ผู้พิชิตซอมบี้

    ตอนที่ 42 สงครามเลือด 3

    1 เดือนต่อมา....


    “เฮ้อนั่งสมาธินานๆนี่ทำให้ปวดเมื่อยยิ่งนัก”


    เอริคเดินออกมาจากตำหนักพร้อมกับขยับตัวไปมา


    หลังจากวันนั้นที่ทดสอบฝีมือพวกเขาก็ผ่านมา1 เดือนแล้ว...


    เอริคถอนหายใจออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องในวันนั้น


    นึกแล้วก็ช่างรู้สึกสงสารตัวเองยิ่งนัก


    ผลจากการต่อสูนั้นทำให้ข้า.....


    ต้องนอนดูดาวถึง 3วัน 3คืน!!


    ย้อนกลับไปเมื่อตอนนั้น.....


    “ท่านพี่ตำหนักท่านพังเช่นนี้แล้วท่านจะนอนยังไงล่ะขอรับ?”


    อลันมองไปที่ตำหนักของเอริคที่พังพินาศแล้วก็รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย


    ถึงยังไงก็เป็นเพราะพวกเขาส่วนนึงที่ทำให้ตำหนักเอริคพัง


    “ถ้าเจ้านอนที่นี่ไม่ได้เจ้าไปนอนกับขะ..ข้าก็ได้”


    เอวาเอ่ยปากถามเอริคด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ


    นอนห้องเจ้า?


    ข้าเกรงว่าคงจะไม่ได้นอนมากกว่า!!


    “อะแฮ่ม!ปรมาจารย์ที่แท้จริงไม่ว่าที่ไหนก็สามารถนอนได้”


    เอริคหันหลังให้กับพวกเขาแล้วเงยหน้ามองฟ้าพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกับผู้อาวุโสที่ข้ามผ่านยุคสมัยมาช้านาน


    อลันมองไปที่แผ่นหลังของเอริคด้วยความสับสน


    การนอนมันเกี่ยวกับการเป็นปรมาจารย์ด้วยหรอ?


    แน่นอนว่าเขาเพียงแค่คิดแต่ไม่ได้พูดออกไป


    “เอาล่ะตอนนี้พวกเจ้าออกไปได้แล้ว”


    “งั้น...พวกข้าไปก่อนนะเอริค”


    ลูคัสมองไปที่เอริคด้วยความลังเลก่อนจะจากไป


    ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าเขาจะทำเท่ไปทำไม?


    เมื่อคนอื่นๆจากไปกันหมดแล้วเอริคก็หันหน้ากลับมามองตำหนักของเขาที่กลายแป็นเศษซากลง


    บัดซบ!บัดซบเอ้ยยยยย


    เอริคอยากร่ำไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตา


    ตำหนักข้าาาาาาาาา


    กลับมาที่ปัจจุบัน....


    3วัน3คืนที่ข้าต้องนอนตบยุงข้าจะไม่มีวันลืมเลย!!


    ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นตำหนักจะซ่อมเสร็จก็เถอะ


    เอริคกำหมัดแน่นพร้อมกับสาบานเงียบๆในใจ


    จะว่าไปแล้ว.....


    ทำไมดีแลนกับท่านลุงแลนดอนถึงยังไม่กลับมาอีกกัน?


    เอริคขมวดคิ้วลงเล็กน้อยก่อนตะโกนเรียกคนคุ้มกันคนหนึ่ง


    “เรียกเซนมาพบข้าที!”


    “ขอรับ!”


    ตึกๆๆๆๆๆ


    “ท่านพี่เรียกข้า?”


    “ได้ข่างดีแลนกับลุงแลนดอนรึไม่?”


    “ข้าได้ส่งคนออกไปตามหาพวกเขาแล้วขอรับเกรงว่าจะต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่อีกไม่นานก็น่าจะได้ข่าวแล้วขอรับ”


    “อืม”


    จากเวลาที่นานขนาดนี้เกรงว่าจะได้ข่าวร้ายมากกว่าข่าวดีแล้ว....


    แต่ถึงยังก็มีผู้ฝึกหัดปราณขั้นที่2 ถึง 2คน....


    “รายงาน!รายงานขอรับ!”


    ทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยความรีบร้อน


    “ใจเย็นก่อน!แล้วค่อยๆเล่ามา”


    เซนหันไปบอกทหารที่วิ่งเข้ามาตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อให้ใจเย็น


    “ขะ..ขอรับเรา...เราพบตัวท่านแลนดอนแล้วขอรับ”


    “พบตัวแล้วงั้นรึ?แล้วเขาอยู่ไหนกัน?”


    “ท่าน..ท่านแลนดอนพักฟื้นตัวอยู่ที่เรือนพยาบาลขอรับ”


    “เรือนพยาบาล?เขาบาดเจ็บ?”


    เอริคได้ยินแบบนั้นก็แววตาทอประกายเย็นชาถามทหารนายนั้นด้วยเสียงเคร่งเครียด


    “ขะ...ขอรับ ท่านแลนดอนได้รับบาดเจ็บสาหัส”


    ทหารตอบเอริคด้วยท่าทีหวาดกลัว


    “แล้วดีแลน?”


    “ไม่ทราบขอรับตอนหน่วยค้นหาถูกส่งออกไปก็พบเจอแค่ท่านแลนดอนที่ตัวโชกเลือดนอนหมดสติคนเดียวขอรับ”


    เมื่อทหารนายนั้นพูดจบบรรยากาศก็กลายเป็นเงียบลง


    “ไปดูท่านลุงแลนดอนก่อน”


    เอริคพูดจบก็เดินออกจากตำหนักไป


    เซนไม่พูดอะไรเพียงเดินตามเข้าไปเงียบๆ


    เรือนพยาบาล......


    เอริคเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกวาดตามองรอบๆ


    ภายในมีเอวาและลูคัสนั่งเฝ้าอยู่


    “เอริค”


    เอวาส่งเสียงเรียกเอริคอย่างเศร้าๆ


    “อืม”


    เอริคทำเพียงพยักหน้าแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป


     “ท่านลุงแลนดอน”


    “อะ..เอริครึ?”


    แลนดอนได้ยินเสียงคนเรียกก็ลืมตาขึ้นมาดู


    “ขอรับเป็นข้าเองท่านลุงท่านบอกได้รึไหมขอรับว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”


    “มันเป็นโจรบัดซบ!”


    แลนดอนกำหมัดแน่นด้วยความเครียดแค้น


    “พวกโจร?พวกโจรมันสามารถทำท่านลุงบาดเจ็บถึงขนาดนี้เชียว”


    เซนถามแลนดอนด้วยความไม่เข้าใจ


    พวกโจรพวกนี้ไม่มีทางที่จะมีผู้ฝึกหัดปราณขั้นที่2หลายคนแน่


    “ท่านลุงคนอื่นๆในกองกำลังของท่าน.....”


    เอริคถามแลนดอนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


    “พวกเขาตาย...ตายหมดแล้ว”


    “ตาย!ตายหมดแล้ว!เป็นไปได้เยี่ยงไรกัน?!”


    “นั้นเป็นกองกำลังผู้ฝึกตนกว่า100นายเลยนะขอรับแล้วก็ยังมีแม่ทัพสวรรค์ดีแลนไปด้วยอีกนะขอรับ!”


    เซนพูดออกมาด้วยความเหลือเชื่อ


    เป็นไปไม่ได้!นั่นเป็นถึงกองกำลังหมาป่าทลายสวรรค์เชียวนะ?ที่สำคัญยังมีแม่ทัพหมาป่าสวรรค์ที่สามารถรวมพลังกองกำลังได้อีก


    ไม่ต้องพูดถึงว่ามีผู้ฝึกหัดปราณถึง 2 คน


    แต่ทั้งหมดตายหมดแต่รอดมาเพียงคนเดียว?


    พวกนั้นใช่โจรจริงๆน่ะรึ?


    “พวกนั้นไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนักหรอกแต่เป็นเพราะข้าตกหลุมพรางมันเข้าต่างหาก”


    “หลุมพราง?”


    “ใช่!ข้าจะเล่าทุกอย่างให้พวกเจ้าฟัง”


    แลนดอนสีหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและโศกเศร้าก่อนจะค่อยๆเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นยันจบ


    คล้ายกับเรื่องผู้พิชิตซอมบี้ ที่คุณอ่าน