ฉันมองร่างสูงที่ยืนอยู่ต่อหน้าด้วยความรู้สึกหลายอย่างปนกัน ดีใจแน่ล่ะที่ได้เจอผู้ชายที่ฉันนึกถึงแทบจะทุกคืน แต่ที่รู้สึกมากว่าความดีใจคือ ฉันรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กับคนแปลกหน้า เวลาสองปีกว่าที่ไม่ได้เจอกัน “พี่เสือยิ้มยาก” คนที่เคยหัวเราะเวลาเห็นฉันทำอะไรเป๋อ ๆ หรือร้องเพลงเพี้ยน ผู้ชายคนที่คอยสอนการบ้านฟิสิกส์กับคณิตยาก ๆ ให้ฉัน ตอนนี้หายไปแล้ว คนที่ยืนอยู่ต่อหน้าฉันตอนนี้เหมือนคนที่ฉันไม่รู้จัก
“พี่รัชช์มาทำหาคุณป๋าทำไมคะ คุณป๋าไม่อยู่ ไปกินข้าวกับเพื่อนค่ะ แพรอยู่คนเดียว”
“อือ รู้แล้ว” เสียงเขารับคำเนือย ๆ แล้วก็เงียบไป ก่อนบอกลอย ๆ เหมือนไม่อยากพูดกับฉัน
“พอดีแม่ให้เอาซองงานเลี้ยงรุ่นที่โรงเรียนมาให้น่ะ ถ้าคุณลุงไม่อยู่ก็ไม่เป็ไร งั้นพี่กลับล่ะ”
พี่รัชช์ทำท่าเหมือนจะหันหลังเดินกลับบ้าน แต่ฉัน ฉันยังไม่ได้อยากให้พี่รัชช์กลับเลยนะ หัวสมองฉันวิ่งเร็วจี๋
...ยัยแพร อุตส่าห์ได้เจอคนที่อยากเจอ คนที่เธอติดค้างคำขอโทษ พูดสิแพร พูดสิ...
“พี่รัชช์คะ คือแพรมีเื่จะคุยกับพี่รัชช์ค่ะ” ฉันตัดสินใจพูดออกไป ณ เวลานี้ ตอนพี่พี่รัชช์อยู่ต่อหน้าฉัน ฉันอยากได้พี่เสือยิ้มยากคนนั้นกลับคืนมา ไม่ใช่ผู้ชายหน้าตาเ็าแบบที่เป็อยู่ตอนนี้
“อืม ว่าไง มีอะไรเหรอ”
“คะ..คือ เื่งานเลี้ยงของแพรตอนสองปีที่แล้วน่ะค่ะ ถ้าพี่รัชช์ยัง...”
ฉันยังพูดไม่ทันจบ พี่รัชช์ก็ขัดขึ้นพร้อมกับโบกมือนิดนึงคล้าย ๆ กับจะรำคาญ
“เื่อะไร อ๋ออออ เื่นั้นน่ะนะ พี่ไม่สนใจเื่ไร้สาระนั่นหรอก ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ” คำพูดเขา ท่าทางเขา เหมือนกับพูดเื่ที่ไม่สลักสำคัญอะไรเลย
อะไรกัน ก็ไม่ใช่เพราะ “เหตุการณ์” ตอนนั้นหรอกเหรอ ฉันกับพี่รัชช์ถึงเรียกได้ว่าแทบจะแตกหักกันมาจนถึงทุกวันนี้ แล้วทำไมเขาถึงทำเหมือนมันเป็เื่ธรรมดาที่เขาไม่เคยจะใส่ใจด้วยซ้ำ
...มีแต่ฉันสินะ ที่ร้อนอกร้อนใจ นอนร้องไห้อยู่คนเดียว...
“แล้วนี่มีอะไรอีกมั้ย ถ้าไม่มีอะไรพี่ขอกลับบ้านก่อนนะ แม่รอทานข้าว” พี่รัชช์ขอตัวกลับ และฉันตัดสินใจได้ในวินาทีนั้น!!
“พี่รัชช์คะ วันนี้คุณป๋าไม่อยู่บ้าน น้าสายก็กลับร้อยเอ็ด วันอังคารหน้าถึงจะมา แพรขอไปทานข้าวบ้านพี่รัชช์ด้วยได้มั้ยคะ” น้าสายก็คือน้าแม่บ้านที่อยู่กับเรามานานนนนน แต่่นี้พอดีหลานสาวของน้าสายแต่งงาน น้าสายเลยกลับบ้านไปค่ะ นี่ล่ะที่ทำให้ฉันต้องกินข้าวคนเดียวในวันนี้
“หืออออ” ให้ตายสิ เสียงพี่รัชช์ทำให้ฉันไม่กล้าเงยหน้ามองเขาเลย นี่เธอทำอะไรลงไปยัยแพร ขอไปกินข้าวบ้านผู้ชายโดยที่ผู้ชายยังไม่ได้ออกปากชวน แถมยังทำเสียงเหมือนกับไม่อยากให้ไปยังไงยังงั้น
โอ๊ยยย ทำไมฉันถึงหน้าไม่อายแบบนี้นะ ถ้าคุณป๋ารู้เข้า ต้องเม้งฉันบ้านแตกแน่ ๆ
“อือ ก็เอาสิ แต่บ้านพี่มีแต่กับข้าวธรรมดานะ ไม่มีพวกอาหารมิชลินห้าดงห้าดาวอะไร แพรคงกินได้นะ” พี่รัชช์ออกปากอนุญาต แต่ทำไมฉันไม่ดีใจเลยนะ นี่ฉันคิดไปเองรึเปล่านะว่าพี่รัชช์กำลังแดกดันฉัน
“กินได้ค่ะ คุณป้าทำอะไรก็อร่อย แพรกินได้ทั้งนั้น” ฉันกัดฟันตอบ พี่รัชช์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันหลังแล้วก้าวยาว ๆ เดินไปที่บ้านของเขาโดยไม่สนใจฉันเลยว่าฉันจะเดินตามไปรึเปล่า
นี่เขาเต็มใจให้ฉันไปกินด้วยหรือเปล่านะ ไม่เอาแล้ว ไม่ไปแล้ว กลับไปกินต้มมาม่าที่บ้านก็ได้
ฉันหันหลังกลับ เตรียมจะเดินเข้าบ้าน แล้วก็รู้สึกร้อนๆ ที่กระบอกตา ไม่นะ ฉันต้องไม่ร้องไห้ ฉันร้องไห้ให้พี่รัชช์มาพอแล้วตลอดสองปีมานี้
“อ้าว ไหนว่าจะมากินข้าวด้วยกัน แล้วทำไมไม่มาแล้วล่ะ หรือรังเกียจกับข้าวบ้านพี่”
พี่รัชช์คงรู้ว่าฉันไม่ได้เดินตามไป ก็เลยเดินกลับมาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าฉัน
“เปล่าค่ะ แต่แพรเกรงใจ กลัวพี่รัชช์กับคุณป้าจะไม่สะดวก” ฉันบอกอออกไป ท่าทางพี่รัชช์ไม่สะดวกจริง ๆ นี่นา
“เกรงใจทำไม เพื่อนบ้านกันแท้ ๆ ไม่เข้าเื่” พี่รัชช์ขมวดคิ้วบอกฉันดุ ๆ
ฉันยังไม่ตอบตกลงอะไรเลย มือใหญ่ของพี่รัชช์ก็คว้าข้อมือของฉัน ลากเดินเข้าบ้านเขาไป
โอ๊ยยย พี่รัชช์นี่ยังไงนะ นาทีที่แล้วยังทำท่าเหมือนไม่เต็มใจให้ฉันไปกินข้าวด้วยอยู่เลย แล้วอยู่ดี ๆ ทำท่าบังคับให้ไปด้วยซะอย่างงั้น นี่เขาเป็อะไรของเขานะ ฉันงงไปหมดแล้ว