“ลู่หาน!”
เสียงหวานของแบคฮยอนะโเรียกชื่อของเพื่อนตัวเล็กอย่างสุดเสียง เนื่องจากจานบนโต๊ะที่ควรจะมีมื้อเช้าของเขากลับว่างเปล่า มีเพียงแค่นมหนึ่งแก้วเท่านั้น
“เ้ากินมื้อเช้าของข้าหรือ?”
คนที่ถูกถามหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้รู้สึกผิดกับการที่ตัวเองกินมื้อเช้าของเพื่อนอีกคนเลยแม้แต่น้อย แถมยังทำหน้าตายียวนกวนประสาทแบคฮยอนเป็อย่างมาก
เ้าตัวแสบ!
“แล้วเ้านอนเป็หมาขี้เซาทำไมกัน”
เสียงใสเอ่ย เจื้อยแจ้ว พร้อมกับเสียงหัวเราะเล็กน้อย ส่วนคนที่โดนด่าว่าเป็หมาขี้เซาได้แต่จ้องร่างเล็กๆ ของเพื่อน ด้วยอารมณ์ที่อยากจะดึงเพื่อนตัวเล็กมาบีบแก้มแรงๆ สั่งสอนให้เ้าเด็กดื้อนั้นได้รู้ซะบ้าง ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร
“ข้าไม่ได้กินหมดหรอกน่า~”
“…”
“ไปดูบนโต๊ะสิ”
ก่อนที่เขาจะโดนเพื่อนอีกคนทำร้ายร่างกาย ลู่หานก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน เ้าหมาบ้านั่น สายตาน่ากลัวชะมัดเลย อย่าไปแย่งอาหารของหมอนั่นเชียว!
เมื่อร่างบางของแบคฮยอนลับตาไป ลู่หานก็หันมานั่งเล่นกับเหล่าผีเสื้อหลากสีต่อ ทุ่งดอกไม้ที่แสนงดงามในป่าวิตนีย์ กับสัตว์ป่าตัวน้อยที่กำลังวิ่งเล่นอย่างมีความสุข เป็ภาพที่แสนงดงามจริงๆ ที่นี่สงบสุขมาก ป่าเบร์ยเดนที่เป็ดั่ง์เมื่อร้อยปีก่อนจะงดงามขนาดไหนกันนะ
ลู่หานไม่รู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวของเขาเลย รู้แค่ว่าถูกคุณนายบยอน แม่ของแบคฮยอนรับเลี้ยงเขาเอาไว้ แบคอยอนอายุมากกว่าเขาหนึ่งปี ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาแบคฮยอนเพิ่งจะอายุครบ 19 ปี ส่วนเขาก็อีกสองเดือนจะอายุครบ 18 ปี
ไม่ว่าจะถามเื่ครอบครัวของตัวเองกับใคร ก็ไม่มีใครรู้จักพ่อกับแม่ของเขาเลย แม้แต่คุณนายบยอนก็บอกว่า เมื่อ 17 ปีก่อน ครอบครัวบยอนได้พาแบคฮยอนที่อายุหนึ่งขวบ ไปเที่ยวเล่นที่ทุ่งหญ้าคิร่า แล้วเจอเขาที่เป็ทารกนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ทั้งตัวไม่มีเสื้อผ้า มีเพียงสร้อยคอติดตัวอยู่ ที่เขาใส่มันอยู่ในตอนนี้และแปลกมากที่ไม่ว่าจะถอดยังไงก็ถอดไม่ได้
สร้อยสีเงิน ที่มีจี้เป็หินคริสตัลสีส้ม มีตัวอักษรเล็กๆ สลักไว้ว่า Luhan ซึ่งคุณนายบยอนก็เรียกเขาด้วยชื่อนั้นเป็ต้นมา เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็ใคร และตอนนี้ดูเหมือนปัญหากำลังจะเกิดขึ้นกับเขา
เขาเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีต้นตระกูลเป็นกเมื่อไม่นานมานี้ เพราะเพิ่งจะกลายร่างได้เมื่อเดือนที่แล้ว และคงไม่ใช่ร่างที่สมบูรณ์นัก เพราะดูเหมือนว่ายังมีการเปลี่ยนแปลงของร่างนี้อยู่
ปกติเมื่ออายุครบ 15 ปี สัตว์เทพทั้งหลายจะสามารถกลายร่างสมบูรณ์ได้ และสามารถใช้พลังของตัวเองได้บางส่วน แต่พลังจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนสามารถใช้พลังทั้งหมดได้เมื่ออายุครบ 18 ปี
เขานั้นอายุใกล้จะครบ 18 ปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถกลายเป็ร่างที่สมบูรณ์ได้เลย จนคิดว่าตัวเองคงเป็มนุษย์ธรรมดา ที่หลงเข้ามาในป่าเวทมนต์แห่งนี้ ถ้าไม่กลายร่างได้เมื่อเดือนที่แล้วเสียก่อน ตอนนี้เขาสามารถกลายร่างได้ แต่เป็ร่างที่ไม่สมบูรณ์ พลังอะไรก็ไม่มี แถมเป็นกที่ยังบินไม่ได้อีก
เสียชาติเกิดยิ่งนัก!
เป็ถึงนกแต่บินไม่ได้ ใครรู้เข้าก็คงจะหัวเราะจนฟันหลุดแน่ๆ คนตัวเล็กที่ตอนนี้ป่ายปีนขึ้นมาบนต้นไม้ใหญ่ได้สำเร็จ เมื่อขึ้นมาจนได้ระดับความสูงเป็ที่พอใจแล้ว ร่างเล็กก็กลายร่างเป็นกตัวเล็กสีขาว ตัวอ้วนกลม มีขนสีดำแซม ดวงตากลมโต และมีจะงอยปากเล็ก
ลู่หานที่ตอนนี้อยู่ในร่างของเ้านกน้อย กำลังสำรวจร่างกายของตนเอง ให้ตายเถอะ ถ้าบอกว่านี่เป็ร่างที่แท้จริงของเขา เขาก็อยากจะะโต้นไม้ให้ตายเสียตอนนี้ แต่ติดที่ว่ามันคงดูตลกไปหน่อย นกที่ไหนตกต้นไม้ตายกันเล่า แต่ก็คงจะมีแต่เขานี่แหละ ปีกที่เล็กไม่สมกับตัวของตัวเองนั้น มันน่าขำสิ้นดี
ลู่หานในร่างของเ้านกน้อยกำลังทำสมาธิในการะโลงจากต้นไม้ เขาขึ้นมาบนนี้เป็ร้อยๆรอบ แต่ยังไม่มีครั้งไหนที่จะลอยตัวบนอากาศได้เสียที แต่คิดว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็ต้องอยู่ที่นั่น
เมื่อตั้งปฏิญาณกับตัวเองเสร็จ เ้านกน้อยก็หลับตาปี๋ ะโลงจากต้นไม้ที่ความสูงราวๆ ตึกสามชั้น ปีกเล็กกระพือปีก พึ่บ พึ่บ พึ่บ แต่ไม่สามารถที่จะลอยตัวขึ้นมาได้ ก็นะ ปีกเล็กขนาดนั้น ลอยตัวได้ก็แปลกแล้ว
เมื่อรู้ว่ายังไงก็ไม่สามารถลอยตัวในอากาศได้ แม้จะกระพือปีกแรงและเร็วแค่ไหนก็ตาม เ้านกน้อยถอดใจ ปล่อยให้ตัวเองดิ่งสู่พื้นดิน และกำลังทำใจรับความเ็ปที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า
ฟิ้ว~
ตุบ
“รับได้แล้ว”
“…!”
เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยขึ้น ทำให้เ้านกน้อยที่หลับตาปี๋ั้แ่แรก ลืมตาขึ้นมามองผู้ที่สามารถรับเขาเอาไว้ได้ทันเวลา ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคาย สันจมูกคมรับกับริมฝีปากบาง คิ้วหนาเข้ม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย กับผมที่ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ทำให้คนผู้นี้ดูมีเสน่ห์เหลือล้น ร่างสูงโปร่งยื่นหน้าเข้าไปใกล้เ้านกน้อยในมือของเขา พร้อมกับส่งยิ้มทักทายไปให้
“ไค!”
“ไม่เจอกันไม่กี่วัน อ้วนขึ้นแล้วหรือ?”
