บทที่ 17 หยวนเทาหง
ในคืนนั้นเอง ข่าวความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่โรงแรมหวงหยุนก็แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว
สังคมชั้นสูงในเมืองเสาโจวต่างตกตะลึงขวัญผวา
ต่อมาตระกูลถังได้ปล่อยข่าวออกมาว่า ฉินรั่วอวิ๋น หลินอี้ และหลินจง เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
เมื่อข่าวนี้ถูกประกาศออกไป ผู้คนในเสาโจวต่างพากันถอนหายใจด้วยความเวทนา หลายคนพยายามสืบถามคนของตระกูลฉินและตระกูลหลินว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่คนของทั้งสองตระกูลกลับปิดปากเงียบสนิทและย้ายออกจากเสาโจวไปในชั่วข้ามคืน
หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มบริษัทฉิน ก็ถูกร้องเรียนเื่การเลี่ยงภาษี จนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาสอบสวน
จากการตรวจสอบพบว่าบุคคลสำคัญหลายคน อาทิ ฉินอันหัว และฉินผาน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลี่ยงภาษีและการติดสินบน ส่งผลให้ผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากถูกควบคุมตัวไปสอบสวน
ชะตากรรมของกลุ่มบริษัทหลินก็ย่ำแย่ไม่ต่างจากตระกูลฉิน
บางคนรู้สึกสะใจที่พวกเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่ทำตัวไร้คุณธรรมถูกจัดการเสียทีแต่บางคนก็อดไม่ได้ที่จะใจหายเมื่อเห็นกลุ่มธุรกิจั์ใหญ่สองแห่งที่มีมูลค่ารวมกันกว่าหมื่นล้านหยวนพังทลายลงเพียงชั่วข้ามคืน
หลังจากนั้น มหาเศรษฐีที่เรียกตนเองว่า ‘คุณชายเฉิน’ ได้เข้ามาควบรวมกิจการของทั้งตระกูลฉินและตระกูลหลิน พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็ ‘เฟยอวี่กรุ๊ป’
ผู้คนมากมายต่างพยายามสืบหาว่าคุณชายเฉินผู้ที่มีกำลังทรัพย์มหาศาลขนาดกว้านซื้อสองบริษัทใหญ่ได้พร้อมกันนี้คือใครกันแน่
ทว่า... ข้อมูลของคุณชายเฉินคนนี้กลับหาไม่ได้เลย
ราวกับว่าเขาโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป รู้เพียงแค่ว่าเขายังหนุ่มมาก อายุประมาณ 25-26 ปีเท่านั้น
ในเวลาไม่นาน ตัวตนของคุณชายเฉินก็กลายเป็หัวข้อที่เหล่าคนดังในเสาโจวคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา
บางคนว่าเฉินอวี่เป็คุณชายจากตระกูลใหญ่ที่ถูกส่งมาฝึกฝน บ้างก็ว่าเขาแค่รวยจนเล่นสนุก ซื้อบริษัทมาประดับบารมีเฉย ๆ ข่าวลือยิ่งแพร่สะพัดยิ่งหลุดโลกไปไกล จนเขากลายเป็ชายในฝันที่หญิงสาวนับพันในเสาโจวต่างพากันหลงใหล
ณ คฤหาสน์ตระกูลเจิ้ง
เจิ้งเฉวียนเฉิง เจิ้งจื่อเซวียน และหลิวเซียน ทั้งสามคนมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
"กงเกวียนกำเกวียนแท้ ๆ ฟ้าดินไม่เคยละเว้นใคร โชคดีที่เฉินอวี่ออกจากตระกูลฉินไปตั้งนานแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงพลอยติดร่างแหไปด้วย" เจิ้งเฉวียนเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้มเ็า
เขารู้ดีว่าเฉินอวี่มักจะถูกคนในตระกูลฉินข่มเหงรังแก เมื่อเห็นตระกูลฉินล่มสลาย ใจของเขาจึงรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
"คุณชายเฉินคนนี้อายุยังน้อยแต่กลับฮุบกิจการฉินและหลินได้ ช่างเหนือชั้นกว่าเ้าโอวหยางรุ่ยคนนั้นตั้งเยอะ ถ้าคุณชายเฉินเป็ลูกเขยฉันก็คงดีสิ!" หลิวเซียนอดไม่ได้ที่จะเพ้อฝัน หากได้คนระดับนี้มาเป็เขย ตระกูลเจิ้งของเธอคงพุ่งทะยานไปอีกระดับแน่นอน
"แม่ พูดอะไรน่ะ? คนระดับนั้นเขาจะมาสนใจครอบครัวระดับสามอย่างเราได้ยังไง" เจิ้งจื่อเซวียนเบะปากพูด
แม้เธอจะมั่นใจในความสวยของตัวเอง แต่ก็เจียมตัวดีว่าตระกูลเจิ้งเป็เพียงตระกูลเล็ก ๆ ไม่มีทางเข้าตาคุณชายเฉินคนนั้นได้หรอก
อีกด้านหนึ่ง ณ วิลล่าหมายเลข 1 บนเขตวิลล่าเขาห้วงั
เฉินอวี่ใช้เวลาหลายวันที่ผ่านมาไปกับการบำเพ็ญเพียร
ทว่าั้แ่บรรลุเข้าสู่่กลางของจู้จีการฝึกตนกลับช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะปริมาณปราณิญญาที่ต้องใช้นั้นมหาศาลเกินไป
พลังิญญาบนโลกนี้ช่างเบาบางนัก หากหวังจะฝึกจนถึงขั้นข้ามผ่านห้วงมิติกว้างเปล่าได้ในสภาพนี้ คงเป็ไปไม่ได้เลย
"เฮ้อ การฝึกตนช้าเกินไปจริง ๆ สงสัยต้องออกไปหาสมุนไพรมาปรุงยาพื้นฐานเพื่อช่วยข้ามผ่าน่นี้ไปก่อน"
ขณะที่เขากำลังเดินเข้าสู่เขตเมือง เขาก็สังเกตเห็นว่ามีคนแอบสะกดรอยตามมาอย่างลับ ๆ
เขาจึงเดินเข้าไปในตรอกแห่งหนึ่ง ยืนเอามือไขว้หลังแล้วเอ่ยเสียงเรียบ "ตามฉันมาตลอดทาง จะให้ฉันลงมือ หรือจะไสหัวออกมาเอง?"
ทันใดนั้น ร่างของชายสองคนก็เดินออกมาด้วยอาการสั่นเทา
เฉินอวี่มองไปยังผู้มาเยือนแล้วถามด้วยน้ำเสียงเ็า "ทำไม? อยากแก้แค้นเหรอ?"
หวังหลงและหวังหู่ได้ยินดังนั้นก็ใจนเข่าอ่อนคุกเข่าลงกับพื้นทันที
หวังหลงปั้นหน้ายิ้มประจบ "พวกเราไม่ได้มาแก้แค้นครับ! แต่เป็ท่านประธานหง ที่้าพบคุณ!"
"คุณชายเฉิน ท่านประธานหงอยากพบท่าน ตอนนี้ท่านเตรียมงานเลี้ยงไว้ที่หอหลิวอวิ๋นเพื่อรอต้อนรับท่านอยู่ครับ!" หวังหู่พูดด้วยเสียงสั่น
ก่อนจะมาที่นี่ พวกเขาได้ยินข่าวมาแล้วว่าเฉินอวี่คือคนที่ลงมือสังหารคนของตระกูลฉินและหลินที่โรงแรมหวงหยุนเมื่อคืน และยังมีตระกูลถังหนุนหลังอยู่อีก
แค่คิดว่าเื้ัของเฉินอวี่มีตระกูลถัง ทั้งสองคนก็ตัวสั่นไม่หยุด แม้หยวนเทาหงจะไม่กลัวตระกูลถัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยากไปหาเื่สุ่มสี่สุ่มห้า โดยเฉพาะเพื่อแก้แค้นให้สมุนกระจอก ๆ สองตัวอย่างพวกเขา
เฉินอวี่เอ่ยเรียบ ๆ "นำทางไปสิ ในเมื่อหยวนเทาหงอยากเจอฉัน ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะมาไม้ไหน"
จากนั้น เฉินอวี่ก็ก้าวขึ้นรถของหวังหลงและทะยานออกไป
ในชาติก่อนตอนที่เฉินอวี่ยังเป็เขยแต่งเข้าบ้านตระกูลฉิน เขาก็เคยได้ยินชื่อเสียงของ หยวนเทาหง มาก่อน... เขาคือจักรพรรดิแห่งโลกใต้ดินของเมืองเสาโจวนั่นเอง
แม้ต้องเผชิญหน้ากับสี่ตระกูลใหญ่แห่งเสาโจว หยวนเทาหงผู้นี้ก็ไม่เคยไว้หน้าใคร และสี่ตระกูลใหญ่เองก็ทำอะไรเขาไม่ได้ เพราะอิทธิพลของเขานั้นไม่ธรรมดา จนไม่มีใครกล้าล่วงเกินโดยง่าย
ในชาติปางก่อน เฉินอวี่เป็เพียงคนนิรนามที่เคยได้ยินแต่ชื่อแต่ไม่เคยเห็นตัวจริงของเขาเลยสักครั้ง
ณ หอหลิวอวิ๋น
ทันทีที่ก้าวเข้าไป หญิงสาวสวยในชุดกี่เพ้าแสนเย้ายวน สวมถุงน่องสีดำอวดเรียวขาสวยก็เดินออกมาต้อนรับพวกเขาเข้าไปข้างใน
เมื่อเข้ามาถึงห้องรับรอง หวังหลงและหวังหู่ก็เอ่ยขึ้นด้วยความเคารพ "ท่านประธานหงครับ คุณชายเฉินมาถึงแล้วครับ"
บนโซฟากลางห้อง ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำในชุดถังจวงราคาแพงตวัดสายตามองมา รอบกายเขามีชายชุดสูทท่าทางดุดันยืนคุมเชิงอยู่หลายคน สายตาของเฉินอวี่หยุดนิ่งไปครู่หนึ่งที่ชายรูปร่างผอมเกร็งคนหนึ่ง
จากััของเฉินอวี่ เขารับรู้ได้ว่าคนผู้นี้มีวรยุทธ์อยู่ในระดับพลังภายในขั้นสูงสุด
ต้องยอมรับว่าหยวนเทาหงผู้นี้พอจะมีฐานะอยู่บ้าง ไม่แปลกใจเลยที่เขาสามารถก้าวขึ้นเป็จักรพรรดิแห่งโลกใต้ดินของเสาโจวได้
ั้แ่วินาทีที่เฉินอวี่ก้าวเข้ามา หยวนเทาหงก็ลอบสำรวจเขาอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายผิวพรรณขาวจัด ฝีเท้าดูเบาหวิวเหมือนคนไม่มีแรง เขาก็เริ่มไม่เข้าใจว่าคนคนนี้เอาชนะลูกน้องของเขาได้อย่างไร
แต่ในเมื่อทุกคนต่างพากันเล่าลือถึงความเก่งกาจของเฉินอวี่ในเหตุการณ์เมื่อคืน เขาจึงคิดว่าลูกน้องคงไม่กล้าแต่งเื่โกหกเขาแน่ ๆ
"เ้าคือเฉินอวี่ คนที่อัดลูกน้องข้าจนน่วม และเป็คนที่ทำให้คนทั้งเสาโจวขวัญผวาเมื่อคืนสินะ" หยวนเทาหงหรี่ตาลง แม้จะนั่งอยู่บนโซฟาแต่สายตากลับมองข่มเฉินอวี่อย่างชัดเจน
"แล้วยังไง?" เฉินอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "มีอะไรก็รีบพูดมา ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อรำลึกความหลังกับแก"
"ไอ้หนู แกคิดว่าตัวเองเป็ใคร!" ชายชุดสูทร่างผอมคนนั้นตะคอกขึ้นด้วยความโกรธ
"อาเทียน!" หยวนเทาหงโบกมือห้าม อาเทียนจึงเงียบเสียงลงทันที ไม่กล้าเอ่ยปากต่อ
หยวนเทาหงหัวเราะ "แกก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง ข้าอยากให้แกมาทำงานเป็ลูกน้องข้า"
เฉินอวี่มองด้วยสายตาเ็า "แค่แกน่ะเหรอ... คู่ควรแล้วหรือไง?"
หยวนเทาหงะเิเสียงหัวเราะ "อายุยังน้อยแต่มีความสามารถ ความมั่นหน้าก็คงเป็ธรรมดา แต่แกคิดว่ามีตระกูลถังหนุนหลังแล้วข้าจะไม่กล้าแตะต้องแกงั้นเหรอ?"
เดิมทีเขาเห็นว่าเฉินอวี่สู้เก่งจึงอยากชักชวนมาเป็พวก แต่ถ้าเฉินอวี่ยังทำตัวไม่รู้ที่ต่ำที่สูง เขาก็พร้อมจะฆ่าทิ้งเสีย แม้ตระกูลถังจะมาคิดบัญชี เขาก็ไม่นึกหวั่น
"ถ้าคิดว่าไอ้พวกสวะพวกนี้มีปัญญาจัดการฉันได้ ก็ลองดู" มุมปากของเฉินอวี่หยักขึ้นเป็รอยยิ้มหยัน
"รนหาที่ตาย!" ทันใดนั้น อาเทียนก็พุ่งเข้าใส่เฉินอวี่อย่างรวดเร็ว
หยวนเทาหงเหยียดยิ้มเย็น "อยากตายนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้"
แต่ในวินาทีถัดมา แววตาของหยวนเทาหงกลับเปลี่ยนเป็ความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง!
เฉินอวี่ซัดหมัดออกไปเพียงหนึ่งหมัด มวลอากาศรอบ ๆ ถึงกับสั่นะเืจนเกิดเสียงหวีดหวิว
ตึง!
หมัดของเฉินอวี่กระแทกเข้าอย่างจัง ร่างของอาเทียนปลิวละลิ่วไปกระแทกผนังจนฝังเข้าไปในกำแพง เขากระอักเืคำโต แววตาเต็มไปด้วยความสยดสยอง "แก... พลังภายในขั้นสูงสุด...!"
ยังพูดไม่ทันจบ อาเทียนก็สลบเหมือดไปทันที
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า
รอยยิ้มของหยวนเทาหงแข็งค้าง เขามองร่างของอาเทียนที่ติดคาผนัง สลับกับมองเฉินอวี่ด้วยสายตาเหมือนเห็นปีศาจมาจุติ
พลังภายในระดับสูงสุด!
สีหน้าของหยวนเทาหงซีดเผือดด้วยความตระหนก!
ตระกูลถังไม่ใช่ที่พึ่งของเฉินอวี่หรอก... แต่เฉินอวี่ต่างหากที่เป็ที่พึ่งให้กับตระกูลถัง!
ยอดฝีมือระดับสูงสุดเช่นนี้ เขากลับไปล่วงเกินเข้าเสียได้ ความรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งประดังเข้ามาในหัวใจ
"คุณชายเฉิน ได้โปรดประทานอภัยด้วย!" หยวนเทาหงทรุดเข่าลงคุกเข่าทันที ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง
มันน่ากลัวเกินไป เขาไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็ยอดฝีมือระดับนี้ แค่คิดถึงคำพูดอวดดีที่เขาเพิ่งพ่นออกไปเมื่อครู่ เขาก็อยากจะตบปากตัวเองให้ฉีกเสียตอนนั้น
เขาสร้างกรรมหนักเข้าให้แล้ว!
เมื่อเห็นหยวนเทาหงคุกเข่าลงกับพื้น ทุกคนในห้องต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง!
นี่คือจักรพรรดิแห่งโลกใต้ดินเชียวนะ! ขนาดสี่ตระกูลใหญ่เขายังไม่เห็นหัว แต่นี่กลับคุกเข่าให้ไอ้หนุ่มคนหนึ่ง ถ้าเื่นี้หลุดออกไป ต้องกลายเป็ข่าวใหญ่ะเืเมืองเสาโจวแน่!
"งั้นก็ต้องดูว่าแกจะฉลาดพอไหม" เฉินอวี่กล่าวเสียงเย็น
หยวนเทาหงหัวไวรีบะโขึ้นทันที "คุณชายเฉิน ข้ายินดีจะสวามิภักดิ์ต่อท่าน! ได้โปรดเมตตายกโทษให้ข้าด้วยเถิด!"
เฉินอวี่โปรยยิ้มบาง ๆ "ตกลง ในเมื่อตามฉันแล้ว ฉันก็จะไม่ปล่อยให้พวกแกต้องเสียเปรียบ ต่อไปถ้ามีเื่อะไรที่จัดการไม่ได้ ก็มาบอกฉันแล้วกัน"
เมื่อได้ยินดังนั้น หยวนเทาหงก็ดีใจจนเนื้อเต้น "ครับ คุณชายเฉิน!"
นี่คือยอดฝีมือพลังภายในระดับสูงสุด! แถมยังหนุ่มแน่นขนาดนี้ ในอนาคตต้องก้าวไปถึงระดับ ‘ปรมาจารย์’ ได้แน่ ถึงตอนนั้นเขาก็แทบจะเดินยืดเส้นยืดสายได้ทั่วแผ่นดินจีน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ความทะเยอทะยานที่เขาเคยพับเก็บไว้ ก็พลุ่งพล่านกลับมาอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง