แน่จริงก็เข้ามา! หญิงอัปลักษณ์เช่นข้าจะสั่งสอนขยะอย่างพวกเจ้าเอง

    บทที่ 43 ความลับอันน่าสะพรึง

            ครั้นเห็นใบหน้าเศร้าสลดของหลานสาวสุดที่รักสีหน้าของหรงกุ้ยเฟยก็ฉายประกายยากคาดเดา ไฟโทสะลุกโชนในดวงตา

            ทว่าที่แล้วมานางใช้ชีวิตอยู่ในวังหลังที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งคว้าชัยชนะเหนือศัตรูมานับไม่ถ้วน จนยามนี้สามารถนั่งในตำแหน่งได้อย่างมั่นคงถึงแม้ในใจจะเดือดดาลเพียงใดนางก็ไม่มีทางตะโกนโวยวายฝ่ายตรงข้ามทำให้เกียรติยศของกุ้ยเฟยต้องหมองมัว

            หรงกุ้ยเฟยปรายตามองเสิ่นจื่อโยวด้วยสายตาเย็นชาในใจลอบเหยียดหยัน ก็แค่เด็กสาวต่ำช้าที่ขนยังขึ้นไม่ครบคนหนึ่ง บังอาจยิ่งนักที่เดินเข้ามาในวังหลวงด้วยอากัปกิริยาเช่นนี้

            ยามนี้ปล่อยให้นางหยิ่งผยองไปเถิดอีกไม่นานนางก็ต้องร้องไห้แล้ว!

            หรงกุ้ยเฟยคิดถึงสารพันวิธีที่จะใช้ทรมานเสิ่นจื่อโยวไว้แล้วสำหรับคนที่ไม่ฟังความพรรค์นี้ แต่ไรมานางไม่เคยปราณี

            หรงกุ้ยเฟยปิดฝาถ้วยน้ำชาลงด้วยแรงไม่หนักไม่เบาน้ำเสียงราบเรียบดังขึ้น “เสิ่นจื่อโยว เจ้ารู้หรือไม่ว่ายามนี้ตนเองอยู่ที่ใด เหตุใดเมื่อพบข้าแล้วจึงยังไม่คุกเข่าทั้งยังมาโต้เถียงหลานสาวของข้าเจ้าต้องการให้ข้าสั่งสอนเจ้าด้วยตนเองหรือว่าสิ่งใดที่เรียกว่า ‘กฎระเบียบ’”

            ดวงตาของเสิ่นจื่อโยวหรี่เล็กลงยามพินิจมองหรงกุ้ยเฟยในอาภรณ์งดงามหรูหราที่ประทับอยู่บนตำแหน่งประมุข

            ผ่านไปเพียงชั่วครู่นางจึงหัวเราะออกมาเบาๆ และยอบกายให้กับหรงกุ้ยเฟย พลางกล่าว “ถวายพระพรกุ้ยเฟย ขอให้กุ้ยเฟยเกษมสำราญ”

            หรงกุ้ยเฟยเลิกคิ้วขึ้นสูงกล่าวด้วยน้ำเสียงดูแคลน “มิใช่ว่าข้าให้เจ้าคุกเข่าลงหรือ เหตุใดเจ้าจึงเพียงยอบกาย”

            เสิ่นจื่อโยวตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่ช้าไม่เร็ว“กุ้ยเฟยโปรดระงับโทสะ ตั้งแต่วัยเยาว์หม่อมฉันก็เก็บตัวอยู่แต่ในเรือนในไม่เคยคุกเข่าแก่ฟ้าดินทั้งยังไม่เคยคุกเข่าให้บิดามารดาจึงไม่ค่อยเข้าใจว่าลักษณะ ‘การคุกเข่า’ เป็นเช่นไร มิสู้กุ้ยเฟยแสดงให้หม่อมฉันดูสักครั้ง?”

            “บังอาจ! เสิ่นจื่อโยว เจ้ามีสถานะอะไรถึงได้กล้าสั่งให้หรงกุ้ยเฟยคุกเข่าให้เจ้า?!” บิดาของหรงเมิ่งหลันตบโต๊ะตวาดเสียงกร้าว

            “หม่อมฉันย่อมไม่กล้าเพียงแต่เมื่อครู่กุ้ยเฟยได้ตรัสเองว่าจะสอนกฎเกณฑ์ให้หม่อมฉันด้วย ‘ตนเอง’ กุ้ยเฟยทรงวางตนใกล้ชิดกับราษฎรยิ่งนักมิเสียทีที่แต่ไรมากุ้ยเฟยก็ได้รับการกล่าวขานว่า ‘มีพระเมตตา’”

            ‘มีพระเมตตา’ เสิ่นจื่อโยวเน้นย้ำอักษรสี่คำนี้ทีละคำแต่เมื่อฟังแล้วกลับไม่คล้ายคำยกย่องชื่นชมทว่าคล้ายการเสียดสีมากกว่า

            เหน็บแนมที่หรงกุ้ยเฟยตีสองหน้าเหน็บแนมถึงจิตใจอันโหดเหี้ยมอำมหิตของหรงกุ้ยเฟย

            เพลิงโทสะในใจของหรงกุ้ยเฟยพลันทะยานขึ้นสู่ศีรษะนางเดือดดาลจนหัวเราะออกมา

            “ดีมาก ปากช่างแหลมคมยิ่งนักตั้งแต่ข้าได้มานั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดกล้าปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้เลยเสิ่นจื่อโยว เจ้านับเป็นคนแรก”

            หรงกุ้ยเฟยกล่าวจบนัยน์ตาก็ปรากฏประกายอำมหิต“ในเมื่อแม่นางเสิ่นต้องการให้ข้าสั่งสอนกฎระเบียบให้แก่เจ้าด้วย ‘ตนเอง’เช่นนั้นย่อมได้ วันนี้ข้าจะตั้งใจสั่งสอนเจ้า! ทหารจงคุมตัวเสิ่นจื่อโยวออกไปตีขา ตีจนกระทั่งนางรู้จักคำว่า ‘คุกเข่า’!”

            “พ่ะย่ะค่ะ!”

            องครักษ์น้อมรับคำ ก้าวยาว ๆ เข้าไปหาเสิ่นจื่อโยว

            นัยน์ตาของเสิ่นจื่อโยวฉายประกายกร้าวในตำแหน่งที่ทุกคนไม่ทันสังเกตนิ้วมือนางเคลื่อนไหวเป็นสัญญาณมือซับซ้อน

            สัญญาณมือนี้รวดเร็วจนไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ทันสังเกต

            หรงเมิ่งหลันจับจ้องเสิ่นจื่อโยวไม่ไหวติงครั้นเห็นนางไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็หลงนึกว่านางเกิดความหวาดกลัวเสียแล้ว

            หรงเมิ่งหลันคลี่ยิ้มออกมาอย่างย่ามใจ

            ในขณะที่องครักษ์ใกล้จะสัมผัสแขนของเสิ่นจื่อโยวหรงกุ้ยเฟยก็พลันส่งเสียงร้องแหลม “กรี๊ด” ออกมา มือไม้ของนางสั่นเทา กวาดเอาถ้วยน้ำชาที่อยู่ข้างมือพลิกหล่นทันที

            ความสนใจของทุกคนจึงตกไปอยู่บนร่างของหรงกุ้ยเฟยบรรดาองครักษ์ต่างหยุดการเคลื่อนไหวมองไปยังหรงกุ้ยเฟยที่อยู่บนตำแหน่งประมุขด้วยสายตาสับสน

            ดูคล้ายหรงกุ้ยเฟยจะกำลังตื่นตกใจกับบางสิ่งนัยน์ตาสั่นระริก มือทั้งคู่สั่นเทา

            “เมื่อครู่พวกเจ้า...ได้ยินเสียงอะไรหรือไม่” หรงกุ้ยเฟยถามด้วยเสียงหอบโยน

            ทุกคนต่างสบสายตากันก่อนโคลงศีรษะแล้วกล่าว“กราบทูลกุ้ยเฟย พวกกระหม่อมไม่ได้ยินอะไรเลยพ่ะย่ะค่ะ”

            “ไม่มี? ไม่มี...”ร่างของหรงกุ้ยเฟยสั่นสะท้านไปชั่วครู่ก่อนจะค่อย ๆ สงบลง

            นางกวาดตามองไปยังเบื้องล่างก็พบกับเสิ่นจื่อโยวที่สบสายตากับตนอย่างไม่หวั่นเกรงโทสะในทรวงอกพลันโหมกระพือขึ้นอีกครา ขับไล่ความหวาดกลัวเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น

            “พวกเจ้ากำลังรออะไรอยู่ ไม่ได้ยินคำสั่งของข้าเมื่อครู่หรือจับนางโบยให้หนัก! โบยจนกว่าเสิ่นจื่อโยวจะรู้จักกฎเกณฑ์!”

            หรงกุ้ยเฟยนำความหวาดกลัวและความโกรธไปลงบนร่างของเสิ่นจื่อโยว

            บรรดาองครักษ์เคลื่อนไหวอีกครั้งในยามนี้เองข้างหูของหรงกุ้ยเฟยก็มีเสียงดังกังวานของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้น

            “ท่านแม่...”

            หรงกุ้ยเฟยกรีดร้องอย่างเสียอาการขึ้นอีกครานางลุกขึ้นจากที่ประทับ ถามด้วยท่าทีดุดัน

            “พวกเจ้ามีผู้ใดกำลังกล่าวสิ่งใด แท้จริงแล้วเมื่อครู่เป็นพวกเจ้าคนใดที่เอ่ยวาจา?!”

            ทุกคนต่างข้ามองเจ้า เจ้ามองข้าสบสายตาประสานกัน

            เมื่อครู่มีใครกล่าวสิ่งใดหรือ...ไม่มีสักคน

            ความเงียบงันของทุกคนทำให้ความหวาดกลัวในจิตใจของหรงกุ้ยเฟยยิ่งสลักลึกแม้จะกล่าวว่าหลายปีมานี้มือของนางเปื้อนโลหิตมาไม่น้อยแต่นั่นก็เป็นเลือดของฝ่ายตรงข้าม

            ถึงแม้เลือดของฝ่ายตรงข้ามจะเปรอะเปื้อนเพียงใดแต่ก็ไม่อาจสร้างความกดดันในใจได้เท่ากับการบีบคอสังหารบุตรสาวของตนเอง

            หลายปีมานี้หรงกุ้ยเฟยใช้ชีวิตอยู่ในความรู้สึกผิดอันหนักหน่วงทว่าด้านหนึ่งนางก็พร่ำสะกดจิตตนว่าทุกสิ่งนี้คุ้มค่า

            หากในปีนั้นนางไม่ใจเหี้ยมไม่ลงมือกระทำเรื่องเหล่านั้นไม่มีข้ออ้างการตายของลูกสาวเพื่อใช้กำจัดฮวาเฟยสุดท้ายคนที่ต้องถูกส่งเข้าพระตำหนักเย็นก็อาจเป็นตัวนางไม่ใช่ฮวาเฟยผู้ได้รับความรักความโปรดปรานจากฮ่องเต้อย่างลึกซึ้ง

            หรงกุ้ยเฟยกัดริมฝีปากในขณะที่กำลังพร่ำบอกตนว่าเสียงเมื่อครู่เป็นเพียงนางที่หูแว่วไป เสียงข้างหูก็ดังขึ้นอีกครา

            “พระมารดาเหตุใดท่านจึงต้องสังหารลูก”

            “พระมารดาลูกอยู่ด้านล่างหนาวเหลือเกิน ท่านลงมาอยู่เป็นเพื่อนลูกได้หรือไม่...”

