คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    คมเขี้ยวทมิฬ

    ติ๊ง!

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 18 มีนาคม]

     

    เสียงระบบดังขึ้นปลุกเขาอีกครั้ง อคินลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกมุ่งมั่น

    "วันนี้แหละ... แก้ตัว"

    เขาบอกตัวเองในกระจกขณะล้างหน้า วันนี้เขาจะไม่พลาดเรื่องโง่ๆ อย่างการแบกกระดูกกลวงกลับมาอีกแล้ว

    หลังจากจัดการมื้อเย็น กะเพราไก่ไข่ดาวที่รสชาติดีกว่าเนื้อลิซาร์ดแมนล้านเท่า เขาเดินตรงไปที่ป้อมยามเพื่อทักทายพี่ไม้เช่นเคย

    "พี่ไม้ครับ! วันนี้มีใบสั่งของอะไรพิเศษไหม? หรือมีใครอยากได้ปุ๋ยกระดูกเพิ่มไหมครับ?" เขาแซวตัวเอง

    แต่คราวนี้... พี่ไม้ไม่ขำ

    ใบหน้าของยามร่างท้วมดูเคร่งเครียดกว่าปกติ คิ้วขมวดเป็นปม

    "อคิน... วันนี้อย่าเพิ่งไปแถวบึงนะ" น้ำเสียงของไม้จริงจังจนน่ากลัว

    "ทำไมเหรอครับ? มีตัวอะไรโผล่มาอีก?"

    ไม้กวักมือเรียกเขาเข้าไปใกล้ๆ ลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ

    "เมื่อเย็น หน่วยลาดตระเวนเพิ่งเจอรอยเท้าทางป่าโปร่งทิศเหนือ... รอยเท้า 'หมาป่าทมิฬ'"

    "หมาป่าทมิฬ?" อคินทวนคำ

    แทนที่จะรู้สึกกลัวเหมือนคนปกติ หัวใจของเขากลับเต้นแรงขึ้น

    ... ตุบ... ตุบ... จังหวะหัวใจที่ไม่ได้เกิดจากความหวาดหวั่น แต่เป็นความตื่นเต้นที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง

    "ใช่ ปกติมันอยู่เป็นฝูง แต่นี่ดูเหมือนจะเป็นตัวเดียวที่หลงฝูงมา... พวกตัวเดียวเนี่ยแหละตัวดี มันมักจะดุร้ายและระแวงกว่าปกติ มันอันตรายกว่าพวกกิ้งก่าที่เอ็งล่าเมื่อวานเยอะนะ เอ็งจะเปลี่ยนเส้นทางไหม?"

    คำเตือนของไม้เข้าหูซ้าย แต่สมองของอคินกำลังประมวลผลข้อมูลชุดอื่น

    '...กระดูกหมาป่าทมิฬ... ณัฐบอกว่ามันแข็งแกร่ง ขายได้ราคาดี...เนื้อหมาป่า... น่าจะอร่อยกว่ายางลบลิซาร์ดแมน...และหนัง... กิโลละ 4 เหรียญ...'

    แววตาของอคินเปลี่ยนไป ประกายความท้าทายวาบขึ้นมาในดวงตาคู่คม 

    โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่า รูม่านตาของเขากำลังหดเล็กลงเล็กน้อยเมื่อจ้องมองไปยังความมืดของป่าทิศเหนือ

    "ตัวเดียวเหรอครับ... ถ้าหลงฝูงมา ก็เสร็จโจรพอดี"

    เขายิ้มมุมปาก "ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับพี่! ผมจะระวังตัว"

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 05:15:00] 

     

    บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากป่าชายเลนอย่างสิ้นเชิง ผืนดินแห้งผากแตกระแหง 

    ต้นไม้สูงใหญ่ยืนต้นตายซาก กิ่งก้านบิดเบี้ยวแผ่ขยายบดบังแสงจันทร์จนป่าตกอยู่ในความมืดมิดที่หนาทึบ 

    ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่ว จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง

    กึก...

    โบ้หยุดเดินกะทันหัน ขนที่หลังคอตั้งชันเป็นแผง มันกดตัวต่ำลงและส่งเสียงคำรามในลำคอที่ฟังดูดุร้ายกว่าทุกครั้ง

    กรรรร...

    หางของมันลู่ลงแนบขาหลัง สัญชาตญาณเตือนภัยทำงานถึงขีดสุด

    โดยไม่ต้องรอคำสั่ง ส้มซ่า ปลาเผา และบัวลอย กระโดดผลุงขึ้นไปซ่อนตัวบนกิ่งไม้เหนือหัวทันที 

    ความว่องไวของพวกมันทำให้อคินนึกทึ่งอยู่เสมอ

    "มาแล้วสินะ..."

    อคินกระซิบ มือขวาเอื้อมไปปลด 'ขวานดับเพลิง' ด้ามไม้เก่าคร่ำครึออกจากเอว 

    น้ำหนักของหัวขวานเหล็กถ่วงมือให้รู้สึกมั่นคง เขาเพ่งสายตาฝ่าความมืด

    ในความมืดมิดเบื้องหน้า ดวงตาสีแดงก่ำคู่หนึ่งสว่างวาบขึ้น สูงจากพื้นเกือบระดับอกของเขา 

    กลิ่นสาบสางรุนแรงลอยมาแตะจมูก... มันไม่ใช่กลิ่นของสัตว์ป่าธรรมดา แต่มันคือกลิ่นของเลือดเก่าและเนื้อเน่า... กลิ่นของความตาย

    เจ้าของดวงตานั้นก้าวออกมาจากเงามืด... ร่างสีดำทึบขนาดมหึมาเท่าลูกวัว ขนหยาบหนาชี้ชันเหมือนลวดหนาม

    กล้ามเนื้อใต้ผิวหนัปูดโปนทุกจังหวะการเคลื่อนไหว และเขี้ยวสีขาวที่ยาวโง้งพ้นริมฝีปากที่เปรอะไปด้วยน้ำลายยืด

     

    [ตรวจพบ: หมาป่าทมิฬ เลเวล 22]

    [คำเตือน: ระดับอันตรายสูง! พลังโจมตีสูงกว่าปกติ!]

    [ระวังตัวด้วย! อย่าประมาท]

     

    หน้าต่างระบบสีแดงเด้งขึ้นมาเตือน แต่ครั้งนี้มีข้อความบรรทัดล่างที่ดูแปลกไปจากปกติ ข้อความที่ดูเหมือน 'มีความรู้สึก'

    อคินขมวดคิ้วเล็กน้อยกับประโยคหลัง แต่ไม่มีเวลาให้สงสัย

    โฮก!

    เสียงคำรามกึกก้องทำเอาอากาศสั่นสะเทือน 

    หมาป่าทมิฬไม่เสียเวลาดูเชิง มันดีดตัวพุ่งเข้าใส่โบ้ที่เป็นเป้าหมายใหญ่สุดและดูคุกคามที่สุดทันที

    "โบ้! รับเว้ย!" 

    อคินตะโกนสั่งการ

    โบ้เกร็งกล้ามเนื้อรับแรงปะทะ ตึง! ร่างของสุนัขพันทางกระเด็นไถลไปกับพื้นฝุ่น 

    แต่มันก็รีบตะกายลุกขึ้นมาเห่ากรรโชกเพื่อตรึงความสนใจศัตรูไว้ ไม่ยอมให้มันหันไปหาเจ้านาย

    "เสร็จฉันล่ะ!"

    อคินอาศัยจังหวะที่หมาป่าหันหลังให้ เขาพุ่งตัวเข้าไป...

    แต่เดี๋ยวนะ... เขาไม่ได้ 'วิ่ง' เข้าไป

    ความรู้สึกของอคินบอกว่าเขากำลังวิ่ง แต่ร่างกายของเขากลับย่อตัวต่ำลงจนหน้าอกแทบติดพื้น 

    มือที่กำขวานไม่ได้ง้างขึ้นเหนือหัวตามหลักสรีรศาสตร์มนุษย์ แต่กลับเหวี่ยงออกไปในระนาบเดียวกับพื้นดิน

    " [ฟัน] !"

    เปรี้ยง!

