ตึกสำนักงานแห่งหนึ่งยังคงเปิดไฟแม้จะอยู่ในเวลาค่ำคืนไม่ใช่เื่ประหลาดเพราะบางบริษัทการทำงานข้ามวันข้ามคืนก็เป็เื่ปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจบางประเภทที่จะดำเนินได้ดีกว่าหากทำตอนกลางคืน
เม็ดเหงื่อไหลซึมออกมาจากร่างของคนผู้หนึ่งสายตาจับจ้องไปยังร่างของคนที่นั่งอยู่ด้วยความระทึก ลมหายใจรัวเร็วเช่นเดียวกับมือไม้สั่นยืนยันถึงความหวาดกลัวได้เป็อย่างดี ทุกวินาทีที่ผันผ่านยิ่งเพิ่มความกดดันให้เขาเป็ทวีคูณ
“ ครบ ” คำพูดสั้นห้วนจากร่างที่นั่งนับเงินอยู่ทำให้เ้าตัวเป่าปากอย่างโล่งอก มือเอื้อมขึ้นปาดเหงื่อเหมือนว่าตนปลดภาระออกจากไหล่ออกไปได้สำเร็จ
“ ไม่เลวนี่หว่าโรมาเลส นึกไม่ถึงว่าแกจะสามารถหาเงินมาจ่ายให้ครบได้จริงๆนะเนี่ย ” ชายอีกคนที่นั่งอยู่ด้านหลังออกปากซิการ์ที่คาบอยู่พ่นควันฉุย แค่เพียงสบตาร่างของเขาก็รู้สึกแข็งเกร็งและก้มหัวให้อย่างกะทันหัน
“ ก็อย่างที่ว่าแหละครับคุณคิรอฟผมหาเงินมาจ่ายให้เรียบร้อย ทีนี้พวกเราก็หมดหนี้กันแล้ว ”
“ เฮ่ยๆ อย่าพูดอะไรที่มันแล้งน้ำใจแบบนั้นสิวะ ทำเป็คนอื่นคนไกลกันไปได้ ” ยันกายขึ้นมาจากเก้าอี้ก่อนเดินเข้ามาประจันหน้าด้วยตรงๆ สิ่งนั้นทำเอาคนไม่กล้ารู้สึกตัวหดลงจนแทบจะเหลือสองนิ้ว
เบื้องหน้าคือหนึ่งในผู้มีอิทธิพลประจำเมืองที่คนตัวเล็กๆอย่างเขาไม่มีทางสู้ ชายผู้ควบคุมธุรกิจค้ายากับเหล้าเถื่อนในพื้นที่แถบนี้คิรอฟ ฟริเกต ชายผู้ควบคุมพื้นที่บริเวณเขตเจ็ดถึงสิบของเมืองคาเมล็อต
ขอบเขตอิทธิพลอาจจะแคบแต่ก็ค่อนข้างหนาแน่นและกลมเกลียว พื้นที่แถบนี้แทบไม่เคยถูกระรานจากคนในแก๊งค์อื่นแต่อย่างใดกระทั่งตำรวจก็ยังไม่กล้าแตะต้อง ระบบราชการของแถบนี้ถูกควบคุมเอาไว้อย่างเสร็จสรรพ
ตึกทั้งหลังนี้ก็เช่นกันทั้งที่มีเื่ร้องเรียนมาก็หลายอย่างแต่มันก็ยังอยู่ได้ สถานที่ซึ่งคล้ายเป็ที่ชุมนุมและรวมตัวขนาดย่อมของแก๊งค์ฟริเกต โดยมากจะมีคนมาประจำอยู่ประมาณสิบห้าถึงยี่สิบคนอยู่ประจำเพื่อคอยดูแลจัดการเื่ต่างๆ
“ ได้ข่าวว่าแกฆ่าผู้หญิงคนหนึ่งตายที่ร้านขายของตอนไปหาเงินนี่หว่า เอาเื่น่าดูเลย ” มือเอื้อมมาตบไล่อย่างสนิทสนมแต่ชวนให้เ้าตัวรู้สึกขนลุก
“ นะ นั่นมันอุบัติเหตุครับผมไม่ได้ตั้งใจ... ”
“ เฮ่ยๆ ข้ารู้ๆ น้ำหน้าอย่างเอ็งคงไม่ได้อยากยิงหรอกนังนั่นมันทำตัวน่ารำคาญใช่ไหมล่ะ แม่ลูกอ่อนก็อย่างนี้แหละข้าเข้าใจดี ” น้ำเสียงเหมือนไม่มีอะไรทั้งยังยิ้มแย้มเหมือนเื่ที่พูดแสนเล็กน้อยกลับยิ่งทำให้คนฟังหน้าเสีย
แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เื่เป็แบบนั้นแต่มันเป็เหตุสุดวิสัย ตอนที่เดินเข้าไปปล้นเงินในร้านขายของชำบังเอิญไปเห็นแหวนที่ผู้หญิงคนนั้นสวมเลยกะจะเอาไปด้วย ไม่นึกว่าเธอจะขัดขืนจนทำให้ปืนที่นำไปด้วยเกิดลั่นขึ้นมา
ยิ่งพอได้รู้ว่าผู้หญิงที่ตายเป็แม่เลี้ยงเดี่ยวเมื่อไม่มีเธอเด็กที่เป็ลูกก็ต้องเข้าสถานสงเคราะห์ สิ่งนั้นทำให้เขารู้สึกแย่ลงไปอีก
“ เื่ที่เอ็งไปยิงผู้หญิงนั่นตายน่ะมันเื่เล็ก ยิ่งเอ็งใส่หน้ากากตอนไปปล้นแล้วรถที่ไปใช้ก็เป็รถที่โดนขโมย แค่ข้ายกหูโทรศัพท์กริ๊งเดียวก็เรียบร้อยไม่ต้องคิดมาก ” มือเอื้อมมาตบไล่ของเขาอย่างสบายอารมณ์ เหมือนที่ทำลงไปไม่ใช่การฆ่าคนแต่เผลอทำแจกันสักใบแตก
“ แต่ก็อย่างว่าในเมื่อข้าช่วยเอ็งไปแล้วอย่างนี้ก็เท่ากับเอ็งติดหนี้ข้าสินะ ”
“ ตะ แต่ว่าตอนนี้ผมไม่มีเงินเหลือ... ”
“ ก็แล้วใครบอกว่าจะเอาเงินเอ็งล่ะวะก็แค่อยากให้เอ็งไปทำงานอะไรสักหน่อย ถ้าสำเร็จนอกจากจะล้างหนี้แล้วยังอาจจะได้เงินเล็กๆน้อยๆติดไม้ติดมือไปด้วยนะโว้ย ” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันย่อมไม่ใช่งานที่ถูกกฎหมายนั่นยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกเหงื่อตกขึ้นไปอีก
ตอนแรกเขายืมเงินจากชายคนนี้เพื่อนำมาจ่ายค่าเช่าห้องาที่เกือบโดนไล่ พอโดนทวงเงินมากเข้าก็เริ่มสะเดาะกลอนนำรถไปขายแต่ก็ยังไม่เพียงพอ กลายเป็ว่าตอนนี้เหมือนจะต้องกลายเป็คนส่งยาเสียแล้ว
“ เอ็งคงไม่บอกปัดข้อเสนอของข้าหรอกนะ ใช่ไหม? ” การถามเน้นย้ำยิ่งเพิ่มความหวาดหวั่นให้มากขึ้นไปอีก จากแววตาบ่งบอกเลยว่าถ้าเขาปฏิเสธผลลัพธ์จะเป็เช่นไร
เขายังไม่อยากถูกจับไปเข้าโรงฆ่าสัตว์เหมือนเ้าคนก่อนแต่อย่างใด
“ ได้อย่างนั้นก็ดี ฝากจัดการต่อด้วยก็แล้วกัน ” พอไม่เห็นทีท่าปฏิเสธของเขาทางนั้นก็พยักหน้าอย่างพอใจก่อนส่งสัญญาณให้ลูกน้องอธิบายแทน
“ พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้านำของไปส่งให้ที่อยู่ตามที่เขียนไว้ จากนั้นจะมีคนมาบอกอีกทีว่าต้องทำยังไง ” กระเป๋าใบหนึ่งถูกยื่นมาให้เขาน้ำหนักของมันเล่นเอาคนถือเซไปเล็กน้อย แต่มันยังไม่เทียบเท่ากับความรู้สึกหนังอึ้งในใจ
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าของที่อยู่ด้านในคืออะไรพอรู้แบบนั้นมันก็ทำให้รู้สึกตึงเครียด โทษของการยาเสพติดประเภทผงขาวนั้นสาหัส หากถูกจับได้แม้จะไม่มีโทษปะาชีวิตแต่ก็ต้องถูกขังยาวนานจนแทบจะขังลืม
