เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 39

    แสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาแยงตา ปลุกให้ภามต้องตื่นขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจนัก เขาบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะก้าวเท้าลงจากเตียง หลับตาเดินไปที่ประตูอย่างงัวเงีย ภามเดินผ่านประตูหน้าบ้านตรงไปเข้าห้องน้ำ จัดการธุระส่วนตัวจนเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกมา ระยะหลังมานี่เขาไม่ต้องรีบตื่นมาไล่นกคัลเลอร์เบิร์ดที่มักจะชอบบินมาจิกกัดพืชผลของเขาเป็นอาหารแล้ว เนื่องจากอลันมักจะตื่นมาไล่นกให้เขาแต่เช้า อีกทั้งบางวันยังจับมันกลับมาให้เมมี่ทำอาหารอีกด้วย “อรุณสวัสดิ์ขอรับ/เจ้าค่ะ ท่านภาม” ทุกคนเอ่ยทักทายเมื่อภามเดินเข้ามาในครัว“อรุณสวัสดิ์ เช้านี้น้าเมมี่ทำอะไรให้กินหรือ กลิ่นหอมเชียว” ภามทักทายทุกคนกลับ ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ในตำแหน่งประจำ“เนื้อนกคัลเลอร์เบิร์ดเหมือนเดิมเจ้าค่ะ แต่นำผลไม้ที่ท่านภามเก็บมาเมื่อวานมาย่างไฟด้วย” เมมี่อธิบาย พร้อมกับวางจานอาหารลงตรงหน้าภาม หลังจากกินเนื้อนกคัลเลอร์เบิร์ดมาหลายมื้อ นอกเหนือจากความถูกปาก ก็ไม่เหลือความตื่นเต้นเวลาได้ลิ้มรสแล้ว ภามจึงหันไปให้ความสนใจกับผลไม้ย่างที่ส่งกลิ่นหอมอยู่ตรงหน้าก่อนแทน เมื่อวานเขาได้ลองกินผลไม้นี้สดๆ แล้ว รสชาติของมันเปรี้ยวๆ หวานๆ ไม่ต่างจากสับปะรด แต่เมื่อนำมาย่าง กลิ่นของมันกลับเหมือนกลิ่นมะนาว กินร่วมกับเนื้อย่าง แทบไม่ต่างจากบาบีคิวเลยทีเดียว ภามจัดการอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ภามที่ชอบอาหารมื้อนี้ เด็กๆ ทั้งสองก็ดูจะเจริญอาหารไม่ต่างกัน วันนี้งานในสวนไม่มีอะไรให้ทำมากนัก นอกจากการรดน้ำแปลงผัก ทำให้ภามต้องเค้นสมองคิดอีกครั้ง ว่าควรมอบหมายงานอะไรให้เมมี่ และเด็กๆ ทำดี และในระหว่างที่ทุกคนกำลังเดินออกจากบ้านไปด้วยกัน ภามก็นึกออกในที่สุด “วันนี้ข้ากับน้าอลันจะไปตัดไม้มาสร้างเกวียนใหม่ น่าจะเป็นงานหนักเกินกำลังผู้หญิง และเด็ก เช่นนั้น น้าเมมี่ไปเอาผลไม้ที่ข้าเก็บมาเมื่อวานมาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วเฉลี่ยให้เท่าๆ กัน นำไปเทลงหลุมหมักปุ๋ยแทนก็แล้วกัน” ภามหันไปบอกเมมี่ที่เดินตามมา“เจ้าค่ะ” เมมี่ตอบรับ“แล้วพวกข้าล่ะขอรับ” อามินถาม เมื่อไม่ได้ยินชื่อของตน และน้องสาวในบทสนทนา“ข้ามีงานพิเศษให้พวกเจ้าทำ”“อะไรหรือเจ้าคะ” แอนเน่รีบถามด้วยความตื่นเต้น“วันนี้พวกเจ้าไปทำความสะอาดคอกม้า