แสงสีทองอันเจิดจ้าของพระอาทิตย์ในยามสายของแคว้น ฮาลาซาน นั้น ร้อนแรงราวกับไฟนรกที่แผดเผาทุกสรรพสิ่ง เสียงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กระหึ่มลั่นทั่วผืนทราย รถแคมป์ปิ้งคาร์ขนาดเท่ารถบรรทุกค่อยๆเคลื่อนผ่านผืนทรายไปอย่างช้าๆ ราวกับหนอนตัวสีดำขนาดั์ก็มิปาน
"นายท่านขอรับ...ดีแล้วหรือที่ท่านจะนำเครื่องเพชรยอดดวงใจชุดนี้ ไปประมูล" เอฮาซัน ถามขึ้นพลางมองดู กล่องเครื่องเพชรนับสิบกล่องที่กองอยู่เบื้องหน้าผู้เป็นาย ร่างสูงกำยำนั่งมองกล่องกำมะหยี่หลากสีตรงหน้าพลางกลืนน้ำสีอำพันลงลำคอหนา ดวงตาสีอำพันมองแก้วเหล้าในมืออย่างครุ่นคิด
"เพชรยอดดวงใจเป็เพชรที่ท่านพ่อมอบให้ท่านแม่ของข้า...ท่านแม่ให้ข้านำเครื่องเพชรนี้มอบให้แก่ยอดดวงใจของข้า...เอฮาซัน...เ้าเห็นข้ามียอดดวงใจหรือไม่" สุรเสียงสุขุมนุ่มลึกล้ำเอ่ยถามเลขาหนุ่มตรงหน้า...ชายหนุ่มส่ายหน้าพลางนึกสงสารเ้านายของตน ไม่ใช่ไม่มี...ทว่ากรรมใดของเ้านายของเขากันหนอที่บดบังทำให้สตรีที่เขารักนั้น ไม่มีอันเป็ไปก็ต้องละทิ้ง ชายผู้เป็ดั่งฟ้าและตะวันเช่นเขา
" สุ้เอาเงินประมูลมาทำนุบำรุงแคว้นเล็กๆของเราให้เจริญเติบโตเสียดีกว่าอีก...มีประโยชน์กว่าเยอะ" ไลอาห์ อัลโลฟาร์ พูดพลางกระดกน้ำสีอำพันลงสู่ลำคอหนาอีกแก้ว เขาเป็มากกว่าCEO ของบริษัทไดม่อนด์โซไซตี้ เ้าของเหมืองเพรชขนาดใหญ่ห้าแห่ง แต่ทว่าเป็เ้าครองแคว้นเล็กๆที่ห่างไกลชายแดนและเมืองหลวงเช่น ฮาลาซาน ซึ่งผุ้คนต่างขนานนามแคว้นเล็กๆนี้ว่า "เมืองนอกคอก" แต่ถึงอย่างนั้นผู้คนที่อยู่ภายใต้การปกครองของชายหนุ่มนั้นก็อยู่อย่างร่มเย็นเป็สุขดี
" นายท่าน...ไปไทยครั้งนี้นายท่านไม่แวะพักผ่อนหย่อนใจสักหน่อยไม่ดีกว่าหรือครับ" เอฮาซัน ถือดีคว้าแก้วเหล้าจากมือผู้เป็เ้านายออกมาเพื่อเป็การหยุดการดื่มอย่างเอาเป็เอาตายของเขา ชายหนุ่มที่รูปงามราวกับภาพวาดเหลือบมองหน้าเลขาของตนแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน
" ก็ดี...ขอเป็นางแบบชุดฟินนาเล่ที่ใส่ชุดเพรชนี่ละกัน...ผู้หญิง...แค่มีเงินก็เหมือนๆกันหมด...ฉันไม่เลือกอยู่แล้ว" ว่าเเล้วเขาก็เอนกายลงบนโซฟาตัวยาวแล้วพลอยหลับไป ปล่อยให้เอฮาซันเหนื่อยใจแทยนเ้านายของเขาแทนแต่ทว่าก็ไม่คิดจะห้ามอะไร เขาเองก็เป็ผู้ชายคนหนึ่งเช่นกัน ทำไมเขาจะคาดเดาผู้ชายด้วยกันไม่ได้กันเล่า เอฮาซัน ใช้เวลาเพียงไม่นานนักเพื่อตกลงกับนางแบบชื่อดังที่ร่วมเดินแบบในชุดฟินน่าเล่ในครั้งนี้ เพราะอีกฝ่ายคือ เชอร์รีน่า นางแบบผู้โด่งดังที่เป็คู่ขาประจำของเ้านายของเขาอยู่แล้ว ดังนั้น มันไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขาเลย
หลังจากวางสายจากปลายทาง หญิงสาวร่างบางสูงระหง ที่อวบอั๋นไปทุกสัดส่วนก็รีบลุกจากเตียงโดยลืมไปว่า ร่างกายอันหมดจดของเธอนั้นได้เปลือยเปล่าอยู่ ทว่าก่อนที่เธอจะลุกออกไปเตรียมตัวเข้าครอสต่างๆ ก็มีมือหนามือหนึ่งคว้าแขนบางของเธอเอาไว้จนเธอถึงกับเซถลาลงบนเตียง
" ว้าย!!!!....เอียน...คุณทำอะไรหน่ะ" เสียงจริตเล่นตัวเล็กน้อยของเธอร้องขึ้นมือบางเกาะกุมมือหนาที่ตอนนี้บีบคั้นหน้าอกของเธออย่างมันมือ
" คุณใจร้ายกับผมนักเชอร์รี่...นอนอยู่กับผมอยู่แท้ๆคุณกลับคุยกับชายอื่นเพื่อตกลงบางอย่างกัน" เสียงเง้างอนจากภายใต้ผ้าห่ม มือหนาดึงมือบางของหญิงสาวที่แสนเซ็กซี่เย้ายวนนั้นเลื่อนผ่านกายลงไปให้เกาะกุมความแข็งแกร่งตรงกลางกายของเขา
" ดูสิ...เ้าัของผมมันน้อยใจเสียจนปวดไปจนหมดแล้ว" เสียงนุ่มครางกระเซ่าเมื่อมือบางจับมันจนแทบไม่มิดมือ ความมโหราณของมันสะใจหญิงสาวยิ่งนักมันยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ ของเชอร์รี่น่านั้นพุ้งขึ้นจนเธอหน้าแดง
"คิกคิก...ไหน..ดูสิเ้าัน้อยของฉัน...เธอจะมาน้อยใจแบบนี้ไม่ได้นะ...เอียน..คุณต้องรับผิดชอบมันด้วยสิ" หญิงสาวหยอกเอินกับปลายัจนมันคายน้ำลายใสๆออกมาเต็มลำตัวของมัน นั่นยิ่งทำให้นาผืนน้อยของเชอร์รีน่านั้นมีน้ำหวานไหลหยดออกมาจนเสียวแปลบไปทั้งสรรพางค์กาย หญิงสาวจึงเคลื่อนกายขึ้นสูงจนเนินเนื้อที่มีทุ่งหญ้าสีอ่อนนั้น ลอยเด่นอยู่บนหน้า ของชายหนุ่ม คู่นอนคนโปรดของเธอ เขาไม่รอช้า รีบตะกรุมตระกรามดื่มซดน้ำหวานนั้นอย่างหิวโหย จนทำเอาเ้าของผืนนานั้น ซูดปากครางลั่นด้วยความกระสันเสียว
" อ๊าาาาา!!!เอียน....ฉันไม่ไหวแล้ว...มันเริ่มคันจนอยากให้คุรช่วยเกามันทีได้ไหมคะ" ว่าแล้วเธอขยับกายออกคลานเข่าแล้วแอ่นสะโพกที่แสนเย้ายวนให้กับชายหนุ่มที่ตอนนี้เตรียมพร้อมสำหรับ การรัวะุใส่เธอเสียเต็มที่แล้ว เขาไม่รอช้าให้ใครมาตัดริบบิ้น เมื่อจ่อัเข้าปากถ้ำ ได้เขาก็กระหน่ำตะบี้ตะบัน โยกเอวใส่บั้นท้ายงามงอนนั้น อย่างหื่นกระหาย ราวกับจะทำให้ร่างบางที่ร้องโหยหวนใต้ร่างของเขานั้นแหลกเหลวไปเสียให้ได้ จากนั้นเขาก็พลิกร่างบางนั้นนอนหงายราบบนที่นอนยัยยู่ยี่ ก่อนจะบรรเลงเพลงรักได้อย่างถึงอกถึงใจ เชอร์รีน่าซูดปากร้องครวญครางราวจะขาดใจเสียไห้ได้ หญิงสาวรู้สึกกระสันเสียวเสียจนใจแทบขาด เธอรักรสกามารมฌ์ที่เอียนปรนเปรอให้เธอแบบนี้นัก มันทำให้เธอไปถึงจุดหมายปลายทางได้หลายต่อหลายครั้ง เขาทั้งอึดทึกและทนทานเสียจริง ทว่า เอียนนั้นเป็แค่ตากล้องธรรมดาๆที่ปรนเปรอเธอได้เพียงแค่เื่บนเตียงเท่านั้น แต่หากจะสนองความ้าของเธอได้จริงๆ นั้น เ้านายของชายหนุ่มที่เธอได้รับสายเมื่อสักคูร่ถือว่าดีที่สุด
เสียงกระพือของพายุควาโลกีย์พัดกระหน่ำทั่วคอนโดหรูใจกลางเมืองหลวงอย่างลอนดอนนั้นกินเวลาเนิ่นนานจวบจนเกือบ เที่ยงของวัน ในที่สุด เชอณ์รีน่าก็สุขสมหวังจนเพลียร่างกายไปทั้งหมด หญิงสาวรีบชำระกายและแต่งตัวเพื่อรีบไปจับจองครอสเสริมสวยที่เธอโทรจองเอาไว้ ร่างบางสูงระหงที่แตะตานั้นเยี้ยงย่างดั่งพญาหงษ์ ที่กำลังโบยบินไปยังที่หมายทว่า เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเธอเสียก่อน หน้าจอบ่งบอกถึงปลายสายที่ระบุว่าเป็มารดาบังเกิดเกล้าของเธอ หญิงสาวขมวดคิ้วแน่นอย่างชั่งใจก่อนจะรับสาย
" แม่...." เชอร์รีน่าขานเรียก
" นี่...เชอร์รี่ลูกรัก...โอนเงินให้แม่หน่อยสิห้าล้าน...แม่ต้องรีบใช้เงิน"
" ห้าล้าน!!!!...แม่คะ...!!!!เงินตั้งมากมายขนาดนั้นแม่จะเอาไปทำอะไรคะ!!!"
" จะเอามาทำอะไรมันก็เื่ของฉัน...แกหน่ะรีบๆโอนมาสักทีเถอะ!!!"
"แต่เงินขนาดนั้นฉันมีไม่ถึงหรอกนะคะแม่ทำไมไม่ขอที่น้องก่อน...ชาร์ลีหน่ะหาเงินได้มากกว่านางแบบอย่างหนูอีกไม่ใช่หรือคะ"
"ฉันจะเอาเงินมาลงทุนให้ชาร์ลีนั่นแหล่ะ...แกหน่ะ...รีบๆโอนมาได้แล้วนังลูกเนรคุณ!!!"
สิ้นเสียงก่นด่าอีกหลากหลายของปลายสายบ่งบอกได้ว่า สถานะภาพทางครอบครัวของเชอร์รีน่าไม่ได้อบอุ่นนักด้วย ทางบ้านนั้นมักจะเห็นว่าเธอเป็เพียงตู้กดเงินของพวกเขาเท้่านั้น มือเรียวบางกดเข้าแอพพิลเคชั่นของธนาคารอย่างชั่งใจ ตัวเลขหน้าจอบ่งบอกถึงระดับเงินที่มากโขอยู่แต่หาก ว่าเธอโอนเงินให้มารดา เท่าจำนวนที่ขอมาก็เท่ากับว่าเธอนั้นก็เหลือเงินอยู่เพียงไม่กี่แสนเท่านั้น เชอร์รีน่าเช็ดน้ำตาออกจากหน่วยตาอย่างอันอั้น มือบางกดโอนออกอย่างรวดเร็ว เธอเหนื่อยมากเหลือเกิน กว่าจะมาถึงระดับนี้...ต้องผ่านมามากเหลือเกินจนบางทีเธอก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอนั้นใช่ลูกแท้ๆของคุณนายเมลินด้าหรือเปล่าเหตุใด ทุกปัญหาเธอจึงต้องรับหมดกันหนอ เพียงแค่คิดก็สามารถด่ำดิ่งสู่ความมืดมิดนั้นได้ เชอร์รีน่าคิดหาทางดันตัวเองให้สูงกว่านี้ให้สูงจนกว่าเธอจะหลุดออกจากเงาของครอบครัวที่รักลูกไม่เคยเท่าเทียมเช่นนั้น เมื่อคิดแล้วความคิดแวบหนึ่งก็ไหลเข้ามาในหัว
"โชว์เฟอร์...เปลี่ยนเป้าหมายไปยังไชน่าทาวน์ก่อน..." เชอร์รีน่า นึกถึงเพื่อนชาวเอเซียของเธอที่อาศัยอยุ่ที่นั่น เธอ้าคำปรึกษาที่ดีของเพื่อนคนนี้เพื่อที่แผนการที่เธอพึ่งคิดขึ้นได้นั้นจะได้เป็ไปอย่างราบรื่น