ยังไม่รวมความร้ายแรงของเ้ายาในกระเป๋าที่จะทำลายชีวิตคนไปอีกกี่มากกี่น้อย ไม่อยากนึกว่าถ้าคนในชุมชนหรือพวกเด็กๆในโรงเรียนแถวบ้านเกิดติดมันขึ้นมาจะเป็อย่างไร นี่ยังไม่ได้พูดถึงไอ้พวกที่นำยาพวกนี้ไปใช้ประโยชน์อีกทอดหนึ่งอีก
รู้แบบนั้นก็ใช่จะทำอะไรได้ตนในตอนนี้ตกอยู่ในวงล้อมคนนับสิบ ขืนทำตัวเป็ปฏิปักษ์ตอนนี้มีหวังได้ศพไม่สวยและเขาก็ยังไม่อยากตายหรือเข้าไปนอนในคุกเท่าไหร่
ถือซะว่าคนที่เลือกจะเสพของพวกนี้โชคร้ายกันเองก็แล้วกัน
“ ถ้างั้นก็ขอตัวล่ะครับ ” เท้าเริ่มก้าวเตรียมเดินออกจากตัวตึกเพื่อไปพักผ่อน เตรียมไปส่งมอบของให้ตามกำหนดการที่ได้รับมา
วินาทีนั้นเองรอบด้านก็มืดสนิทแสงไฟที่เคยมีดับลงกะทันหัน ตึกทั้งหลังเข้าสู่ความมืดมิดเพราะแหล่งกำเนิดไฟฟ้าทั้งหมดเลือนหาย หลงเหลือเพียงแสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างพอให้มองเห็นสิ่งต่างๆอย่างเรือนลางเท่านั้น
“ อะไรวะไฟดับเรอะ ไม่ใช่พึ่งเปลี่ยนฟิวส์เตอร์รึไง? ” มือถือถูกหยิบขึ้นมาต่างไฟฉายทำให้ห้องที่สมควรจะมืดสนิทเริ่มมีแสงไฟ หากมันก็ยังไม่มากพอจะทำให้เห็นทุกอย่างชัดแจ้งเหมือนก่อน
ด้วยความที่พื้นที่แถบนี้เป็ซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยวเพื่อความปลีกวิเวกและประโยชน์ในบางทาง หากนั่นทำให้ทั้งตึกตกอยู่ในความมืดมิดมากขึ้นจนชวนให้รู้สึกขนลุก
หนึ่งในลูกน้องคนหนึ่งเดินลงไปยังชั้นล่างหมายจะเข้าไปถามเื่ที่เกิด ด้านล่างเองก็มีคนเฝ้าอยู่และน่าจะจัดการเื่มิเตอร์ไฟก่อนจึงน่าจะเป็การถามไถ่มากกว่าจัดการปัญหา ทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่อยู่ในความคิดของทุกๆคนในวินาทีนั้น
เปรี้ยงๆๆๆๆๆๆๆ
เสียงดังกึกก้องลอยลอดมาจากเบื้องล่าง คนทั่วไปอาจงุนงงแต่สำหรับคนในวงการย่อมรู้ดีไม่ใช่เสียงใดอื่นนอกจากปืนที่กำลังสาดะุ โดยไม่ต้องให้ใครบอกทุกคนต่างเข้าที่กำบังกันอย่างพร้อมเพรียง
ปืนจำนวนมากต่างถูกล้วงและโยนไปให้บรรดาร่างที่อยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่ ทุกคนชักปืนและตรวจสอบอาวุธเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะมา
“ หรือจะเป็พวกตัวน่ารำคาญอย่างไลโอนิส? ”
“ ไม่น่าใช่พวกที่อยู่ในกรมบอกว่าเ้านั่นกำลังหัวหมุนกับคดีฆ่าตำรวจ พวกเราเองก็ไม่ได้เคลื่อนไหวกระโตกกระตากแถมไม่ทิ้งหลักฐานไว้มากพอจะมาทำขนาดนี้ ไอ้พวกที่จะทำแบบนี้มีแต่พวกบ้าในชุดคอสเพลย์นั่นแหละ ” การพูดคุยของชายสองคนไม่ได้ลดความตึงเครียดทั้งยังเพิ่มความกดดันให้มากขึ้นไปอีก
อย่างไรพวกเขาก็ไม่ใช่นักเลงชั้นกระจอกเื่การยิงกันพวกนี้ย่อมต้องเคย แม้จะไม่เคยผ่านการบุกโจมตีโดยตรงเช่นนี้มาก่อนแต่ก็ใช่จะตระหนก ทุกรายต่างเล็งปืนไปยังบันไดพื้นที่ซึ่งศัตรูน่าจะขึ้นมา พร้อมจะเป่าทุกอย่างที่เข้ามา
กระทั่งคนที่ไม่ได้ข้องเกี่ยวโดยตรงอย่าโรมาเลสยังจับปืน ปากกระบอกเล็งไปทางเดียวกับคนอื่นมือไม้สั่นระริกเพราะไม่เข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิด รู้เพียงที่นี่กำลังถูกอะไรบางอย่างโจมตี
บรึ้ม
ไม่ทันได้ทำอะไรเสียงกึกก้องก็ดังขึ้นอีกครั้งเรียกความสนใจจากคนในตึกได้เป็อย่างดี สายตาทุกคู่เพ่งมองออกไปยังความมืดด้านนอกก่อนพบว่ารถที่พวกตนใช้กำลังจมอยู่ในกองเพลิง
“ อะ เฮ้ย!! ” อีกครั้งที่เสียงร้องดึงความสนใจหากมันยังสายจนเกินกาล ร่างที่ยืนอยู่ใกล้กับบันไดถูกคว้าจับข้อแขนถูกฟาดจนปืนหลุดออกจากมือก่อนร่างนั้นจะบิดหมุน อาศัยแขนล็อคลำคอเปลี่ยนให้ร่างนั้นกลายเป็กำบังมนุษย์ในพริบตา
“ ดะ เดี๋ยวอย่ายิงนะเว้ย อย่ายิง!! ” ทันทีที่เห็นปืนเล็งมาทางตนร่างนั้นก็แหกปากลั่น บรรดาร่างที่อยู่รายล้อมต่างชะงักอย่างไรก็รู้จักหน้าค่าตากันมานานย่อมมีอาการชะงักหรือลังเลเป็เื่ปกติ
ไม่ได้รวมเ้าคนที่เลือกจะใช้แผนนี้วินาทีเดียวกันะุก็ระดมลั่นไกออกไป ลูกตะกั่วส่งตรงเข้าใส่ขมับและกลางอกอย่างแม่นยำ ทุกนัดล้วนยิงถูกจุดสำคัญเป่าบริเวณนั้นให้กลายเป็รู ภาพที่ชวนให้คนมองต่างรู้สึกหนาวเหน็บ
ความแตกตื่นมาเยือนบรรดาคนที่กำลังถือปืนบ้างก็ตัดสินใจเข้ากำบังเพื่อหลบเลี่ยง บ้างก็เลือกจะยิงสวนโดยไม่สนใจชีวิตของเพื่อนตน ะุที่ยิงออกไปด้วยความลนลานเจาะเข้าไปในร่างของพวกเดียวกันจนทำให้มันร้องโหยหวน หากนั่นก็ไม่อาจช่วยให้คนยิงรอดพ้นความตายไปได้แต่อย่างใด
จำนวนคนนับสิบที่ยืนกันอยู่ในห้องพริบตาก็หายไปเกินครึ่ง หกคนตายคาที่จากะุ อีกรายนอนทุรนทุรายไม่ตายทันทีด้วยความทรมาน ที่น่าสงสารที่สุดคือเ้าคนที่ใช้เป็เกราะซึ่งถูกระดมยิงอย่างทารุณ
เื่ทั้งหมดอยู่ในสายตาของโรมาเลสจนสิ้น โชคดีอยู่ตรงที่พอปืนของฝ่ายนั้นเริ่มเล็งเขาเลือกจะกระโจนหลบลงหลังโต๊ะตัวเขื่องทำให้รอดชีวิต แต่ความตระหนกและหวาดกลัวในใจกลับเพิ่มพูนจนเริ่มติดขัด
“ นี่มันเื่เชี่ยอะไรวะ มันเกิดอะไรขึ้น!! ” การคำรามจากร่างที่เคยน่าเกรงขามมายามนี้ไม่ต่างอะไรกับตน สภาพน่าสมเพศที่ไม่มีเวลาชื่นชมอย่างเดียวที่ควรสนใจคือเอาชีวิตรอดไปจากตรงนี้
นอกจากตนและคิรอฟแล้วก็ยังมีชายอีกคนที่โชคดีรอดชีวิตมาได้ ปืนในมืออาจสั่นแต่น่าจะยังพอสู้ไหวนั่นทำให้ชายวัยกลางคนส่งสัญญาณให้ทางนั้นออกไป หากสิ่งที่ตอบกลับเป็การปฏิเสธอย่างแข็งขัน
“ ไปสิวะเฮ้ย มันมีแค่คนเดียวเองนะเว้ย บุกจากสองทางยังไงมันก็รับมือไม่ทัน ”
“ แหกตาดูบ้างเซ่ว่าไอ้พวกก่อนหน้านี้มันเป็ยังไงแล้วยังจะให้พุ่งไปตายอีกเรอะ ” ความหวาดกลัวและศพของพวกพ้องตราตรึงในดวงตา สิ่งนั้นทำให้ร่างที่ซุ่มอยู่ไม่กล้าออกไปประจันหน้ากับศัตรู
“ ไอ้ตัวเลี้ยงเสียข้าวสุก!! ” การเกี่ยงกันไปมาแม้ในสถานการณ์เป็ตายไม่สิ ต้องบอกว่าเพราะแบบนี้แหละทำให้เห็นธาตุแท้ของคน การขึ้นเสียงที่ไม่ต่างอะไรกับประกาศตำแหน่งให้อีกฝ่ายรู้
ะุถูกลั่นไกออกมาอีกสามนัดไม่ทันคิดว่าเล็งไปยังที่ใดแรงกระแทกก็พุ่งใส่เบื้องล่าง ทั้งสามร่างร่วงไปตามแรงหาได้มาจากใดอื่นเป็ะุที่เจาะเข้าใส่ปลายเท้า อาศัยช่องว่างเพียงเล็กน้อยของกำบังเล็งยิงจนล้มกลิ้งไปในทันใด
“ อ๊าก อ๊าก อ๊าก!! ” เสียงร้องโหยหวนดังลั่นไม่สนใจว่าใครจะว่าอย่างไร กระทั่งอีกสองรายที่เหลือก็ไม่ใช่เื่ที่เขาต้องสนใจ ความเจ็บมากเกินรับทำให้โรมาเลสแหกปากร้องไม่ต่างอะไรกับอีกสองรายที่เหลือ
คนที่ตั้งสติได้ดีสุดกลับเป็คิรอฟมือเอื้อมไปหาปืนที่ตกกระเด็นหมายจะโต้ตอบ พริบตาก่อนจะััะุกลับพุ่งเข้าเจาะเข้าที่มืออีกนัด แรงอัดแทบจะป่นกระดูกให้แตกร้าวเล่นเอาคนโดนตาแทบเหลือก
“ มะ ไม่เอา ไม่เอาแล้ว อย่าฆ่าฉันเลยได้... ” เสียงร้องขอความเมตตาของชายที่ซุ่มอยู่ในกำบังอีกแห่งถูกตอบด้วยลูกตะกั่ว การลงมือแสนอำมหิตที่ชวนให้คนมองขนหัวลุก
ร่างที่อยู่ภายใต้หมวกกันน็อคสีแดงพุ่งเป้ามาทางตนเพิ่มความหนาวเหน็บในจิตใจ ร่างของโรมมาเลสถอยหนีอย่างยากเย็นจากอาการาเ็และหวาดกลัว แตกต่างจากคนแก่กว่าที่ยังคงเยือกเย็นแม้ในสถานการณ์แบบนี้
“ ข้าไม่รู้ว่าเอ็งเป็ใครหรอกนะไอ้หนุ่ม แต่คิดว่าทำแบบนี้แล้วคิดจะรอดไปได้งั้นเรอะ? ” ความกลัวยังคงมีแต่ปากยังคงขยับเล่นเอาคนมองรู้สึกทึ่ง ไม่รู้จะบอกว่าคนผู้นี้บ้าหรืออะไรถึงจะดี
“ ฆ่าข้าได้แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ คิดว่าไม่มีคนเคยลองพยายามงั้นหรือ? จะเป็เ้านินจาหรือมูนไนท์อะไรนั่นก็เคยมาแล้วแต่สุดท้ายพวกมันก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะรู้ว่าถ้าข้าตายทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงไปอีก ”
“ แน่นอนว่าข้าไม่ได้จะให้เอ็งกลับไปมือเปล่า เงินที่อยู่ในตู้นั่นคือรายได้ทั้งหมดของอาทิตย์นี้จัดว่าเป็จำนวนมากโขอยู่ แล้วถ้าวันหลังเอ็งอยากจะร่วมธุ... อ๊าก ” คำพูดขาดหายก่อนถูกแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้อง ะุพุ่งใส่ช่องท้องหยุดสิ่งที่ทางนั้นตั้งใจจะพูดจนสิ้น
“ ฉันว่าแกเข้าใจอะไรผิดไปหน่อยนะคิรอฟ ฟริเกต แกอาจเป็หนึ่งในคนที่ฉันต้องมาหาแต่ครั้งนี้แกไม่ใช่เป้าหมาย เป็แค่เศษหินที่บังเอิญมาขวางทางปืนเท่านั้น ” ไม่สนใจว่านี่คือหนึ่งในเ้าพ่อแห่งเมืองนี้คล้ายหยามเหยียดการมีตัวตนของศัตรู
“ แล้วก็ไม่ต้องห่วง ฉันจะส่งคนในแก๊งค์ของแกทั้งหมดตามไปในไม่ช้า รับรองว่าแกไม่เหงาในนรกแน่ๆ ” เหมือนเป็ชนวนเท่านั้นเองที่คนฟังไม่คิดรีรออีกต่อไปแต่เลือกจะโต้ตอบกลับ
ใช่เป็การชวนคุยทั่วไปมือข้างที่ยังขยับได้ล้วงเข้าไปในลิ้นชักคว้าปืนกระบอกเล็กขึ้นมา ขนาดอาจจิ๋วแต่ะุที่ยิงมันไม่ได้เล็กไปด้วยถ้าโดนเข้าไปในระยะกระชั้นอย่างไรก็ไม่มีทางรอด การเดิมพันของผู้อยู่ในความมืดเพื่อหนทางที่ตนจะรอดชีวิต
น่าเสียดายที่เบื้องหน้าของเขามิใช่ชนชั้นกระจอก พริบตาที่แขนข้างนั้นขยับะุก็ตรงเข้าเจาะใส่กะโหลก หยุดยั้งการกระทำทั้งมวลที่เคยคิดและกระชากิญญาให้หลุดลอยดับชีวิตของร่างนั้นโดยสิ้นเชิง
“ คนที่ฉันอยากมาเยี่ยมคือแกโรมาเลส ลิงค์ ” ปากกระบอกปืนชี้ไปยังร่างที่นอนอยู่เงียบๆ ร่างกายสั่นสะท้านคล้ายอยากจะดิ้นรนแต่พริบตาที่นึกจะถอยะุก็เจาะเข้าใส่ข้อพับ หมดสิทธิ์ที่จะลุกขึ้นวิ่งโดยสิ้นเชิง
“ ฉะ ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย!! ไม่ได้ทำเื่เลวร้ายเหมือนเ้าพวกนี้ด้วยซ้ำ แกจะมาจองล้างจองผลาญฉันไปทำไม!! ”
“ แกลืมผู้หญิงเมื่อกลางวันนั่นไปแล้วหรือไง? ” การย้อนที่ทำให้คนฟังนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ภาพของหญิงสาวแม่ลูกอ่อนคนนั้นผุดขึ้นมาในสมองวินาทีที่ตนเผลอลั่นไกยังคงติดอยู่ในความทรงจำอย่างชัดแจ้ง
“ นะ นั่นฉันไม่ได้ตั้งใจมันเป็อุบัติเหตุฉันก็เสียใจกับเื่นั้น... ”
“ แล้วความเสียใจของแกมันทำให้คนตายคืนชีพขึ้นมาได้ไหม? คำขอโทษของแกมันทำให้ความเ็ปของคนที่สูญเสียน้อยลงหรือเปล่า? ” ร่างก้าวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมปากกระบอกปืนที่จ่อเข้าใส่ศีรษะในระยะเผาขน “ แล้วการสำนึกผิดของแกมันทำให้เื่อะไรดีขึ้นมาบ้าง? ”
เสียงสังเคราะห์ไม่ได้มีความโกรธเคืองหรือกระแทกกระทั้นหากปืนที่กดลงบนหน้าผากนั้นตรงข้าม เหงื่อไหลโซมทั่วทั้งร่างเช่นเดียวกับมือไม้ที่สั่นระริก ความเ็ปจากปากแผลยังไม่ทัดเทียมกับความกลัวที่เกาะกุมในจิตใจ
“ ฉันขอโ...”
เปรี้ยง
ไร้การรีรอใดๆปากกระบอกพ่นแสงไฟตัดกับความมืด พลังทำลายของ.50AEมากพอจะเป่าสมองของทางนั้นจนกระจายในพริบตา หยุดยั้งคำพูดทั้งมวลที่จะออกจากปากให้หายไปตลอดกาล
“ เอาคำนั้นไปบอกคนที่แกฆ่าก็แล้วกัน ” รังเพลิงร้อนระอุจากการลั่นไกติดๆกัน กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสนใจมากเท่าการได้ส่งเ้านี่ลงนรก
ความเงียบโรยตัวลงมาท่ามกลางความมืดมิดที่เขาเป็ผู้สร้างขึ้น พื้นที่ซึ่งเคยเต็มไปด้วยผู้คนมากมายกลายเป็สุสานในเวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยฝีมือของคนเพียงคนเดียว
“ ถึงจะตัดสัญญาณของกล้องแถบนั้นแล้วก็เถอะแต่เล่นใหญ่ไปแล้วนะคะ เล่นะเิรถแบบนั้นคนเขาก็รู้ตัวกันหมดน่ะสิ ” การติดต่อผ่านเครื่องมือสื่อสารภายในหมวก ระยะแรกอาจรู้สึกรำคาญแต่ตอนนี้มันกลายเป็ความเคยชิน
“ ไม่ต้องห่วง กว่าจะมีคนแจ้งตำรวจคงอีกสักพัก เหลือเฟือสำหรับหนีและเก็บกวาด ” ด้วยอิทธิพลของคิรอฟชาวบ้านแถบนี้จะไม่อยากยุ่งเกี่ยว กว่าพวกตำรวจจะมาก็คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ
ลมหายใจยาวถูกพ่นออกถึงจะเป็การโจมตีที่มีแผนเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าแต่ก็เป็การบุกมายิงอย่างบ้าเื ปราศจากแผนสำรองหรือกำลังหนุนถ้าพลาดขึ้นมาก็จบกัน มองเผินๆเหมือนไม่มีอะไรแต่มันกินทั้งแรงใจและพลังสมาธิจนชวนให้รู้สึกล้าอยู่ไม่น้อย
“ เดี๋ยวก่อนนะคะD ที่อยู่ในตึกไม่ได้มีแค่คุณนะคะ มีใครอีกคนที่อยู่ด้านในแล้วเขาก็อยู่ชั้นเดียวกับคุณด้วย ” การรายงานด้วยความตื่นตระหนกเพราะเธอเล็งเห็นในสิ่งผิดปกติ
ภาพที่ได้มาจากกล้องบนถนนที่ถูกเธอแทรกแซง เงาร่างของใครบางคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังทั้งที่คนในตึกสมควรจะสิ้นลมกันไปหมด
อันที่จริงไม่จำเป็ต้องได้รับการเตือนพริบตาที่เขาเพิ่มขอบเขตััก็รับรู้ถึงตัวตนของคนที่ซุ่มอยู่ ปืนในมือถูกเล็งไปยังทิศทางที่เห็นผ่านเงาสะท้อนไม่ต่างจากทางนั้นที่รู้ตัวและเล็งปืนเข้าใส่เขาในวินาทีเดียวกัน!!