คิม จงอิน หรือ ไค ชายหนุ่มรูปงามที่มีดีกรีเป็ถึงเ้าป่า สัตว์เทพที่มีชื่อว่า สิงโตหิมะ มีรูปร่างสูงใหญ่สง่างาม และมีปีก สามารถเดินเหินบนอากาศได้ จัดว่าเป็สัตว์เทพในตระกูลเก่าแก่ ที่คอยปกป้องป่าวิตนีย์มาอย่างยาวนาน ตระกูลที่สูงส่งขนาดนี้ แต่กลับมาเป็เพื่อนกับนกตัวน้อยอย่างเขา และเ้าหมาจิ้งจอกขี้เซาอย่าง แบคฮยอน ลู่หานชะงักไปซักพัก เมื่อไม่คิดว่าจะได้เจอหน้าเพื่อนตัวสูงที่ยุ่งแสนยุ่ง ในเวลาแบบนี้
แต่เดี๋ยวนะ ว่าเขาอ้วนงั้นหรือ?
“คิม จงอิน! เ้าว่าข้าอ้วนหรือ?”
เ้านกน้อย ที่ตัวอ้วนกลม กำลังยืนอยู่บนมือของเพื่อนตัวสูง พลางจ้องหน้าอย่างหาเื่ เขายกปีกน้อยๆ ของตัวเองชี้ไปที่หน้าของผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็เ้าป่า สิงโตหนุ่มหลุดขำออกมาเล็กน้อย กับท่าทางที่ไม่ยอมใครของเ้านกน้อยนั่น มันน่าแกล้งเสียจริงๆ
“ดูปีกเ้าสิ ไม่แปลกใจที่บินไม่ได้เสียที”
ไคกล่าว พลางยกมืออีกข้างชี้ไปที่ปีกน้อยๆ ของเ้านก ลู่หานจึงเก็บปีกไว้ข้างลำตัว แล้วบอกให้เพื่อนตัวสูงวางเขาลงได้แล้ว ร่างสูงทำตามอย่างไม่อิดออด เขาวางลู่หานไว้บนขอนไม้อย่างเบามือ ก่อนที่เ้านกน้อยจะคืนร่างเดิม แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ก็มีเสียงเจือยแจ้ว ของเ้าหมาจิ้งจอกจะกละดังมาแต่ไกล
“ลู่หานนนน~”
เสียงหวานเรียกชื่อเพื่อนอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับวิ่งะโโลดเต้นมาหาพวกเขา ไคกับลู่หานที่กำลังออกอยู่ก็อดขำออกมาไม่ได้
“อ้าว ไค! เ้ามาได้ยังไง?”
“แอบมาน่ะสิ ถ้าไม่แอบมาข้าคงไม่ได้เห็นนกน้อยตกต้นไม้หรอก”
สิงโตหนุ่มตอบพลางนั่งลงข้างๆ เ้านกน้อย ที่ตอนนี้กลายเป็หนุ่มรางบางหน้าหวาน กำลังยกค้อนให้เขาอยู่ แต่ก็อดเป็ห่วงเพื่อนตัวสูงไม่ได้ การหนีออกมาเช่นนี้เห็นทีเขาต้องโดนลงโทษเป็แน่
“แล้วไม่กลัวพ่อเ้าลงโทษหรือ”
ลู่หานเอ่ยถามอย่างกังวล เมื่อรู้ว่าร่างโปร่งหนีการฝึกออกมาเที่ยวเล่น ตระกูลของไคมีหน้าที่ปกป้องป่าวิตนีย์ กล่าวคือเป็ผู้คุ้มครองปกป้องป่าผืนนี้ หากที่แห่งนี้ถูกรุกรานเช่นป่าเบรย์เดน ก็คงย่อยยับไม่ต่างกัน ขนาดป่าเบรย์เดนที่มีผู้ปกครองเป็ถึงั ยังเพลี่ยงพล้ำได้ ฉะนั้นสิงโตหิมะที่ปกป้องป่าวิตนีย์จำเป็ต้องเข้มงวดกับการฝึกซ้อมอยู่เสมอ