แล้วก็อาบน้ำให้เจ้าดำกับเจ้าขาว ทำได้หรือไม่”“ได้ขอรับ/ได้เจ้าค่ะ” อามินกับแอนนเน่ตอบรับอย่างพร้อมเพรียง เด็กทั้งสองดีใจจนเก็บอาการแทบไม่มิด เมื่อภามให้แยกย้ายไปทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ เด็กๆ จึงวิ่งกระโดดโลนเต้นไปทางคอกม้าทันที เมมี่เองก็แยกตัวเข้าบ้านไปเอามีดในครัว ก่อนจะเดินไปทางโกดัง ส่วนภามกับอลันก็ไปหยิบขวานจากกล่องอุปกรณ์ที่หน้าบ้าน แล้วเดินไปตามชายป่า หาต้นไม้ที่ขนาดเหมาะๆ แล้วช่วยกันโค่นต้นนั้นลงมา เวลาช่วงเช้าของพวกเขาหมดไปกับการโค่นต้นไม้ลงมาสามสี่ต้น ก่อนจะขอยืมแรงเจ้าดำกับเจ้าขาวมาช่วยกันลากต้นไม้เหล่านั้นไปไว้ใต้ร่มไม้ใกล้ๆ บ้าน “ใกล้เที่ยงแล้ว เช้านี้ใช้กำลังกันไปมาก ข้าว่าพวกเราพักกันก่อน ช่วงบ่ายค่อยมาทำต่อเถอะ” ภามหันไปบอกอลัน ขณะที่กำลังพาเจ้าดำกับเจ้าขาวกลับเข้าคอก“ขอรับ” อลันตอบ ไม่นานกลิ่นอาหารหอมฟุ้งยั่วน้ำลายก็ลอยมาจากในบ้าน ทั้งสองจึงรีบล้างมือล้างเท้าที่ก๊อกหน้าบ้าน ก่อนจะเดินตรงไปที่ครัว ซึ่งมีอามิน และแอนเน่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว ในระหว่างมื้ออาหารเด็กๆ แย่งกันเล่าประสบการณ์การอาบน้ำให้ม้าเป็นครั้งแรกให้พ่อกับแม่ฟังอย่างตื่นเต้น อลันกับเมมี่ก็ตั้งใจฟัง และทำท่าทางตื่นเต้นตามไปด้วย ทำให้เด็กๆ รู้สึกภูมิใจกับผลงานของตนในวันนี้อยู่ไม่น้อย           หลังกินเข้าวเสร็จ ภามกับอลันก็ออกมาตัดไม้ออกเป็นท่อนๆ ก่อนจะนำไปเลื่อยให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ เมมี่ที่จัดการล้างจานและเก็บกวาดครัวเรียบร้อยแล้วก็ตามออกมา “งานของข้าเสร็จแล้ว ท่านภามจะให้ข้าทำอะไรต่อดีเจ้าคะ” เมมี่เอ่ยถาม ภามมองไปบริเวณรอบๆ ที่เต็มไปด้วยกองไม้ และอุปกรณ์ที่วางอยู่ระเกะระกะไปตามพื้น จู่ๆ ก็รู้สึกว่า การต้องหางานให้เมมี่ทำนั้นต้องใช้สมองมากกว่าการวางแผนงานเสียอีก แต่ครั้นจะบอกให้พักได้ หากพวกเขายังไม่พัก เธอก็ไม่ยอมพักง่ายๆ อีกเช่นกัน “...เช่นนั้น เจ้าพอจะช่วยตะไบไม้ให้เรียบหน่อยได้หรือไม่” ภามเอ่ยขึ้นมาในที่สุด“ได้เจ้าค่ะ” เมมี่รีบตอบรับ“แล้วพวกข้าล่ะขอรับ” อามินที่เดินตามมาถามบ้าง“อุปกรณ์ที่ใช้ทำงานพวกนี้มีแต่ของอันตราย หากใช้ไม่ระวังจะเกิดอุบัติเหตุได้ พวกเจ้าสองคนไปเล่นเถอะ ดูแลน้องให้ดีๆ ก็พอ” ภามหันไปบอกกับอามิน พร้อมกับอธิบายเหตุผล“ขอรับ/เจ้าค่ะ” เด็กทั้งสองตอบรับ ก่อนจะพากันเดินไปทางคอกม้า ภามกับอลันเลื่อยไม้สำหรับทำเกวียนตามรูปทรงที่วางแผนไว้ โดยมีเมมี่คอยตะไบไม้ให้เรียบ ทั้งสามช่วยกันทำงานตรงหน้าอย่างขยันขันแข็งจนเวลาล่วงเลยมาจนใกล้เวลาเย็น ภามจึงบอกให้เมมี่พักสักครู่ แล้วค่อยไปเตรียมมื้อเย็น หลังจากเมมี่เข้าไปเตรียมอาหารเย็น ภามก็เปลี่ยนหน้าที่มาตะไบไม้แทน พวกเขาเลื่อยไม้ใกล้จะได้ครบตามเป้าหมายแล้ว เหลือแค่ตะไบให้เรียบ ไม่ให้มีเสี้ยน แล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกัน ไม่นานอลันก็เลื่อยไม้จนเสร็จ จึงตามมาช่วยภามตะไบไม้ต่อ “ท่านภาม ท่านพ่อ อาหารพร้อมแล้วขอรับ” อามินออกมาตาม“ได้ เจ้าเข้าไปก่อน เดี๋ยวพวกข้าตามไป” ภามบอกกับอามิน ภามมองกองไม้ที่ยังไม่ได้ตะไบเก็บงานตรงหน้า เห็นว่าเหลืออีกจำนวนไม่มาก จึงตัดสินใจจะนั่งทำต่อให้เสร็จก่อน พวกเข้าสองคนช่วยกันจึงใช้เวลาไปเพียงไม่นานก็เสร็จ จากนั้นจึงช่วยกันเก็บอุปกรณ์ที่วางไว้ตามพื้นไปใส่ในกลุ่มอุปกรณ์ที่หน้าบ้าน ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปด้วยกัน “เจ้าขาวดีกว่า ข้าชอบเจ้าขาว”“ไม่จริง เจ้าดำดีกว่า มันแข็งแรง และสง่างามกว่าตั้งเยอะ” ในระหว่างมื้อเย็น เด็กๆ ที่ตอนแรกกำลังคุยกับเรื่องม้าสองตัวในคอก อยู่บทสนทนาก็กลับกลายเป็นการเถียงกันขึ้นมา “พวกเจ้าอย่าทะเลาะกัน เห็นหรือไม่ว่าวันนี้ท่านภามกับพ่อเจ้าเหนื่อยแล้ว พวกเจ้าสงบปากสงบคำกันหน่อย” เมมี่เอ่ยเตือนลูกๆ เด็กทั้งสองได้ยินดังนั้นก็รีบเงียบเสียง แต่ยังไม่วายจ้องหน้ากันอย่างไม่ยอมแพ้ ภามมองภาพนั้นยิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้           “พวกมันล้วนดีทั้งคู่ พวกเจ้าอย่าแบ่งแยกกันเช่นนี้เลย ก็เหมือนกับพวกเจ้า หากพ่อแม่รักคนใดคนหนึ่งมากกว่า เจ้าคิดว่าอีกคนจะเสียใจหรือไม่”“...เสียใจขอรับ/เจ้าค่ะ” เด็กทั้งสองนิ่งคิดตาม ก่อนจะตอบออกมา“เช่นนั้นถ้าพวกเจ้ารักเจ้าดำหรือเจ้าขาวแค่ตัวเดียว อีกตัวคงจะเสียใจ พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่” ภามพูดต่อ“ขอรับ/เจ้าค่ะ” เด็กๆ ตอบเสียงอ่อย เมื่อรู้สึกผิดกับสิ่งที่พวกตนเถียงกัน“เอาล่ะ งั้นกินข้าวกันเถอะ ไม่ต้องเถียงกันแล้ว” อลันกับเมมี่มองลูกทั้งสองก้มหน้าก้มตากินข้าวต่ออย่างเชื่อฟัง ก็ยิ้มนิดๆ พร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวลูกๆ อย่างเอ็นดู หลังมื้ออาหารภามก็ไปอาบน้ำเป็นคนแรกด้วยความเคยชิน ในระหว่างที่คนอื่นๆ ช่วยกันล้างจาน และเก็บกวาดครัว ภามที่อาบน้ำเสร็จก็มาดูความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะให้ทุกคนไปอาบน้ำ พักผ่อน และเข้านอนได้

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน