“พ่อ...พ่อเหรอ นี่พ่อจะทำอะไรน่ะ” ซองซูพยายามจะลืมตาให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เปลือกตาของเขากลับหนักอึ้ง ภาพที่เด็กชายเห็นคือชายวัยกลางคน ใบหน้าที่เขารู้จักแต่ตอนนี้กลับดูซูบผอมลงไปเยอะกว่าเดิม ชายคนนั้นนั่งอยู่ที่โซฟาด้านหน้าโทรทัศน์พร้อมกับเทเหล้าใส่แก้วตรงหน้าก่อนจะเทบางอย่างลงไปลักษณะเป็ผงสีขาว
เด็กชายพยายามจะดันตัวลุกขึ้นและเขาก็ได้รู้ว่าตัวเขาถูกห่อด้วยผ้าห่มโดยมีเชือกมัดอยู่ตรงบริเวณข้อเท้าและ่เอวซึ่งมันผูกติดกับข้อมือทั้งสองข้างของเข้าที่อยู่ด้านหลัง
เด็กชายพยายามรวบรวมสติมองไปรอบ ๆ และได้รู้ว่านี่คือชั้น 1 ของบ้าน ไม่มีใครนอกจากเขาและพ่อ เขาพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่
ซองซูยืนส่องกระจกในห้องนอนของตัวเอง จัดทรงผมแล้วจัดอีก ดูเสื้อผ้าว่าดูดีรึยัง เด็กชายไม่รู้ตัวเลยว่ายืนส่องกระจกอยู่นานนับชั่วโมงแล้ว เพราะวันนี้เขามีนัดไปอ่านหนังสือกับแชยอง 2 คน เพื่อนคนอื่นรีบปฏิเสธเมื่อรู้ว่าจะไปอ่านหนังสือที่หอสมุดของประจำเมือง มันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเป็พิเศษ ก่อนจะเงยหน้าดูนาฬิกาที่พนังห้องตอนนี้บ่งบอกว่าใกล้ถึงเวลานัดแล้ว เด็กชายรีบเก็บอุปกรณ์บนโต๊ะอ่านหนังสือใส่กระเป๋า
ปัง! ปัง! ปัง! ~
เสียงคนเคาะประตูด้วยความแรงดังมาจากด้านล่างทำเอาซองซูถึงกับใเล็กน้อย เด็กชายไม่ได้เอะใจอะไรเขารีบวิ่งลงไปเปิดประตูเพราะคิดว่าเป็คุณย่าที่กลับจากไปท่องเที่ยวกับเพื่อน ๆ สมาคมผู้สูงอายุ
‘ทำไมกลับมาเร็วจังครับ ไหนว่าจะไป 3-4 วัน’ เด็กชายเปิดประตูด้วยรอยยิ้มเพื่อต้อนรับคุณย่า ก่อนรอยยิ้มนั้นจะต้องเลือนหายไปจากใบหน้าในทันทีเมื่อพบว่าคนที่มาเคาะประตูไม่ใช่คนที่เขาคิด
‘พ่อออกจากโรงพยาบาลมาั้แ่เมื่อไหร่’ เด็กชายถามคนตรงหน้าเสียงเรียบและสายตาที่หวาดระแวง มือของเขายังคงรั้งประตูไว้ไม่ให้เปิดกว้าง ราวกับว่าไม่้าเชื้อเชิญให้คนตรงหน้าเข้ามาข้างในบ้าน
เด็กชายยังคงไม่ลืมว่าพ่อของเขานั้นนิสัยใจคอเปลี่ยนไปมากแค่ไหนหลังจากที่หายตัวไป่หนึ่งหลังจากสิ้นสุดงานศพของแม่และเหตุการณ์บริษัทถูกฟ้องล้มละลาย ไม่มีใครติดต่อเขาได้เลย ในขณะนั้นบ้านของเด็กชายที่เคยอาศัยอยู่ร่วมกับพ่อและแม่ก็ถูกยึดรวมถึงทรัพย์สินภายในบ้าน ย่าของเขาจึงรับเขามาดูแลต่อหลังจากนั้น
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งปีพ่อของเด็กชายกลับมาพร้อมกับอาการติดเหล้าหนักจากเดิมที่เขาเป็คนดื่มบ่อยอยู่แล้ว พักหลังเขามักจะดื่มร่วมกับใช้สารเสพติดด้วยทำให้ผู้เป็พ่อเริ่มมีอาการทางจิต พ่อของเด็กชายมักคุยกับภาพในความคิดอยู่บ่อยครั้ง และอาการเริ่มรุนแรงขึ้นทุกที เขาเริ่มทำร้ายเด็กชายหลายต่อหลายครั้ง
ซึ่งคนภายนอกมักจะไม่รู้เพราะซองซูมักจะใส่เสื้อผ้าปกคลุมทั้งตัวเป็เื่ปกติ แม้แต่แชยองที่คอยสังเกตยังรู้แค่บางครั้งที่มีแผลบริเวณใบหน้าของซองซูเท่านั้น แต่ก็ไม่บ่อยเพราะพ่อของเขามักจะทุบตีบริเวณที่ถูกปกปิด จนกระทั้งคุณย่าของเขาทนไม่ไหวต้องขอร้องให้ตำรวจมาพาตัวลูกชายของตัวเองไปเข้ารับการรักษา จากนั้นพ่อของเด็กชายก็ได้เข้ารับการรักษาทั้งอาการทางจิตและบำบัดอาการติดยาอยู่เป็เวลา 1 ปี
หลังจากออกมาเขาก็กลับเข้าสู่วงจรเดิม เขายังคงกลับไปดื่มเหล้าร่วมกับใช้สารเสพติด และทำร้ายร่างกายเด็กชาย จนไม่นานก็ถูกจับเข้าไปรับการรักษาอีกครั้ง คราวนี้ผู้เป็ย่าตัดสินใจขออำนาจศาลให้ออกคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพหลานชาย โดยห้ามลูกชายของเธอเข้าใกล้ที่อยู่อาศัยหรือตัวหลานชายอีก หลังจากนั้นซองซูก็ไม่ใส่ใจข่าวคราวของพ่ออีกเลย เขาเองก็ไม่ได้ผูกพันอะไรกับผู้เป็พ่อมากนักจึงไม่เคยคิดยินดีที่ได้เห็นคนตรงหน้าอีก
‘เห็นหน้าพ่อไม่คิดจะยิ้มทักทายหน่อยเหรอไอ้เด็กนี่ หลีกไปฉันจะเข้าบ้าน’ คนที่มาเยือนพูดด้วยท่าทางเหมือนคนเมา เด็กชายตรงหน้ารับรู้ทันทีว่าพ่อของเขาดื่มเหล้ามาอีกแล้ว
‘พ่อเข้ามาไม่ได้ กลับไปซะก่อนผมจะเรียกตำรวจ’
‘ก็ได้ ๆ ฉันขอแค่เข้าไปดื่มน้ำแก้วเดียว แค่นี้จะไม่ได้เลยเหรอ ฉันเลี้ยงแกมาตั้งเท่าไหร่ทำไมแกถึงได้ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณฉันบ้าง ห้ะ!’
‘เสร็จแล้วก็รีบออกไปซะ’ เด็กชายมักจะปฏิเสธคนได้ไม่นาน สุดท้ายเขาก็ใจอ่อนปล่อยให้คนตรงหน้าเดินเข้าบ้านมา ก่อนเขาจะหันหลังเพื่อเดินกลับขึ้นไปเอากระเป๋าที่ห้อง
เด็กชายเห็นจากหางตาคนที่เดินตามหลังยื่นมือมา มือนั้นสวมถุงมือไว้และที่ฝ่ามือมีผ้าผืนเล็กวางอยู่ ก่อนมือนั้นจะกดผ้าผืนเล็กมาที่จมูกเขา หลังจากนั้นความทรงจำของเขาก็ขาดหายไป
เด็กชายพยามสลัดอาการง่วงออกไป ตอนนี้เขาเริ่มกลัวในจิตใจว่าพ่อคิดจะทำอะไรที่ไม่ดีอีก เขาพยายามขยับตัวไปที่มุมห้องอย่างช้า ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตว่าเขาตื่นแล้ว ตอนนี้สติเขาเริ่มกับมาซองซูพยายามขยับข้อมือที่ถูกมัดให้ถูกับมุมห้อง
ในขณะนี้จมูกเด็กชายเริ่มได้กลิ่นน้ำมันมาจากที่ไหนสักแห่งของบ้าน เขามองไปที่พื้นก็เห็นว่าที่พื้นรอบ ๆ มีลักษณะเปียกอยู่หลายที่ เขาเริ่มกลัวมากขึ้นเมื่อคิดว่าพ่อจะทำอะไรต่อ เด็กชายจึงพยายามรีบถูให้เชือกขาด แต่ก็ไม่ทันการณ์เมื่อชายที่นั่งที่โซฟาลุกเดินตรงมาด้วยท่าทางเมามาย เขาเดินโซซัดโซเซเข้ามา
“เพราะแก ผู้หญิงที่แสนดีคนหนึ่งถึงต้องมาจากไปเร็ว ั้แ่แกเกิดมาแกก็สร้างแต่ปัญหาให้เธอไม่เคยหยุด แกมันไอ้ตัวซวย” ชายวัยกลางคนที่อยู่ในสภาพเมาอย่างหนักคุกเข่าลงตรงหน้าร่างของลูกชายที่ถูกมัดและเอาแต่ชี้หน้าต่อว่าคนตรงหน้า
“แม้แต่ตอนนี้ เธอจากไปนานแล้ว เธอก็ยังคงร้องเรียกหาแต่ชื่อแกทุกวัน แกได้ยินไหม หึ แกได้ยินไหม! เธอเอาแต่ขอร้องให้ฉันพาแกไปหาเธอ หึ หึ จะรักอะไรกันขนาดนั้น วันนี้แหละฉันจะส่งแกไปหาเธอสักที” พูดจบเขาก็ดันตัวยืนขึ้นก่อนจะเซไปข้างหลังเล็กน้อย
“ที่รัก ต่อไปคุณจะได้อยู่กับลูกชายสุดที่รักของคุณแล้ว ดีใจไหม” เขาหันไปทำท่าทางราวกับคุยกับใครสักคนข้าง ๆ กายและยิ้มให้คู่สนทนา
“นั้นไม่ใช่แม่ พ่อตั้งสติสักที แม่ไม่อยู่ที่นี่แล้ว” เด็กชายพยายามจะเรียกสติผู้เป็พ่อ เขาคิดว่าพ่อคงเห็นภาพหลอนอยู่เป็แน่
“หุบปากซะ! ฉันไม่ได้สั่งให้แกพูด แกก็ไม่มีสิทธิพูดอะไรทั้งนั้น ฉันน่ะไม่อยากจะเห็นหน้าแกด้วยซ้ำในชีวิตที่เหลืออยู่ เสียงแกฉันยิ่งไม่อยากได้ยิน เพราะฉะนั้นตายไปให้เงียบที่สุดซะ ไอ้ตัวซวย!” ชายวัยกลางคนะโอย่างเกรี้ยวกราด ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธและเกลียดเด็กชายตรงหน้า ก่อนเขาจะเริ่มทำร้ายเด็กชายอีกครั้ง
โครม เพล้ง ~ ผู้เป็พ่อใช้เท้าถีบบริเวณไหล่ของร่างที่ถูกมัดอย่างแรง ทำให้ศรีษะของอีกฝ่ายกระแทกกับตู้กระจกที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ อย่างจัง ความแรงทำให้ข้าวของ้าหล่นลงพื้นเสียงดังและแตกกระจายเต็มพื้นห้อง พร้อมกับร่างเด็กชายที่ล้มลงกับพื้นแน่นิ่งไป เด็กชายหมดสติอีกครั้ง
ชายวัยกลางคน เดินกลับไปที่โซฟาก่อนจะหยิบแก้วเหล้าที่ยังเหลือขึ้นมากระดกเหล้าเข้าปากอีกครั้งจนหมดแก้วในคราวเดียว ก่อนจะโยนแก้วทิ้งลงพื้น
“ผมพร้อมแล้วที่รัก ผมจะไปอยู่กับคุณ” พูดจบเขาก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบไฟแช็คออกมา คนที่อยู่ในอาการเมาจุดไฟแช็คช้า ๆ พร้อมกับมองไปรอบ ๆ บ้านด้วยสายตาล่องลอยก่อนจะโยนสิ่งที่อยู่ในมือลงพื้น เปลวไฟเริ่มลุกลามไปตามแนวน้ำมันที่เขาราดไว้ก่อนหน้านี้
จากนั้นชายวัยกลางคนก็เอาแต่หัวเราะกับตัวเองราวกับว่านี่คือ่เวลาที่ทำให้เขาสนุกและตื่นเต้นไปพร้อม ๆ กัน เสียงหัวเราะดังขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนเ้าของร่างจะเริ่มเดินโซเซหายไปยังอีกห้องซึ่งเป็ห้องเก็บเหล้าและไวน์เก่าของแม่เขา เพื่อหาเครื่องดื่มมาฉลองให้กับ่เวลาสุดท้ายของตัวเอง
‘หอสมุดประจำเมือง’
ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้า ‘หอสมุดประจำเมือง’ แชยองก้มมองดูนาฬิกาข้อมือครั้งแล้วครั้งเล่า นี่ก็เลยเวลามาเกือบจะชั่วโมงแล้ว ทำไมคนที่นัดเธอถึงยังโผล่มาสักที เธอจึงตัดสินใจโทรตามอีกฝ่าย
ตูด ตูด ตูด ~ แชยองโทรอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าปลายสายจะกดรับ เธอเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก เด็กสาวตัดสินใจวิ่งออกไปโบกแท็กซี่เพื่อไปตามซองซูที่บ้าน
ระหว่างอยู่บนรถเธอยังคงโทรหาเขาตลอดเวลาแต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนเดิม แชยองเริ่มกระวนกระวายใจมากขึ้น ปลายสายไม่ยอมรับโทรศัพท์แม้แต่ครั้งเดียว
“คุณลุงคะ ขับให้เร็วที่สุดเลยได้ไหมคะ”
เมื่อรถจอดเธอรีบจ่ายเงินและวิ่งต่อเข้าไปยังบ้านของซองซู ‘ขอร้องล่ะ อย่าให้มีเื่อะไรเกิดขึ้นเลย’ แชยองรีบวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ ในใจได้แต่ภาวนาอยู่เหมือนเดิม ซ้ำ ๆ ขอให้ไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น เมื่อมาถึงหน้าบ้านเธอก็ต้องใเมื่อเห็นควันลอยขึ้นจากบ้านตรงหน้า เด็กสาวรีบวิ่งเข้าไปเปิดประตูบ้าน
“อ๊ะ~ ร้อน ๆ” แชยองร้องด้วยความใ ตอนนี้ลูกบิดประตูเต็มไปด้วยความร้อนซะแล้ว
“ซองซู! นายอยู่ในนั้นไหม ซองซู ตอบหน่อย” เด็กสาวะโเสียงดังเพื่อเรียกคนที่เธอคิดว่าอาจจะอยู่ด้านใน พร้อมกับวิ่งไปรอบ ๆ บ้านเพื่อหาทางเข้าไป
“ซองซู!”
แล้วแชยองก็ต้องใเมื่อมองผ่านทางกระจกสายตาเธอพบกับร่างของซองซูที่ถูกผ้าห่มห่อตัวไว้ กำลังนอนไม่ได้สติอยู่ในเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ทั่วบ้าน
เธอรีบวิ่งไปหาก้อนหินมาทุบกระจกหน้าต่างจนแตก และรีบใช้มือคลำหากลอนหน้าต่างเพื่อเปิดมัน เด็กสาวกระโดนเข้าทางหน้าต่างและรีบเอาแขนเสื้อขึ้นมาปิดจมูกป้องกันควัน สายตาก็มองหาทางที่ไฟยังไม่ลุกไหม้ก่อนจะรีบวิ่งไปหาร่างที่นอนอยู่กับพื้นด้วยความเป็ห่วง
“นี่ซองซู ตื่นสิ ตื่น ได้ยินไหม อย่าเป็อะไรนะขอร้องล่ะ” เธอรีบแกะเชือกที่ผูกข้อมือและข้อเท้าของซองซูออก ก่อนจะกระชากผ้าห่มออกจากตัวร่างที่สลบอยู่ พร้อมกับเขย่าตัวเพื่อให้อีกฝ่ายได้สติ เมื่อแชยองได้สติเธอรีบก้มหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋า ก่อนจะต่อสายหา ‘คุณอา’
“ว่าไงแชยอง”
[คุณอาช่วยด้วย ไฟไหม้ ตุ๊บ ทำไมชอบยุ่งไม่เข้าเื่ ตูด ตูด ตูด] เสียงสัญญาณจากหลานสาวหายไป
“แชยองเกิดอะไรขึ้น แชยอง แชยอง” ชายวัยกลางคน ‘คุณอา’ ของแชยอง ใมากเมื่อสัญญาณถูกตัดไป พร้อมกับประโยคแปลก ๆ ที่เขาได้ยินก่อนสัญญาณถูดตัดไป เขาเริ่มเป็ห่วงหลานสาวตัวเองขึ้นมา
“หัวหน้าครับ มีคนแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้ที่บ้านของคุณย่าเ้าเด็กซองซู” เมื่อได้ยินลูกน้องบอกแบบนั้น เขารู้ได้ทันทีว่าหลานสาวต้องเกี่ยวกับเื่นี้แน่นอน เขารีบวิ่งออกไปจากห้องทำงาน
“แจ้งรถดับเพลิงกับรถพยาบาลด่วน แล้วรีบตามฉันมา”
“เธอนี่มันชอบยุ่งวุ่นวายจนเสียเื่ตลอดเลยนะสาวน้อย อยากอยู่ด้วยกันมากใช่ไหม ก็ได้ฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้” ชายวัยกลางคนยืนโซเซมองดูสองร่างนอนเรียงกัน ในมือถือไม้กอล์ฟไว้แน่น ปลายไม้กอล์ฟอาบไปด้วยเืสำแดงสดของคนที่เพิ่งพาตัวเองเข้ามาในบ้านแห่งนี้
สายตาของคนเมาจ้องมองไปที่ร่างเด็กสาว ก่อนจะเริ่มหัวเราะกับตัวเอง เขาหันหลังเดินโซเซกลับเข้าไปที่ห้องเก็บเหล้าอีกครั้งและหยิบขวดหนึ่งขึ้นมาเปิดฝา ก่อนจะยกดื่มแบบไม่วางจนเหล้าไหลทะลักออกจากปาก ไหลลงมาอาบเสื้อผ้า สุดท้ายเขาก็เมาจนหมดสติไป
ทั้งสามคนหมดสติอยู่ภายในบ้านที่ไฟเริ่มลุกไหม้ โชคดีที่บ้านไม่ได้เป็ไม้ทั้งหลังทำให้ไฟไม่สามารถลุกลามได้เร็วมากนัก
เด็กสาวที่ไม่ทันระวังตัวเธอถูกไม้กอล์ฟฟาดศีรษะจากด้านหลังอย่างแรงทำให้เธอหมดสติไป ร่างของเธอล้มลงข้าง ๆ ร่างที่สลบอยู่ก่อนหน้า แขนขวาของเธอตอนนี้มันวางผาดคอของเด็กชาย ซึ่งเป็ส่วนที่ไม่มีเสื้อผ้าปกคลุม กระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่ตัวแชยองเรื่อย ๆ แต่เธอก็ไม่รับรู้อีกต่อไป เืสีแดงสดเริ่มไหลออกมาจากศีรษะของเธอไม่หยุด
หวี้หว่อ~~~~~~ เสียงสัญญาณจากรถของตำรวจที่เข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านที่เกิดเหตุ พนักงานดับเพลิงกำลังควบคุมความรุนแรงของไฟ โชคดีที่บ้านนี้อยู่ห่างไกลบ้านหลังอื่น ๆ ทำให้ไฟไม่ลุกลามเป็วงกว้าง
ชองชิลนายตำรวจที่เพิ่งมาถึงยิ่งเห็นสภาพไฟบ้านเขายิ่งร้อนใจกลัวว่าหลานสาวของเขาจะทำอะไรโง่ ๆ ซ้ำสองเพื่อช่วยชีวิตเด็กผู้ชายเ้าของบ้านอีก และความกลัวของเขาก็กลายเป็ความจริงเมื่อ เ้าหน้าที่กู้ภัยอุ้มร่างเด็กสองคนวิ่งออกมาจากบ้านผ่านหน้าเขาไป
“แชยอง แชยอง เด็กเป็ยังไงบ้าง” เขารีบเดินตามเ้าหน้าที่ มายังรถพยาบาล
“ดูเหมือนเด็กจะเสียเืมาก ไม่รู้ด้วยว่าเด็กสูดควันไปเยอะแค่ไหน คงต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด”
“ผมขอไปด้วย ผมเป็อาของเธอ” พูดเสร็จเขาก็รีบะโขึ้นรถพยาบาลไป ชองชิลคว้ามือหลานสาวมาจับไว้แน่น ตอนนี้มือเขาเริ่มสั่นด้วยความกลัวเมื่อเห็นสภาพหลานสาวที่เนื้อตัวเปื้อนเขม่าสีดำและเสื้อผ้าเต็มไปด้วยเืสีแดงสด ซึ่งแตกต่างจากเหตุการณ์ครั้งก่อนมากนัก ครั้งนั้นเด็กสาวเพียงแค่ไม่ได้สติตอนที่เขาไปพบ แต่ภาพครั้งนี้มันดูหนักกว่าหลายเท่า
สำหรับนายตำรวจแล้วเด็กสาวที่หมดสติตรงหน้าก็เปรียบเหมือนกับลูกสาวแท้ ๆ ของเขาเลยก็ว่าได้ เขาช่วยพ่อแม่แชยองเลี้ยงเด็กสาวมาั้แ่ยังแบเบาะ การที่ต้องเห็นเธอในสภาพแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจจะสลาย
เมื่อตั้งสิติได้ชองชิลรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อเพื่อโทรตามพ่อแม่ของแชยองและคุณย่าของเด็กชายอีกคน