หลังจากที่ไคอายุครบ 18 ปี เขาก็ถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่สำรวจความผิดปกติของป่า ช่วยสอดส่องดูแลความสงบสุข ป้องกันภัยอันตราย
“ไม่เจอความผิดปกติอะไรในป่า ก็เลยหนีมา”
ร่างสูงตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า เขาฝึกฝนอย่างหนักทั้งออกล่าตระเวน เช้าเย็น เพราะเมื่อไม่นานมานี้พวกเขาพบเื่ประหลาดที่เกิดขึ้นในเขาป่าวิตนีย์ ถึงจะอยู่ห่างไกลแทบจะพ้นเขตป่า แต่ก็ยังคงเป็เื่อันตรายเพราะสิ่งที่พวกเขาพบมันคือ สัตว์ป่าน้อยใหญ่ที่กลายเป็หิน ทั้งยังไม่รู้แน่ชัดว่าสาเหตุมาจากอะไร จึงทำให้ต้องเพิ่มการคุ้มกันอย่างเข้มงวด
“เ้าเหนื่อยหรือ? ข้าว่าจะชวนออกไปเที่ยวเล่นสักหน่อย”
“…”
“ข้าอยากัักับการลอยตัวอยู่บนอากาศสักครั้ง มันคงรู้สึกดีมากใช่หรือไม่”
ริมฝีปากสีแดงสดขยับพูดเบาๆ พร้อมกับสีหน้าที่ดูเศร้าสร้อยผิดหวัง หากแต่ผู้อื่นมองคงรู้สึกสงสารจับใจ แต่กับเพื่อนที่รู้ใจอย่างแบคฮยอนนั้น เขารู้ดีว่านี่คือกับดัก!
เมื่อคนตัวสูงเห็นแบบนั้น แทบจะพูดออกมาทันทีทันใดว่าเขาไม่เหนื่อยเลย พร้อมที่จะพาเพื่อนตัวเล็กออกไปเที่ยวเล่น เหาะเหินบนฟ้าอย่างที่อีกคน้า
“ป เปล่า เสียหน่อย”
“…”
“ข้ามิได้เหนื่อยเลย”
“…”
“ข้าพูดจริงๆ นะ เ้าอยากไปที่ใด”
เมื่อได้ฟังที่ไคเอ่ยออกมา ลู่หานที่ทำหน้าเศร้าสร้อย ก็พลันยิ้มโชว์ยิ้มกว้างออกมาทันทีทันใด ไคที่เห็นดังนั้นก็ยิ้มตอบด้วยความรู้สึกที่หลาหหลาย เขาคงไม่รู้ตัวว่าได้ตกหลุมรักเพื่อนหน้าหวานเข้าให้แล้ว คนที่มองเหตุการณ์อย่างเงียบๆ กลายเป็ธาตุอากาศไปแล้ว ได้แต่มองเพื่อนที่เ้าเล่ห์เสียยิ่งกว่าจิ้งจองอย่างเขา
ไอ้นกเ้าเล่ห์!
แบคฮยอนคิดพลางเบ้ปากใส่เพื่อนตัวเล็กที่บัดนี้ร่าเริง ผิดกับตอนแรกอย่างสิ้นเชิง เพื่อนตัวสูงคงไม่ทันคนเ้าเล่ห์อย่างเพื่อนเขาหรอก คนตัวเล็กส่งยิ้มหวานพร้อมกับจับมือหนาอย่างดีใจ ทำเอาสิงโตหนุ่มรู้สึกเกร็งไปชั่วขณะ สมองเบลอ ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกต่อไป
"ป่าเบร์ยเดน!"
"…!!!"
แบคฮยอนเมื่อได้ฟังสถานที่ที่เพื่อนตัวเล็กจะไปก็แทบจะเป็ลม รู้สึกอยากจะตายให้ได้เสียตรงนี้ ผิดกับอีกคนที่เผลอพยักหน้ารับคำขอของลู่หานย่างลืมตัว ทำให้คนตัวเล็กยกยิ้มอย่างพอใจ ร้องฮัมเพลงอย่างมีความสุข ราวกับว่าจะได้ไปเที่ยวสถานที่ที่เป็ดัง์
!
