ตอนที่ 160 สถานการณ์ก่อนพายุมา
ภายในป้อมปราการตะวันออกสถานการณ์ด้านในนั้นเตรียมพร้อมรบอย่างเต็มกำลังมีสองกองพลที่กลับมาได้คือกองพลที่ 1 ที่กายไปด้วย และกองพลที่ 3ที่ทำหน้าที่สนับสนุนด่านหน้าที่รับมือกับการโจมตีของทหารนครแสงเทวาแต่นั่นเพียงเป้าหมายหลอกเพราะนครแสงเทวาไม่ได้โจมตีทุกด่าหน้าแต่แค่ด่านหน้าบางแห่งเพื่อสร้างเส้นทางเดินทัพมาที่ป้อมปราการเท่านั้นทำให้พวกเขาถอยออกมาได้
แต่ต่างกับกองพลที่2 ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้กลับเข้ามาป้อมปราการและตรึงกำลังอยู่แถวพื้นที่ทางเหนือเพื่อไม่ให้ทางนครแสงเทวาขยายกำลังทหารไปทางด้านนั้นได้เพราะทางกองทัพกลัวว่าพวกนั้นจะใช้เส้นทางนี้อ้อมมาสร้างความเสียหายต่อนครดาราฟ้าได้
ซึ่งแม้จะมีโอกาสน้อยแต่ก็ใช่จะไม่เกิดขึ้น
หลังจากกองพลที่1 กลับเข้ามาพวกเขาก็ส่งคนเจ็บไปรักษาตัวที่โถงพยาบาล ส่วนที่เหลือก็แยกกันไปและเตรียมรับคำสั่งใหม่
กายและมีอาเองก็ต้องเตรียมรับสงครามใหญ่เช่นกันตอนนี้กองทัพพิทักษ์ตะวันออกต้องการทหารทุกนายเพื่อสู้กับนครแสงเทวากายยืนอยู่บนกำแพงของป้อมปราการตะวันออกมองไปด้านนอกแนวกำแพงแม้ตอนนี้จะไม่เห็นศัตรูอยู่ด้านนอก แต่ก็ยังมีร่องรอยของพวกทหารสอดแนมของฝ่ายศัตรูอยู่บ้างในบางครั้ง
พวกนครแสงเทวาไม่ได้โง่พวกเขาไม่คิดจะเข้ามาและโจมตีป้อมปราการตะวันออกเลยในทันทีแต่จะตั้งค่ายและยึดพื้นที่จุดยุทธศาสตร์ก่อนเพื่อสร้างเส้นทางที่ปลอดภัยก่อนเริ่มโจมตีป้อมปราการตะวันออก
และนี่ยังป้องกันไม่ให้ป้อมปราการตะวันออกกล้าส่งกองกำลังทั้งหมดออกมาถล่มพวกเขาโดยอาศัยการสนับสนุนจากป้อมปราการเพื่อให้ได้เปรียบ
“สงครามนี่ไม่ง่ายเลยNPC เหล่านี้สมแล้วที่เป็นพวกทหาร” กายพึมพำออกมาก่อนจะเดินลงไปด้านล่าง
“เจ้าได้ข่าวแล้วหรือไม่”มีอาเดินเข้ามาถามกาย
“ข่าวอะไร?”กายถามด้วยความแปลกใจหลังจากกลับมาเขาก็ยังไม่ได้พูดคุยกับใครที่ป้อมปราการตะวันออก
“มีข่าวส่งมาจากนครดาราฟ้าดูเหมือนจะส่งกองหนุนมาที่ป้อมปราการตะวันออกเพิ่มเพราะที่นี่ไม่มีสงครามมานาน จึงมีกำลังทหารน้อยกว่าที่อื่นและทางสถาบันศาสตร์นักรบจะส่งคนมาพร้อมกับกองหนุนด้วย”
“รู้ไหมว่าอาจารย์คนไหนที่มาด้วย”
“ไม่ข้าไม่รู้ว่าอาจารย์ท่านไหน แต่รู้ว่านอกจากอาจารย์จะมีนักเรียนชั้นปี 3เข้าร่วมด้วย”
กายหรี่ตาลงก่อนจะกล่าว “บางทีเราอาจจะมีส่วนร่วมกับพวกเขาในเร็ว ๆ นี้”
พลังของกายและมีอามาถึงนักรบฝึกหัดระดับ3 แล้วซึ่งตรงกับระดับพลังของนักเรียนชั้นปี 3ของสถาบันและด้วยสถานการณ์ของสงครามพวกเขาอาจจะเข้าร่วมกับนักเรียนชั้นปี 3ทำภารกิจของสถาบันได้
“ข้าก็หวังเป็นเช่นนั้น”มีอาตอบเธอรู้สึกว่าตั้งแต่ต่อสู้กับทหารฝ่ายนครแสงเทวาก็ทำให้ฝีมือพัฒนาอย่างรวดเร็วดังนั้นจึงปรารถนาจะเข้าร่วมสงครามต่อ
“คงสนุกแน่นอน”กายยิ้มออกมา
...
ทางด้านเดียวกันในพื้นที่ทุ่งหญ้ากิราสถานที่เต็มไปด้วยกลุ่มโจรกระทิงเขียวผู้เป็นหนึ่งในสายของทหารที่ส่งเข้ามาแฝงตัวในทุ่งหญ้ากิราก็กำลังอ่านจดหมายฉบับหนึ่งอย่างเงียบขรึม
“หัวหน้าเราจะลงมือตอนไหน” หนึ่งในลูกน้องซึ่งเป็นทหารเช่นกันกล่าวออกมา
“อีกไม่นานกองกำลังของเราจะพร้อมในคืนนี้หลังจากศึกนี้ป้อมปราการตะวันออกจะสยบต่อกองทัพนักบวชของท่านอูทัน”
“อูทันเคยช่วยดินแดนนี้ไว้พวกเราคือทหารของเทพ พวกมันทุกคนต้องก้มหัวให้อูทัน”
หลายคนในที่นี้ได้ยินก็พากันตื่นเต้นเพราะพวกเขาคือสาวกผู้นับถือต่อเทพแห่งดวงอาทิตย์อูทัน ซึ่งพวกเขามองว่าพวกนครดาราฟ้าคือนอกรีต และพวกเขาคือทหารของเทพที่ทำการสังหารคนบาป
“หัวหน้าเราจะทำอย่างไรกับคนสถาบันศาสตร์นักรบสามคนนั้นดี”
“นักเรียนจากสถาบันศาสตร์นักรบพวกนี้ยังมีประโยชน์อยู่เก็บเอาไว้ก่อน”
...
ขณะเดียวกันทางด้านของนครดาราฟ้าก็ส่งกำลังทหารสนับสนุน2 กองพลออกเดินทางจากค่ายของกองทัพพิทักษ์นครออกไปช่วยป้อมปราการตะวันออกโดยในขบวนมีคนจากสถาบันศาสตร์นักรบเดินทางไปด้วย
“ติดต่อนักเรียนของเราหรือยังพวกเขาไม่เป็นอะไรกันใช่ไหม” เสียงของอาจารย์อิกลินถามหนึ่งในเจ้าหน้าที่ของสถาบันศาสตร์นักรบ
“เราเจอนักเรียน7 คนแล้ว แต่ 3คนเราเจอเพียงเบาะแสดูเหมือนพวกเขาจะเข้าไปจัดการกับกองโจรหนึ่งและก็หายไป”
“อืมไปถึงที่นั่นเราค่อยไปช่วยเด็กพวกนั้นทีหลังออกเดินทางได้”
อิกลินหันไปกล่าวกับนักเรียนชั้นปี3 ของสถานบันศาสตร์นักรบทั้งหมดนั้นปลดปล่อยกลิ่นอายเหมือนกับพวกกองกำลังทหารระดับสูงไม่มีผิดซึ่งนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะการที่พวกเขาอยู่ในชั้นปีนี้ได้ก็มีพลังในระดับว่าที่หัวหน้าหน่วยของกองทัพแล้ว
...
มัลทาฟา
สถานที่แห่งนี้มีผู้คนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละวันจนพวกพ่อค้าและผู้คนต่างเริ่มผิดสังเกตพวกเขาเริ่มรู้สึกว่าคนที่มาใหม่ส่วนใหญ่นั้นแปลกประหลาดเป็นอย่างมากและในที่สุดก็รับรู้ว่าส่วนใหญ่นั้นคือพวกมนุษย์ไฟพวกนี้มักต่อสู้กันอย่างรุนแรงและเริ่มมีสงครามขนาดเล็กให้เห็นแทบจะทุกพื้นที่
ทำให้สถานการณ์ที่มัลทาฟานั้นไม่มั่นคงรวมทั้งข่าวการโจมตีของนครแสงเทวาก็กระจายไปทั่วมัลทาฟาสร้างความหวาดกลัวให้เหล่าพ่อค้าเป็นอย่างมาก
พ่อค้าหลายคนเริ่มเก็บของและเดินทางออกจากมัลทาฟากันแล้วซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีพ่อค้าฟลินต์ด้วยเช่นกัน
...
กายมองดูทหารหลายทีมที่ถูกส่งออกไปนอกกำแพงป้อมปราการเพื่อทำภารกิจพวกเขาส่งทหารออกไปมากกว่า 100 แล้วตั้งแต่กายจับตาดูมาตอนนี้หลังจากกลับมาเขาก็ไม่ได้ข่าวจากทางหัวหน้าทิฟอนอีกเพราะดูเหมือนระดับสูงของกองทัพจะวุ่นวายกันเป็นอย่างมาก
ถ้าเดาไม่ผิดพวกเขาคงประชุมกันและวางแผนการรบอยู่
กายจึงได้แต่รออยู่เงียบๆ เท่านั้นจนกระทั่งถึงเที่ยงคืนของวันที่ 3ในโลกราชันเขาจึงทำได้เพียงล็อกอินออกมาเท่านั้น
เมื่อออกจากโลกราชันมาแล้วกายก็ลืมตามองไปรอบๆ อย่างระวัง เขากลัวว่าตื่นขึ้นมาแล้วตนเองจะโดนจับทันทีจากคนที่ตามล่าอยู่แต่พอมองดูก็ไม่เห็นใครยืนล้อมเขา กายจึงถอนหายใจด้วยความโล่งใจ
เขาเดินไปที่หน้าห้องไทเลอร์ตอนนี้ได้ยินแต่เสียงหายใจที่แผ่วเบาของไทเลอร์และเมญ่าที่หลับกันไปแล้วจึงเดินกลับออกมาอย่างเงียบ ๆ
การหนีตลอดทั้งวันนี้ทำให้ทั้งสองคนเหนื่อยเป็นอย่างมากกายเองก็ไม่ต่างกัน
เราควรจะไปนอนกายบอกกับตัวเองก่อนจะเดินไปเช็คประตูว่าล็อกแน่นหน้าหรือไม่จากนั้นก็ค่อยเข้าไปนอนยังห้องของตนเอง
เขาหลับในทันทีที่หัวถึงหมอนแต่ถึงอย่างนั้นในมือกายก็ยังกอดท่อนเหล็กไว้แน่นคลายกับตอนนอนกอดดาบและค้อนในโลกราชันไม่มีผิด
หลังจากหลับไปไม่นานกายก็รู้สึกตัวเขาเห็นแสงที่พุ่งเข้ามาซึ่งมันคล้ายกับใบดาบจากพวกชายใส่สูทชุดดำด้วยสัญชาตญาณกายดีดตัวหนึ่งคว้าเอาท่อนเหล็กขึ้นมากันด้วยความตกใจ
แต่แล้วภาพทุกอย่างก็หายไป
เราฝันไป...
กายวางท่อนเหล็กลงก่อนจะมองดูสภาพของตนเองที่เนื้อตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อราวกับพึ่งไปวิ่งหลายสิบกิโลเมตรมาเขาส่ายหัวเบา ๆ ขับไล่ความมึนงงและอาการตกใจออกไป
เรากลัวใบมีดจากอาวุธของชายใส่สูทชุดดำพวกนั้นจนเก็บเอาไปฝันเลยสินะกายยิ้มเจื่อน ๆ ให้กับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นล้างหน้าในห้องน้ำและออกมาด้านนอกซึ่งเขาเห็นว่าตอนนี้เมญ่ากำลังทำอาหารและไทเลอร์กำลังลองขยับแขนกลเทียมอยู่
“นายทดสอบมันเป็นยังไงบ้าง”กายถาม
“อืมมันแปลก ๆ ฉันไม่รู้สึกแต่พอลองคิดจะขยับมันก็ขยับตามที่ต้องการ ขอบใจนายมากนะ”ไทเลอร์ตอบกลับก่อนจะใช้แขนกลเทียมปิดกล่องและยกกล่องขึ้นด้วยมือเดียว“อย่างน้อยมันก็แข็งแรงขึ้นมาก มันคงไม่พังง่าย ๆ หรอก”
“แน่นอนสิมันทำจากโลหะอย่างดี”กายยิ้มและตอบกลับไป
หลังจากนั้นเขาก็นั่งลงที่โซฟาข้างๆ และจัดการมื้อเช้าที่ไม่เช้าสักเท่าไหร่จนเสร็จ ก่อนจะเปิดข่าวค้นหาข่าวต่าง ๆเกี่ยวกับเรื่องไฟไหม้และอาจจะรวมถึงข่าวหมายจับอะไรทำนองนี้ด้วยแต่ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องพวกนี้แม้แต่น้อยทำให้กายนั้นถึงกับต้องขมวดคิ้วเข้าหากันและคิดหนักถึงสถานการ์ของตนเอง
ทางฝั่งของไทเลอร์และเมญ่าก็เช่นกัน
“เราคงอยู่เงียบๆ ไปอีกสักพัก ฉันจะไปที่แดนสงครามก่อนหลังจากนั้นค่อยจัดการเรื่องลิงก์เกมของนายก็แล้วกัน”
“เอาตามที่นายว่าก็แล้วกัน”
กายพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปที่แคปซูลเกมวันนี้เขายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำนั้นคือการเข้าร่วมต่อสู้กับกิลด์ราชินีกุหลาบเพื่อพิชิตแดนสงครามดินแดนแห้งแล้งแลกกับบิท
ภายในแดนสงครามหลังจากกายเข้ามาแล้วเขาก็ตรงไปที่ห้องส่วนตัวในแดนสงครามของกุหลาบสีดำในทันที
“นายมาแล้วรีบเข้ามาในห้องสิ” กุหลายสีดำเปิดประตูออกมามองกายด้วยความยินดี
กายคิดว่าสถานการณ์และคำพูดมันเหมือนเขาและเธอกับกำลังแอบนัดเจอกันของคนหนุ่มสาวไม่มีผิดเขารีบสลัดความคิดนี้ทิ้งไปก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
ในห้องไม่ได้มีแค่กุหลาบสีดำแต่ยังมีกลุ่มสาวสวยอีก 5คนซึ่งพวกเธอทั้งหมดนั้นเป็นสมาชิกระดับสูงของกิลด์ราชินีกุหลาบ
หญิงสาวทั้ง5 คนกวาดสายตาสำรวจกายตั้งแต่หัวจรดเท้าทำเอากายรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเพราะในฐานะผู้ชายคนเดียวในห้องเขาจึงทำตัวไม่ค่อยถูกมากนัก
กายปรับอารมณ์ตัวเองก่อนจะกลับมาเป็นลอร์ดเจ็ดโลหะผู้แข็งแกร่งเขานั่งลงตรงข้ามหญิงสาวทั้ง6 คน