(E-Book - อ่านฟรี) ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ

    ตอนที่ 43 ถูกหมายหัว

    เสียงกรีดร้องของเด็กน้อยทั้งสามคนเรียกสติมู่หรงเซียวกลับมา นางกวาดตามองรอบตัวแล้วได้แต่คิดในใจว่า ไม่น่าใช่หรอก เหตุการณ์นั้นจะมาถึงเร็วเพียงนี้เชียวหรือ


    แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจะตรงตามความทรงจำที่โผล่เข้ามาแต่หญิงสาวไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น ดวงตาสีทับทิมมองตรงไปยังเสิ่นจื้อเหลียงที่ถูกรุมล้อม

    เสียงหนึ่งปรากฏขึ้นอีกครั้ง หน่วยซิงอวี่เพียงคนเดียวที่ติดตามรถม้าของเสิ่นอวี้หลานถูกธนูปักเข้าที่ด้านหลังสามดอก ดาบโค้งเสียบเข้าหน้าท้อง เส้นเอ็นข้อเท้าขาดวิ่น อาการสาหัส


    ฉึก ฉึก ฉึก

    ธนูสามดอกปักเข้าที่กลางหลังของเสิ่นจื้อเหลียงที่ไม่สามารถรับมือได้เพราะความชุลมุน ก่อนหน้านั้นไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นผู้ใดเพราะได้ยินเพียงเสียงเล่าลือผ่าน ๆ พอเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า หัวใจก็สั่นวูบไหวทันที


    “มารดามันเถอะ!” มู่หรงเซียวสบถอย่างหัวเสีย “อย่าบอกนะว่าหน่วยซิงอวี่คนนั้นเป็นเจ้า”


    หญิงสาวรีบหยิบศรพิษออกจากกล่องทันใดแล้วเล็งคันศรไปทางเขาเพราะอีกฝ่ายกำลังถูกศัตรูรายล้อมเข้าใกล้เตรียมพิชิตชัยชนะ มือหนากำดาบโค้งยกสูงขึ้นพร้อมตวัดเด็กหนุ่ม


    ฉึก ฉึก ฉึก

    ศรพิษปักอกศัตรูทั้งสามอย่างแม่นยำ เว้นอวัยวะสำคัญด้วยจุดประสงค์บางอย่าง ฝีมือนั้นเรียกความสนใจจากหัวหน้าของพวกมันได้เป็นอย่างดี พาลลั่นเสียงสั่งกำจัดมู่หรงเซียวให้ได้


    “ฮูหยิน! หนีไป!” เด็กหนุ่มตะโกนลั่นดึงธนูที่ปักหลังออกด้วยสีหน้าเหยเกแล้วเข้ามาขวางพวกมันเอาไว้ ถ่วงเวลาให้นางพาคนในรถม้าวิ่งหนี 


    “ช่วยด้วย!” เสียงหญิงสาวอีกคนหนึ่งตะโกนมา สีหน้าหวาดกลัว ตัวสั่นเทา โอบกอดบุตรสาวทั้งสามเอาไว้ในอ้อมแขนอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ดุเดือด

    เพียงแค่เห็นภาพเด็ก ๆ ร้องไห้จ้าตรงหน้า มู่หรงเซียวก็ไม่อาจทิ้งพวกเขาไว้ได้จึงหยิบศรธนูยิงไปที่โจรพวกนั้นอีกครา ขณะที่เสิ่นอวี้หลานและเมิ่งเซียงหลบไปประคองฮูหยินสกุลลั่วกับบุตรสาวให้หนีมาด้วยกัน


    ทหารคุ้มกันปะทะกับโจรป่าอย่างดุเดือดแต่กระนั้นกลับค่อย ๆ ล้มลงเพราะพ่ายแพ้ทีละคน


    “อาเหลียง!” นางตะโกนบอกอีกฝ่าย ส่งสัญญาณให้อย่างรู้กันแล้วยิงธนูไปยังเป้าหมายเพื่อซื้อเวลาให้เด็กหนุ่มได้ทำตามแผนที่วางไว้


    เมื่อพวกมันเห็นพลุเสียงแดงลอยขึ้นฟ้าพลันแสดงสีหน้าเกรี้ยวกราดเล็งเป้าไปยังเสิ่นจื้อเหลียงและมู่หรงเซียวอีกครั้ง สายตาราวกับไม่ปล่อยให้เหยื่อรอดไปได้แม้แต่คนเดียว


    “เมิ่งเซียงเจ้าไปกับพวกนาง” เจ้านายสั่งสาวใช้ให้ล่วงหน้าไปก่อนด้วยสีหน้าจริงจังเพราะฮูหยินสกุลลั่วได้รับบาดเจ็บที่ขาจากตอนช่วยบุตรสาวตนเองจึงทำให้หนีได้ไม่คล่องตัว รั้งอยู่ข้างหลังจนเกือบถูกโจรป่าตามประชิด มู่หรงเซียวกวาดตามองไปรอบตัวโพล่งออกมา “หลบไปทางนี้ ข้าจะคอยคุ้มกันข้างหลังให้”


    “คุณหนู!” 


