หลังจากการกลับไปเยี่ยมบ้านป้อมสนิมแดงและสะสางภัยคุกคามให้ครอบครัวเสร็จสิ้น อาลอนก็ถูกสัญญาณเรียกตัวด่วนจากผู้อำนวยการซาโลมอน ให้หวนคืนสู่วิทยาลัยเพื่อร่วมภารกิจลับใต้อุโมงค์...
แกร๊ก... แกร๊ก...
เสียงตะเกียงไอน้ำเวทมนตร์ในมืออวบหนาของ ผู้อำนวยการซาโลมอน สั่นไหวเบาๆ เปลวไฟสีนวลทอแสงกระทบเส้นผมและเคราขาวโพลนราวกับหิมะท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำหินงอกหินย้อยโบราณ ชายชราคนแคระก้าวเดินด้วยจังหวะที่เชื่องช้าทว่ามั่นคง เคียงคู่ไปกับร่างระหงของ 'ลูเน่' ประธานนักเรียนหญิงอันดับหนึ่งแห่งสิบยอดมงกุฎในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ และอาลอน ยอดมงกุฎอันดับ 10 คนใหม่ในชุดช่างเครื่องที่ดูทะมัดทะแมง
ไอพิษวิญญาณสีม่วงเข้มพวยพุ่งออกจากรอยแตกของผนังถ้ำราวกับอสูรกายหิวกระหาย ทันทีที่มันเข้าใกล้เด็กสาว ออร่าปราณดาราสีฟ้าครามอันบริสุทธิ์และเฉียบคมก็แผ่ซ่านออกจากร่างลูเน่ สลายไอพิษเหล่านั้นให้มลายหายไปในพริบตา ดวงตาสีน้ำเงินอมเทาของเธอยังคงว่างเปล่า เงียบสงบ ราวกับผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
อาลอนยกแขนซ้ายขึ้น เลนส์ตาจักรกลซีกซ้ายประมวลผลสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ สัมผัสได้ถึงความอึดอัดกดทับที่เพิ่มขึ้นทุกย่างก้าว ความหนาแน่นของไอพิษวิญญาณสายพันธุ์สีม่วงและความกดอากาศใต้อุโมงค์หินลึกถูกส่งผ่านประสาทรับรู้ของเลนส์ตาโดยตรง ขณะที่บาเรียออร่าดาราครามของลูเน่ยังคงทำหน้าที่ปกป้องพวกเขาทั้งสามไว้
"รอยแยกโกลาหลข้างล่างกำลังขยายตัวด้วยอัตราเร่งที่ผิดปกติ..." ซาโลมอนเอ่ยเสียงแหบพร่า ตะเกียงในมือส่องกระทบเศษซากฟันเฟืองโบราณที่แหลกเหลวเกลื่อนพื้น "สภาผู้อาวุโสข้างบนคิดว่าการสร้างสถาบันทับรอยแยกนี้ และใช้ค่ายกลกลไกสะกดชิ้นส่วนอวัยวะของ 'เทพบิดร' เอาไว้จะทำให้พวกมันกุมอำนาจสูงสุดของจักรวาล... พวกหนูตะเภาสมองนิ่มหารู้ไม่ว่า พวกมันกำลังสร้างบ้านอยู่บนภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ"
ลูเน่ไม่ตอบคำพูด แต่อุปกรณ์ผลึกศิลาในมือขวาของเธอเริ่มสั่นระรัว ตัวเลขอักษรรูนสีฟ้าครามหมุนวนจับสัญญาณบางอย่าง
"สัญญาณชีพจรดิบ (Raw Pulse)... มันไม่ได้แผ่ออกมาจากค่ายกลสะกดหลักของวิทยาลัย ท่านผู้อำนวยการ..." ลูเน่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงพร่าเย็น
เธอยกแว่นมนตราขึ้น แววตาดิ่งลึกส่องประกายเยือกเย็น "มีขั้วอำนาจอื่น... กำลังลักลอบกระทำการบางอย่างอยู่ใต้วิทยาลัยแห่งนี้ สัญญาณบิดเบี้ยวของมันขัดแย้งกับกฎธรรมชาติอย่างรุนแรง"
อาลอนหรี่ตาลง มองตามสัญญาณบนแผงสแกนเนอร์โฮโลแกรม "มีคนแอบใช้ศาสตร์มืดสกัดชีวะกลไกใต้อุโมงค์นี้..."
ทั้งสามคนเร่งฝีเท้าดิ่งลึกลงสู่อนธการ... สู่เส้นทางหินผาแคบชันที่ห้ามมิให้สรรพชีวิตใดก้าวล่วง
เมื่อสิ้นสุดปลายทางเดินหิน ร่างของซาโลมอน ลูเน่ และอาลอน ก็ต้องหยุดชะงักลงที่ริมขอบผาสูงชันใต้บานประตูบรรพกาล
เบื้องหน้าของพวกเขาคือ "ม่านพลังงานสเปกตรัมผนึกโบราณสีทอง" หนาทึบกั้นขวางเอาไว้ ตัวอักษรสาปแช่งศักดิ์สิทธิ์สลักตรึงแน่น... ไม่มีพลังหรือสิ่งมีชีวิตใดในยุคนี้ที่จะสามารถทำลายรหัสผนึกเพื่อผ่านเข้าไปได้
ซาโลมอนชูไม้เท้าขึ้น แสงสเปกตรัมส่องกระทบม่านผนึกทองคำจนเกิดเสียงฟันเฟืองขบกันดังสนั่น...
นัยน์ตาจักรกลซีกซ้ายของอาลอนกะพริบถี่ สแกนผ่านม่านพลังงานทองคำ แม้ตาเปล่าจะมองไม่เห็น แต่ระบบสแกนกลับส่งผ่านความรู้สึกรับรู้เข้าสู่สมองของเขาดักจับคลื่นความถี่ของกลิ่นคาวเลือดข้นคลัก เสียงกรีดร้องสลัดกลายพันธุ์ ไอความร้อนระอุชั่วร้าย รวมถึงโครงสร้างหลอมชีวะสังเวย ฝูงกูหนอนกลายพันธุ์ และชีพจรคลื่นพลังจากกระเพาะอาหารแห่งเทพบิดรที่ทะลักออกมาจากก้นบึ้งเหวเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน
อาลอนกระชับหมัดซ้าย [Blood-Spectrum Core] แน่น แสงสเปกตรัมสีรุ้งเรืองรอง... ตระหนักได้ทันทีว่าเบื้องหลังม่านผนึกสีทองนี้ มีวิบัติภัยระดับมหาศาลกำลังฟูมฟัก เตรียมพร้อมที่จะแหวกครรภ์ปีศาจขึ้นมากลืนกินโลกใบนี้!