เมื่อได้สติ ร่างสูงทบทวนคำขอของคนตัวเล็กอีกรอบก็ต้องใ ทำหน้าอย่างกับได้ทำอะไรผิดพลาดใหญ่หลวงในชีวิตนี้
“บ เบร์ยเดน งั้นหรือ”
“ก็ใช่น่ะสิ เ้าจะพาลู่หานไปงั้นหรือ”
แบคฮยอนพูดด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ ว่าไคจะตอบรับคำขอของลู่หานได้ ร่างสูงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ พลางคิดถึงวิธีที่จะทำให้ลู่หานเปลี่ยนใจไปยังสถานที่อื่น
“ป่าเบร์ยเดน ถูกปกครองด้วยสัตว์เทพที่มีอำนาจสูงที่สุดอย่างั จะมีอะไรน่ากลัว เื่มันก็ผ่านมาถึง 100 ปีแล้ว”
“แต่ตอนนี้ไม่มีัแล้วนะ! ป่าเบรย์เดนกลายเป็ป่าร้าง เป็สุสานของสัตว์เทพเมื่อร้อยปีก่อน”
แบคฮยอนเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับแสดงสีหน้าอย่างไม่เห็นด้วยกับที่ที่เพื่อนตัวเล็กของเขาอยากไป เขาจะคัดค้านให้ถึงที่สุด
"เ้ารู้ได้ยังไงว่าเป็ป่าร้าง?"
“ก ก็ ใครๆ เขาก็ว่าแบบนั้น”
แบคฮยอนเอ่ยอย่างติดๆ ขัดๆ เพราะรู้สึกว่าจะเถียงแพ้คนตรงหน้าเสียแล้ว ยังไงเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 100 ปีก่อน จะเป็จริงหรือไม่พวกเขาก็มิอาจรู้ เพียงแค่ได้ยินเื่ราวเล่าสู่กันมา หรือความจริงแล้วเื่ที่พวกเขาได้ยินมาอยากจะเป็นิทานหลอกเด็กก็อาจเป็ไปได้
"ไม่เชื่อ ต้องไปดูกับตาเท่านั้น!"
น้ำเสียงแน่วแน่ถูกเปล่งออกมา คนนิสัยดื้อรั้นและขี้สงสัยคนนี้ อยากทำอะไรก็จะทำให้ได้สินะ ไคกับแบคฮยอนมองหน้ากันหลายนาที เพื่อหาข้อสรุปของเื่ราวในตอนนี้ หากแต่จะคัดค้านใดๆ คงทำได้ยาก คนตัวเล็กนี่อาจจะหาทางไปดูเองคนเดียวก็ได้ ถ้าเป็แบบนั้นคงจะอันตรายเกินไป
“ก็ได้ แต่ห้ามลงจากหลังข้านะ เด็ดขาด!”
“ได้!”
ไคเอ่ยขึ้นอย่างยอมแพ้ พลางกำชับด้วยน้ำเสียงจริงจัง ลู่หานตอบรับสิงโตหนุ่มเสียงดัง แต่ไม่ได้ทำให้สิงโตหนุ่มรู้สึกวางใจได้เลย ส่วนแบคฮยอนนั้นก็รู้สึกเวียนหัวคลื่นไส้คล้ายจะเป็ลม ถึงจะไม่อยากไป แต่จะให้ทิ้งเพื่อนทั้งสองคนก็กะไร แถมเขายังมีอายุมากที่สุดในกลุ่มด้วย แม้จะรู้สึกถึงรางสังหรณ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่ กับป่าผีสิงแบบนั้น ใครจะอยากไปกัน!
อ๋อ เว้นเพื่อนเขาไว้คนหนึ่งก็แล้วกัน
แบคฮยอนอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายเสียตอนนี้เลย อยู่กับเพื่อนคนนี้อยากตายวันละหลายรอบคือเื่จริง! คนที่กำลังคิดฟุ้งซ่านถึงเื่ที่ตัวเองกำลังจะไปเจอที่ป่าเบร์ยเดน พลันต้องชะงักเมื่อหันไปเจอกับใครบางคนกำลังวิ่งมาหาพวกเขา คนที่ไม่ได้เจอกันเกือบจะหนึ่งอาทิตย์แล้ว
"คยองซู!"