    “เร็วเข้า!!!” เมื่อได้ยินเสียงตะโกนก้อง สาวใช้คนสนิทจึงเริ่มช่วยคนที่เหลือหนีไปตามทางข้างหน้าโดยมีเสิ่นอวี้หลานคอยช่วยอีกแรง ขณะที่ผิงเอ๋อร์พยุงหยางเสวี่ยฮวาที่กำลังวิงเวียนเพราะได้กลิ่นเลือดฉุนเข้าจมูก


    มู่หรงเซียวประเมินระยะเวลาต่อสู้ที่ทหารตรงหน้าจะสามารถยื้อสถานการณ์ไว้ได้มากน้อยแค่ไหนเพื่อรอจนกระทั่งหน่วยซิงอวี่กับทหารกองรบที่สิบจะมาถึงในไม่ช้า


    “หืดขึ้นคอแน่ ๆ” หญิงสาวส่ายหน้าไม่อาจยืนอยู่เฉย ๆ ได้ นางจึงใช้ฝีมือช่วยเหลือทหารคุ้มกันคนอื่น ๆ จนกระทั่งศรธนูพิษที่สามีให้เป็นของขวัญถูกยิงออกไปจนหมด


    หญิงสาวมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วได้แต่สงสัยว่าทำไมถึงมีเรื่องที่ไม่ได้เขียนในนิยายเกิดขึ้นหรือเป็นเพราะนางเปลี่ยนแปลงเรื่องราวไปทีละนิด ผลที่ตามมาจึงแตกต่างออกไปจากต้นฉบับดั้งเดิม


    สิ่งที่อาจเกิดในวันข้างหน้ากลับปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย หากโจรป่าพวกนี้คือคนที่โจมตีเสิ่นจื้อเหลียงบาดเจ็บสาหัสและทำร้ายเสิ่นอวี้หลานจนแท้งลูก ทั้งยังสืบหาต้นตอไม่ได้คราวนี้อาจจะมีหนทาง หญิงสาวต้องรู้ให้ได้ว่าคนที่ใส่ร้ายว่ามู่หรงเซียวเป็นต้นเหตุคือผู้ใด


    โจรป่าพูดด้วยภาษาถิ่นที่ไม่มีใครในที่นั้นฟังเข้าใจ โต้เถียงกันไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ราวกับแผนที่วางไว้ล่มไม่เป็นท่า แทนที่จะจัดการได้ในไม่กี่อึดใจกลับยืดเยื้อเสียอย่างนั้น


    มู่หรงเซียวได้ยินเสียงคำพูดคล้ายกับหูแว่วจึงตั้งใจฟังให้ดีพลันเสียงหนึ่งในความทรงจำดังขึ้น


    ท่านแม่ ข้าออกเดินทางไปยังตอนใต้ของแคว้นคุนหลัน หมู่บ้านแห่งนั้นเคยเป็นที่ตั้งของพวกมือสังหาร ชาวบ้านแถบนั้นพูดภาษาถิ่นที่อาจารย์ไม่เคยสอนข้า


    ท่านแม่ขอรับ ข้าจะลองเล่านิทานพื้นบ้านเป็นภาษาถิ่นชาวซิ่วหมินให้ฟังแล้วลองทายดูนะขอรับ…


    “ฮูหยินระวัง!!!” เสิ่นจื้อเหลียงปามีดสั้นปักหน้าผากโจรผู้หนึ่งที่แอบเข้ามาด้านหลังหญิงสาว นางถูกเสียงลึกลับนั้นดึงเข้าสู่ภวังค์ครั้งแล้วครั้งเล่า

