"ไม่มีอะไรมาก เขาแค่ปวดท้องนิดหน่อยน่ะ ใช่มั้ยเพื่อน!!" หลางหลินเพิ่มแรงบีบอีก ทำให้ชายอ้วนพยักหน้าซ้ำๆ อย่างหวาดกลัว
ในตอนนี้ชายอ้วนแทบจะเยี่ยวแตกแล้วถ้าหากยังเป็นแบบนี้อีกต่อไปเมื่อคนอื่นเห็นว่าชายอ้วนปวดท้องและโวยวายเสียงดัง ทุกคนก็เลิกที่จะสนใจเขาและเต็มไปด้วยความรังเกียจ ที่แสดงออกมาทางสีหน้า"เอาล่ะฉันจะไปที่ภูเขาหนิวหนิว และแกก็ต้องไปกับฉันด้วย เข้าใจมั้ย?" หลางหลินกระซิบที่ข้างหูของชายอ้วน
ในขณะนั้นเองชายอ้วนก็ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างช่วยไม่ได้ อีกฝ่ายบอกให้เขาไปด้วยงั้นเหรอ? นี่แสดงว่าเขาจะต้องถูกมันฆ่าที่ภูเขาหนิวหนิวอย่างแน่นอน
"ช่วยด้วยไอ้หมอนี่มันจะฆ่าผมแล้ว ช่วยด้วยทุกคน! ไอ้นี่มันจะฆ่าผมแล้ว!!!" ไม่น่าเชื่อว่าชายอ้วนจะสติแตกจนตะโกนไปทั่ว
ทุกคนเริ่มหันมาสนใจอีกครั้ง
หลางหลินขมวดคิ้วแน่น พร้อมกับต่อยท้องของชายอ้วนขณะที่คนอื่นยังไม่เห็น
ปู๊ด!!
ตามมาด้วยเสียงตดและกลิ่น เพียงไม่นานชายอ้วนก็ขี้แตกเพราะแรงจากหมัดที่ต่อยท้องกลมๆ ของเขา
"บ้าเอ้ยนี่กลิ่นอะไรเนี่ย?" ผู้โดยสารคนหนึ่งโวยวาย
"แม่งกลิ่นเหมือนขี้เลยว่ะ"
"เมื่อกี้ฉันว่าได้ยินเสียงคนตะโกนว่าปวดขี้ หรือจะเป็นมัน?"
"เป็นไอ้อ้วนนี่ละ" ผู้โดยสารคนหนึ่งชี้ไปที่ชายอ้วน "เมื่อกี้ฉันได้ยินว่ามันจะถูกฆ่าและตะโกนให้ทุกคนช่วย ที่ไหนได้มันปวดขี้ และมันกำลังจะถูกพวกเราฆ่า!"
"แล้วผู้ชายคนที่อยู่ข้างเขาไปไหน?" ผู้โดยสารคนหนึ่งจำได้ว่ามีคนนั่งข้างชายอ้วน แต่ตอนนี้กลับหายไปแล้ว?
"ใครจะไปรู้ ว่าแต่หากพวกเราอยู่แบบนี้ต่อไปคงแย่แน่ เราจะตายเพราะกลิ่นขี้ของมัน ทางที่ดีโยนมันออกไปจากรถจะดีกว่า" ผู้หญิงคนหนึ่งเอามือปิดจมูก มองไปยังชายอ้วนด้วยความขยะแขยง
"ใช่!! เราควรที่จะโยนมันออกจากรถ!" มีผู้ชายคนหนึ่งสนับสนุน
"แต่ก่อนอื่น พวกเราต้องกระทืบมันก่อนนะถึงจะโยนมันลงไป" มีเสียงมาจากที่นั่งด้านหลัง ซึ่งหากมองดูดีๆ เขาจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากหลางหลิน ช่วงเวลาที่เขาต่อยชายอ้วนจนมันขี้แตก เขาก็อาศัยจังหวะนั้นหลบมาที่ด้านหลังของรถ และพูดผสมโรงเข้าไปเพื่อให้ชายอ้วนถูกรุมยำ
ตอนแรกเขาคิดว่าจะฆ่าชายอ้วนที่ภูเขาหนิวหนิว แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อมันร้องตะโกน
ความผิดของชายอ้วนเป็นสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย กล้าที่จะขโมยเงินเขาไม่ได้ว่าอะไร แต่กล้าที่จะขโมยแหวนมิตินั่นเป็นสิ่งที่เขายอมไม่ได้
หากจะถามว่าอะไรสำคัญเท่าชีวิต หลางหลินก็จะบอกว่าแหวนมิติ! เพราะแหวนมิติทำให้เขามีเงินและความแข็งแกร่ง มันเหมือนกับชีวิตของเขา คนที่กล้าจะขโมยไป ไม่ว่าจะเป็นใครเขาก็จะฆ่ามัน!
ถึงแม้ว่าจะเป็นการฆ่าคนครั้งแรกก็ตาม!
แต่การฆ่าคนครั้งนี้ดูเหมือนจะถูกเลื่อนออกไปก่อน เพราะหากหลางหลินดึงดันที่จะนำชายอ้วนไปที่ภูเขาหนิวหนิว ในขณะที่มันตะโกนผู้คนก็จะสงสัยเอา
หลางหลินจึงคิดวิธีทำให้ชายอ้วนอับอายด้วยการขี้แตก ในขณะเดียวกันมันก็จะถูกผู้โดยสารกระทืบและโยนลงจากรถ
คงไม่มีใครอยากจะนั่งกับคนขี้แตกบนรถหรอก
"เป็นความคิดที่ดี ถ้างั้นพวกเรามากระทืบมันกันเถอะ!" หนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งถกแขนเสื้อขึ้น พร้อมกับง้างหมัด โชว์กล้ามแขนเล็กๆ เขาคิดว่าตัวเองในตอนนี้เท่เป็นอย่างมากที่จะจัดการชายอ้วน และผู้หญิงทั้งหมดก็จะหลงรักเขา
เมื่อเป็นอย่างนั้นชายอ้วนก็ถูกทุกคนกระทืบจนพอใจก่อนจะถูกโยนลงไปจากรถ
คนขับรถไม่ได้ห้ามอะไร เพราะเขาเองก็เหม็นจนเกือบจะอ้วกเหมือนกัน เเละนี่เป็นสิ่งที่ผู้โดยสารทั้งหมดเห็นชอบ ถ้าหากเขาไม่เห็นด้วยมันก็จะเป็นปัญหาได้
รถแล่นต่อไปโดยไม่มีปัญหาใดๆ ส่วนชายอ้วนคนนั้นก็ถูกทิ้งอยู่ข้างทางพร้อมกับกระเป๋าของเขา ใบหน้าของชายอ้วนมีรอยฟกช้ำดำเขียว และกางเกงของเขาก็เต็มไปด้วยขี้
"วันนี้ฉันจะปล่อยแกไปก่อน แต่ถ้าหากวันหน้าฉันเจอแกล่ะก็!!" หลางหลินลูบแหวนมิติด้วยความเอ็นดู เคยมีคนบอกว่าผู้คนจะเปลี่ยนไปเมื่อมีเงินและอำนาจ หลางหลินเองก็เช่นกัน เขาเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง วันนี้เขามีเเหวนมิติที่ทำให้เขาแข็งแกร่ง เป็นธรรมชาติที่ความคิดคนจะเปลี่ยนไปฃและเขาก็เป็นเด็กมีปัญหา ซึ่งก็คือการเลี้ยงดูโดยไม่มีพ่อแม่ เขาไม่ได้รับความรักเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ถึงแม้ว่าหลางหลินจะมีพ่อบุญธรรมเลี้ยงก็ตาม แต่ลึกๆ ในใจก็ไม่ได้พอใจเท่าไรนัก มันเหมือนกับปมในหัวใจที่พร้อมจะระเบิดทุกเมื่อ
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร ตอนนี้รถได้มาถึงภูเขาหนิวหนิวแล้ว
หลางหลินลงจากรถและไม่ได้สนใจสายตาของคนบนรถที่มองมา ที่นี่มีแต่ภูเขามันไม่มีอะไรเลยพวกเขาจึงค่อนข้างเเปลกใจที่หลางหลินเลือกลงตรงนี้
แต่พวกเขาก็แปลกใจชั่วครู่ และกลับไปสนใจมือถือเหมือนเดิม นี่เป็นเรื่องธรรมดา มันไม่มีอะไรเกี่ยวกับพวกเขาแม้ว่าหลางหลินจะลงที่นี่ซึ่งมีแต่ภูเขา
หลางหลินมองรถหายลับไปจากสายตา ก่อนจะเดินไปยังภูเขาหนิวหนิวภูเขาหนิวหนิวเป็นภูเขาขนาดใหญ่ในประเทศจีน มีลักษณะเหมือนเขาของวัวเมื่อมองจากระยะไกล และมันค่อนข้างที่จะอันตรายหากเดินเข้าไปลึกในภูเขา
หลางหลินเลือกที่จะมายังภูเขานี้ เพราะมันอาจจะทำให้เขาพบกับเสือหรือหมีได้ เขาต้องการต่อสู้อย่างเป็นตายด้วยการเดิมพันชีวิตการต่อสู้กับจางเปาช่วยเขาได้เยอะก็จริง แต่อย่างไรก็ตามหากภายภาคหน้าหลางหลินได้พบกับศัตรูที่น่ากลัวแล้วไม่สามารถจัดการได้ มันจะเป็นอะไรที่น่าเศร้ามากเพราะมีพลังแต่ก็ไม่สามารถใช้มันได้เต็มที่
หลางหลินจึงต้องการขัดเกลาอารมณ์ของการฆ่าสิ่งมีชีวิต และต้องการรู้ว่าตัวเองแข็งแกร่งขนาดไหนเมื่อเทียบกับสัตว์ตอนนี้เขาอยู่ในรวบรวมฉีระดับกลาง เมื่อเทียบกับพลังของมนุษย์ เขาสามารถจัดการกับคนหลายคนได้อย่างง่ายดายแต่กลับสัตว์ล่ะ? ต้องรู้นะว่าสัตว์เองก็แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มนุษย์ธรรมดาอาจจะถูกฆ่าตายได้อย่างง่ายดายเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์ร้าย
และนั่นเป็นกรณีที่มนุษย์ไม่มีอาวุธ หากพวกเขามีอาวุธปืนในมือล่ะก็ สัตว์จะเป็นเพียงชิ้นเนื้อรอให้พวกเขารับประทานเท่านั้น แต่ถ้าหากสัตว์โจมตีในระยะใกล้ล่ะ? แม้แต่อาวุธปืนที่มนุษย์ภาคภูมิใจก็ไม่สามารถจัดการกับมันได้ทันเวลา และชีวิตของพวกเขาก็ต้องจบลงด้วยความอ่อนแอ
หลางหลินจะไม่เป็นอย่างนั้นเด็ดขาด ถึงแม้จะมีแต่มีดในมือแต่ก็เชื่อว่าสามารถจัดการกับสัตว์ได้ ทำไมเขาถึงได้มั่นใจน่ะเหรอ? นั่นเพราะเขาเป็นผู้บ่มเพาะที่อยู่เหนือมนุษย์ทุกคน นี่คือความมั่นใจของหลางหลินและเพราะแหวนมิติลึกลับ เส้นทางของหลางหลินก็ต่างจากมนุษย์ทุกคน นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเปิดประตูมิติแล้ว!!