เสียงใสเอ่ยเรียกเพื่อนหน้าสวยอย่าง โด คยองซู เพื่อนคนนี้ของเขาก็ยุ่งไม่ต่างจากไคเลย เพราะตระกูล โด เป็สัตว์เทพที่วิเศษและสำคัญมากต่อป่าวิตนีย์ ก็นะ สัตว์เทพอย่าง ยูนิคอร์น จะไม่วิเศษได้ยังไง
ตระกูลโด จะคอยปกป้องป่าวิตนีย์ด้วยเวทมนต์ สร้างเกาะคุ้มกันเวทมนต์ ในขณะที่ ตระกูลคิมจะเป็ผู้ที่คอยสำรวจหาสิ่งผิดปกติ และจัดการพวกที่ไม่สมควรจะอยู่ในป่าแห่งนี้ เพื่อนเขามีแต่คนที่พิเศษมากๆ ก็มีแบคฮยอนมีแต่กับลู่หานนี่แหละ ที่เป็สัตว์ทั่วไปในป่าวิตนีย์แห่งนี้
“ทำอะไรกันอยู่หรือ?”
“…”
“ใยดูกังวลเช่นนั้น มีอะไรหรือ”
ผู้มาใหม่เอ่ยถามเพื่อนทั้งสามอย่างใคร่รู้ เมื่อเห็นเพื่อนสองคนมีสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับกำลังจะเผชิญหน้ากับกับภูตผีปีศาจ แต่อีกคนกลับยิ้มจนเห็นฟันขาวเรียงสวยครบ 32 ซี่ ทำให้เขาไม่เข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้
"เรากำลังจะไปป่าเบร์ยเดน"
เสียงใสพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี ผู้มาใหม่ใเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเท่าใดนักเนื่องจากเขาเป็คนที่ขี้สงสัยเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว คยองซูก็อยากจะพิสูจน์เหมือนกัน ว่าป่าต้องห้ามนั่นจะมีอะไรแปลกๆ หรือไม่
" เอาสิ! ข้าไปด้วย "
เมื่อได้ยินดังนั้น แบคฮยอนแทบจะอยากกลั้นหายใจตายอีกรอบ พลางนับจำนวนคนอย่างเงียบๆ หนึ่งคนหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนอะไร แล้วสี่คนจะปลอดภัยใช่ไหม
ให้ตายสิ!
แค่ลู่หานคนเดียวเขาก็รับมือไม่ไหวแล้ว จะให้มารับมือกับคุณหนูเอาแต่ใจอย่างคยองซูอีกคน เขาขอตายดีกว่า!
"ได้ กฎของเรามีอยู่ว่า ห้ามใครลงจากหลังข้าเด็ดขาด!"
คนตัวสูงที่เงียบไปสักพักพูดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับกำชับว่าห้ามลงจากหลังของเขา หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงถอยหลังออกมาเล็กน้อย พร้อมกับหลับตานิ่งไปสักพัก เมื่อลืมตาขึ้นมาดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเ้าตัว กลับกลายเป็สีเหลืองอ่อนประกายทอง พร้อมกับร่างกายที่แปรเปลี่ยนไป พลันร่างของสิงโตหิมะก็ปรากฏแก่สายตาของเพื่อนตัวเล็กทั้งสาม
สิงโตหิมะมีรูปร่างสง่างาม น่าเกรงขาม สูงราวๆ 250 เิเ ขนสีขาวเหลือบทองเมื่อยามต้องแสงอาทิตย์ ปีกแกร่งที่ดูทรงพลัง สง่างามสมกับฉายาเ้าป่าเสียจริง คนตัวเล็กทั้งสามเดินไปนั่งบนหลังของเ้าสิงโต สิงโตหนุ่มหมอบลงกับพื้น เพื่อให้เพื่อนตัวเล็กทั้งสามขึ้นมาบนหลังของเขาได้ง่ายขึ้น ลู่หานขึ้นไปนั่งคนแรก ตามด้วยแบคฮยอน และคยองซูเมื่อทั้งสามคนนั่งเรียบร้อยแล้ว สิงโตหนุ่มก็ยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะย่อลงเล็กน้อย เพื่อจะพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า
"ไปเลย!"