่อีกไม่นานก็น่าจะได้ข่าวแล้วขอรับ”
“อืม”
จากเวลาที่นานขนาดนี้เกรงว่าจะได้ข่าวร้ายมากกว่าข่าวดีแล้ว....
แต่ถึงยังก็มีผู้ฝึกหัดปราณขั้นที่2 ถึง 2คน....
“รายงาน!รายงานขอรับ!”
ทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยความรีบร้อน
“ใจเย็นก่อน!แล้วค่อยๆเล่ามา”
เซนหันไปบอกทหารที่วิ่งเข้ามาตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อให้ใจเย็น
“ขะ..ขอรับเรา...เราพบตัวท่านแลนดอนแล้วขอรับ”
“พบตัวแล้วงั้นรึ?แล้วเขาอยู่ไหนกัน?”
“ท่าน..ท่านแลนดอนพักฟื้นตัวอยู่ที่เรือนพยาบาลขอรับ”
“เรือนพยาบาล?เขาบาดเจ็บ?”
เอริคได้ยินแบบนั้นก็แววตาทอประกายเย็นชาถามทหารนายนั้นด้วยเสียงเคร่งเครียด
“ขะ...ขอรับ ท่านแลนดอนได้รับบาดเจ็บสาหัส”
ทหารตอบเอริคด้วยท่าทีหวาดกลัว
“แล้วดีแลน?”
“ไม่ทราบขอรับตอนหน่วยค้นหาถูกส่งออกไปก็พบเจอแค่ท่านแลนดอนที่ตัวโชกเลือดนอนหมดสติคนเดียวขอรับ”
เมื่อทหารนายนั้นพูดจบบรรยากาศก็กลายเป็นเงียบลง
“ไปดูท่านลุงแลนดอนก่อน”
เอริคพูดจบก็เดินออกจากตำหนักไป
เซนไม่พูดอะไรเพียงเดินตามเข้าไปเงียบๆ
เรือนพยาบาล......
เอริคเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกวาดตามองรอบๆ
ภายในมีเอวาและลูคัสนั่งเฝ้าอยู่
“เอริค”
เอวาส่งเสียงเรียกเอริคอย่างเศร้าๆ
“อืม”
เอริคทำเพียงพยักหน้าแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
“ท่านลุงแลนดอน”
“อะ..เอริครึ?”
แลนดอนได้ยินเสียงคนเรียกก็ลืมตาขึ้นมาดู
“ขอรับเป็นข้าเองท่านลุงท่านบอกได้รึไหมขอรับว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”
“มันเป็นโจรบัดซบ!”
แลนดอนกำหมัดแน่นด้วยความเครียดแค้น
“พวกโจร?พวกโจรมันสามารถทำท่านลุงบาดเจ็บถึงขนาดนี้เชียว”
เซนถามแลนดอนด้วยความไม่เข้าใจ
พวกโจรพวกนี้ไม่มีทางที่จะมีผู้ฝึกหัดปราณขั้นที่2หลายคนแน่
“ท่านลุงคนอื่นๆในกองกำลังของท่าน.....”
เอริคถามแลนดอนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“พวกเขาตาย...ตายหมดแล้ว”
“ตาย!ตายหมดแล้ว!เป็นไปได้เยี่ยงไรกัน?!”
“นั้นเป็นกองกำลังผู้ฝึกตนกว่า100นายเลยนะขอรับแล้วก็ยังมีแม่ทัพสวรรค์ดีแลนไปด้วยอีกนะขอรับ!”
เซนพูดออกมาด้วยความเหลือเชื่อ
เป็นไปไม่ได้!นั่นเป็นถึงกองกำลังหมาป่าทลายสวรรค์เชียวนะ?ที่สำคัญยังมีแม่ทัพหมาป่าสวรรค์ที่สามารถรวมพลังกองกำลังได้อีก
ไม่ต้องพูดถึงว่ามีผู้ฝึกหัดปราณถึง 2 คน
แต่ทั้งหมดตายหมดแต่รอดมาเพียงคนเดียว?
พวกนั้นใช่โจรจริงๆน่ะรึ?
“พวกนั้นไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนักหรอกแต่เป็นเพราะข้าตกหลุมพรางมันเข้าต่างหาก”
“หลุมพราง?”
“ใช่!ข้าจะเล่าทุกอย่างให้พวกเจ้าฟัง”
แลนดอนสีหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและโศกเศร้าก่อนจะค่อยๆเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นยันจบ