    คมขวานปะทะเข้ากับแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและขนแข็งราวกับเกราะเหล็ก

    แกรก!

    เสียงไม้ลั่นดังบาดหู อคินเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง 

    เมื่อเห็นด้ามขวานไม้เก่าคร่ำครึหักสะบั้นคามือ ส่วนหัวขวานกระเด็นหายไปในความมืด

    "เฮ้ย!?"

    แต่อคินสังเกตเห็นบางอย่าง... บนผิวหนังของหมาป่า ตรงจุดที่เขา 'ฟัน' ไปนั้น มีรอยแผลลึกสามรอยปรากฏขึ้น 

    เลือดสาดกระเซ็นออกมา ทั้งที่หัวขวานยังไม่ทันได้กินเนื้อ

    'ขวานแตกแล้วทำไมมันมีแผล?' เขาคิด แต่ความสงสัยถูกตัดบททันที

    หมาป่าทมิฬหันขวับกลับมา ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองเขาด้วยความอาฆาต 

    กรงเล็บหน้าตบเข้าใส่กลางอกอคินด้วยความเร็วที่มองแทบไม่ทัน

    ผัวะ!

    "อั่ก!"

    แรงกระแทกมหาศาลส่งร่างของอคินกระเด็นลอยไปนอนจุกกับพื้น 

    เลือดสีสดซึมออกมาจากรอยเล็บที่กรีดลึกถึงเนื้อหน้าอก ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนเขาหายใจไม่ออก

    มันกำลังจะกระโจนซ้ำ! เงาของมัจจุราชทาบทับลงมา

     

    [ระวัง! กลิ้งหลบเดี๋ยวนี้!]

     

    หน้าต่างระบบเด้งขึ้นมาบังตา พร้อมตัวอักษรที่กะพริบถี่รัวราวกับคนพิมพ์กำลังตะโกนใส่หน้าเขา

    "แง้วววว!"

    เสียงร้องแหลมปรี๊ดดังมาจากเบื้องบน 

    เงาสีส้มพุ่งลงมาจากกิ่งไม้ราวกับลูกธนู 'ส้มซ่า' กางกรงเล็บ [ตะปบ] เข้าที่จมูกของหมาป่าเต็มแรง!

    แง่ง!

    หมาป่าสะบัดหน้าอย่างรำคาญ ก่อนจะงับสวนกลางอากาศ 

    เขี้ยวของมันเฉี่ยวขาหลังของส้มซ่าจนแมวสีส้มกระเด็นไปกระแทกโคนต้นไม้ ร้องเสียงหลง

    "ส้มซ่า!!"

    วินาทีนั้น... บางอย่างในตัวอคิน ขาดผึง

    ความโกรธแล่นพล่านขึ้นสมองจนภาพตรงหน้ากลายเป็นสีแดงฉาน 

    ความเจ็บปวดที่หน้าอกเลือนหายไป แทนที่ด้วยสัญชาตญาณดิบที่ปะทุขึ้นมา

    เขารู้สึกถึง... เล็บ... ที่งอกยาวขึ้น ทั้งที่มองไปก็เห็นเป็นนิ้วมือมนุษย์ปกติ

    เขารู้สึกอยากจะ แยกเขี้ยว และ ขย้ำ คอหอยของมัน

    อคินคว้า 'ชะแลงเหล็ก' ที่เหน็บอยู่ข้างหลังออกมาโดยไม่รู้ตัว 

    ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาไม่ได้ยืนแบบมนุษย์อีกต่อไป 

    แต่เขาย่อตัวต่ำ โก่งหลังเล็กน้อย ปลายเท้าจิกพื้นแน่นเหมือนสัตว์ร้ายเตรียมตะครุบเหยื่อ

    "ตายซะไอ้เวร!"

    อคินพุ่งเข้าชนคลุกวงใน ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด 

    เขาไม่ได้เหวี่ยงชะแลงแบบคนตีของ แต่เขา 'แทง' มันสวนเข้าไปในปากที่กำลังอ้ากว้างของมัน ราวกับจะยัดเยียดความตายให้

    เคร้ง!

    ปลายชะแลงงัดเข้ากับเขี้ยวแข็ง แรงกดมหาศาลจากขากรรไกรทำให้อคินต้องใช้สองมือยันสู้สุดชีวิต 

    ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากคมเขี้ยวและน้ำลายยืดๆ เพียงคืบ

    "แรงเยอะนักนะมึง!" 

    เขาคำรามแข่งกับสัตว์ร้าย เสียงของเขาฟังดูต่ำและก้องกังวานกว่าปกติ

    ในวินาทีวิกฤต ปลาเผาและบัวลอยที่ซุ่มรอโอกาสอยู่บนกิ่งไม้เหนือหัว ทิ้งตัวลงมาพร้อมกันเหมือนระเบิดมีชีวิต

    ฉึก! ฉึก!

    ปลาเผาใช้กรงเล็บเจาะเข้าที่หลังคอ ส่วนบัวลอยตะปบเข้าที่ดวงตาข้างซ้ายของหมาป่า

    โฮกกกก!

    มันกรีดร้องลั่น สะบัดหัวอย่างบ้าคลั่งจนชะแลงหลุดจากมืออคิน ร่างของเขาล้มลง แต่สายตาของเขากลับเห็น 'ช่องว่าง'

    ไม่ใช่ด้วยสายตาของมนุษย์... แต่เป็นสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกเขาว่าจุดตายอยู่ตรงไหน...

    ...ใต้คางนิ่มๆ นั่น...

    มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋าข้าง หยิบอาวุธชิ้นสุดท้าย... มีดทำครัวสเตนเลส ปลายแหลม

    อคินไม่ได้ลุกขึ้นยืน แต่เขาสไลด์ตัวเข้าไปใต้ท้องของมันที่เปิดโล่ง แล้วแทงสวนขึ้นไปสุดแรงเกิด

    " [แทง] !!!"

    ฉึก!!!

    ใบมีดบางเฉียบเสียบทะลุใต้คาง ตัดผ่านหลอดลมและเส้นเลือดใหญ่ เลือดสีดำพุ่งทะลักรดหน้าอคินราวกับฝักบัวแตก

    กลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงไม่ได้ทำให้เขาขยะแขยง... 

    แต่กลับทำให้เขารู้สึก... ตื่นตัว และ หิวกระหาย อย่างประหลาด เขารู้สึกอยากจะอ้าปากรับรสเลือดนั้น...

    หมาป่าทมิฬดิ้นพราดอย่างรุนแรง ขาหน้าตะกุยไปในอากาศ ก่อนที่ร่างยักษ์จะค่อยๆ ทรุดฮวบลงทับขาของอคิน แล้วแน่นิ่งไปในที่สุด

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 04:45:00] 

     

    ความเงียบเข้าปกคลุมป่าอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของหนึ่งคนกับหนึ่งตัว

    "แฮ่ก... แฮ่ก..."

    อคินผลักซากหนักอึ้งออกจากขา แล้วตะเกียกตะกายลุกขึ้น 

    สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การดีใจ แต่เขากวาดตามองหาปาร์ตี้ของเขาด้วยความร้อนรน

    "ส้มซ่า! โบ้!"

    เขารีบวิ่งไปดูส้มซ่าที่นอนหายใจรวยรินอยู่โคนไม้ 

    ขาหลังมีแผลเหวอะหวะเลือดอาบ ส่วนโบ้นอนหมอบอยู่ไม่ไกล สีข้างมีรอยช้ำขนาดใหญ่

    อคินทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ส้มซ่า ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในใจราวกับเป็นแผลของตัวเอง เขาค่อยๆ วางมือลงบนตัวมัน

    "ทนหน่อยนะ..."

    เขาหลับตา ตั้งสมาธิถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่าง พลังที่เขารู้สึกว่ามัน 'แปลกแยก' แต่ก็ 'คุ้นเคย'

    " [ปฐมพยาบาล] "

    วูม...

    ละอองแสง สีส้มอ่อน อบอุ่นแผ่ออกมาจากฝ่ามือของเขา ห่อหุ้มบาดแผลของเจ้าแมวส้มเอาไว้

    เลือดที่ไหลทะลักค่อยๆ หยุดลง เนื้อเยื่อสมานตัวเข้าหากันอย่างน่าอัศจรรย์ 

    ส้มซ่าลืมตาขึ้นมองเขา กะพริบตาช้าๆ แล้วร้อง 

    "เมี้ยว" 

    เบาๆ พลางเอาหัวถูมือเขาอย่างออดอ้อน

    อคินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความโล่งใจทำให้เขารู้สึกอ่อนแรงวูบ 

    เขารีบหันไปรักษาโบ้ และสุดท้ายก็วางมือลงบนแผลที่หน้าอกของตัวเอง แสงสีส้มสมานแผลของเขาจนเหลือเพียงรอยจางๆ

     

    [รักษาเสร็จแล้วใช่ไหม? รีบเก็บของแล้วกลับกันเถอะ... ที่นี่กลิ่นเลือดแรงเกินไปแล้ว เดี๋ยวตัวอื่นก็ตามมาหรอก]

     

    ข้อความระบบเด้งขึ้นมาเตือนด้วยประโยคที่ดูเป็นห่วงเป็นใยเกินโปรแกรม

    อคินพยักหน้าเห็นด้วย 

    "เข้าใจแล้ว... ขอบใจที่เตือนนะ"

    "ปลาเผา บัวลอย... พวกแกเก่งมากที่ไม่เจ็บตัว" 

    เขาลูบหัวแมวสองตัวที่เดินเข้ามาคลอเคลียอย่างโล่งใจ

    เมื่อมั่นใจว่าทุกคนปลอดภัยแล้ว อคินถึงหันกลับไปมองซากหมาป่าทมิฬ 

    แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเป็นห่วงกลับมาเป็นนักล่าผู้ชนะ

    "เอาล่ะ... ทีนี้ก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยวรางวัล"

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 02:30:00] 

     

    ซากหมาป่าทมิฬหนักเกินกว่าจะลากกลับไปเฉยๆ 

    อคินจึงต้องใช้วิธีบ้านๆ เขาตัดเถาวัลย์เหนียวและกิ่งไม้แห้งมามัดรวมกันทำเป็นคานลากง่ายๆ 

    เอาซากหมาป่าวางพาดแล้วใช้เถาวัลย์คล้องบ่าลากกลับมา

    ครืด... ครืด...

    เสียงไม้ครูดไปกับพื้นดินดังเป็นจังหวะตลอดทาง โบ้เดินกะเผลกเล็กน้อยแต่ยังคงเชิดหน้าอย่างผู้ชนะ 

    ส่วนแก๊งแมวนั่งชูคออยู่บนซากหมาป่าราวกับเป็นบัลลังก์ของผู้พิชิต

    เมื่อมาถึงหน้าประตูค่าย ณัฐที่กำลังเดินตรวจเวรถึงกับตาถลนเมื่อเห็นขบวนของอคิน 

    แสงไฟจากป้อมยามส่องให้เห็นซากสัตว์ร้ายชัดเจน

    "คุณอคิน! นี่มัน..." 

    ณัฐรีบวิ่งเข้ามาดู 

    "หมาป่าทมิฬจริงๆ ด้วย! ตัวใหญ่ขนาดนี้... คุณล่ามันได้ยังไงเนี่ย?"

    "ก็... เกือบตายเหมือนกันครับ" 

    อคินหัวเราะแห้งๆ พลางโยนด้ามมีดที่หักบิ่นและเปื้อนเลือดลงบนโต๊ะ 

    "ดูสภาพอาวุธผมสิคุณณัฐ... พังยับเลย ขวานก็หัก มีดก็บิ่น ยับเยินหมด"

    ณัฐหยิบด้ามมีดขึ้นมาดูแล้วส่ายหน้าด้วยความทึ่งระคนเวทนา

    "มีดทำครัวเจอกับหนังหมาป่าทมิฬก็สภาพนี้แหละครับ... แต่คุ้มครับคุ้ม ตัวนี้แลกแต้มได้เยอะแน่ หนังมันเอาไปทำเกราะเบาได้ราคาดีมาก เนื้อก็น่าจะขายได้ราคาดี และที่สำคัญ..."

    ณัฐเคาะไปที่กระดูกขาของหมาป่า

    ปั๊ก! เสียงแน่นทึบดังฟังชัด

    "กระดูกนี่ของจริงครับ เอาไปทำอาวุธได้สบายเลย ไม่เหมือนลิซาร์ดแมนเมื่อวาน"

    "จริงเหรอครับ!" 

    อคินตาโต ความเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้ยินว่ารอบนี้ไม่เหนื่อยฟรี

    "เดี๋ยวผมจัดการขึ้นทะเบียนให้ตอนเช้า คุณไปพักเถอะ" 

    ณัฐรับคำ ก่อนจะมองหน้าอคินด้วยสีหน้าจริงจัง สายตาเหลือบไปเห็นรอยเสื้อที่ขาดวิ่นและคราบเลือดแห้งกรัง

    "แต่คุณอคินครับ... ฟังผมนะ ด้วยฝีมือคุณตอนนี้ คุณต้องเปลี่ยนอาวุธแล้ว ขืนใช้ของแจกฟรี หรืออาวุธดัดแปลงเองต่อไป รอบหน้าคุณอาจจะไม่ได้กลับมาโชคดีแบบนี้"

    "ผมก็ว่างั้นครับ..." 

    อคินก้มมองมือตัวเองที่ยังสั่นเล็กน้อย 

    "แต่ผมไม่รู้จะไปหาอาวุธดีๆ จากไหน"

    "พรุ่งนี้..." 

    ณัฐชี้ไปที่ใบเสร็จรับของในมือ 

    "เดี๋ยวผมเอาใบเสร็จนี้ไปที่ร้านช่างตีเหล็กท้ายค่าย  ผมจะฝากเพื่อนหาของดีๆ ไว้ให้ อาจต้องใช้แต้มเยอะหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มชีวิต"

    อคินยิ้มกว้าง รู้สึกเหมือนได้รับรางวัลใหญ่อีกชิ้น

    "ขอบคุณครับคุณณัฐ! คุณนี่สุดยอดซัพพอร์ตเตอร์จริงๆ!"

    ณัฐยิ้มรับบางๆ ก่อนจะเอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เบาลง 

    "อ้อ แล้วก็ระวังด้วยนะครับคุณอคิน ช่วงนี้คุณออกไปล่าลึกขึ้นเรื่อยๆ ... ผมได้ยินข่าวลือจากพวกหาปลา ว่าน้ำในแม่น้ำมันขึ้นสูงผิดปกติ ทั้งที่ฝนไม่ตก... แถมยังมีกลิ่นคาวปลาแปลกๆ ลอยมาตามลม อาจจะมีตัวอะไรที่ใหญ่กว่าลิซาร์ดแมน หรือโหดกว่าหมาป่าทมิฬหลุดเข้ามาก็ได้"

    อคินพยักหน้า รับรู้ถึงคำเตือนนั้น แต่ในใจลึกๆ เขากลับไม่รู้สึกกลัว... กลับกัน เขารู้สึกถึงความตื่นเต้นที่แล่นพล่านอยู่ลึกๆ

    "รับทราบครับ! แต่ผมกับเจ้าพวกนี้ไม่หวั่นอยู่แล้ว"

    เขาทำท่าวันทยหัตถ์เท่ๆ ให้ณัฐ ก่อนจะลากสังขารและปาร์ตี้สี่ขา กลับขึ้นไปบนบ้านต้นไม้

    เมื่อถึงห้องพัก อคินทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนฟูก 

    ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ โบ้ล้มตัวลงนอนข้างๆ ทันที ส่วนพวกแมวก็ขดตัวนอนเบียดเขาเพื่อหาไออุ่น

    เขาหยิบเอาหนังคือคู่เมืองพลเมืองออกมาไล่อ่านอีกครั้ง

    จนกระทั่งอคินหันไปมองดูหน้าต่างระบบที่ลอยอยู่

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:05]

     

    "วันนี้รอดมาได้อีกวันนะ..." 

    เขาพึมพำ ดวงตาเริ่มปรือลง

     

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613