            “กรี๊ด...ออกไป! เจ้ารีบออกไป!เจ้าไม่ใช่ลูกของข้า! จงออกไปเสีย...”หรงกุ้ยเฟยตกใจจนสูญเสียสติสัมปชัญญะโดยสิ้นเชิงนางโบกสะบัดสองมือไปมากลางอากาศคล้ายกำลังขับไล่บางสิ่ง

            เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของหรงกุ้ยเฟยทุกคนยังจะมีกะจิตกะใจจัดการเสิ่นจื่อโยวอีกหรือพวกเขาหลายคนรีบวิ่งไปทางหรงกุ้ยเฟยหมายจะสงบสติอารมณ์ของนางไว้ยังมีอีกหลายคนที่รีบวิ่งออกไปเรียกหมอหลวง

            มุมปากของเสิ่นจื่อโยวยกหยักขึ้นช้า ๆนัยน์ตาฉายประกายสนุก

            หรงเมิ่งหลันพยายามจับแขนขาของหรงกุ้ยเฟยอยู่หลายคราแต่ก็ไร้ผลหางตาของนางหันไปมองเสิ่นจื่อโยวโดยไม่ตั้งใจ

            ครั้นเห็นเสิ่นจื่อโยวยังยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความสงบนิ่งในหัวของนางก็ปรากฏความคิดหนึ่งวาบผ่าน

            เมื่อคิดถึงงานเลี้ยงฉลองที่ฮ่องเต้ทรงจัดให้เหล่าขุนนางในราตรีนั้นเสิ่นเชียนซีที่ล่วงเกินเสิ่นจื่อโยวก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งโดยไร้สาเหตุเช่นนี้

            “เสิ่นจื่อโยว! เจ้าเองใช่หรือไม่ที่ทำให้ท่านอาทรงมีสภาพเช่นนี้!”

            หรงเมิ่งหลันชี้ไปทางเสิ่นจื่อโยวและผรุสวาทอย่างเคียดแค้นจากนั้นนางจึงหันไปสั่งการองครักษ์คนอื่น “ทหาร! รีบเข้าไปจับตัวเสิ่นจื่อโยวโทษฐานที่นางทำร้ายกุ้ยเฟย!”

            สีหน้าของเสิ่นจื่อโยวพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในตำแหน่งที่หรงเมิ่งหลันมองไม่เห็นนางทำสัญญาณมือซับซ้อนขึ้นอีกครั้ง

            หรงเมิ่งหลันกล่าวได้ไม่ผิดที่หรงกุ้ยเฟยมีสภาพเช่นในยามนี้เป็นเพราะนาง

            นางลอบแปะยันต์ลวงตาบนร่างของหรงกุ้ยเฟยอย่างไร้สุ้มเสียงจนทำให้นางสามารถควบคุมประสาทสัมผัสทั้งห้าของหรงกุ้ยเฟยได้

            หลายปีมานี้หรงกุ้ยเฟยได้ถูก ‘ผี’ ในใจตนเองทรมานอย่างแสนสาหัส เพียงนางลอบเพิ่มฟางเส้นเล็ก ๆ ลงไป ความนึกคิดของหรงกุ้ยเฟยก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

            ถึงแม้หรงเมิ่งหลันจะสงสัยนางแล้วอย่างไรนางไม่ได้ทิ้งร่องรอยหรือหลักฐานอันใดไว้ ในเมื่อหรงเมิ่งหลันต้องการจับนางโดยไร้หลักฐานเช่นนั้นก็อย่าได้กล่าวโทษที่นางจะไม่เกรงใจกันแล้ว!

