จอมยุทธ์ซุปตาร์

ตอนที่ 220 การติดต่อจากเฉียนม่อ Re

        การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป  เพียงไม่นานหน่วยพิสูจน์หลักฐานก็กลับมาพร้อมกับผ้าชิ้นหนึ่ง  รวมถึงช้อนส้อมจำนวนมากที่ตอนแรกไม่รู้ว่าหายไปไหน  พวกมันถูกพบในห่อกระดาษหนังสือพิมพ์จนดูเหมือนมีคนขยำ (ขะ-หยำ) มันเป็นก้อนใหญ่ ๆ เท่านั้น


        “จากการตรวจสอบ  เราพบลายนิ้วมือ และพิษไซยาไนด์ด้วย  คาดว่าตอนนั้นคนร้ายคงยังไม่ได้ล้างมือ  อีกอย่างคือผ้าที่มีพิษไซยาไนด์อยู่  เราพบเส้นผมที่น่าจะเป็นของคนร้ายด้วยครับ” หน่วยพิสูจน์หลักฐานรายงาน


        “งั้นผมขอความร่วมมือหน่อยนะครับ  ทุกคนที่อยู่ที่นี่  ผมขอเก็บตัวอย่าง DNA ของพวกคุณทั้งหมดด้วย” ตำรวจที่รับผิดชอบคดีกล่าว


        ไม่นานพวกเขาคุมตัวพิธีกรร่วมที่เป็นคู่กรณีกับผู้ตายไปสอบปากคำต่อที่สถานีตำรวจ  ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าสอบปากคำออกเดินไปข้างนอก  มีซองกระดาษซองหนึ่งหล่นลงมาจากเพดาน  ต่อหน้าพิธีกรร่วมคนนั้น


        เมื่อเขาหยิบออกมาดูก็พบว่ามันเป็นหลักฐานการกระทำความผิดของคู่กรณีที่เขาเพิ่งฆ่าไปนั่นเอง  เขาได้แต่พูดออกมาว่า  ทำไมเอกสารถึงไม่อยู่ในมือเขาก่อนที่เขาจะฆ่ามันทิ้ง และแน่นอนว่าพิธีกรร่วมได้ฝากทางตำรวจส่งเอกสารนี้ให้อัยการที่รับผิดชอบคดีของเขากับผู้ตายด้วย  ซ้ำยังรับสารภาพว่าตนเองเป็นคนฆ่าผู้ตายเอง  เพราะความคับแค้นใจ


        รายการล่มไม่เป็นท่าเพราะเกิดเหตุฆาตกรรม  แต่ไป่ฉีก็ได้รับเงินตามสัญญาว่าจ้าง  ขณะที่ไป่ฉีกำลังจะกลับ  มีเด็กใส่แว่นคนหนึ่งเดินมาดึงขากางเกงเขา


        “นี่ ๆ พี่ชาย  ทำไมถึงคิดว่าเป็นคดีฆาตกรรมตั้งแต่แรกล่ะครับ” เด็กแว่นถาม


        “เดี๋ยวเถอะ  พี่เขามีงานต้องไปทำต่อนะ ซี  ขอโทษแทนเขาด้วยนะคะ” หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาเตือนเด็กแว่นที่เข้ามาคุยกับไป่ฉี


        “ไม่เป็นไรหรอกครับ  น้องชายพี่จะตอบให้นะ  พี่น่ะมีลางสังหรณ์ที่แม่นมาก” ไป่ฉียกยิ้มขึ้นก่อนจะก้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของเด็กแว่นคนนั้น


        “ถ้าอยากกลับคืนร่างเดิม  รับสิ่งที่อยู่ในห่อลูกอมนี้ไปซะ  จากนี้ถ้าอยากตามหาตัวพวกนั้นก็แล้วแต่นะ  แต่ขอเตือนว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัวอีกจะดีกว่า  พวกชายชุดดำนั่นน่ะไม่ใช่คนธรรมดาหรอก” ไป่ฉีกล่าวจบก็รีบจากไป  ส่วนเด็กแว่นก็เอาแต่มองลูกอมในมือที่ไป่ฉียัดใส่มือเขามาเมื่อครู่


        'เขาเป็นใครกัน  เขาพูดเหมือนกับรู้จักองค์กรนั่นเลย' เด็กแว่นมองแผ่นหลังของไป่ฉีจนเขาหายไปจากสายตา  ก่อนจะรีบเก็บลูกอมนั้นเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว  ราวกับมันเป็นของสำคัญมากและจะหายไม่ได้  เพื่อให้เขาได้กลับเป็นผู้ใหญ่อีกครั้ง  เพื่อสารภาพรักกับหญิงสาวที่อยู่ข้างกายเขา


        ด้านไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงกลับบ้านไป  พ่อกับแม่ของเขากำลังดูข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นที่สตูดิโอรายการนี้พอดี  กว่าพวกนักข่าวจะมา  ดาราหลายคนต่างก็แยกย้ายกันไปหมดแล้ว  ที่ให้สัมภาษณ์มีแต่ทีมงาน  ผู้กำกับ และ PD ของรายการเท่านั้น


        หลี่ซีหยานถามไป่ฉีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ไป่ฉีเล่ารายละเอียดให้หลี่ซีหยานฟัง  ก่อนจะถามถึงไป๋หู่ว่าทำอะไรอยู่  ปกติถ้าอยู่บ้าน  ไป๋หู่มักจะนั่งอยู่กับหลี่ซีหยาน


        “หมอนั่นกำลังอาบน้ำอยู่  ดูเหมือนจะได้รับการสั่งสอนจากเจ๊สุ่ยมาดีพอสมควรล่ะนะ  กลับมาเก็บของเป็นที่เป็นทางดี  แต่จะได้สักกี่วันเถอะ” หลี่ซีหยานกล่าว


        “จะว่าไปเจ๊สุ่ยก็มีส่วนคล้ายพี่กุ้ยอิงเหมือนกันนะ” ไป่ฉีกล่าว


        “ก็น่าจะ  ว่าแต่ตั้งแต่เปิดเทอม  นายได้เจอพี่หลี่ไป๋รึยัง  ฉันมัวแต่ยุ่ง ๆ เรื่องของตัวเอง  เลยไม่ได้ติดต่อกับเขาเลย  ที่โรงเรียนก็มีแต่พวกสาว ๆ ล้อมหน้าล้อมหลัง  ไปไหนก็ไม่สะดวก” หลี่ซีหยานกล่าว


        “ยังเลย  จะว่าไปเขาอายุมากกว่านาย 1 ปีนี่” ไป่ฉีกล่าว  ก่อนจะกดสมาร์ทโฟนเหมือนหาอะไรบางอย่าง


        “รู้สึกเขาจะเข้าชมรมกรีฑานะ  ลงประเภทลู่  วิ่งระยะสั้น 100 เมตร  แต่ฉันอยู่ชมรมตลอดไม่ได้ไปไหนเลย” หลี่ซีหยานกล่าว


        “อืม ที่ไม่เจอก็ไม่แปลกหรอก  นี่ไง” ไป่ฉียื่นสมาร์ทโฟนให้ดู  ในนั้นเป็นเนื้อหาข่าวการทำลายสถิติโลกวิ่งระยะสั้น 100 เมตรของหลี่ไป๋  ที่เป็นนักกีฬาวิ่งระยะสั้นทีมชาติที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถทำลายสถิติโลกได้


        “เห่อ ๆ ดูท่าทางพี่หลี่ไป๋ยังไม่ได้ใช้แรงเต็มที่ซะด้วยซ้ำ” หลี่ซีหยานหัวเราะแห้ง ๆ  เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายชนะเพราะใช้พลังปราณช่วย


        “หากจะให้เร็วสุด  ระยะทางแค่นั้น 2-3 วินาทีก็น่าจะเข้าเส้นชัยไปแล้ว” ไป่ฉีกล่าว


        “แบบนั้นมันจะถูกมองเป็นพวกอมนุษย์ไปน่ะสิ” หลี่ซีหยานกล่าว


        “ก็นะ การอยู่ในวงการกีฬามันยากกว่า  เพราะนายไม่สามารถใช้ประสิทธิภาพร่างกายของนายได้เต็มร้อยไงล่ะ  ลองนึกสภาพนายสู้กับอีกฝ่ายโดยใช้พลังปราณต่อยอีกฝ่ายดูสิ” ไป่ฉีกล่าว


        “นั่นมันจะกลายเป็นการฆาตกรรมเลยนะนั่น” หลี่ซีหยานยิ้มแหยง ๆ


        “คุยอะไรกันน่ะ” ไป๋หู่ถามขณะกำลังเดินลงมาจากชั้น 2


        “กำลังคุยเรื่องการทำลายสถิติโลกของหลี่ไป๋น่ะ” ไป่ฉีกล่าว


        “อ้อ  แต่พี่ฉี  เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน  ผมมีเรื่องจะปรึกษา” ไป๋หู่มีสีหน้าลังเล


        “ว่ามา” ไป่ฉียกยิ้ม  เขารู้ว่าไป๋หู่ต้องการปรึกษาเรื่องอะไร


        “คือช่วงเย็นหลังจากผมคอยระวังพวกถ้ำมองให้เจ๊สุ่ยแล้ว  เจ๊เขาชวนผมไปดูหนังกับซื้อของเสาร์นี้น่ะ หรือว่านี่จะเป็นเดทรึเปล่า” ไป๋หู่ถาม


        “ไม่น่าใช่  ดูจากโรคต่อต้านการสัมผัสขั้นรุนแรงแบบนั้น  ฉันว่าเขาจะให้นายไปเป็นคนซื้อตั๋ว กับถือของที่เธอซื้อมากกว่า  ถ้าเจ๊แกไปเอง  พวกพนักงานห้างกับพนักงานโรงหนังคงเจ็บตัวกันแน่” ไป่ฉีกล่าว


        “งั้นเหรอ  ที่แท้เป็นแบนนี้นี่เอง” ไป๋หู่พยักหน้า


        “สรุปนายจะไปไหม” หลี่ซีหยานถาม


        “ไปสิ  เจ๊สุ่ยน่าสงสารออก  ถ้าเป็นแบบที่พี่ฉีพูด  เจ๊คงไม่ได้ไปเที่ยวไหนนานแล้ว” ไป๋หู่ตอบ


        ขณะนั้นมีสายโทรเข้ามาที่สมาร์ทโฟนของไป่ฉี  เบอร์นี้เขาจำได้ดี  แต่ที่ผ่านมาเขาไม่ค่อยได้ติดต่อฝ่ายนั้นสักเท่าไหร่   ไป่ฉีกดรับสายทันที


        [โอ้ รับแล้ว  ว่ายังไงเสี่ยวไป่] เฉียนม่อ ที่เป็นประธานสมาคมนักเขียนแห่งชาติกล่าวทักทายไป่ฉี


        “สบายดีครับ  อาจารย์เฉียนเป็นยังไงบ้างครับ” ไป่ฉีถามกลับตามมารยาท


        [ฉันเหรอ  ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันสบายดี  ตอนนี้กำลังอยากได้นิยายดี ๆ มาอ่านสักเรื่องน่ะ] เฉียนม่อกล่าว


        “ผมกำลังเขียนอยู่ครับ  ถ้าเสร็จเมื่อไหร่จะให้ทางสำนักพิมพ์จัดส่งไปให้ 1 ชุดก่อนนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


        [ดี  ดี  ดี อย่าลืมเชียวล่ะ  อะ...แฮ่ม  เกือบลืมไปเลย  มีเรื่องอยากจะขอให้ช่วยหน่อย  ไม่รู้ว่าเธอจะให้ความร่วมมือรึเปล่า] เฉียนม่อถาม


        “เรื่องอะไรล่ะครับ  ถ้าผมช่วยได้ผมยินดี  ช่วงนี้ผมยังมีงานไม่มาก  เพราะละครเรื่องใหม่ยังไม่เริ่มการถ่ายทำ” ไป่ฉีกล่าว


        [คือว่าจะมีงานประมูลเพื่อหาทุนสำหรับการเก็บรักษาภาพอักษรโบราณ และบูรณะเอกสารโบราณน่ะ  เพราะดูเหมือนว่ารัฐบาลปีนี้จะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้สักเท่าไหร่  ซ้ำยังลดงบประมาณลงอีกด้วย  ฉันก็เลยต้องหาเงินมาช่วยอุดงบประมาณที่หายไป  เธอคงรู้ใช่ไหมว่าสิ่งเหล่านี้มันคือมรดกทางวัฒนธรรม  ภูมิปัญญานี้อาจหมายรวมถึงตำรับยาโบราณ  ที่อาจรักษาโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ในปัจจุบันให้หายขาดได้  แต่พวกนักการเมืองต่างบอกว่า  พวกมันเป็นเพียงแค่เศษกระดาษที่ผ่านกาลเวลามานานเท่านั้น  ไอ้ลูกหลานบัดซบพวกนั้นไม่เคยคิดถึงเลยว่าที่ประเทศชาติเจริญมาได้จนถึงทุกวันนี้เพราะมีการส่งต่อภูมิปัญญาความรู้ผ่านเอกสารโบราณเหล่านี้] เฉียนม่อระบายความคับข้องใจในเรื่องนี้ออกมาให้ไป่ฉีได้ฟัง


        “งั้นให้ผมหาชิ้นงานไปประมูลสินะครับ” ไป่ฉีถาม


        [ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่แล้ว  งานคุณภาพของเธอคงทำให้การประมูลมีสีสันมากขึ้น และอยากให้เธอช่วยพูดกระตุ้นเรื่องการเก็บรักษากับฟื้นฟูเอกสารด้วย  ยังไงเธอก็มีชื่อเสียงในประเทศนี้  เกือบทุกคนรู้จักเธอ  ฉันเลยอยากขอความช่วยเหลือ  เธอพอจะรับงานจากตาแก่คนนี้ได้รึเปล่า  ฉันกับเพื่อน ๆ พอจะมีงบอยู่บ้าง] เฉียนม่อกล่าว


        “ผมทำให้ไม่คิดเงินครับ  พวกท่านเป็นผู้สนับสนุนละครที่มาจากนิยายของผม  นอกจากนี้ยังช่วยเขียนบทวิจารณ์นิยายที่ทำให้นิยายของผมมีชื่อเสียง  ดังนั้นเรื่องนี้ผมไม่ขอรับค่าจ้างอะไรครับ” ไป่ฉีกล่าว


        [ขอบใจมาก  งานจะจัดวันเสาร์นี้  เธอพอจะว่างมาบ้างไหม] เฉียนม่อถาม


        “ว่างช่วงบ่ายครับ  ตอนเช้ามีงานถ่ายแบบให้กับนิตยสาร  ไม่นานคงเสร็จครับ” ไป่ฉีกล่าว


        [ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดังใหญ่แล้วนะเธอเนี่ย  ตกลง  เดี๋ยวฉันจะบอกพวกเพื่อน ๆ ให้  แล้วพบกัน] เฉียนม่อวางสายไปเรียบร้อย  


        ไป่ฉีกำลังนั่งคิดอยู่ว่าจะทำยังไงดี  เขารีบโพสลงในโปรแกรม T ของเขา  เพื่อบอกกับแฟนคลับของเขาว่าเขาจะไปร่วมงานของสมาคมนักเขียนแห่งชาติวันเสาร์นี้  สำหรับไป่ฉี  เขาไม่คิดจะจ้างสื่อไปทำข่าว  แต่จะใช้ฐานแฟนคลับของเขาเป็นตัวกระจายข่าวแทน


        อีกอย่างแม้เขาจะเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท LSA ที่เป็นบริษัททรงอิทธิพลในวงการบันเทิงของโลก  แต่อำนาจนั้นก็เป็นอำนาจทางธุรกิจเท่านั้น  ไม่ใช่อำนาจทางการเมืองหรืออำนาจการบริหารประเทศ  รวมถึงอำนาจทางกฎหมายด้วย  สิ่งที่เฉียนม่อระบายให้ฟัง  ทำให้เขาคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง  ถึงตอนนี้งานสายพิธีกรของเขายังไม่ถือว่ามีชื่อเสียงมากนัก  แต่ใครจะรู้ว่าพวกนักการเมืองพวกนี้อาจจะใช้เขาเป็นเครื่องมือ หรือบังคับเขาให้ยอมก้มหัวและทำตามคำสั่งพวกเขาเมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้  ดังนั้นเขาต้องหาทางให้ตนเองมีอำนาจในด้านนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง


        เริ่มด้วยการลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลเป็นสิ่งที่ไป่ฉีสามารถทำได้ในตอนนี้  ดูท่างานใหญ่นี้คงจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่  คิดได้ดังนั้นไป่ฉีก็ส่งปราณสั่งงานทันที


        'เตรียมรับคำสั่ง' ไป่ฉีกล่าว


        'นายท่านมีอะไรจะสั่งครับ' หน่วยสอดแนมที่อยู่ใกล้ที่สุดตอบกลับมา


        'มีงานชิ้นใหม่ให้ทำ  ฉันต้องการหลักฐาน  จะวิดีโอ  เอกสาร  ทุกอย่างที่บ่งบอกถึงการทุจริตงบประมาณของบุคคลในกระทรวงวัฒนธรรม  เน้นหนักที่ตัวรัฐมนตรีที่เป็นเจ้ากระทรวง  ถ้าขุดของพวกกระทรวงอื่นมาได้ยิ่งดี  อย่างน้อยต้องมีหลักฐานเล่นงานรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมภายในวันเสาร์นี้  อ้อ ระวังพวกผู้ฝึกยุทธ์ที่คุ้มกันคนพวกนี้อย่างลับ ๆ ด้วยล่ะ  เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับพวกตระกูลใหญ่ในยุทธภพด้วย' ไป่ฉีกล่าว


        'ได้ครับ  จะให้หน่วยข่าวกรองจัดการให้ และจะสั่งให้พวกเขาระวังเป็นพิเศษครับ' หน่วยสอดแนมรับคำสั่งและตัดการติดต่อไป


        “ไป่ฉี” เมิ่งชิงชิงที่ลงมาจากชั้น 2 สีหน้าไม่สู้ดีนัก


        “มีอะไรเหรอครับ” ไป่ฉีถาม


        “คุณแม่ กับคุณพ่อนัดฉันทานข้าว  วันพรุ่งนี้  ทำยังไงดี” เมิ่งชิงชิงถาม


        “บอกปู่เมิ่งตงรึยังครับ” ไป่ฉีถาม


        “บอกแล้ว  ปู่บอกว่าจะไปด้วย” เมิ่งชิงชิงตอบ


        “งั้นก็ไม่ต้องกลัวหรอก  แต่ว่าถ้าผมทำอะไรกับแม่พี่ไป  พี่จะโกรธผมรึเปล่า” ไป่ฉีถาม


        “นายจะฆ่าแม่ฉันรึไง” เมิ่งชิงชิงถาม


        “งั้นพี่ตามผมมา” ไป่ฉีไม่รอให้เมิ่งชิงชิงได้ตอบโต้อะไร  เขาพาเธอเข้าไปในห้องนอน  จากนั้นก็มีเสียงของเธอดังเป็นระยะ ๆ หากแต่เสียงนั้นเป็นเสียงของความตกใจกับบางอย่าง


        ไม่นานประตูถูกเปิดออก  เมิ่งชิงชิงเดินเหม่อลอยลงมาจากชั้น 2  ไป่ฉีเดินตามลงมาประคองเธอไปนั่งที่โซฟา  เขากอดเธอไว้แนบอกเพื่อปลอบเธอ


        “พี่ชิงชิง  ไหวไหมครับ” ไป่ฉีถามด้วยความเป็นห่วง


        “ฉันยังทำใจไม่ได้” เมิ่งชิงชิงกล่าว


        “แต่ถ้าปล่อยไว้  คุณพ่อของพี่กับบริษัทจะยิ่งเสียหายนะครับ  ถ้าเป็นแบบนั้นคุณปู่เมิ่งต้องลำบากไปด้วย” ไป่ฉีกล่าว


        “แต่นั่นแม่ฉันนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


        “งั้นพี่ไม่ต้องไปก็ได้ครับ  เดี๋ยวผมกับปู่เมิ่งจัดการกันเอง  แม่ของพี่จะได้ไม่คิดว่าพี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้” ไป่ฉีกล่าว


        “ก็ได้” เมิ่งชิงชิงตอบตกลง  ความผิดที่แม่เธอทำ  เธอไม่รู้จะทำยังไง  เพราะสิ่งที่แม่เธอทำนั้นผิดต่อคุณพ่อของเธอ  ผิดต่อคุณปู่ของเธอ  ผิดต่อบริษัท  วิธีที่ไป่ฉีเสนอมาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด  นั่นคือเธอต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ และทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น


        “ไปอาบน้ำนอนเถอะครับ  พรุ่งนี้ผมจะลากิจช่วงบ่าย  พี่ไม่ต้องมารับผมก็ได้ครับ  เข้าไปทำงานที่บริษัทแล้วปิดสมาร์ทโฟนส่วนตัวไปซะ” ไป่ฉีกล่าว


        เมิ่งชิงชิงพยักหน้าก่อนจะเดินกลับขึ้นไปเข้าห้องนอน  คาดว่าเธอคงนอนเลยทันที  ส่วนไป่ฉีโทรหาเมิ่งตง  เพื่อนัดกันคุยเรื่องความผิดของเมิ่งเสวี่ยไป๋ก่อน

____________________

+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน