พลิกนาฬิกา แลกวิญญาณ

    ตอนที่ 1 พันธนาการแห่งเข็มวินาที

    ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวที่สะท้อนกับผิวน้ำขังบนพื้นถนน ควันจางๆ จากท่อไอเสียรถบรรทุกผสมโรงกับกลิ่นอับชื้นของเมืองใหญ่อย่างน่าอึดอัด นนทพัทธ์ในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำตัวเก่าที่มีรอยถลอกตรงข้อศอก พยายามเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์รับจ้างคู่ใจลัดเลาะไปตามตรอกแคบๆ ของย่านสลัมที่ดูเหมือนจะถูกความเจริญหลงลืมไปเสียสิ้น
    “บ้าเอ๊ย... ถ้าส่งรอบนี้ไม่ทัน โดนหักเงินแน่” นนท์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาคมเข้มที่มักจะฉายแววฉลาดแกมโกงบัดนี้กลับดูอิดโรยภายใต้หมวกกันน็อกที่กระจกมีรอยร้าว
    เขาทำงานหนักมาสิบหกชั่วโมงติดกันเพื่อเงินเพียงไม่กี่ร้อยบาท ความอยุติธรรมนี้มันกัดกินใจเขามาตลอด ยิ่งมองขึ้นไปเห็นตึกระฟ้าหรูหราที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไป เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงมดปลวกที่ดิ้นรนอยู่ในร่องของฟันเฟืองเมืองที่เน่าเฟะ
    “นนท์! มึงอยู่ไหนแล้ววะ? ลูกค้าร้องเรียนมาที่ศูนย์แล้วนะเว้ย!” เสียงตะโกนจากวิทยุสื่อสารข้างเอวดังขึ้น เป็นเสียงของ ‘เก่ง’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาที่ทำงานอยู่ในอู่
    นนท์ถอนหายใจยาว “เออๆ กำลังจะถึงแล้วเนี่ย ทางลัดตรงตรอกศาลเจ้ามันมืดมองไม่เห็นทางเลย มึงช่วยเงียบปากแล้วรอฟังข่าวดีเถอะน่ะ”
    “ระวังตัวด้วยนะมึง แถวนั้นคนเขาว่ามัน... แปลกๆ” เก่งเตือนด้วยน้ำเสียงที่ลดความขี้เล่นลง แต่นนท์ไม่ได้สนใจ เขาตัดสายทิ้งทันที
    มอเตอร์ไซค์ของนนท์แล่นลึกเข้าไปในซอยตันที่เงียบสงัดผิดปกติ แสงไฟจากหน้าจอมือถือที่ติดอยู่กับแฮนด์รถวูบวาบก่อนจะดับลงกะทันหัน เครื่องยนต์สำลักหนึ่งครั้งก่อนจะดับวูบตามไป ทิ้งให้นนท์จมอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์รำไร
    “อะไรอีกล่ะเนี่ย!” เขาสบถพลางลงจากรถพยายามสตาร์ทเท้า แต่แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่สะท้อนแสงอยู่กองขยะข้างกำแพงอิฐเก่าๆ
    มันไม่ใช่ขยะทั่วไป... แต่มันคือวัตถุโลหะทรงกลมที่ส่งประกายสีทองหม่นออกมา
    นนท์ขยับเข้าไปใกล้ ความอยากรู้อยากเห็นเข้าครอบงำความเร่งรีบ เขาหยิบมันขึ้นมา วัตถุนั้นคือนำฬิกาพกโบราณที่ทำจากทองเหลืองและโลหะสีดำประหลาด ผิวสัมผัสของมันเย็นเยียบจนสั่นไปถึงกระดูก แต่กลับมีน้ำหนักที่มั่นคงอย่างประหลาด หน้าปัดของมันไม่มีตัวเลข มีเพียงสัญลักษณ์วงกลมซ้อนกันหลายชั้นและเข็มนาฬิกาที่ดูเหมือนจะแกะสลักจากกระดูกสัตว์สีขาวโพลน
    “ของเก่าเหรอ? หรือว่าทอง?” นนท์พึมพำ ดวงตาเป็นประกายด้วยความหวังว่าสิ่งนี้อาจเป็นตั๋วใบเดียวที่พาเขาออกจากนรกแห่งความยากจนนี้ได้
    ทันใดนั้น เสียงเบรกดังก้องกังวานมาจากปากซอย!
    รถบรรทุกสิบล้อคันหนึ่งเสียหลักพุ่งตรงเข้ามาในตรอกด้วยความเร็วสูง ไฟหน้ารถสาดส่องจนนนท์ตาพร่ามัว เสียงเหล็กขูดกับผนังปูนส่งประกายไฟกระเด็นไปทั่ว นนท์พยายามจะกระโดดหลบ แต่ขากลับแข็งทื่อด้วยความช็อก ความตายดูเหมือนจะเอื้อมมือมาสัมผัสไหล่ของเขาในวินาทีนั้น
    โดยไม่รู้ตัว นนท์กำนาฬิกาพกในมือแน่น นิ้วหัวแม่มือของเขาเผลอกดลงบนปุ่มกดด้านบนของมัน
    *แก๊ก...*
    เสียงกลไกภายในนาฬิกาดังขึ้นเพียงเบาๆ แต่ผลลัพธ์ของมันกลับสะเทือนไปทั่วทั้งมิติกาลเวลา
    ทุกอย่างเงียบลงในทันที...
    นนท์หลับตาแน่นรอรับแรงกระแทก แต่ผ่านไปหลายวินาทีกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเขาลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้เขาแทบจะลืมหายใจ
    โลกทั้งใบหยุดนิ่งสนิท
    ละอองฝนที่กำลังตกลงมาค้างเติ่งอยู่กลางอากาศราวกับเศษคริสตัลที่ถูกร้อยเรียงไว้ด้วยเส้นด้ายที่มองไม่เห็น รถบรรทุกมหึมาที่พุ่งเข้ามาหาเขาหยุดกะทึกอยู่อีกเพียงไม่กี่ฟุต ประกายไฟจากล้อที่เสียดสีกับพื้นค้างอยู่ในอากาศเป็นเส้นสายสีส้มจัด แม้แต่ควันพิษจากท่อไอเสียก็ยังจับตัวเป็นก้อนแข็งนิ่ง
    นนท์ก้าวถอยหลังด้วยความสยดสยอง หัวใจเต้นรัวราวกองศึก เขาหันมองไปรอบตัว ลมที่เคยพัดแรงกลับสงบนิ่งจนไม่ได้ยินแม้เสียงแมลง เสียงเครื่องยนต์ที่เคยแผดจ้าหายไปราวกับถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ
    เขามองดูนาฬิกาในมือ... เข็มนาฬิกาสีขาวกำลังขยับเดินอย่างช้าๆ ส่งเสียง *ติ๊ก... ติ๊ก...* ที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาเพียงคนเดียว
    “นี่มัน... อะไรกัน?”
    นนท์ลองยื่นมือไปแตะละอองฝนที่ค้างอยู่ เมื่อนิ้วสัมผัส หยดน้ำนั้นก็แตกออกและตกลงสู่พื้นตามแรงโน้มถ่วงเพียงหยดเดียว ก่อนที่ทุกอย่างรอบตัวจะกลับไปนิ่งสงบเช่นเดิม เขาตระหนักได้ในทันทีว่าอำนาจที่อยู่ในมือนี้มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
    เขาสามารถเดินผ่านรถบรรทุกคันนั้นไปได้อย่างง่ายดาย นนท์มองดูใบหน้าของคนขับรถที่เบิกตาโพล้งด้วยความหวาดกลัว ใบหน้านั้นถูกแช่แข็งไว้ในห้วงเวลาแห่งความตายที่ยังมาไม่ถึง
    ความหวาดกลัวในใจของนนท์เริ่มเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอื่น... ความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาตลอดทั้งชีวิต
    นั่นคือ ‘อำนาจ’
    เขายิ้มออกมาที่มุมปาก ดวงตาคมเข้มฉายแววแห่งความทะเยอทะยานที่พุ่งพล่าน ถ้าเขามีสิ่งนี้ เขาก็ไม่ต้องก้มหัวให้ใครอีกต่อไป ไม่ต้องส่งของ ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ เขาจะเอาทุกอย่างที่โลกนี้เคยพรากไปจากเขาคืนมาให้หมด
    แต่ในขณะที่นนท์กำลังดื่มด่ำกับสภาวะเหนือธรรมชาติอยู่นั้น เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าที่มุมตึกที่มืดที่สุด มีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำยืนนิ่งอยู่ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มลึกลับของเธอกำลังจ้องมองเขาผ่านม่านฝนที่หยุดนิ่ง เธอคือคนเดียวที่ยังคงขยับเยื้อนไหวอยู่ท่ามกลางกาลเวลาที่ตายสนิทนี้
    มีนา... ผู้พิทักษ์ที่ถูกลืมเลือน เฝ้ามองดูเด็กหนุ่มที่กำลังเดินเข้าสู่กับดักแห่งโชคชะตาด้วยความสมเพช
    เธอกระซิบแผ่วเบาที่ไม่มีใครได้ยิน “อีกหนึ่งวิญญาณ... ที่กำลังจะถูกเวลาที่ตัวเองขโมยมา... กัดกินจนไม่เหลือซาก”
    ทันใดนั้น นนท์รู้สึกถึงความเจ็บปวดแปลบที่ข้อมือซ้าย ราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในผิวหนัง เขาก้มลงดูและต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นเส้นเลือดที่ข้อมือของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ และเริ่มขยับเขยื้อนราวกับมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังชอนไชอยู่ใต้ผิวหนังของเขาตามจังหวะการเดินของนาฬิกา
    เสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์เริ่มดังขึ้นในหัวของเขา มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและการสูญเสีย
    เข็มนาฬิกายังคงเดินต่อไป... และราคาที่เขาต้องจ่ายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

    สวัสดีนักอ่านทุกท่านครับ! นี่คือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์การทวงหนี้แห่งกาลเวลา นนท์ได้รับอำนาจมาแล้ว แต่มันมาพร้อมกับ "รอยดำ" ที่น่าสะพรึงกลัว เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ฝากกดติดตามและเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ ขยี้อารมณ์กันยาวๆ แน่นอน!