            มุมปากของเสิ่นจื่อโยวยกหยักขึ้นน้อยๆหลังจากที่นางทำสัญญาณมือเสร็จสิ้นเบื้องหน้าของหรงกุ้ยเฟยก็ปรากฏเป็นภาพลวงภาพใหม่

            นางเห็นหรงเมิ่งหลันเป็นบุตรสาวของตนเองที่กำลังจับแขนของนางพลางเอ่ยถามอย่างกล้ำกลืน“พระมารดา ท่านลืมเสี่ยวเยว่ไปแล้วใช่หรือไม่ ทั้งที่เสี่ยวเยว่เป็นเด็กที่ท่านตั้งครรภ์ถึงสิบเดือนก่อนจะคลอดออกมา...”

            ‘เสี่ยวเยว่’ ที่อยู่ตรงหน้านั้นสองข้างแก้มอาบรินไปด้วยน้ำตาเลือดใบหน้าซีดขาวไร้ซึ่งโลหิต อีกทั้งบนลำคอยังมีรอยนิ้วมือ!

            หรงกุ้ยเฟยยิ่งกรีดร้องเสียงดังขึ้นก่อนจะฟาดฝ่ามือไปบนใบหน้าของหรงเมิ่งหลัน!

            หรงเมิ่งหลันถูกนางตบจนล้มคว่ำลงไปบนพื้นนางมองไปยังหรงกุ้ยเฟยที่คลุ้มคลั่งอย่างเหลือเชื่อ

            เพียงแต่ในสายตาของหรงกุ้ยเฟย หรงเมิ่งหลันกลับแปรเปลี่ยนเป็นอีกร่างหนึ่ง

            ‘เสี่ยวเยว่’ ฟุบอยู่บนพื้น จับชายกระโปรงของนางไว้แล้วกล่าว “ท่านแม่...ข้าเจ็บมาก...เหตุใดท่านจึงต้องตีเสี่ยวเยว่เสี่ยวเยว่เจ็บเหลือเกิน...”

            กล่าวจบยังแลบลิ้นยาวไปหาหรงกุ้ยเฟย...

            หรงกุ้ยเฟยหวาดกลัวจนดึงทึ้งผมของตนเองไว้ทว่าในเวลาถัดมาหัวใจนางพลังเขม็งตึง สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นดุร้าย

            นางกระโจนเข้าหา ‘เสี่ยวเยว่’ จากนั้นยังพยายามบีบลำคอของนาง

            “ขอโทษ...แม่เองก็ไม่อยาก...เจ้าอย่าได้กล่าวโทษข้า...อย่าได้กล่าวโทษ...หากจะโทษก็ต้องโทษที่เจ้าเกิดมาในเวลาไม่เหมาะสม...ในเมื่อเจ้าตายไปแล้วเช่นนั้นก็จงตายไปอีกครั้งเถิด...”

            หรงเมิ่งหลันถูกบีบคอจนดวงตาแทบถลนออกมาลมหายใจในทรวงอกที่เบาบางลงทำให้นางสัมผัสได้ถึงรสชาติแห่งความตาย

            นางอยากดึงนิ้วมือของหรงกุ้ยเฟยออกทว่าอีกฝ่ายได้ตัดสินใจที่จะกระทำการด้วยใจโหดเหี้ยมแล้วหรงเมิ่งหลันที่มือเท้าอ่อนแรงไม่สามารถดึงมือของหรงกุ้ยเฟยออกได้เลย!

            สิ่งที่ทำให้นางสะพรึงมากที่สุดก็คือนางคล้ายได้ยินความลับอันยิ่งใหญ่ความลับหนึ่ง...

            บุตรสาวของท่านอา...ถูกท่านอาสังหารด้วยตนเอง?!!!

            ในชั่วขณะนี้เองที่หรงเมิ่งหลันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตนเองจะไม่เคยมาที่นี่ในวันนี้!

    คล้ายกับเรื่องแน่จริงก็เข้ามา! หญิงอัปลักษณ์เช่นข้าจะสั่งสอนขยะอย่างพวกเจ้าเอง ที่คุณอ่าน

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134