นกเหล็กขนาดั์บินผ่านน่านฟ้าสีครามเงาของมันพาดผ่านผืนทะเลทรายและผืนฟ้า เครื่องบินลำเล็กๆของไลอาหืกลังมุ่งสู่เมืองท่าเพื่อขึ้นเรือตามนัดหมาย ชายหนุ่มผู้มาดขรึมและเย็นเยือก จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างผ่านๆ นิ้วหนาเลื่อนหน้าจอไปมาอย่างเบื่อหน่าย ตรงหน้าของเขาคือเลขาผู้ที่เป็ดั่งเพื่อนสนิทและมือเท้าของเขานั่งมองเขาอย่างไม่วางตา
"บนหน้าข้ามันมีอะไรติดอยุ่รึเอฮาซัน" เขาถามวพลาง เก้บสมาร์ทโฟนคู่กายลงกระเป๋าเสื้อนอก
" นายท่าน...ไม่คิดจะหายอดดวงใจอีกสักครั้งหรือครับ..." เอฮาซันเปิดประเด็น เขาซึ่งเป็คนตรงๆอยู่เเล้วจึงไม่คิดจะอ้อมค้อมอะไรให้มากความ
" ท่านแม่หรือท่านพี่ล่ะที่ใช้แกมาคาดคั้นกันแบบนี้" เขาถามพลางถอดสายตาเหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าสีสว่างจนแสบตาด้านนอกตัวเครื่ิงบิน
" ท่านเชคฮัลลิมเป็ห่วง..."
"ฉัน...ไม่ได้เป็ราชวงค์เดียวกับคนพวกนั้น...ฉันเป็แค่ไลอาห์...ไลอาห์เฉยๆ...แกจำไว้..อย่าให้พูดอีกเลย" ไลอาห์ตัดบทสนทนา เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายพูดถึงชื่อของคนๆนั้นนัก..เขารู้สึกเกลียดและขยะแขยงทุกครั้งที่นึกถึงสายเืที่พ่อของเขาทิ้งไว้ให้ ชายหนุ่มกำหมัดแน่น...หลับตาลงหวนนึกถึงอดีตที่เขาได้พานพบมา
ย้อนไปเมื่อเขาเป็เพียงเด็กชายไลอาห์ในรัฐเล็กๆแห่งหนึ่ง เขาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและสบายๆกับ ตายายและแม่ กระทั่งจู่ๆ ก็มีบุคคลปริศนามายังหน้าบ้านเขา ฉุดดึงแม่ของเขาไปอย่างโหดร้ายและตบตี ตากับยายที่แก่ชรา คนๆนั้นคือเชคฮัลลิม เขาคาดโทษว่าแม่ของเขาคบชู้ และมีลูกชายของชู้ที่แสนอัปยศต่อวงค์ตระกูลนั้นคือเขา เหตุการ์ณเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเขานั้นยากที่จะรับได้ไหว และนั่นก็เป็จุดเริ่มต้นท่ี่ทำให้เขาต้องจากมารดามาตลอดชีวิต และแม้จะได้รับมรดกเป็เพียงพื้นที่โอเอซิสที่รกร้างห่างไกล แต่เขาก็ไม่ได้พิศมัยมันมากนัก แต่ด้วยยศฐาและเงินทองที่เขาประสพความสำเหร็จ ในวัยเพีบง35นั้น มันทำให้เขาได้ใจของสตรีทุกนางและเหล่าคนชนชั้นสูงทุกคน
"นายท่าน...." เอฮาซันเรียกขึ้นอีกครั้ง
"มีอะไรอีก..." เขาขมวดคิ้วไม่พอใจ
"หากครั้งนี้ท่านหายอดดวงใจไม่ได้ ข้าก็จะไม่คะยั้นคะยอท่านอีก...เช่นนั้น..."
"ก็ได้...ไม่นับคู่นอนนะ...ยอดดวงใจก็คือยอดดวงใจ" เขารับปากส่งๆเพราะไม่คิดว่าจะไปตกลงปลงใจกับสตรีนางไหนอีกแล้วในชีวิตนี้