พื้นดินในภูเขาค่อนข้างชื้น มีต้นไม้ขนาดใหญ่ประปราย ใบหญ้าขนาดเล็กขึ้นตามรายทาง พร้อมกับกลิ่นดินโคลนของธรรมชาติลอยในอากาศมีชายคนหนึ่งภายในภูเขา เขาสวมกางเกงยีนส์ขาดๆ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบาง เขาไม่ได้ถืออะไรไว้ในมือ ไม่มีแม้แต่กระเป๋าสะพาย หรือขวดน้ำดื่ม มีเพียงแหวนหัวกะโหลกที่อยู่บนนิ้วเท่านั้น
หัวกระโหลกดูน่ากลัว พร้อมกับความเย็นเยียบที่มันแผ่ออกมา ใบหน้าของชายหนุ่มไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ผมสีน้ำตาลตัดสั้น ดวงตากลมโตหว่างคิ้วดุจกระบี่แหลมคม มันเป็นหลางหลินเองที่เดินอยู่ หลังจากที่เขาลงรถเมล์ก็เข้ามาในป่าได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว
"จะมืดแล้วงั้นเหรอ?" หลางหลินมองดูสีของท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีส้ม นั่นหมายความว่าตะวันกำลังตกดิน
"ฉันต้องรีบหาที่ที่เหมาะในการพักผ่อน" การเดินทางในภูเขาตอนกลางคืนค่อนข้างอันตราย และวิสัยทัศน์ก็ต่ำเพราะความมืด ถึงแม้ว่าหลางหลินจะอยู่ในขั้นรวบรวมฉีระดับกลาง แต่เขาก็ไม่ประมาท เขาเลือกที่จะหยุดและหาที่พัก
หลางหลินหาทำเลที่เหมาะ จากนั้นเขาก็นำเต็นท์ออกมากลาง เต็นท์เป็นสิ่งที่เขาซื้อมาจากเมืองหลี่หมิงก่อนที่จะขึ้นรถ และเขายังได้ซื้ออุปกรณ์ทำอาหารอย่างง่าย เช่น เตาแก๊สขนาดเล็ก กระทะ น้ำมัน เครื่องปรุงรส น้ำแร่ เป็นต้นของพวกนี้เขาไม่ได้ถือติดมือหรือใส่กระเป๋า แต่ใส่ไว้ในแหวนมิติแทน แหวนมิติทำให้การนำสิ่งของพวกนี้มาสะดวกสะบายเป็นอย่างมาก ไม่ต้องถือให้เมื่อยมือแม้แต่อย่างใด
หลางหลินกางเต็นท์เสร็จก่อนจะนำเตาแก๊สและกระทะขนาดเล็กมาตั้ง
"เนื้อของยักษ์ชาลีเป็นสิ่งที่ดี มันช่วยให้ฟื้นฟูพลังฉีได้ ในทางกลับกันมันก็อร่อยยิ่งกว่าเนื้อบนโลกนี้!" หลางหลินนำเนื้อชาลีออกมาและหั่นบางๆ เพียงนำมันออกมากลิ่นหอมก็โชยเข้าจมูก
หลางหลินกินมันหลายครั้งจนติดใจ เขามองเนื้อในแหวนมิติที่เหลืออยู่ไม่เท่าไรแล้ว จางเปาและเขาต่างกินมันอย่างบ้าคลั่ง โดยเฉพาะจางเปากินเยอะที่สุด และเนื้อก็ลดลงไปอย่างมาก และถ้าหากเนื้อหมด หลางหลินก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไง เพราะต่อให้กินเนื้อราคาแพงที่สุดบนโลก เขาก็บอกได้เลยว่ามันไม่สามารถเทียบกับเนื้อของยักษ์ชาลีได้
ชี่!! เสียงของเนื้อถูกย่างบนกระทะ เขาหั่นเนยและเห็ดขนาดเล็กลงเพื่อเพิ่มกลิ่นของมัน แต่อย่างใดก็ดี กลิ่นของเนื้อก็แรงเป็นอย่างมาก ถึงแม้เขาจะใส่วัตถุดิบอื่นลงไป แต่มันก็ไม่สามารถกลบกลิ่นของเนื้อได้เลย เหมือนกับว่ามันเป็นเนื้อจักรพรรดิ!
สักพักเนื้อก็เริ่มเหลืองพร้อมกับกลิ่นหอมกระจายไปทั่วภูเขา เนื้อสีม่วงเปลี่ยนเป็นสีทองอ่อนเหมือนกับหมากฮอสที่เรียงกันเป็นชั้นสีทอง!