    เวลานี้ ภาษาถิ่นที่ฟังดูไม่รู้เรื่องแต่พอเงี่ยหูตั้งใจฟังให้ดีแล้ว มู่หรงเซียวกลับเข้าใจทีละนิดจึงตะโกนบอกให้เด็กหนุ่มและทหารคุ้มกันที่เหลือระวังตัวเอาไว้ เพราะโจรป่าที่ว่าไม่ใช่ชาวบ้านปล้นสดมภ์ธรรมดา แต่เป็นถึงมือสังหารลึกลับจากหมู่บ้านซิ่วหมิน


    “นางรู้ได้อย่างไร” ชายสวมผ้าปิดหน้าถามพวกเดียวกัน ไม่คิดว่าภารกิจครั้งนี้จะถูกหญิงสาวตรงหน้าจับได้


    มู่หรงเซียวไม่รอให้ตนเองตกเป็นเป้าหมายรีบคว้าเอาศรธนูที่หล่นอยู่ข้างทางออกมา แล้วเล็งไปที่มือสังหารไม่รีรอเพื่อเปิดทางหนี สีหน้ากังวลเล็กน้อยแต่ไม่มีเวลาคิดให้มากความทำได้แค่หนีเอาตัวรอดไปก่อน


    “คุณหนู!!!” ผิงเอ๋อร์ สาวใช้ของหยางเสวี่ยฮวารีบประคองเจ้านายลุกขึ้นยืนเพราะเมื่อครู่ถูกธนูจากโจรป่ายิงเฉียดขาไปจนล้ม


    “เสี่ยวฮวา” เสิ่นอวี้หลานยื่นมือเข้ามาช่วยอีกแรง ปล่อยให้เมิ่งเซียงพาคนอื่น ๆ นำไปก่อน แต่กลับถูกชายร่างใหญ่เข้าขวาง นางถอยหลังห่าง หางตาเหลือบมองน้องสาวแล้วส่งสัญญาณให้สาวใช้รีบพาเบี่ยงไปอีกทาง


    แม้ในใจสั่นกลั่วไม่แพ้กันแต่นางจะไม่ยอมให้ใครเป็นอันตรายเด็ดขาด หญิงสาวหยิบดาบของทหารคุ้มกันที่วางอยู่ข้างหน้าขึ้นมา จับกระชับด้ามดาบแน่นแล้วตวัดไปมาขู่คนข้างหน้า


    พลันเสียงหัวเราะลั่นดังมาจากชายคนนั้น ดูถูกว่าสตรีอย่างนางเปราะบางยิ่งกว่ากลีบดอกไม้ ไฉนกล้าหยิบดาบเล่มใหญ่เหวี่ยงเล่นเช่นนี้ 


    เขาเลิกคิ้วมองด้วยสายตาเหยียดหยามก่อนจะเปลี่ยนความคิดเพราะคำสั่งนั้นบอกว่าจะจัดการกับหญิงสาวที่มีดวงตาสีอำพันอย่างไรก็ได้


    “เจ้า… เสิ่นอวี้หลานผู้นั้นใช่หรือไม่” เขารู้อยู่แล้วเพราะที่แห่งนี้มีเพียงนางที่มีดวงตาสีนั้น ส่วนอีกคนที่เป็นเป้าหมายคือหญิงสาวที่มีดวงตาสีทับทิมก็ให้ผู้เป็นหัวหน้าจัดการไป


    “…” คนตรงหน้าไม่ตอบ มือสองข้างยังไม่ปล่อยดาบเล่มนั้นทิ้ง ร่างบางสั่นระริกแต่ยังทำใจดีสู้เสือ ขณะที่มู่หรงเซียวยิงธนูออกไปจนเกลี้ยงไม่เหลือสักดอกจึงเริ่มสับเท้าวิ่งไม่คิดชีวิตเพราะหัวหน้ามือสังหารกลุ่มนี้เล็งหัวใจของนางเอาไว้


    ไม่ทันจะได้เอาตัวรอดก็ต้องรีบถลาเข้าช่วยเสิ่นอวี้หลานที่ถูกชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ฉุดกระชากเข้าไปในป่าลึก นางพยายามสะบัดมือ ทุบตีอีกฝ่าย ดิ้นรนสุดชีวิตแต่เนื้อหนังคนผู้นั้นราวกับทำจากเหล็ก ไม่สะทกสะท้านใด ๆ 


    เสิ่นจื้อเหลียงที่พอจะเอี้ยวตัวหลบได้แวบหนึ่ง คว้าคันธนูมายิงสกัดคนที่ไล่ตามฮูหยินล้มไปได้สองคน จังหวะชุลมุนกลับโดนดาบโค้งตวัดฉับเข้ากลางหลังจนทรุดลงพื้น


    ความกลัวเข้าถาโถมหัวใจมู่หรงเซียว นางชะงักฝีเท้าแล้วถอยกลับมาดึงศรธนูออกจากทหารศัตรูที่เพิ่งล้มเมื่อครู่แล้วเล็งไปยังกลุ่มคนที่รุมเสิ่นจื้อเหลียง


    ศรแหลมพุ่งไปข้างหน้าปักเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ตรงลำคอมือสังหารคนแรก ทะลุออกอีกฝั่งหนึ่งพุ่งตรงไปยังลำคอคนที่สองก่อนเจาะเข้าเบ้าตาคนที่สาม


    เด็กหนุ่มรอดไปได้อย่างหวุดหวิด สบช่องว่างโต้กลับพวกที่รุมล้อมเข้ามาอีกครั้งเพราะเวลานี้ทหารซิงอวี่เป็นเพียงคนเดียวที่พวกมันยังล้มไม่ได้ 


    “อึก!!!” เสิ่นอวี้หลานร้องไม่ออกเพราะมือหนากำลังบีบลำคอระหงอย่างรุนแรง หายใจติดขัดจนหน้าเริ่มเขียว มือข้างหนึ่งคว้าก้อนหินใหญ่ฟาดเข้าขมับคนร้ายแต่มันไม่เขยื้อนสักนิดเดียว รู้สึกซาบซ่านยิ่งกว่าเดิมที่เห็นเหยื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอด


    มู่หรงเซียวได้ยินเช่นนั้นจึงรีบดึงธนูอีกหนึ่งดอกที่อยู่ในร่างชายตรงหน้าออกมาเล็งคนร่างใหญ่ คำนวณทิศทางและน้ำหนักเพื่อล้มศัตรูในศรเดียวเพราะนางไม่มีอาวุธอื่นใดอยู่ในมือแล้ว


    พลันเสียงม้าวิ่งใกล้เข้ามาในทันใด เมื่อเห็นว่าไม่นานทหารช่วยเหลือจะมาถึงจึงขอถ่วงเวลาเอาไว้สักนิดก็ยังดีเพื่อที่อย่างน้อยให้เสิ่นอวี้หลานได้หายใจหายคอบ้าง


    ฉึก!

    ปลายแหลมปักเข้าจุดที่เปราะบางที่สุดของต้นคอทำเอาร่างหนาโกรธเกี้ยว มือข้างหนึ่งจับปากแผลอุดเลือดที่ไหลออกมา ดวงตาแข็งกร้าว พลางปล่อยมืออีกข้างจากคอเรียวของเสิ่นอวี้หลานแล้วลุกขึ้นยืนเดินดิ่งมาหามู่หรงเซียว


    ทว่า บุตรสาวแม่ทัพใหญ่มัวแต่หาจุดบอดของศัตรูจึงไม่ทันได้สังเกตว่าข้างหลังยังมีชายอีกคนถือดาบโค้งรออยู่


    “!!!” 


    เวลานี้รู้แล้วว่าพลาดท่า ภายใต้ผ้าที่ปิดบังใบหน้า มันคงยิ้มแสยะเยาะเย้ยที่นางตกหลุมพราง จึงตวัดข้อมือไปเบื้องหน้าโดยไม่รอช้าทำเอาร่างบางทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง


    “ฮูหยิน!!!” เสิ่นจื้อเหลียงตะโกนลั่นเพราะเห็นเหตุการณ์พอดี ตื่นตกใจที่เห็นเลือดค่อย ๆ ทะลักออกมาจากหน้าท้องมู่หรงเซียวก่อนที่ธนูจากหน่วยซิงอวี่ที่เหลือลอยลิ่วไล่ล่าพวกคนที่เหลือ


    มือสังหารหัวเสียที่ไม่อาจจัดการตามคำสั่งได้แต่เพราะเวลานี้ฝ่ายตนเองบาดเจ็บไม่น้อยจึงพากันหลบหนีก่อนที่ฝ่ายช่วยเหลือจะมาถึงที่เกิดเหตุ


    “ฮูหยิน” เด็กหนุ่มวิ่งเข้ามาดูอาการเจ้านายทันที มือสองข้างปิดบาดแผลจากคมดาบ ตื่นตระหนกแทบทำอันใดไม่ถูก เมิ่งเซียงวิ่งกลับมาพร้อมทหารที่มาใหม่รีบทำการห้ามเลือดทันใด แล้วพาคนเจ็บกลับเยว่จวนเพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วน